สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หารือเรื่องราคาข้าวที่เพิ่มขึ้น ๕ เท่า และแสดงความกังวลเกี่ยวกับวิธีการคำนวณราคา รวมถึงการซื้อข้าวจากชาวนา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่าเงิน 40-50,000 ล้านบาทที่จะใช้ซื้อข้าวมาจากที่ไหน และจะซื้อข้าวไปที่ไหน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างชาวนา พ่อค้า และประชาชนที่จะบริโภคข้าว นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการทําข้าวถุง โดยกล่าวถึง 3 ข้อที่น่าสนใจ และมีการอธิบายถึงการดำเนินการเพื่อให้ราคาข้าวเหมาะสม

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อให้ถึงใจพระเดชพระคุณขอตอบ เปึนข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

อันที่ ๑ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งเรื่องราคา ๕ เท่า ผมว่ามันเปึนวิธีการจั่วหัว เพราะตอนนั้นราคาป้ที่แล้วเขาซื้อ ๖,๕๐๐ บาทใช่ไหมครับ แล้วพอราคา ๓๐,๐๐๐ บาท ผมก็ ๖ คูณ ๕ เท่ากับ ๓๐ ๕ เท่าเขาก็คงประมาณนี้กระมัง เขาคิดอย่างนั้น แต่ความจริง ผมยังไม่เคยบอกเลยว่าข้าวจะขึ้น ๕ เท่า ผมพูดจริง ๆ นะครับ ผมพูดทุกครั้งผมจะพูดว่า ข้าวราคา ๓๐,๐๐๐ บาท ข้าวไปถึงราคา ๓๐,๐๐๐ บาท นั่นคือเรื่องที่ ๑ แต่ตรงนั้น ไม่ว่ากันนะครับ เมื่อกี้ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติก็บอกว่าไม่ได้ถือโทษโกรธผม ก็เปึนว่า ยกโทษให้ อันนี้ก็เข้าใจได้นะครับ

อันที่ ๒ บอกว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อ จะซื้อกันอย่างไร จะทําอย่างไร ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ก่อนคือมันมีการประชุมมาแล้ว ๒ ครั้ง อันที่ ๑ คือมติ ครม. อันที่ ๒ ก็คือคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาลก็คือบอกว่าอนุญาตให้ลงไปซื้อข้าวได้ พูดง่าย ๆ ว่าซื้อจากชาวนามา ราคา ๑๔,๐๐๐ บาทหรือราคาที่กระผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้แต่ไม่ได้แปลว่า ซื้อทั้งหมด ไม่ได้แปลว่าไปแย่งทุกคนซื้อหมด ไม่อย่างนั้นอุตสาหกรรมข้าวในประเทศนี้ ทุกคนจะพังทลายลงทันที อย่างนั้นก็แปลว่าโรงสีไม่ต้องทํางานแล้ว ผู้ส่งออกไม่ต้อง ทํางานแล้ว บริษัทส่งออกข้าวทั้งหมดก็ต้องป่ดกิจการ บริษัทข้าวถุงก็ต้องป่ดกิจการ แล้วตัวเลข ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็เดาเอาว่าอาจจะหมายถึงว่าถ้าซื้อทั้งหมด มันประมาณอย่างนั้น อันนี้ผมเรียนเลยนะครับ ถึงอย่างไรก็ตามเรื่องตรงนี้มันเปึน เรื่องการสร้างสมดุลระหว่างคน ๓ ฝ์ายคือ ชาวนาปลูกข้าว แล้วก็พ่อค้าไม่ว่าจะโรงสี ผู้ส่งออก ผู้ทําข้าวถุง แล้วก็ประชาชนผู้บริโภค เราอยากให้ทุกคนแบ่งปันความทุกข์ กับความสุขด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่มีนโยบายอะไรที่จะลงไปผูกขาดทั้งหมดเพราะฉะนั้น เงิน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมว่าอาจจะดูเยอะไปหน่อย คราวนี้ส่วนเงิน มาจากที่ไหนอย่างไรตรงนี้เปึนเรื่องที่กระทรวงการคลังจะหาวิธีการให้ แล้วจะเอามาจาก หน่วยงานไหน แล้วมาใช้ตรงไหน อันนี้เรายังไม่ลงในรายละเอียดตรงนั้น ผมอยาก กราบเรียน ทีนี้มาอีกเรื่อง ๖.๗ ล้านบาท บังเอิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็นั่งอยู่ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานอีก ความจริงก็อยากจะบอกว่า ท่านอย่าด่าผมเลย ขอผมไม่บอกเถอะ มีประเทศอยู่ทั้งหมด ๑๘ ประเทศ แล้วผม ขออนุญาตเรื่องนี้ผมยังจะขอกอดเอาไว้อยู่ ๑๘ ประเทศมีมาเลเซีย มีสิงคโปร์ มีฮ่องกง มาเก๊า มีสหรัฐอเมริกาซึ่งดูไม่น่าจะมีตัวเลขนี้อยู่ มีสหภาพยุโรป ซึ่งหลายประเทศมาก มีเซเนกัล มีซาอุดีอาระเบีย มีกาน่า มีอิหร่าน มีอิรัก มีโมซัมบิก มีแคเมอรูน มีฟ่ลิปป่นส์ มีไนจีเรีย มีเต็มไปหมดเลยจนกระทั่งถึงมาเลเซีย ผมขออนุญาตว่าอันนี้ขอให้เปึน ความลับ ซึ่งผมไม่ได้มีเจตนาว่าตรงนี้ผมมา เมื่อสักครู่ผมย้ําอีกครั้งผมพูดด้วยเจตนา ที่บริสุทธิ์จริง ๆ ครับ ที่ท่านบอกว่าลักไก่ผมไม่มีเจตนาอย่างนั้น ผมเพียงแต่บอกว่ามันมี ออร์เดอร์อยู่แล้วแล้วก็จะทยอยส่งไปว่าก็จะทําอย่างนั้นจริง ๆ ผมยกตัวอย่างให้จับต้องได้ สักอันหนึ่งก็แล้วกัน อย่างมาเลเซียเซ็นสัญญาซื้อไปแล้ว ๒ แสนตัน วันนี้ก็จะมาขอซื้ออีก เราก็กําลังคุยกันอยู่เพราะเดี๋ยวก็จะเซ็นสัญญากันต่อ คราวนี้อันไหนที่เขาเซ็นแล้ว แล้วผมก็ทยอยเป่ดไป ทีนี้มันมีปัญหาเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ ที่ต้องเรียน ให้ทราบว่าออร์เดอร์มารออยู่เยอะขนาดนี้ปัญหาก็คือผลิตผลจะมีเท่าไร เมื่อสักครู่ ตอนก่อนจะออกมาที่สภา การประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติซึ่งทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็นั่งอยู่ด้วย แล้วหลายหน่วยงานก็นั่งอยู่ด้วย ปัญหาก็คือ ข้าวตอนนี้นาปรังที่จะออกมาตอนแรกเขากะจะออกมาประมาณ ๔ ล้าน ถึง ๔ ล้าน ๒ แสน เมื่อเปึนข้าวสารนะครับ แต่ปรากฏว่าตัวเลขเมื่อกี้อาจจะเหลือสัก ๓ ล้านเศษ ๔ ล้าน ถึง ๔ ล้าน ๒ แสน เมื่อสีแล้วกลายเปึนข้าวสาร เมื่อสักครู่เราฟัง ๓ ล้าน ๓ ล้านเศษ ๆ คราวนี้คําถามก็คือว่า ถ้ายิ่งข้าวน้อยแล้วมีคําสั่งซื้อเยอะก็จะมีปัญหาเหมือนกัน ในการที่จะซัพพลาย (Supply) หรือตอบรับไป ซึ่งตอนนี้เราก็ปวดหัว ความปวดหัว ของกระผมนะครับท่านประธานมันไม่ใช่ปวดหัวเรื่องไม่มีลูกค้า มันปวดหัวเรื่องลูกค้า มากกว่าความสามารถในการปลูกข้าวจริง ๆ ก็คือเรื่องที่ต้องกราบเรียนให้ทราบนะครับ

อีกอันหนึ่งก็มาเรื่องการทําข้าวถุง อันนี้ถูกต้องครับ ที่ผมบอกว่านโยบาย ของกระทรวงพาณิชย์ไม่มีเจตนาจะทํากําไร อันนี้รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ ซึ่งมาเปึนประธานในการทําข้าวถุง สิ่งที่ผมได้กราบเรียนให้คณะกรรมการทําข้าวถุง ทุกคนทราบก็มี ๓ ข้อที่น่าสนใจ

ข้อที่ ๑ ที่กราบเรียนเชิญพวกท่าน ไม่ว่าจะเปึนรองอัยการสูงสุดก็ดี ไม่ว่ารองปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือทุกคนมาทําก็ดี ข้อที่ ๑ เลยก็คือว่า เราไม่มีเจตนา ที่จะมาสร้างผลกําไรจากข้าวที่อยู่ในสต็อก เราต้องการทําข้าวหมุนเวียนแล้วให้ประชาชน บริโภคข้าวแล้วไม่เดือดร้อน

ข้อที่ ๒ ที่สําคัญที่สุดเราบอกว่าเราขอความโปร่งใส ขอความบริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วผมไม่ต้องการให้เกิดเรื่องอะไรที่สกปรกทั้งสิ้นครับ แล้วผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานด้วยว่าตัวผมเองไม่ได้เข้าไปเปึนกรรมการในส่วนนี้

ผมอยากให้ทุกคนที่เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูมีชื่อเสียงดี มือสะอาดได้เข้ามา ช่วยกันทํางาน อันนี้มันมาเกี่ยวอะไรกับการไม่ทํากําไร ปรากฏว่าราคาที่รับจํานําเมื่อป้ที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ ๖,๕๐๐ บาทต่อเกวียนหรือต่อตัน เมื่อบวกดอกเบี้ย บวกสต็อก บวกอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแล้วเมื่อทําเปึนข้าวรวมทั้งการขัดข้าวอะไรก็ไม่รู้ ผมก็คงไม่ได้เข้าไปดู ในรายละเอียด ผมย้ําผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ท่านสมาชิกอย่าถึง ขนาดจับเอาว่าพูดสระอิ สระอีผิดตรงนี้ ทําไมตกเลข การันต์ ท่านอย่าถึงขนาดนั้นเลย เอาว่าเปึนภาพรวมในฐานะที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สิ่งที่ผมได้รับดู และรับทราบก็คือว่า ที่เขาตั้งราคาอยู่ประมาณ ๑๒๐ บาท หลักการก็คือถามว่าจะให้ขาย ๗๕ บาท ๘๐ บาทอะไรอย่างนี้ขายได้ไหม ถ้าผมฟังดูก็น่าจะขายได้ แต่ที่เขาขาย ๑๒๐ บาท มันมีเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการสําคัญดังนี้

ข้อที่ ๑ ถ้าสมมุติเขาขาย ๘๐ บาท ราคาข้าวในตลาด ตอนนี้ผมไม่ได้ตาม ละเอียด ๑๙๐ บาท ๒๐๐ บาทหรืออะไรก็แล้วแต่ ทันทีถ้าทําอย่างนั้นอุตสาหกรรมข้าวถุง ในประเทศไทยทุกคนก็จะเจ๊งแล้วก็ล่มสลายซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของเราเลย

ข้อที่ ๒ ที่ทําราคาอยู่ประมาณ ๑๒๐ บาท ในเมื่อมันเกิดส่วนต่างขึ้นมา คณะกรรมการชุดนี้ก็จะไม่มีวัตถุประสงค์ค้ากําไร เราก็ไปใช้ทฤษฎีอันหนึ่งก็คือการทยอยซื้อ ทยอยขาย ซึ่งนั่นแปลว่าอะไร ก็จะไปรับซื้อข้าวจากเกษตรกรมาอีก แล้วก็มาสีมาเก็บ แล้วก็ทําข้าวถุงอีก เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติราคาอยู่ประมาณนี้ ๑๒๐ บาท บวก ลบ ตามหลักการท่านลองดูราคาให้ดี ๆ นะครับ ถ้าย้อนกลับไป เมื่อเพิ่งเดือนสองเดือนที่แล้ว ข้าวหอมมะลิเพิ่งแตะ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียนต่อตัน วันนี้ข้าวหอมมะลิไปแตะ ๔๐,๐๐๐ บาทแล้ว วันนี้ข้าวขาวไปแตะ ๓๓,๐๐๐ กว่าบาทแล้ว แล้วองค์การอาหาร และการเกษตรแห่งสหประชาชาติออกมาบอกแล้วว่าข้าวจะทะยานขึ้นราคาแบบไม่หยุด สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการข้าวถุงจะต้องทําก็คือเอาเงินที่ได้ทั้งหมดซื้อข้าวมา ประโยคนี้เปึน ประโยคสําคัญ เขาจะมาถัวราคาจนกว่าจะถึงสิ้นป้เพื่อให้ได้ราคาถัวเฉลี่ยที่เหมาะสม ซึ่งแน่นอนลอต (Lot) แรกจะมีกําไรแต่หลังจากนี้เขาจะขายขาดทุนเพื่อไม่ให้ราคามันเขย่งกันมาก ตรงนี้ก็คือสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นครับ ผมคงได้ตอบประมาณนี้แล้วนะครับ ผมคิดว่าผมประมาณ อย่างนี้ไม่ทราบว่าได้ตอบแล้วหรือยัง ต้องกราบขออภัยนะครับที่ใช้เวลาไปนิดหน่อยครับ