สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑

อนุสรณ์ วงศ์วรรณ หารือเรื่องอาคารแฟลตดินแดงและขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข รวมถึงการฟื้นฟูโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้ต้องใช้เวลา 25-30 ปีในการดำเนินการให้สำเร็จ และการเตรียมการและการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ มีการดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับมอบหมายจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ตอบญัตติด่วนแทนนายสุธา ชันแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการ ซึ่งท่านสุธา ยังป์วยอยู่นะครับ จากการอภิปรายแสดงความคิดเห็นทรรศนะและข้อเสนอแนะของท่านผู้ที่ ยื่นญัตติก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ยื่นญัตติ ท่านพีระพันธุ์ ท่านวิชาญ ทั้งคณะที่ได้ให้ความสนใจ ในความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวแฟลตดินแดงนะครับ จากการที่ได้รวบรวมคําถามแล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ นะครับ ก็สรุปรวมแล้วมีทั้งหมด ประมาณ ๓ ประเด็นด้วยกัน แล้วก็มีข้อปลีกย่อยซึ่งกระผมอยากจะขออนุญาตท่านประธาน เรียนตอบเปึนข้อ ๆ โดยย่อ เนื่องจากได้ตอบไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่แล้วนะครับ

ปัญหาข้อแรกก็คือ ปัญหาสภาพของอาคารแฟลตดินแดง ก็อย่างที่ ท่านวิชาญได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ แฟลตดินแดงนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อป้ ๒๕๐๖ อายุก็ ประมาณ ๔๕ ป้แล้ว เปึนจํานวน ๖๔ อาคาร ๔๔๔ หน่วย แล้วการเคหะแห่งชาติ ได้สร้างเพิ่มอีก ๕,๐๙๘ หน่วย ซึ่งรูปแบบที่มีปัญหาก็คือ มันมีปล่องขยะอย่างที่ท่านสมาชิก ได้เรียนแล้วนะครับ รวมทั้งเมื่อสมัยก่อนเทคโนโลยีในการก่อสร้างก็ไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน ไม่มีคอนกรีตแบบ เรดดี้ มิกซ์ (Ready-mix ) ซึ่งมี สเตรงธ์ (Strength) สูงเหมือนปัจจุบัน และมี สเปกเหมือนปัจจุบัน การใช้งานก็มีปล่องขยะอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้เรียนแล้วนะครับ ซึ่งตัวปล่องขยะนี้เปึนตัวสําคัญในการที่สร้างกรด เปึนการกัดกร่อนตัวคอนกรีตและเหล็ก ซึ่งปล่องขยะนี้ก็ผูกโยงกับตัวเสาหลักเหมือนกัน โอกาสที่จะกัดกร่อนเหล็กเข้าไปจนถึง ตัวอาคารก็มีความเปึนไปได้สูงเหมือนกัน อีกอย่างหนึ่งก็เกี่ยวกับการโอเวอร์โหลด (Overload) คือพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ก็ก่อสร้างเพิ่มเติมไปในลักษณะชานข้างนอกทําให้น้ําหนัก เพิ่มขึ้น

และอีกเรื่องหนึ่งที่มีผลกระทบก็คือติดอยู่กับถนนสายหลักคือวิภาวดี แล้วก็อโศก-ดินแดง ซึ่งมีแรงสั่นสะเทือนมากเนื่องจากการจราจรทําให้สภาพของอาคาร ทรุดโทรมเร็วขึ้น ความเปึนมาก็คือในป้ ๒๕๔๕ กับป้ ๒๕๔๖ ได้ให้สถาบันเอไอทีสํารวจ สภาพอาคารรวมทั้งเปึนการสํารวจเพื่อออกแบบซ่อมแซม ซึ่งผลออกมาทางเอไอที ก็บอกว่าไม่คุ้มค่า อัตราความเสียหายมากนะครับ แล้วทาง วสท. วิศวกรรมสถาน ก็มีข้อคิดเห็นในข้อที่ ๔ ว่า เหล็กโครงสร้างผุกร่อน ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งในข้อที่ ๖ บอกว่ามีคลอไรด์ (Chloride) ในเนื้อคอนกรีตสูงกว่ามาตรฐานทําให้เหล็กเปึนสนิมได้ง่าย สภาวิศวกรรมก็ได้มีความเห็นว่าให้ทําการซ่อมแซมโดยด่วน อันนี้คือข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็ต่อมาคณะกรรมการปัองกันอุบัติภัยแห่งชาติ กปอ. ก็ได้ให้ระงับการใช้เมื่อ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ซึ่งการเคหะแห่งชาติก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ไม่ได้ละทิ้งแต่อย่างใด ก็ได้ดําเนินการซ่อมแซมด่วนในชุดที่วิกฤติเมื่อตุลาคม ๒๕๕๐ แล้วก็ยังได้ออกแบบ ประกวดราคาซ่อมแซมดินแดง ๑ ในวงเงิน ๑๗.๑ ล้านบาทซึ่งได้ผู้รับจ้างแล้ว แล้วก็ ออกแบบประกวดราคาซ่อมแซมดินแดง ๒ วงเงิน ๒๑.๕ ล้านบาทซึ่งได้ผู้รับจ้างและอยู่ ระหว่างการประกวดราคา รวมทั้งในป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ซ่อมแซมอาคารภายนอก ๗ สัญญา ประมาณ ๑๒ ล้านบาท ซึ่งก็เห็นได้ว่าการเคหะแห่งชาติก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามซ่อมแซมมาโดยตลอด ในขณะเดียวกันก็ได้ให้หน่วยงานต่าง ๆ หาข้อมูล ในการที่สํารวจอยู่ตลอดมานะครับ สําหรับประเด็นว่าการเคหะแห่งชาติได้สร้าง ความหวาดกลัวประเด็นตึกพัง อยากกราบเรียนว่าเมื่อมีการจ้างสํารวจของเอไอที กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รายงาน ครม. ถึงผลการศึกษาของ เอไอทีและ ครม. ได้มีมติให้ กปอ. คือ คณะกรรมการปัองกันอุบัติภัยแห่งชาติไปสํารวจ ติดตามปัองกันอันตราย ซึ่ง กปอ. ก็ได้มีข้อเสนอแนะให้การเคหะแห่งชาติแจ้งเตือน ผู้อยู่อาศัยและหาวิธีหาที่อยู่ใหม่ขณะที่ทําการก่อสร้างหรือว่าซ่อมแซมอยู่ และให้ซ่อมแซม ในจุดที่อันตราย รวมทั้งสํารวจเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมให้เหมือนเดิม ซึ่งในเดือนมกราคม ๒๕๕๐ การเคหะแห่งชาติก็ได้จ้างเอไอทีดังที่กล่าวมาแล้วในการออกแบบซ่อมแซม ในเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๐ ซึ่งเอไอทีได้เสนอผลสํารวจเพิ่มเติมและเสนอต่อหน่วยงาน เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กทม. กปอ. ผู้แทนชาวแฟลตดินแดง และผู้ทรงคุณวุฒิ จนเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐ กปอ. ก็ประชุมเห็นว่าอาคารไม่สมควรใช้พักอาศัย ให้ กทม. ระงับการใช้อาคาร เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการเคหะแห่งชาติไม่ได้เปึนผู้สั่งการ ในการที่จะไปให้ระงับการใช้อาคารนะครับ เปึนส่วนของคณะกรรมการปัองกันอุบัติภัย แห่งชาติซึ่งเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัย

สําหรับประเด็นที่สามคือ ประเด็นการจัดทําโครงการฟุ๋นฟูเมืองชุมชน ดินแดง อยากจะกราบเรียนว่า การเคหะแห่งชาติได้ก่อสร้างอาคารเช่าไว้ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ยูนิต ๙๙ โครงการ ซึ่งมีอายุต่างกันและกําลังเสื่อมสภาพลง การเคหะแห่งชาติ ก็ได้นําเสนอแผนงานฟุ๋นฟูเมืองในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในช่วง ป้ ๒๕๓๒ คือได้ดําเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว มีการวางแผนมาล่วงหน้าแล้ว คงไม่ใช่ มาทําการฟุ๋นฟู ทําแผนฟุ๋นฟูในขณะที่มีปัญหาเรื่องแฟลตดินแดงนะครับ เนื่องจากว่า จากประสบการณ์ในต่างประเทศการทําโครงการฟุ๋นฟูเมืองจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ ๒๕–๓๐ ป้ถึงจะสําเร็จ เพราะฉะนั้นการเตรียมการเกี่ยวกับการฟุ๋นฟูชุมชนดินแดงก็ได้ ทํามาก่อนหน้านี้โดยตลอด เนื่องจากว่าคงจะมีเรื่องที่ทรุดโทรมไปเรื่อย ๆ วันใดวันหนึ่ง ก็คงจะต้องมีการทําอยู่ดี ซึ่งได้ดําเนินการมาโดยต่อเนื่องมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กทม. กรมธนารักษ์ได้รับการช่วยเหลือจากไจก้า (JICA : Japan International Cooperation Agency หรือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งประเทศญี่ปุ์น) ในการศึกษา และมีการนําเสนอบอร์ด (Board) และคณะรัฐมนตรีมาหลายยุคหลายสมัย จนสุดท้ายมีมติ ครม. เมื่อป้ ๒๕๔๓ เห็นชอบในแผนแม่บทและให้ศึกษาแนวทางการร่วม ลงทุนกับภาคเอกชนด้วย ซึ่งหลักการของการเคหะแห่งชาติก็คือได้มีมติบอร์ดเมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๑๐ คือ ๑. ผู้อยู่อาศัยต้องมีสิทธิในการอยู่ที่เดิม อันนี้คือหลักการที่ได้รับ นะครับ ๒. การเคหะแห่งชาติจะไม่แสวงหากําไรดําเนินการโครงการ ๓. ให้มีการร่วมคิด ร่วมทํากับชาวดินแดง ๔. ช่วยเร่งให้ซ่อมแซมจุดที่เปึนอันตราย ซึ่งกระผมก็ได้เรียน ให้ทราบแล้วว่าการเคหะแห่งชาติก็ได้ทํามาแล้วนะครับ ๕. สื่อสารให้ชาวดินแดง และประชาชนทราบ ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้การเคหะแห่งชาติก็ยังสื่อสารให้ชาวดินแดง และประชาชนทราบมาโดยตลอด

แนวทางในการเลือกรับรองผู้อยู่อาศัยในขณะที่มีการก่อสร้างคือ ๑. ผู้ที่ต้องการ จะอยู่ในโครงการใหม่ก็สามารถอยู่ในโครงการใหม่ได้คือทางเลือกที่ ๑ ๒. ก็คือผู้ไม่ประสงค์ จะอยู่ เลือกที่จะรับค่าตอบแทน ๒๕๐,๐๐๐ บาท บวกค่าขนย้ายอีก ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ก็มีมติ ครม. อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามว่ามติ ครม. มีไหม ซึ่งมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๑ ขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งนะครับ ข้อ ๒.๒ การกําหนดทางเลือกสําหรับผู้อยู่อาศัยกรณีประสงค์ย้ายออกจากโครงการ โดยจะจ่ายเปึนเงินชดเชยสิทธิหน่วยละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท และเงินช่วยเหลือค่าขนย้าย จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ให้ถือเปึนกรอบวงเงินที่คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติจะใช้ ในการประสานหารือกับผู้อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็คือเปึนมติ ครม. ว่าให้เอาไปหารือ ส่วนที่เกี่ยวข้องได้นะครับ ๓. เสียค่าเช่าเท่าเดิมแต่ย้ายไปอยู่อาคารที่ไม่อยู่ในแผนฟุ๋นฟู ๔. ย้ายไปโครงการบ้านเอื้ออาทร ส่วนประกอบ นี่คือหลักการดําเนินการของคณะกรรมการ การเคหะแห่งชาตินะครับ ในกรณีที่จะมีโครงการฟุ๋นฟูเมืองชุมชนดินแดง สุดท้ายคณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติก็ยืนยันมาว่าทุกอย่างที่การเคหะแห่งชาติทํามาด้วยความสุจริตใจ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนพร้อมกับความอยู่ดีมีสุข มีความผาสุกในโอกาสในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ