สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวเรื่องการอภิปรายในหมู่ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาแจ้งผลการสอบสวนใน 2 ประเด็น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตรบกวนเวลาของท่านประธานกับสภา เล็กน้อยครับ เพราะว่าท่านประธานพาดพิงถึงกระผม ๒-๓ ครั้งว่า เรื่องนี้หลังจากที่มีการพูดว่าให้มาปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในพรรค แต่ท่านบอกว่า ไม่อยากให้เปึนภาระของกระผม เบื้องต้นผมก็ขอขอบพระคุณท่านประธานไม่เพียงแต่ กังวลว่าจะเปึนการโยนภาระให้กับผมหรือว่าผู้หลักผู้ใหญ่ท่านอื่น ๆ แล้วก็ขอขอบคุณ ที่ท่านได้กรุณาทําหน้าที่ประธานคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งผมถือว่าได้ทําหน้าที่อย่างดียิ่ง แล้วก็ได้นําเอาข้อสรุปมารายงานให้กับพวกเรารับทราบในวันนี้ อย่างไรก็ตามขอรบกวน เวลาอีกนิดเดียวเท่านั้นล่ะครับ เพราะเรียนตามตรงว่าก็นั่งฟังด้วยความไม่สบายใจ เพราะว่า ไม่อยากเห็นบรรยากาศในสภาผู้แทนราษฎรของเราเปึนอย่างนี้ แล้วก็มีความรู้สึกว่า ความตึงเครียดหรือความรู้สึกในใจอย่างที่ท่านประธานได้กรุณาพูดแล้วก็เรียกร้องให้ พวกเรานี่ใช้ความอดทน มันยังคงจะเปึนปัญหาอยู่ถ้าหากว่าเราสรุปกันไปแล้วก็จะมี คําถามมากมายจากสื่อสารมวลชนแล้วก็ไปพูดต่อเนื่องกันไปอีกนะครับ ผมอยากกราบเรียน อย่างนี้ว่า ผมก็พยายามฟังแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน ส.ส. ในซีกรัฐบาลมันก็มีคําพูด แล้วก็เปึนข้อเสนอซึ่งมันยังแตกต่างกันไป บางท่านบอกว่าอยากให้จบในสภาแห่งนี้ บางท่านก็บอกว่ามันคงต้องเปึนเรื่องของกระบวนการข้างนอก เช่น ตํารวจหรือการดําเนินการ ตามกฎหมาย ผมคงขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ข้อคิดเพื่อเปึนทางออกสําหรับทุกฝ์าย แล้วก็ไม่เรียกร้องว่าจะต้องมีข้อยุติอะไร แต่ว่าเปึนข้อคิดไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านแล้วก็ รวมทั้งคุณการุณ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านด้วยนะครับ ประเด็นนี้คงเปึนปัญหา ทั้งในเรื่องของกระบวนการทางการเมืองกับกระบวนการทางกฎหมาย กระบวนการ ทางกฎหมายนั้นผมกราบเรียนว่า เปึนเรื่องที่พวกเราคงไม่สามารถไปก้าวล่วงได้แล้วผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะต้องใช้วิจารณญาณกันเอาเองว่าจะดําเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร แต่ว่ากระบวนการ ทางการเมืองนี่มันมีประเด็นอยู่ว่าเพื่อนสมาชิกบอกน่าจะจบตรงนี้ ปัญหามันเปึนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับว่า ท่านประธานกรุณาแจ้งผลการสอบให้พวกเราทราบใน ๒ ประเด็น ที่ท่านประธานสมศักดิ์ได้กําหนดเอาไว้ มีข้อสรุปมาเรื่องการใช้ถ้อยคํากับเรื่องการทําร้าย ร่างกาย ปัญหาก็มีอยู่ว่าข้อสรุปของคณะกรรมการมันขัดแย้งกับคําชี้แจงของตัวคุณการุณ ในวันที่มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ซึ่งวันนั้นนอกจากจะชี้แจงแล้วความจริงก็มีลักษณะ ในการกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า เวลาที่เราบอกว่า เรื่องซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทําผิดล่วงเกินกันไปอย่างไรนี่น่าจะให้อภัยกันได้ กระผม เชื่อว่าพวกเราในซีกฝ์ายค้านนี่ก็คิดไม่แตกต่างครับ แต่การให้อภัยหรือไม่ก็ต้องกราบเรียน อย่างนี้ว่า ผู้กระทําความผิดนี่ต้องแสดงออกถึงการยอมรับข้อเท็จจริงเสียก่อนจึงเกิดการอภัยได้ ท่านประธานคงนึกออกนะครับ ถ้าท่านประธานมาทําอะไรผมนี่แล้วท่านประธานบอกว่า ได้ทําไปแล้วขอโทษ ผมก็ให้อภัยท่านประธานได้ แต่ว่าถ้าท่านทําแล้ว แล้วท่านประธาน ก็ไปบอกว่าท่านประธานไม่ได้ทําแล้วมีกรรมการมาบอกว่าทํา แล้วบอกว่าให้ผมให้อภัย ท่านประธานนี่มันจะเริ่มต้นได้อย่างไร ก็ฝากเปึนข้อคิดถึงคุณการุณ ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าคิดว่าอยากให้จบตรงนี้บอกมีการให้อภัยกันท่านก็คงต้องแสดงท่าที บางอย่างว่ายอมรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลการสอบสวนหรือไม่ ส่วนท่านมีเหตุผล ที่อยากจะชี้แจงระบายความในใจว่าที่ท่านทําลงไปนี่เพราะเข้าใจอย่างที่ท่านประธาน สรุปนะครับว่ามีการท้าทายก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง แต่ถ้าสมมุติว่ามันไม่มีกรณีอย่างนี้ ผมคิดว่าทางท่านประธานก็คงไม่มีทางเลือกว่ารายงานซึ่งอาจจะเปึนฉบับย่อ ฉบับสรุปนี่ คงจะต้องดําเนินการส่งสําเนาให้กับพวกเราทุกคนว่ามันมีช่องทางอยู่ในทางการเมือง ที่จะดําเนินการต่อไปหรือไม่ เนื่องจากเจ้าตัวนี่ยังไม่ได้ยอมรับผลของการสอบตรงนั้น ผมก็จึงให้ข้อคิดว่าเรื่องนี้วันนี้คงอาจจะไม่ได้คําตอบ แต่ว่าเพื่อความเปึนธรรมทุกฝ์าย ถ้าอยากให้เรื่องจบในนี้ก็คงจะต้องมีการแสดงท่าทีบางอย่างของผู้ที่ถูกสอบ ถ้าคิดว่า ไม่อยากจะทําเช่นนั้น ผมคิดว่าก็คงเปึนสิทธิของสมาชิกทุกท่านครับที่จะได้รับรายงาน ที่เปึนลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการหรือจะเปึนฉบับย่อก็ได้ถ้าเห็นว่าในรายละเอียด ไม่เหมาะสม แล้วเราก็จะไปพิจารณาดําเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ