สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ได้หารือเกี่ยวกับการตรวจราชการของ กรมประชาสัมพันธ์ และเรื่องการสื่อสารมวลชน ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น และการปฏิบัติตนเองให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังพูดถึงบทบาทของวิทยุชุมชนและสื่อท้องถิ่นในการสื่อสารกับประชาชน และความจำเป็นในการพัฒนาตนเองภายใต้กรอบกฎหมายและจริยธรรม

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ขอใช้โอกาสนี้ตอบกระทู้ถามของท่านนะครับ ตอนแรกก็นึกว่า เปึนการอภิปรายแต่ความจริงเปึนกระทู้ถามตอนสุดท้าย ท่านยังอุตส่าห์ตั้งคําถาม ตอนสุดท้ายตามที่เราได้ดําเนินการกันตามกระบวนการนี้ก็ขอบพระคุณท่านมาก ประเด็นก็คือว่า ในเรื่องของกระทู้ถามข้อ ๒ ซึ่งท่านได้ถามหลังจากที่ได้เล่าอะไรให้ฟัง มากมายนี่นะครับ ผมก็เลยต้องขอกลับไปที่ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้พูดตอนต้นบ้างเล็กน้อย ความจริงไม่อยากจะให้ยาวนานมาก ประเด็นแรกก็คือว่า ในการไปตรวจราชการของ กรมประชาสัมพันธ์และบางส่วนก็คือในแง่ของสื่อสารมวลชนท้องถิ่นซึ่งเขามีตัวตนอยู่ และกรมประชาสัมพันธ์รับรู้รับทราบถึงแม้จะไม่ได้มีความสัมพันธ์กันโดยตรงก็ตาม ผมไปในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีผู้ดูแลงานด้านนี้ แล้วแต่ละครั้งที่ท่านได้อุตส่าห์อ่านข่าว ตัดจากหนังสือพิมพ์เรียงลําดับกันมานั้นก็เปึนเรื่องของการได้รับคําถามจากเวทีที่ทาง กรมประชาสัมพันธ์โดยสํานักประชาสัมพันธ์เขตในที่นั้น ๆ ได้จัดมาให้ทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ ก็คือว่า กระผมยังไม่เคยเลยครับท่านประธานที่จะไปเดินสายเรื่องของวิทยุชุมชนหรือว่า สื่อท้องถิ่นโดยเฉพาะทั้งที่ความจริงควรทําเนื่องจากว่าเปึนเรื่องเร่งด่วนและเปึนเรื่อง ที่จะเปึนเครือข่ายที่สําคัญมากในการปฏิรูปสื่อโดยเฉพาะในภาคประชาชน รัฐบาลมี ส่วนสําคัญในการผลักดันให้เกิดขึ้นในขั้นต้น ส่วนการพัฒนาในขั้นกลางและขั้นปลายนั้น รัฐบาลไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่แล้ว เปึนเรื่องเสรีภาพในการพัฒนาตนเองภายใต้กรอบที่ รัฐบาลในนามของประชาชนนั้นได้ช่วยกันกับฝ์ายต่าง ๆ ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ ช่วยกันวางขึ้น เพราะฉะนั้นการที่ได้ไปแสดงความเห็นต่าง ๆ ต้องแยกเปึน ๒ เรื่องนะครับ เรียนท่านประธานที่เคารพไปถึงท่านสมาชิก

ประเด็นแรก เราจะต้องยอมรับสภาพจริงของปัญหาว่าปัญหาในขณะนี้ ไม่อยู่ในสภาพที่จะนิ่งดูดายได้ ขณะเดียวกันการจะไปแก้ปัญหาก็ต้องคํานึงถึงเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมันมีตั้งกั้นหน้าและตั้งกั้นหลังอยู่พอสมควร ประเด็นก็คือว่าในเรื่องนี้จะมาใช้วิธีอีสปไม่ได้ พอทําตรงนั้นก็ว่าอย่างนี้ พอทําตรงนี้ ก็ว่าอย่างนั้น ไม่ไปก็บอกนิ่งดูดาย ไปก็บอกแทรกแซงอย่างนี้มันเก่าไปนิดหนึ่ง เดี๋ยวนี้ เขาต้องพูดเรื่องการบริหารจัดการว่าจะทําอย่างไร ไม่ว่าจะเปึนการส่งไม้ให้ กทช. หรือการดูแลในปัจจุบันก็ตามเปึนเรื่องที่ต้องบริหารทั้งนั้นแหละครับ ซึ่งผมก็ได้เรียน ไปแล้ว

ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการไปตรวจงานต่าง ๆ และมีข่าวในเชิงแซวกันมา ท่านกรุณาพูดถึงผมผ่านท่านประธานมาว่าหรูหราอะไรต่าง ๆ ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่า เรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนได้ไปดูข้อเท็จจริง การจัดเรื่องรถรับ เรื่องคนมารับ เรื่องใครต่อใครในระดับจังหวัดไม่ได้มีความแตกต่างอะไรไปจากการไปตรวจเยี่ยม โดยทั่วไปเลย และที่แน่นอนก็คือว่าไม่เคยมีเงื่อนไขใด ๆ ไปจากตัวกระผมว่าจะต้องมี อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะว่าผมเปึนคนทํางานครับท่านประธานที่เคารพ ความมั่นใจ ในตัวเองที่ต้องมีใครมาพระยศพระเกียรตินี่ไม่ต้อง ไปคนเดียวก็สามารถทํางานได้ เหมือนมีทีมงานไปด้วย อยู่ที่ว่าถ้าเกิดมีทีมงานเราก็มอบหมายงานได้โดยตรง กระผม จึงได้ขอร้องว่าเราไปประชุมกันพร้อมเพรียงถ้าทําได้เพื่อจะได้มอบงานได้ทันทีงานจะได้ เดินเร็วเท่านั้น พอดีท่านผู้ยื่นกระทู้ถามผ่านท่านประธานมาได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ กระผมก็เลย ขอยกตัวอย่างที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปรากฏว่ามีคนมายืนชูปัายกันอยู่ ๔-๕ คนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ารัฐมนตรีหรูหราต่าง ๆ กระผมก็เลยเดินไปทัก ไปทักกัน เพราะอยากจะรู้ว่าหรูหราอย่างไร ปรากฏเด็กที่ถือปัายก็พยายามจะหลบหน้าอยู่หลังปัาย แล้วก็บอกว่าหรูหราเพราะว่ารัฐมนตรีนั่งรถยุโรปมา ตอบผมอย่างนี้ครับ ได้ปรากฏอยู่ใน ข่าวต่าง ๆ คือเด็กมันไม่รู้ประเด็นว่ามันถูกให้มาประท้วงเรื่องอะไร พอไปถามโดยตรงเข้า เด็กก็บอกว่า อ๋อเพราะนั่งรถยุโรปมา ก็มันเปึนรถเบนซ์ที่จังหวัดเขามีอยู่ เขารับใคร ทุกคนก็ด้วยคันนี้แหละครับ เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่เปึนน้ําจิ้ม สีสันแต่บางครั้งมันก็ เกินเลยไปนิดหนึ่งเหมือนกันก็เลยไปสร้างความรู้สึกชิงชัง ไปสร้างความรู้สึกหมั่นไส้ ไปทําให้ประเด็นในการทํางานมันเบี่ยงไปเปึนเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นกระผมก็ต้องขอเรียนว่า เรื่องแบบนี้กระผมก็ได้ระมัดระวังตัวอยู่เสมอมาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งบัดนี้แล้วก็ตลอดไป

ท่านถามมาเรื่องบทบาทของทุกภาคส่วนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชน และสื่อท้องถิ่นอย่างไร เรื่องนี้ผมขอบพระคุณมากครับ เปึนคําถามที่ดี และต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรให้สามารถที่จะดูแลเรื่องนี้ ได้อย่างทั่วถึง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า เทคโนโลยีมันไปเร็วกว่ากฎหมาย เพราะฉะนั้นกว่าที่กฎหมายจะออกกันมา ไม่ว่าจะเปึน รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายในระดับที่ศักดิ์ของกฎหมายลดหลั่นลงมา สื่อมวลชนมันนําหน้า ไปแล้วในเชิงเทคโนโลยีครับ วิทยุชุมชนมันเกิดขึ้นได้เพราะเครื่องส่งมันถูก เสาตั้งมันถูก โดยเฉพาะถ้าเกิดอยู่ในสเปกเดิมที่เคยคิดกันแต่ไม่ได้เปึนนโยบายในรัฐบาลยุคก่อน ๆ ว่า ทําให้มีเสาสูงขึ้นไปไม่เกิน ๓๐ เมตร รัศมีในการทําการไม่เกิน ๑๕ กิโลเมตร เปึนเรื่องที่ เทคโนโลยีอํานวยให้ทําได้ ไม่ต้องมีเงินถุงเงินถังก็ทําได้ เคเบิลท้องถิ่นก็เปึนเทคโนโลยี ที่นําไป แม้แต่โทรทัศน์ดาวเทียมก็เปึนเทคโนโลยีที่นําไป ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่ารัฐบาล จะไปควบคุม จะไปจัดระเบียบ หรือไปทําอะไรที่ไม่ดีไม่งาม แต่มันอยู่ที่ว่ารัฐบาลต้องถม ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับกฎหมายของตัวเอง ของตัวเองในที่นี้ไม่ใช่ของรัฐบาล ของประเทศ นั่นก็คือว่าจะต้องจัดระบบของสื่อสารมวลชนให้เปึนประโยชน์ต่อท้องถิ่น พูดง่าย ๆ ว่าที่ท่านผู้ยื่นกระทู้ถามผ่านท่านประธานมาพูดถูกต้องเปึนจริง แต่ท่านพูดข้าม ไปขั้นหนึ่ง ขั้นแรกก็คือต้องทําให้กฎหมายมันตอบโจทย์ของจริงเสียก่อน แล้วจากนั้น ทุกภาคส่วน ท้องถิ่นที่เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตยในประเทศนี้เท่า ๆ กับคนในส่วนกลาง เท่า ๆ กับคนที่เปึนข้าราชการหรือเปึนคนของรัฐจะได้มีส่วนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ กระผม ขอตอบว่า เรื่องนี้จริง ๆ แล้วไม่ต้องเปึนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมครับท่านประธาน ที่เคารพ เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องถมช่องว่างนี้ และไม่เข้าไปยุ่งกับกระบวนการพัฒนา ในระยะกลางและระยะยาวนี่วิทยุชุมชน โทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลท้องถิ่น ผมขออนุญาต พูดเพิ่มไปอีก ๒ เพราะมันอยู่ในคําว่า สื่อท้องถิ่นด้วย เปึนสิ่งที่เขาต้องพัฒนาตัวเองภายใต้ กรอบกฎหมาย แล้วก็กรอบจรรยาบรรณและจริยธรรมของวิชาชีพเขา ไม่ใช่หน้าที่ที่รัฐบาล จะไปวางพิมพ์เขียวให้ว่าจะพัฒนาไปอย่างไร ถ้ารัฐบาลในขณะนั้นเมื่อมันถูกกฎหมาย แล้วอยากจะร่วมสนุกกับเขาด้วยก็ตั้งสถานีตั้งอะไรของตนเองโดยไม่สามารถจะมีสิทธิ เหนือไปกว่าเขา แต่ก็ไม่ควรจะมีสิทธิที่น้อยไปกว่าเขาเช่นกัน เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ละครับ ท่านจะเรียกว่าเปึนการส่งสัญญาณ เปึนการสร้างบรรยากาศใด ๆ ก็ตาม แต่กระผมยืนยัน ผ่านท่านประธานไปว่าเปึนการทํางานและเปึนการทํางานในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน พอดีกระผมมาดูแลเรื่องนี้ และวิธีการทํางานของกระผมเองนั้นก็คือว่ามีปัญหาผ่านเข้ามา แล้วไม่อยากจะปล่อยให้มันผ่านไปอย่างน้อยจะต้องมีความคิด อย่างน้อยจะต้องมี ภูมิปัญญาเกิดขึ้น ซึ่งถ้ากระผมไม่มีกระผมก็ต้องไปหาของคนอื่นมา ขอคําปรึกษาจาก ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ แล้วก็มากองรวมกันจัดระเบียบให้เข้าที่ ทําลําดับก่อนหน้าหลังให้เหมาะสม แล้วจากนั้นก็เสนอให้คนที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการต่อไป หลักมันก็มีอยู่ เพียงเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นการที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทในวิทยุชุมชน และท้องถิ่นนั้น กระผมขอตอบว่า เราจะต้องจัดให้ระบบของรัฐกับระบบของเทคโนโลยี นั้นมีความผสมผสานสอดคล้องต้องกันแล้วการพัฒนาจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติไปเอง ขอบพระคุณครับ