สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ โดยเรียกร้องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ตกต่ำ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมจําเปึน ต้องลุกขึ้นมาใช้เวลาของสภาสั้น ๆ ด้วยความห่วงใย เนื่องจากว่าความล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ที่ผมได้ยื่นญัตติขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปศึกษาเรื่องนี้ ความล้มเหลวอันนั้นได้สะท้อนให้เห็นแล้ว ในฤดูการผลิตป้นี้ก็คือในพื้นที่ภาคตะวันออก และในอีก ๒ เดือนเศษข้างหน้า คือประมาณปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมต่อเนื่องไปถึงเดือนกันยายน ความล้มเหลวแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกในพื้นที่ภาคใต้ผมถึงห่วงใย ที่พูดเช่นนี้ก็เนื่องจากว่า ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ําเปึนวัฏจักรแห่งความเลวร้าย เปึนวัฏจักรแห่งความไม่รับผิดชอบ เปึนวัฏจักรที่เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดมาโดยตลอดของรัฐบาล และป้นี้ ก็จะเกิดขึ้นอีก ไม่มีการทบทวน ไม่มีการเอาบทเรียนจากป้ก่อน ๆ มาเพื่อที่จะเตรียมการ ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะฉะนั้นข้อเสนอในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ จึงเปึนความจําเปึนของสภาแห่งนี้ เมื่อป้ที่แล้วเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ เราได้พบเห็น ปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้ต้องขนมังคุดมากองทิ้ง ต้องมาชุมนุม ประท้วงและขายผลผลิตจากสวนได้เพียงราคากิโลกรัมละ ๓-๕ บาทเท่านั้น ซึ่งในเวลานั้น เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาภาครัฐก็เข้าไปแก้ไขปัญหาแต่ว่าเปึนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยที่ไม่ได้มีการเตรียมการอะไรมาก่อนความล้มเหลวจึงเกิดขึ้น อันที่จริงแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้มีตัวเลข ในการพยากรณ์ผลผลิตผลไม้ก่อนฤดูออกดอกออกผลทุกป้ครับ แต่ว่าก็นั่นแหละครับทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งกระทรวงพาณิชย์เองก็ออกมา ยืนยันว่าจะสามารถรับมือได้ สามารถแก้ไขปัญหาได้แต่ก็เกิดความล้มเหลวต่อเนื่อง เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคมที่ผ่านมาผมได้เคยตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาล เตรียมการปัองกันแก้ไขปัญหาแต่เนิ่น ๆ เวลานั้นผลไม้จากภาคตะวันออกยังไม่ออกมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณวิรุฬ เตชะไพบูลย์ มาตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ให้หลักประกันใด ๆ ว่าจะสามารถรองรับการแก้ไขปัญหา ไม่สามารถที่จะรับมือ ของผลไม้ในพื้นที่ที่จะออกมาในแต่ละพื้นที่ได้ และในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เกิดปัญหานี้ ขึ้นมาก็เปึนผลจากการที่ไม่ได้เตรียมการของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้เกษตรกรภาคตะวันออกก็ร้องไม่ออกแล้วครับ เพื่อนสมาชิกจากภาคตะวันออก ก็บอกแล้วว่าทุเรียน มังคุด เงาะขายที่สวนราคาไม่ถึง ๑๐ บาททุกชนิด ขณะที่ต้นทุน การผลิตมากกว่า ๑๐ บาทขึ้นไปแบบนี้จะอยู่ได้อย่างไร คนไทยอาจจะดีใจได้กินผลไม้ ราคาถูกแต่ชาวสวนล่ะครับ นี่เปึนโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องนําไปขบคิด ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอบในสภาก่อนที่กระทู้ถามผมจะเข้าสภา เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม มาพูดในที่ประชุมแห่งนี้บอกว่าเกษตรกรชาวสวนมังคุดไม่ต้องห่วง เขาไปติดต่อผู้ค้าในประเทศฝรั่งเศสไว้แล้วสามารถที่จะระดมมังคุดที่มีคุณภาพจากประเทศไทย ไปขายอย่างน้อย ๑,๐๐๐ ตัน กระจายไปตามโมเดิร์น เทรดในฝรั่งเศส ๖,๐๐๐ สาขา แล้ววันนี้เปึนอย่างไรครับ ราคาผลผลิตในภาคตะวันออกก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในภาคตะวันออกได้ ตัวเลขผลผลิตในป้นี้ครับ ผมพูดเฉพาะภาคใต้ ตัวเลขของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองบอกว่าผลไม้รวม ของภาคใต้ป้นี้จะมีประมาณ ๘๒๓,๐๐๐ ตัน โดยเฉพาะมังคุดมี ๑๗๘,๐๐๐ ตัน ลดลงจากป้ที่แล้วประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าตัน นี่เปึนตัวเลขที่ท้าทายท่านว่าจะจัดการ กับปัญหานี้อย่างไร เมื่อป้ ๒๕๕๐ สํานักเศรษฐกิจการเกษตรก็ทํานายไว้แบบนี้บอกว่า เฉพาะมังคุดนี้จะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า ๕๑๗,๐๐๐ ตัน เพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๔๙ ถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ยังไม่สามารถ รับมือได้ครับ ป้นี้ผมเข้าใจว่าอาจจะเจอปัญหาแบบเดียวกันเหมือนป้ที่แล้ว ป้ที่แล้วเกษตรกรเขาทําอย่างไรครับ ส่วนที่เปึนกลุ่มเปึนสหกรณ์เขาก็ออกไปหาตลาดกันเอง ต่อรองกับพ่อค้าเอาเอง ขายได้ราคาต่ําก็ต่ํา ส่วนที่ ๒ คือเกษตรกรรายย่อย พวกนี้ ไม่สามารถที่จะทําอะไรได้นอกจากยอมตามแรงบีบของพ่อค้า ซึ่งเกษตรกรรายย่อย เหล่านี้ไม่ได้เข้าไปสังกัดกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรมีมากถึงครึ่งหนึ่งก็ต้องจําหน่ายอยู่ ในตลาดท้องถิ่นตามมีตามเกิด ส่วนที่ทนภาวะขาดทุนไม่ไหวคือยอมปล่อยทิ้ง เพราะถ้า ไปเก็บมังคุดในสวนก็เสียเวลาแล้วก็เสียเงินไปเปล่า ๆ ในช่วงที่เกิดปัญหาในป้ที่แล้ว เราได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาประสาน เราได้กรุงเทพมหานครเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดหาตลาด ป้นี้ก็ต้องการแบบนี้อีกเช่นกัน ผลไม้หลักที่จะเปึนปัญหาอีกอันหนึ่ง ซึ่งผมจะไปเร็ว ๆ ก็คือ ปัญหาเรื่องลองกองในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความจริงแล้วในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพังงาก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ที่ผมห่วงใยก็คือ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เนื่องจากว่าลองกองในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนลองกองที่มีคุณภาพเคยขายได้ราคาสูงมากถึงกิโลกรัมละ ๘๐ บาท ๙๐-๑๐๐ กว่าบาท ก็มีครับ แต่ป้ที่แล้วราคาตกลงเหลือประมาณกิโลกรัมละ ๒๕-๓๐ บาทเท่านั้นเลวร้ายมากครับ ในรอบ ๑๐ ป้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลองกองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เคยประสบ ปัญหาแบบนี้ ป้ที่แล้วมีตัวเลขการผลิตได้ถึง ๘๕,๐๐๐ ตัน กระทรวงพาณิชย์ ในเวลานั้นบอกว่าจะระดมส่งออกให้ได้ประมาณ ๓๐๐ ตัน แต่ที่ผมติดตามข่าวในป้ที่แล้ว ลองกองจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เปึนข่าวที่ออกไปขายในต่างประเทศก็มี ที่ส่งไปเมืองจีนเพียงแค่ ๑๐ ตัน ซึ่งกว่าจะส่งออกไปได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ต้องมีกระทรวงกลาโหมเข้าไปเปึนผู้บริหารจัดการ มี ศอ.บต. มีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ เข้าไปช่วยกันใหญ่เลยครับได้แค่ ๑๐ ตัน ป้นี้เห็นบอกว่าตั้งเปัาไว้จะส่งออกถึงประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน ผมดูแล้วท่าจะเปึนจริงได้ยาก เรามีข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรหลายข้อ แต่ผมจะนําเรียนกับท่านเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นก็คือเรื่องการจัดหาตลาด ตลาดในประเทศ ซึ่งถ้าเกิดสามารถระบายได้เพื่อนสมาชิก ท่านสาธิต ป่ตุเตชะ ก็ได้นําเรียนแล้วว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ จะเปึนตัวที่จะช่วยระบายสินค้าโดยเฉพาะ มังคุดออกไปสู่ตลาดในประเทศได้มาก กรุงเทพมหานคร ในภาคเหนือ ในภาคอีสาน ในภาคกลางถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับ อบจ. ทั่วทุกจังหวัดก็จะสามารถระบาย ผลไม้เหล่านี้ไปขายได้ ทั้งมังคุด ลองกองซึ่งเปึนผลไม้ที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ นิยมชมชอบอยู่แล้วซึ่งเปึนสิ่งที่จะต้องสนับสนุน ตลาดในประเทศอันหนึ่งที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าจะพยายามส่งเสริมแล้วก็จัดเงินงบประมาณไว้ถึง ๓๕ ล้านบาท ในป้นี้บอกว่าจะมีการจัดงานเทศกาลผลไม้ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แผนงานหนึ่ง อีกแผนงานหนึ่งคือการจัดงานเทศกาลผลไม้ในแหล่งผลิต เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด พะเยา ลําพูน เชียงใหม่อะไรต่าง ๆ นครศรีธรรมราช ผมมีข้อเสนอ กับท่านอย่างนี้ว่าการจัดงานเทศกาลผลไม้ในแต่ละจังหวัดนี่ท่านก็เห็นแล้วว่า โดยส่วนใหญ่จะเปึนการนําเอาสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ผลไม้มาเปึนส่วนประกอบ ของงานกลายเปึนงานแสดงสินค้าด้านอื่น เปึนงานแสดงขายสินค้าเสื้อผ้ามือสอง เปึนงานสวนสนุกอะไรต่าง ๆ แบบนั้นไปมากกว่าซึ่งอาจจะล้มเหลวและเปึนการสูญเปล่า ที่ใช้เงินมากถึง ๓๕ ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งครับตลาดต่างประเทศที่บอกว่าต้องพยายามกัน ต่อไปทั้งตลาดในยุโรป ในจีน ผมคิดว่าดูตามรายงานที่นําเสนอในเอกสารชิ้นนี้บอกว่า จะต้องใช้วงเงินถึง ๖๐ ล้านบาท แล้วก็จะจัดแสดงสินค้าผลไม้ไทยในต่างประเทศ ในตลาดหลักในจีน ในอินเดีย ในยุโรป ในออสเตรเลีย ในเวียดนามอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่า ต้องมีแผนที่แน่นอนเพราะว่าตัวเลขเงินงบประมาณที่วางไว้ ๖๐ ล้านบาทมันทําอะไรมาก ไม่ได้หรอกครับ แค่โฆษณาผ่านสื่อในต่างประเทศ ๖๐ ล้านบาทนี่จะพอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ การประสานงานร่วมมือระหว่างหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทําอย่างไรผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ ควรจะตอบและน่าที่จะให้ข้อมูลกับสภาแห่งนี้ สุดท้ายก็คือในเรื่องของการบริหารจัดการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมที่บอกว่า ๓ ประสาน จะช่วยกันในการระดมผลไม้ออกสู่ตลาดให้ได้มากที่สุดและราบรื่นที่สุด เอาเข้าจริง ในระดับกระทรวงนี่มีการประสานงานกันได้ครับ แต่ว่าในระดับพื้นที่ ในระดับจังหวัด ยังไม่ได้ตื่นตัวเรื่องนี้และไม่มีเจ้าภาพที่จะเข้ามาจัดการอย่างแท้จริง ผมฝากเรื่องนี้ไว้สั้น ๆ เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ