หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร หารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องการขอให้ UNESCO จดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแก้ไขปัญหานี้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาทับซ้อนเขตแดนและแหล่งพลังงานธรรมชาติ โดยมุ่งหวังให้รัฐบาลดำเนินการอย่างระมัดระวังในการค้นหาพื้นที่ทับซ้อนและค้นหาสิทธิผลประโยชน์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาเปึนเรื่องที่สําคัญ และเปึนเรื่องที่ได้รับความสนใจเปึนอย่างมากในขณะนี้ กระผมจึงใคร่ขอตั้งกระทู้ถามสด ตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ แต่ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าในฐานะที่กระผมและท่านรัฐมนตรีเคยเปึนผู้ร่วมเส้นทางทางการเมือง มาก่อนทํางานกันหลายยุคหลายสมัย ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับที่ท่านนั่ง อยู่บนทางโน้น แล้วในขณะเดียวกันขอให้กําลังใจกับท่านในการทํางานครับ นอกจาก อุปสรรคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทุกคนต้องเผชิญแล้ว ผมทราบดีว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการจะต้องเผชิญปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปรับ บทบาทจากการเปึนคนที่ทําอาชีพส่วนตัวมาเปึนรัฐมนตรีเปึนเจ้ากระทรวงที่มีความสําคัญ มากที่สุดกระทรวงหนึ่งทั้งในประวัติศาสตร์และในปัจจุบันนะครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีปัญหาสําคัญในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และสาธารณชนอย่างมาก
ปัญหาที่ ๑ เรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาได้ดําเนินการขอให้องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียน เขาพระวิหารเปึนมรดกโลกเมื่อป้ที่แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาทั้งสองเปึนปัญหาสําคัญและผมคิดว่าจะต้องดําเนินไปในแนวทาง ของมันเอง เพื่อความเข้าใจตรงกันผมขอเรียนให้ทราบถึงสภาพปัญหาสักเล็กน้อยนะครับ
ปัญหาแรก ปัญหาเขาพระวิหาร หลังจากประเทศกัมพูชาได้รับเอกราช เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๖ ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในเรื่อง ความเปึนเจ้าของเขาพระวิหารซึ่งเปึนที่ตั้งของโบราณสถานที่สําคัญที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๐๕ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลกได้พิพากษาให้ เขาพระวิหารตกเปึนของกัมพูชา แต่ในขณะเดียวกันคําพิพากษายังคงให้ฝ์ายไทยเปึน เจ้าของพื้นที่ประมาณ ๕ ตารางกิโลเมตรซึ่งเปึนเส้นทางที่เข้าถึงเขาพระวิหารที่ปลอดภัย ที่สุดและสะดวกที่สุด นับแต่ป้ ๒๕๐๕ เปึนต้นมาความสําคัญของเขาพระวิหารมีมากกว่า ความเปึนที่ตั้งของโบราณสถานที่สําคัญครับ นับแต่ป้ ๒๕๐๕ สําหรับกัมพูชาไม่ว่าจะ เปึนระบอบใด รัฐบาลใด เขาพระวิหารคือสัญลักษณ์ของความเปึนประเทศเอกราช และความมีประชาธิปไตย ความมีอธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ และนับแต่ป้ ๒๕๐๕ สําหรับ ประเทศไทยถึงแม้ว่าเราได้ยอมรับคําพิพากษาอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ก็เปึนปัญหาเกี่ยวกับ จิตใจเช่นเดียวกัน เปึนความรู้สึกว่าได้สูญเสียบูรณภาพแห่งดินแดนโดยไม่ถูกไม่ควร ดังนั้นเมื่อรัฐบาลกัมพูชาได้ดําเนินการขอให้ยูเนสโกจดทะเบียนเขาพระวิหารเปึนมรดกโลก แต่เพียงฝ์ายเดียว ฝ์ายไทยจึงได้แสดงความกังวลอย่างสมเหตุสมผล เพราะการจดทะเบียน เปึนมรดกโลกย่อมมีนัยและผลกระทบต่อการจัดการบริหารพื้นที่สําหรับการเข้าถึง เขาพระวิหารซึ่งเปึนของไทย และถ้าไม่แสดงท่าทีใดก็อาจจะสูญเสียดินแดนดังกล่าว โดยนัยก็ได้ รัฐบาลชุดที่แล้วได้ดําเนินการอย่างถูกต้องครับ โดยมอบหมายให้มีผู้แทน พิเศษคือ ท่านอดีตทูตมนัสพาสน์ ชูโต เปึนผู้แทนในการเจรจาก็ขอให้ฝ์ายกัมพูชา ตกลงว่า การยื่นเรื่องขอจดทะเบียนเปึนมรดกโลกจะต้องเปึนเรื่องที่ทั้ง ๒ ฝ์ายทําด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงหาข้อยุติไม่ได้ก่อนที่รัฐบาลจะพ้นจากตําแหน่ง
ปัญหาที่สอง ปัญหาพื้นที่ที่ทับซ้อนทางทะเลเปึนเรื่องสําคัญเช่นเดียวกัน ไทยกับกัมพูชายังตกลงเรื่องเขตแดนทางทะเลไม่ได้ ยังคงมีพื้นที่ซึ่งทั้ง ๒ ฝ์ายยังคง อ้างสิทธิเหมือนกัน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเปึนแหล่งพลังงานธรรมชาติที่มหาศาล เปึนเรื่อง สําคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่น้ํามันแพง ผมเห็นด้วยกับหลักการนะครับ หลักการว่า ถ้าตกลงกันในเรื่องการกําหนดเขตแดนทางทะเลในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไม่ได้ จริง ๆ ก็ควรหัน หน้าเข้าหากันเก็บเรื่องอธิปไตยไว้บนหิ้งแล้วร่วมมือกันพัฒนาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เหมือนไทยกับมาเลเซียได้ทําในอดีตและกําลังทําอยู่ด้วย แต่เรื่องนี้ต้องดําเนินการ อย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน ๒ ส่วนด้วยกัน
ส่วนแรก การคํานวณพื้นที่ทับซ้อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้พูดว่าจะเปึนประมาณ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ผมคิดว่าท่านคง ยังพูดไม่ได้นะครับ เพราะว่าก่อนที่เราจะรู้ว่าพื้นที่ทับซ้อนอยู่ตรงไหน เราจะต้องรู้ว่า สิทธิเราอยู่ตรงไหน แล้วในการคํานวณเขตแดนทางทะเลในบางส่วนเราต้องลากเส้นปัก เขตแดนทางบก ซึ่งในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีรู้ดีกว่าผมว่ายังไม่มีการดําเนินการในการสํารวจ และปักเขตแดนทางบกเท่าไรนัก
ส่วนที่สอง การคํานวณส่วนแบ่งว่าผลประโยชน์จะเปึนอย่างไร ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็สรุปเหมือนกันว่าผลประโยชน์คงประมาณ ๕ ล้านล้านบาท แต่ผมก็คิดว่าคงยังพูดไม่ได้เพราะว่ามันก็ขึ้นกับราคาน้ํามันในอนาคต แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่า พื้นที่ทับซ้อนของเราที่จะตกลงนั้นเปึนอย่างไร แล้วก็อย่าลืมว่าแหล่งน้ํามัน แหล่งก๊าซธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะอยู่ทางฟากเรานะครับ
ดังนั้นใน ๒ ส่วน ในการคํานวณพื้นที่ทับซ้อนและการคํานวณผลประโยชน์ ต้องดําเนินการอย่างระมัดระวังจะรวบรัดเร่งรัดไม่ได้ครับ จะให้นายทุนใหญ่มาชี้ขาดว่า อะไรเปึนอะไรไม่ได้ เพราะเปึนเรื่องผลประโยชน์มหาศาลของไทย
คําถามแรกที่ผมอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคือ กระทรวงการต่างประเทศมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาทั้งสองอย่างไร และในการเจรจามีการโยงมีการผนวก ๒ เรื่องเข้าหากันหรือไม่ ไม่ว่าการโยงกันนั้น เปึนการโยงโดยตรงหรือโดยนัยหรือไม่อย่างไร ขอบคุณมากครับ