ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนา ศึกษา วิจัยองค์ความรู้เพื่อการนำน้ำบาดาลขึ้นมาเป็นทรัพยากรน้ำของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต ใช้เวลาในช่วงนี้เพื่อให้ข้อสังเกตแล้วก็มีคําถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี และท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน ทั้งคณะด้วยนะคะที่ได้รอเวลาจนถึงบัดนี้ ดิฉันทราบว่าท่านมาตั้งแต่บ่ายโมงพร้อมกับ ที่ดิฉันเข้าสภารอหลายชั่วโมงนะคะ ดิฉันสนใจเรื่องรายงานการสอบบัญชีการเงินแล้วก็ รายงานผลการประเมินค่าใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาน้ําบาดาล เนื่องจาก ตระหนักว่าน้ําบาดาลนั้นเปึนทรัพยากรน้ําที่สําคัญของประเทศ แล้วก็เปึนแหล่งน้ําที่สําคัญ ของประชาชนไม่ว่าจะเปึนน้ําอุปโภคบริโภคน้ําเพื่อการเกษตร หรือว่าน้ําเพื่อการอุตสาหกรรม ดิฉันไม่สงสัยในความโปร่งใสหรือว่าในเรื่องการใช้เงินนะคะ เพราะว่าผ่านการตรวจสอบของ สตง. แล้วก็ดูแล้วหลายท่านได้อภิปรายแล้ว แต่ดิฉันมีข้อสังเกตต่อพันธกิจแล้วก็อํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการพัฒนากองทุนน้ําบาดาลนะคะว่า หลังจากที่ได้ตั้งกองทุนมาหลายป้นี้ ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาน้ําบาดาลได้ดําเนินการได้บรรลุเปัาหมาย เพียงใดนะคะ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์สําคัญในการก่อตั้งกองทุนในเรื่องของการศึกษา วิจัย พัฒนา และการอนุรักษ์แหล่งน้ําบาดาลและสิ่งแวดล้อมนะคะ ซึ่งดิฉันได้เข้าไปศึกษา ในเอกสารของกองทุนพัฒนาน้ําบาดาลได้ระบุอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาน้ําบาดาลไว้อย่างชัดเจนนะคะ ไม่ว่าจะเปึนการควบคุมการใช้จ่ายเงินหรือ ทรัพย์สิน การเสนอแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ําบาดาลและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เนื่องจากว่าองค์ความรู้เรื่องน้ําบาดาลนี่ทั้งในประเทศไทย และนานาชาติดิฉันคิดว่าคงยังมีน้อยมาก เพราะว่าผู้รู้ในเรื่องน้ําบาดาลดิฉันเองก็มีโอกาส ได้พูดคุยกับนักวิชาการในเรื่องน้ําก็ได้รับเสียงสะท้อนว่าคนไทยเรายังมีความรู้เรื่องน้ําบาดาล รวมทั้งน้ําต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย ดังนั้น อย่างเช่น องค์การสหประชาชาติเองก็ได้กล่าวว่า น้ําบาดาลนั้นเปึนทรัพยากรที่ซ่อนเร้นหรือแม้แต่ธนาคารโลกเองก็ได้ขนานนามว่าน้ํา บาดาลนี่เปึนน้ํานินจาใช่ไหมคะ เพราะว่าอยู่ใต้ดิน แล้วก็เปึนแหล่งน้ําที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าถึงได้ยากต้องใช้เงินหมื่น เงินแสน เงินล้าน ถึงจะได้ใช้น้ําบาดาล ดังนั้นคิดว่าถ้าเราได้มีองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาน้ําบาดาลเพื่อการเปึน แหล่งน้ําสําคัญของประเทศก็น่าจะเปึนประโยชน์ ดังนั้นการศึกษาวิจัยเรื่องความรู้ เกี่ยวกับน้ําบาดาลจึงน่าจะเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ ซึ่งกองทุนพัฒนาน้ําบาดาลนั้นน่าจะ มีเปัาหมาย พันธกิจในเรื่องนี้เปึนสําคัญนะคะ เมื่อดิฉันไปดูในแผนแม่บทที่เขียนไว้ ในเอกสารที่ปรากฏ ปรากฏว่าแผนแม่บทนี้เขียนไว้ดีนะคะ เปัาหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปัาหมาย ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ตลอดจนแผน แต่พอไปดูในรายละเอียดแล้วดูเหมือนจะ เปึนแผนแม่บทของกรมทรัพยากรน้ําบาดาลมากกว่าจะเปึนแผนแม่บทของกองทุนพัฒนา น้ําบาดาล เพราะว่ามันเปึนภารกิจของกรมนะคะ จริง ๆ แล้ววิสัยทัศน์ของกองทุนพัฒนา น้ําบาดาลนี่น่าจะมุ่งเน้นเปัาไปที่การพัฒนา ศึกษา วิจัยองค์ความรู้เพื่อการนําน้ําบาดาล ขึ้นมาเปึนทรัพยากรน้ําของประเทศซึ่งจะบริหารจัดการได้ง่ายมากกว่าน้ําบนดินเสียอีก เพราะตอนนี้ประเทศเราก็วิกฤติน้ํา ดิฉันเองก็อยู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะคะ ตอนนี้ ก็มีปัญหามากมายเกี่ยวกับน้ําบาดาล โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทาน แล้วก็ การนําน้ําจากแหล่งน้ําขนาดใหญ่ไม่สะดวก ยกตัวอย่าง เช่น แม้จะอยู่ใกล้เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีน้ํามหาศาลก็สามารถนํามาใช้เฉพาะในพื้นที่รอบเขื่อน แต่พื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปนั้น จะขุดสระน้ําขนาดเล็กก็ไม่ได้ เพราะว่าสภาพพื้นดินนั้นไม่สามารถเก็บกักน้ําได้เปึนสภาพ ชั้นหินนะคะ แล้วก็การจะลงทุนสูบน้ําจากเขื่อนขึ้นมานั้นก็ต้องต้นทุนสูง เพราะฉะนั้น น้ําอย่างเดียวที่พี่น้องประชาชนเกษตรกรจะใช้ได้ก็คือน้ําบาดาล วันนี้หลายครอบครัว ที่ดิฉันเดินทางลงไปในพื้นที่ปรากฏว่าเขาใช้น้ําบาดาลในการเลี้ยงโคนม แล้วพื้นที่แห่งนั้น ก็มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้ตั้งมา โรงงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่งก็ใช้น้ํามาก ก็เริ่มมีเสียงสะท้อนร้องทุกข์จากประชาชนนะคะว่าบ่อบาดาลของพี่น้องประชาชนนั้น ก็เริ่มแห้ง ดังนั้นพอถามความรู้เรื่องน้ําบาดาลก็ไม่มีใครตอบได้ชัดนะคะว่าโพรงน้ําหรือว่า ปริมาณน้ําจะเปึนอย่างไร ดังนั้นคิดว่าเรื่องการทําแผนที่น้ําบาดาล ดิฉันเองก็ได้ไปติดตามดู แต่ก็ยังไม่มีความรู้เพียงพอนะคะ ก็ขอฝากงานวิจัยในเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ นอกจากนั้นแล้ว จากเอกสารการก่อตั้งกองทุนพัฒนาน้ําบาดาลที่มีโครงการปรากฏในการศึกษานี้ประมาณ ๙ โครงการหรือ ๑๐ โครงการที่ปรากฏจากการก่อตั้งกองทุนมามี ๑๐ โครงการที่เปึนงานวิจัย ใช้เงินไปประมาณ ๗๒ ล้านบาท อันนี้ดิฉันคิดว่าก็เปึนเรื่องที่ดีที่ได้มีการดําเนินการ แต่ผลการศึกษาวิจัยนี้น่าจะได้มีการเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบ งานวิจัย ถ้าอยู่บนหิ้งก็จะไม่มีประโยชน์ แล้วก็จะเอาไปเชื่อมโยงกับนโยบายกับกระทรวงอื่น ๆ ได้ด้วย โดยเฉพาะงานศึกษาวิจัยเรื่องการปนเปุ๋อนของน้ําบาดาลอันเนื่องจากสารเคมีเกษตรนะคะ อันนี้ก็จะไปสอดคล้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะรณรงค์เรื่องของการลดการใช้ ปุิยเคมีหรือว่าสารเคมี เพราะว่าถ้าเกิดมีการปนเปุ๋อนลงไปในแหล่งน้ําก็จะทําให้มีผลต่อ สุขอนามัยของประชาชนนอกจากนั้นก็ยังมีข้อสงสัยที่เปึนคําถามคือ ในช่วงหนึ่งดิฉันเคย ได้ยินว่าในพื้นที่ที่วิกฤติน้ําบาดาลก็คือกรุงเทพมหานครแล้วก็ปริมณฑลนั้น เนื่องจาก มีสภาพแผ่นดินทรุด ก็ทําให้มีการระงับโครงการการขุดเจาะน้ําบาดาลไปทั่วประเทศ ซึ่งจาก ข้อมูลทางวิชาการก็บอกว่าจริง ๆ แล้วพื้นที่ที่เปึนปัญหาเปึนพื้นที่ส่วนน้อย พื้นที่ส่วนใหญ่ ของประเทศนั้นยังมีน้ําบาดาลมหาศาล แล้วก็ยังเปึนแหล่งน้ําของประชาชนได้ ดังนั้น คิดว่าในเรื่องข้อมูลทางวิชาการเองนักวิชาการก็มีความขัดแย้ง จึงน่าจะมีการศึกษาวิจัย แล้วก็ให้ความกระจ่างกับผู้ปฏิบัติด้วย นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเรื่องของการศึกษาวิจัย ที่ดิฉันขอเสนอว่าถ้าหากนักวิจัยของกรมทรัพยากรน้ําบาดาลมีน้อย ดิฉันคิดว่ามีสถาบัน อุดมศึกษาหลายแห่งที่มีนักวิชาการในเรื่องนี้ อาทิเช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย หรือว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทํางานวิจัยในเรื่องนี้แล้วอาจจะไม่มี แหล่งทุน ถ้ากองทุนพัฒนาน้ําบาลดาลจะได้เป่ดโอกาสให้นักวิชาการหรือว่านักวิจัยอิสระ ตลอดจนนักวิจัยชาวบ้านได้ใช้องค์ความรู้ในท้องถิ่นเพื่อศึกษาวิจัยน้ําบาดาลนี่ก็จะเปึน ประโยชน์นะคะ เพราะว่าบางครั้งชาวบ้านเองเขาก็มีข้อสังเกตว่า ทําไมน้ําบาดาลแห้งลงเกิดจากมีถนนตัด ธารน้ําซับหรือไม่ หรือว่ามีเส้นทางใดที่ไปทําให้ ตอนก่อนปู์ย่าตายายเขาใช้น้ํามาไม่เคยแห้ง แต่ปัจจุบันมันแห้ง ก็จะมีข้อสังเกตที่เปึนองค์ความรู้ของชาวบ้านนะคะ ถ้าหากว่ากองทุน ได้เป่ดโอกาสให้นักวิจัยเหล่านี้ได้เสนอโครงการเข้ามารับการสนับสนุนทุนเพื่อการวิจัย ก็จะเปึนประโยชน์นะคะ เนื่องจากเวลามีจํากัดดิฉันก็ขออนุญาตให้ข้อสังเกต แล้วก็ ข้อคิดเห็นเพียงเท่านี้ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ