สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

นพดล ปัทมะ หารือเรื่องเขาพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย และยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เสียพื้นที่ของประเทศไทย และจะหาทางออกร่วมกันกับกัมพูชา โดยมีจุดยืนที่จะไม่ให้ผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันในการพัฒนาและแบ่งพื้นที่พัฒนาร่วมกันตามสูตรที่ถูกต้อง

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้กรุณาให้เกียรติกับผมตั้งกระทู้ถามแล้วก็ให้โอกาสได้มาตอบในวันนี้ แม้ว่าผมจะ ไม่ได้คุยกับท่านป้กว่าหลังจากที่เหตุการณ์บ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ความรัก และความเคารพที่ผมมีต่อตัวท่านไม่ได้เสื่อมคลายลง ผมยังจําเวลาดี ๆ ที่ผมทํางาน กับท่านที่กระทรวงการต่างประเทศและทํางานในพรรคประชาธิปัตย์ และผมก็สํานึก อยู่เสมอว่าผมได้เกิดทางการเมืองก็เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ต่อคําถามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้สอบถามผมนั้น ผมอยากจะกราบเรียนประเด็นเรื่องเขาพระวิหาร แล้วก็เรื่อง ของการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยดังนี้ครับ ข้อมูลที่ท่านได้ให้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และได้กราบเรียนต่อท่านประธานนั้นหลายส่วนถูกต้องแล้วครับก็คือว่าเมื่อผมมาดํารง ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ได้ใส่ใจ กับเรื่องนี้แล้วก็ได้เรียกประชุมในโอกาสแรก เรื่องของการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารกับ คณะกรรมการมรดกโลกสังกัดยูเนสโกได้ดําเนินการมาก่อนที่กระผมจะมารับตําแหน่งเปึน ผมอยากจะกราบเรียนข่าวที่บอกว่า รัฐบาลชุดนี้เอาพื้นที่เขาพระวิหารไปแลกเปลี่ยน กับประโยชน์ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันหรือก๊าซธรรมชาติจะมูลค่า ๕ ล้านล้านบาทหรืออย่างไร ก็แล้วแต่นี่เปึนความเท็จโดยสิ้นเชิง ผมอยากจะกราบเรียนว่า ไม่มีรัฐมนตรีคนใด รัฐบาลใด หรือคนไทยคนใดแม้แต่จะคิดที่จะเอาแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียวไปแลกเปลี่ยนกับ ผลประโยชน์ของชาติ การเจรจาเรื่องของเขาพระวิหารและการเจรจาเรื่องของ ผลประโยชน์ในพื้นที่ทะเลไทยนั้นทํากันหลายหน่วยงาน ทําโดยหลายบุคคล ไม่มีใคร ที่จะไปยื่นหมูยื่นแมวใต้โต๊ะกันได้ นี่คือสิ่งซึ่งเรากําลังเจรจาอยู่ ประเทศไทยมีท่าที ที่ชัดเจนครับท่านประธานที่เคารพว่า เราจะต้องเจรจาพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิทับซ้อน อ้างอธิปไตยนั้นให้ได้ก่อนเพื่อมาบริหารและจัดการร่วมกันก่อนจึงจะสามารถดําเนินการ จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเปึนมรดกโลกต่อคณะกรรมการมรดกโลก ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ประเทศกัมพูชาจะมีการเลือกตั้งประมาณ ปลายเดือนกรกฎาคมนี้เปึนการเลือกตั้งทั่วไป และขณะเดียวกันคณะกรรมการมรดกโลก จะประชุมกันที่ควิเบกที่แคนาดาก็ประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเปึนประเด็นที่อ่อนไหวในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ไม่ว่า จะอ่อนไหวสักเพียงไรก็ตามผมขอให้คํามั่นกับท่านประธานว่าผมจะดูแลเรื่องนี้อย่างดี ที่สุดแล้วจะไม่ให้มีการเสียผืนแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมอยากกราบเรียน เพิ่มเติมท่านประธานครับ เรื่องของสถานะล่าสุดเมื่อวานผมได้เดินทางไปพร้อมกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ไปเป่ดถนนสาย ๔๘ เกาะกง-สะแรอัมเบิล ซึ่งเปึนโครงการที่ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือกัมพูชาให้กู้ดอกเบี้ยต่ําประมาณ ๘๐๐ กว่าล้านบาท และขณะเดียวกันให้เปล่าประมาณ ๒๘๘ ล้านบาท เปึนถนน ความยาว ๑๕๒ กิโลเมตร ก็ได้มีการหารือกันนอกรอบ ไม่ใช่นอกรอบในรอบนี่นะครับ ส่วนตัวกับท่านรองนายกรัฐมนตรีสก อาน ซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีและเปึนรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรกัมพูชาก็ได้พูดคุยกันเรื่องนี้ด้วยนะครับ ในเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งเรื่องของการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเขาพระวิหาร การเจรจาเปึนไป อย่างฉันมิตรแล้ว อยากจะเรียนว่า มีโอกาสที่เราจะสามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้ โดยไม่ใช่ เปึนการอ่อนข้อของฝ์ายใดทั้งสิ้นแต่เปึนการหาทางออกร่วมกันของทั้ง ๒ ประเทศ โดยไม่ใช่เปึนการที่เสียประโยชน์แต่อย่างใดทั้งสิ้น ประมาณภายใน ๒ สัปดาห์นี้ก็คงจะมี การพัฒนาการไปในทางที่ดี ผมอยากจะกราบเรียนเปึนครั้งแรกในรอบป้กว่าที่ผ่านมาที่เรา พอจะเห็นแสงสว่างในการเจรจาร่วมกันของทั้ง ๒ ประเทศ ในเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร โดยไม่มีการเสียพื้นที่ของประเทศไทยหรือกระทบต่อพื้นที่ที่เราอ้างสิทธิทับซ้อนแต่อย่างใด ทั้งสิ้น อันนี้คือเรื่องของปราสาทเขาพระวิหารครับ

เรื่องของพื้นที่พัฒนาร่วมในทะเล เมื่อป้ ๒๕๑๕ กัมพูชาได้ประกาศ เขตไหล่ทวีป เมื่อป้ ๒๕๑๖ ประเทศไทยได้ประกาศเขตไหล่ทวีปจึงมาซ้อนกันเปึนพื้นที่ ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรืออาจจะมากกว่านั้นเมื่อไปรังวัดให้ชัดเจน อีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ติติงเรื่องตัวเลข แต่อันนี้ คือตัวเลขที่ทางกระทรวงการต่างประเทศมีในเบื้องต้น ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร การแบ่งพื้นที่พัฒนาร่วมนั้นมีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) เมื่อประมาณป้ ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ว่า จะต้องเจรจาให้เสร็จสิ้น พื้นที่ทับซ้อนหรือพื้นที่พัฒนาร่วม หรือจอยท์ ดีเวลลอปเมนท์ แอเรีย (Joint Development Area) หรือเราเรียกง่าย ๆ ว่า เจดีเอ (JDA) ในหน้าหนังสือพิมพ์มีอยู่ ๒ ส่วนครับ ส่วนที่เหนือเส้นรุ้งที่ ๑๑ องศานั้นบริเวณเกาะกูดเปึนส่วนที่ตกลงกันว่า จะแบ่งเขตพื้นที่ทะเลหรือภาษากฎหมายระหว่างประเทศเรียกว่า ดิลิมิเทชั่น (Delimitation) ส่วนใต้เส้นรุ้งที่ ๑๑ องศานั้นจะตกลงพัฒนาหาผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้ไปหาปลา หรือหากุ้งแต่หาน้ํามันและก๊าซธรรมชาติใต้ท้องทะเลมาพัฒนาร่วมกัน การเจรจายุติไป หลังจากที่สถานทูตเราในกรุงพนมเปญถูกเผาแล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีความคืบหน้า ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องนี้เจรจากันไปนานไม่มีความคืบหน้า แต่ก่อนน้ํามันอาจจะ บาร์เรลละประมาณ ๑๙ เหรียญ ๒๐ เหรียญ แต่ตอนนี้น้ํามันราคาประมาณ ๑๒๐ เหรียญ ต่อ ๑ บาร์เรล ความเร่งรีบในการจะหาหรือแก้ไขปัญหาความมั่นคงของพลังงานของ ประเทศมีทั้งที่กัมพูชาและมีทั้งประเทศไทยและเปึนประโยชน์ร่วมกันที่จะเจรจากันต่อไป ตอนนี้การเจรจาคืบหน้าไปมากครับท่านประธานที่เคารพ เมื่อวานนี้ก็ได้หารือกับทาง กัมพูชาอีกครั้งหนึ่งเหลือเพียงแค่การแบ่งพื้นที่ว่าจะแบ่งแบบสูตรอะไรยังต่างกันอยู่บ้าง เช่น จะสูตรเท่ากัน หมายถึงสมมุติว่ามีพื้นที่อยู่พื้นที่หนึ่งจะแบ่งหาร ๓ เท่ากัน หรือจะแบ่ง ใกล้ประเทศกัมพูชา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ใกล้ประเทศไทย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตรงกลาง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นเปึนประเด็นแรกที่ยังตกลงกันไม่ได้

ประเด็นที่สองเรื่องการแบ่งรายได้ที่ได้จากการขายทรัพยากรที่ขุดขึ้นมา จากในพื้นที่ที่แบ่งไปแล้วว่าจะใช้สูตร ๙๐ ใกล้ประเทศใดคนนั้นได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ห่างไกลประเทศนั้นคนนั้นได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงกลาง ๕๐-๕๐ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ เปึนความคืบหน้าในการเจรจา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในขณะนี้เรายัง ตกลงกันไม่ได้แต่บรรยากาศในการเจรจาเปึนไปด้วยดี การเร่งรีบเจรจานั้นมิได้มุ่ง วัตถุประสงค์ที่จะไปช่วยใครให้ได้รับสัมปทานหรือเพื่อที่จะให้ใครได้รับผลประโยชน์ แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ การเร่งเจรจาเพราะสภาพของมันเจรจากันมานานแล้ว แล้วประเทศทั้งสองตกลงเต็มใจที่จะร่วมเจรจากันต่อไป สัปดาห์หน้าทางกัมพูชาจะส่ง คณะทํางานมาเจรจากับคณะทํางานของกระทรวงการต่างประเทศ มีกลไกที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่า การเชื่อมโยงที่บอกว่ามีการเสนอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์นั้นไม่มี การเชื่อมโยงแต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ การเจรจาเรื่องเขาพระวิหารกับการเจรจาเรื่องพัฒนา พื้นที่ในอ่าวไทยร่วมกันนั้นอิสระแยกจากกันทั้งในแง่ของเนื้อหาสาระหรือภาษา กระทรวงการต่างประเทศเขาเรียกว่า สารัตถะ แยกต่างหากจากกันทั้งในแง่กลไกหรือ คณะกรรมการที่ทํางานแต่สามารถเจรจาไปพร้อม ๆ กันได้ แยกต่างหากจากกันแต่เจรจา ไปพร้อม ๆ กันได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จึงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนมีแต่ผลประโยชน์ ร่วมกัน กระทรวงการต่างประเทศขอให้ความมั่นใจกับท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ว่า เราจะดูแลการเจรจาให้คืบหน้าอย่างดีที่สุด และไม่มีประเทศใดที่จะเสียประโยชน์ และไม่มีการแลกแผ่นดินเพื่อน้ํามันและ ก๊าซธรรมชาติอย่างเด็ดขาด ขอบคุณครับ