สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

จุติ ไกรฤกษ์ แถลงปัญหาเกี่ยวกับการซื้อข้าว 6.7 แสนตัน โดยกล่าวหาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลักไก่สภา และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายว่า จะใช้เงินของกองทุนข้าวที่เก็บไว้มาจากไหน และจะดำเนินการขายข้าวถุงต่อไปหรือไม่

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมต้องเรียนท่านรัฐมนตรีด้วยความจริงใจว่าผมถามท่านตรงไปตรงมา และผมก็อยากให้ท่านตอบผมอย่างตรงไปตรงมา คําถามที่ ๒ นี้ผมยังไม่ได้ถาม แต่ผม อยากจะทวงคําถามรอบแรกของผมครับว่า สรุปแล้ว ๖ ล้าน ๗ แสนตันตามที่ท่านพูดมันมี คําสั่งซื้อจริงหรือเปล่า เพราะท่านเปึนคนพูดเองว่าท่านจะเป่ดเผยอาทิตย์นี้ ผมก็อยากจะให้ ชาวนามั่นใจว่าป้นี้ข้าวไม่พอขาย ขายได้แน่ ๆ เดือนนั้นเดือนนี้ข้าวชนิดนี้มา โรงสี พ่อค้า คนกลางกดราคาชาวนาไม่ได้ครับ เพราะเขารู้ว่ามีออร์เดอร์มา ฉะนั้นวันนี้ที่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกว่าข้าวมีแน่ ๖ ล้าน ๗ แสนตัน ช่วยบอกเถอะครับว่า ไปประเทศใดบ้าง ท่านไม่ตอบผมก็ถือว่าท่านลักไก่สภา

อันที่ ๒ ที่ผมทวงรอบแรกท่านยังไม่ได้บอกผมเลยครับว่า ชาวนาจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าที่ท่านจะไปรับซื้อ ๑๔,๐๐๐ บาทต่อเกวียนซื้อไม่อั้น แล้วผมบอกว่าเอาแค่ ครึ่งเดียวคือ ๓ ล้าน ๒ แสนตัน เปึนเงิน ๔๔,๘๐๐ ล้านบาทนี่ ถามว่าท่านจะเอาเงิน มาจากไหน นี่คือคําถามข้อแรกครับ ท่านยังไม่ตอบผม ทีนี้ในรอบที่ ๒ ผมก็ขอใช้สิทธิ รอบที่ ๒ ว่านอกจาก ๒ คําถามแรกแล้วที่กรุณาตอบด้วยก็คือว่า ท่านพูดจริง ๆ แล้วผม ก็ไม่ประสงค์จะไปหักหน้าหักตา แต่จะบอกท่านว่าที่ผมเอาข้อมูลท่านพูดมานี้ผมจด มาจากที่ท่านพูดในสภาครับ เปึนสัมภาษณ์ข้างนอกน้อยมากครับท่านประธาน ผมอยากให้ชาวนาขายข้าวได้จริง ๆ เหมือนกับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีพูดจริง ๆ บอกว่าตลาดส่งออกยังมีความต้องการข้าวสูง นาปรังและนาป้ราคาข้าวจะดีขึ้นกว่าอดีต ๕ เท่าตัว นั่นก็คือถ้าเผื่อ ๖,๐๐๐ บาทป้ที่แล้ว ป้นี้ก็ต้อง ๓๐,๐๐๐ บาท แต่เอาละถือว่า เข้าใจผิดกันไม่ว่ากันตรงนี้ แต่ท่านกําลังจะบอกว่าป้นี้ขายข้าวส่งออกได้ตันละ ๑,๐๐๐ เหรียญ ๑,๐๐๐ เหรียญนี่ถ้าเผื่อแปลมาเปึนกระสอบ ข้าวสารกระสอบละ ประมาณ ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ผนวกกับสิ่งที่ท่านบอกว่าเวลานี้ตลาดเปึนของผู้ขาย หลักเศรษฐศาสตร์ทั้งโลกขาดข้าว ผู้ผลิตข้าวแข่งกับไทยมีภัยธรรมชาติ คู่แข่งส่งออก ข้าวไทยห้ามส่งออก ไทยเปึนผู้ส่งออกข้าวเสรีรายเดียวของโลกขณะนี้ จริง ๆ ราคาข้าว ไม่ใช่ข้าวหอมมะลินะครับ ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ควรจะอยู่ที่ ๑๘,๐๐๐-๑๙,๐๐๐ บาท ด้วยซ้ําไป แต่ถ้าเราเอาความเปึนธรรมว่าเขาขายได้ ๑,๐๐๐ เหรียญ แปลมาเปึนข้าวเปลือก น่าจะได้ประมาณ ๑๖,๐๐๐–๑๗,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ไม่ใช่ ๑๒,๐๐๐–๑๔,๐๐๐ บาท เมื่อราคาเปึนอย่างนี้มันก็มีช่องว่างอยู่ประมาณเกวียนละ ๓,๐๐๐ บาท ผมก็ไม่ทราบว่า สิ่งที่คํานวณนี้ตกไปอยู่ที่ใคร แต่คําถามของผมในรอบที่ ๒ ที่ถามก็คือว่า ท่านประกาศว่า มีนโยบายขายข้าว ๒ ตลาดคือตลาดส่งออกกับตลาดข้าวสาร แล้วท่านก็บอกว่า คณะรัฐมนตรีไฟเขียวนําข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์บรรจุถุงขายให้ประชาชนในราคาทุน แล้วท่านก็พูดเลยว่าท่านจะนําข้าวสต็อก (Stock) รัฐบาล ๒ ล้าน ๑ แสนตันมาทําข้าวถุง โดยไม่เอากําไรและขายในราคาทุน โดยคิดจากต้นทุนข้าวป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ นี่คือสิ่งที่ ท่านพูด แล้วทีนี้ผมไปตามดูก็ดีใจแทนคนจน คนรายได้น้อยว่าไม่ได้ปลูกข้าวไม่เปึนไร กระทรวงพาณิชย์ใจดีจะทําข้าวถุงขายถูกให้ปรากฏว่ารองปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เปึน ประธานอนุกรรมการขายข้าวถุง ท่านก็แสนจะซื่อสัตย์มาประกาศบอกว่าเคาะราคาแล้ว ราคาข้าวถุงคนจน ๕ กิโลกรัมถุงละ ๑๒๐ บาท ถูกกว่าตลาดประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตลาดขายประมาณ ๑๗๐-๑๘๐ บาท แล้วท่านก็ยังพูดมาด้วยว่าต้นทุนของข้าวอยู่ที่ ๘๔ บาท ๓๔ สตางค์ ก็เท่ากับว่ากระทรวงพาณิชย์มีกําไรถุงละ ๓๕ บาท นอกจากนั้นแล้ว ท่านก็บอกว่าท่านทําข้าวถุง ๑ แสนถุงออกมาก่อน แล้วจะมีมาอีก ๒ แสนถุง วันที่ ๒๐ กับวันที่ ๓๐ รวมเปึน ๓ แสนถุง ท่านประธานครับ เด็กประถมก็บวกเลขได้ เฉพาะกรุงเทพมหานครท่านจัดข้าวถุงให้คนจน ๗๓,๐๐๐ ถุงดีไหมครับ ดี แต่บอก ได้เลยครับว่าไม่พอ คนกรุงเทพฯ มีอยู่ ๑ ล้าน ๙ แสนครัวเรือนครับ แต่ได้ข้าวถุงราคาถูก ๗๓,๐๐๐ ถุง แล้วก็จังหวัดพิษณุโลกของผมนี่มี ๒๖๐,๐๐๐ ครัวเรือน ท่านก็กรุณาส่งไป ขายให้ ๓,๐๐๐ ถุงครับ คําถามผมก็คือถามว่า กระทรวงพาณิชย์ส่งข้าวไปขายน้อย ขนาดนี้ทําเพื่อแก้บนจริง ๆ หรือเปล่า จริง ๆ แล้วคําถามผมคือว่า ส่วนต่างถุงละ ๓๕ บาท กระทรวงพาณิชย์มีส่วนเหลื่อม คําถามผมคือว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายหากําไร กับคนจนตั้งแต่เมื่อไร และจะดําเนินนโยบายนี้ต่อไปอีกนานเท่าใด นอกจากนั้นแล้ว ที่จะถามคือว่าข้าวถุงที่ออกมา ๓ แสนถุงจะทําต่อเนื่องไหม จะช่วยคนจนต่อเนื่องไหม หรือจะหยุดเพียงแค่นี้ และกรุณาตอบคําถามรอบแรกของผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ