สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ตอบคำถามเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและราคาปุ๋ย โดยชี้ปัญหาความแพงของปุ๋ย และขอให้รัฐบาลควบคุมราคาปุ๋ย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขอตอบคําถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านอิสสระ สมชัย
ในคําถามแรกถาม ๒ ประเด็นคือ ประเด็นว่าด้วยรัฐบาลมีการควบคุม กระบวนการผลิตปุิยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่รัฐบาลกําหนดหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่า มีการควบคุมถามว่า ทําไมปุิยยี่ห้อเดียวกันแต่ต่างบริษัทกันแล้วก็เปึนสูตรเดียวกันจึงมี ราคาที่แตกต่าง ขอรายละเอียด
และคําถามที่ ๒ บอกว่า มีปุิยจําหน่ายในท้องตลาดกี่ยี่ห้อ รัฐบาลมีการ ควบคุมราคาจําหน่ายปุิยหรือไม่ หากมีการควบคุมเพราะเหตุใดปุิยจึงมีราคาแพงขึ้นทุกป้
ผมตอบคําถามก่อนนะครับ เพื่อทําความเข้าใจว่าการผลิตปุิยวันนี้ เราก็ผลิตได้ เราผลิตได้คือปุิยอินทรีย์ ปุิยอินทรีย์เคมี ผมจะแยกให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่า ปุิยปัจจุบันนี้มีอยู่ ๓ ประเภทชนิด ชนิดที่ ๑ ปุิยเคมี ปุิยเคมีนี้เปึนปุิยที่ได้มาจาก สารประกอบอินทรีย์ หมายถึง สิ่งที่ไม่มีชีวิตที่ให้ธาตุอาหารพืชเปึนสารประกอบ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตทางเคมี ปุิยเคมีแบ่งออกเปึน ๒ ประเภท คือ ปุิยเดี่ยวกับปุิยผสม ปุิยเดี่ยวคือปุิยเคมีที่มีธาตุอาหารอยู่เพียงธาตุเดียว เช่น เมื่อกี้นี้ที่ท่านอิสสระ สมชัย ได้อภิปรายนั่นละครับ ๔๖-๐-๐ อย่างนี้ ๐-๐-๖๐ อย่างนี้ นี่คือปุิยเดี่ยว คือปุิยเคมี ที่มีธาตุอาหารอยู่เพียงชนิดเดียว สุดแท้แต่ว่าผู้ประกอบการจะนําปุิยเดี่ยวตัวไหนมา ในปุิยนั้นมีธาตุอาหารหลักอยู่ ๓ ตัว คือ เอ็น (N) ไนโตรเจน อี (E) คือฟอสฟอรัส และเค (K) คือโปรแตสเซียม นี่คือปุิยเคมี ปุิยเคมีนั้นเปึนปุิยเดี่ยวที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วมีธาตุอาหารเพียงชนิดเดียว เกษตรกร จะเลือกว่าต้องการไนโตรเจน หรือว่าต้องการฟอสฟอรัส หรือว่าต้องการโปรแตสเซียม ในปุิยสูตรนี้จะมีเขียนไว้ข้างถุงกํากับชัดเจนครับ ส่วนปุิยเคมีประเภทที่ ๒ เรียกว่า ปุิยผสม คือปุิยที่มีธาตุอาหารตั้งแต่ ๒ ธาตุขึ้นไป ซึ่งท่านสมชัยก็ศึกษามาอย่างละเอียด ๑๖-๒๐-๐ นี่คือปุิยที่มีผสม ๒ ตัวขึ้นไปเขาเรียกว่า ปุิยผสม หรือ ๑๕-๑๕-๑๕ ๑๖-๑๖- ๘ นี่คือ ปุิยผสม ทั้งปุิยผสมและปุิยเดี่ยวซึ่งเปึนปุิยเคมี ณ วันนี้ประเทศไทยผลิตไม่ได้ต้องสั่ง จากนอกโดยตรง ปุิยประเภทนี้ราคาแพงหูดับตับไหม้ครับ แพงขึ้นมาอย่างน่าสงสัย ราคาเขยิบขึ้นทุกวัน ซึ่งเดี๋ยวผมจะบอกถึงเหตุผล ปุิยประเภทที่ ๒ คือ ปุิยอินทรีย์ที่ผม บอกว่าสามารถผลิตได้ภายในประเทศ ปุิยอินทรีย์ คือปุิยที่ได้จากสารประกอบอินทรีย์ หรือสิ่งที่มีชีวิต ได้แก่ ซากพืช ซากสัตว์ และจุลินทรีย์โดยผ่านกระบวนการย่อยสลาย ปุิยอินทรีย์นี้แยกออกเปึน ๔ ประเภทคือ ปุิยคอก ปุิยหมัก ปุิยพืชสด ปุิยชีวภาพ ซึ่งสุดแท้แต่ว่าเราจะใช้อย่างไหน แต่ทั้งหมดนี้เราเรียกกันว่า ปุิยอินทรีย์ ปุิยคอก หมายถึง ปุิยที่ได้จากมูลสัตว์ เช่น คุณอิสสระก็คงจะเคยใช้สมัยเราเด็ก ๆ ปุิยขี้ควาย ปุิยขี้วัวนั่นล่ะ เอามาทําเปึนปุิยหมัก อันที่ ๒ ปุิยพืชสดเปึนปุิยที่ได้จากการไถกลบพืชตระกูลถั่ว ในปัจจุบันเรากําลังรื้อฟุ๋น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังรื้อฟุ๋นประเพณีการไถ กลบตอซัง เกี่ยวข้าวเสร็จแทนที่จะเผาเราก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรนี่นํารถมาไถกลบ ตอซังเสียแล้วก็พักดินไว้ประมาณ ๑๕ วันที่เราไถกลบตอซังก็จะแปรสภาพย่อยสลาย กลายเปึนปุิยอินทรีย์ไป ปุิยอีกชนิดหนึ่งก็คือปุิยคอก ปุิยคอกก็คือ ปุิยมูลสัตว์ต่าง ๆ ขี้เปึด ขี้ไก่ ขี้หมูนั่นแหละครับเปึนปุิยคอกอย่างดี และปุิยพืชสดเปึนปุิยที่ได้จากการไถกลบ พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว ปอเทือง ถั่วพุ่ม ปุิยประเภทนี้เราผลิตได้เอง และปุิยประเภทที่ ๓ คือปุิยอินทรีย์เคมีซึ่งปัจจุบันนี้ในเมืองไทยเรามีประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าโรงงาน เปึนการนํา ปุิยอินทรีย์ที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว ๓–๔ ประเภทมาผสมกับหัวแม่ปุิยคือปุิยเคมีจะผสมกับ ตัวเอ็น ตัวพี ตัวเคก็แล้วแต่ อันนี้เรียกว่า ปุิยอินทรีย์เคมี วันนี้ปุิยอินทรีย์เคมีแล้วก็ปุิยอินทรีย์ เราสามารถผลิตได้เอง ส่วนปุิยเคมีเราต้องนําเข้าอย่างเดียว รัฐมีมาตรการในการควบคุมเรื่อง คุณภาพของปุิยครับ ปุิยเคมีที่เราผลิตไม่ได้ แต่สั่งนําเข้ามา หรือแม้แต่กระทั่งปุิยอินทรีย์ ปุิยอินทรีย์เคมีก็ตาม วันนี้เรามีพระราชบัญญัติปุิย พุทธศักราช ๒๕๑๘ และก็มีการแก้ไขเพิ่มเติม ป้ ๒๕๕๐ การจะนําปุิยเคมีเข้ามา ไม่ใช่อยู่ ๆ นาย ก นาย ข หรือบริษัท ก บริษัท ข จะนําปุิย เข้ามาก็สั่งเข้ามา ไม่ใช่ครับ ต้องมีการขออนุญาตก่อน ขออนุญาตนําเข้า หรือแม้แต่ กระทั่งการผลิตปุิยอินทรีย์ ปุิยอินทรีย์เคมี ก็จําเปึนต้องขออนุญาตก่อน หรือแม้แต่กระทั่ง การขายปุิย ร้านค้าในท้องตลาดทั่วไปจะขายปุิยไม่ใช่อยู่ ๆ ก็สั่งปุิยเข้ามาขายได้ ต้องขออนุญาตก่อนครับ อันที่ ๒ เมื่อสั่งนําเข้ามาแล้วต้องมีการขึ้นทะเบียนปุิยเคมี ต้องมีการขึ้นทะเบียนนะครับว่า บริษัทนี้นําปุิยยี่ห้อนี้เข้ามามีการขึ้นทะเบียนก่อน และในขณะเดียวกันก่อนที่จะขึ้น ทะเบียนออกขาย ทางกรมวิชาการเกษตรต้องมีการตรวจสอบคุณภาพปุิยก่อน มีการตรวจสอบตั้งแต่จุดนําเข้า สถานที่ในการที่คุณจะเอามาผสมใส่ถุงเปึนเท่าไร ๆ เขาเรียกว่า กระบวนการผลิตก่อนที่จะออกจําหน่าย รวมทั้งสถานที่จําหน่ายด้วย ซึ่งจากการที่ผสมผสานเหล่านี้ก็มีพ่อค้าที่เอารัดเอาเปรียบขายปุิยไม่เต็มสูตร ดังที่เมื่อก่อนสงกรานต์ผมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระชัย แสนแก้ว เปึนประธานในการดูแลเรื่องปุิยปลอม เรื่องสารเคมีปลอม ออกไปกวาดล้าง ก็ไปจับปุิยปลอมขนาดใหญ่ได้ที่พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และนอกจากนั้นเรายังมีเจ้าหน้าที่ของเราออกตระเวนตรวจจับตลอด ป้นี้ป้ ๒๕๕๑ เราจับกุมแล้วก็ดําเนินคดีผู้ที่ทําผิดกฎหมายนี้ ๙๖ คดี ถามอีกว่าทําไมปุิยจึงมี ราคาแตกต่างกัน ต้องบอกครับว่าปุิยที่แตกต่างกันมันแตกต่างกันที่คุณภาพของวัตถุดิบ กรรมวิธีในการผลิตที่แตกต่างกัน ความสามารถในการที่จะละลายหรือคุณสมบัติ ของปุิยนะครับ และที่สําคัญก็คือยี่ห้อครับ จะเห็นว่าปุิยหัววัวคันไถที่เมื่อสักครู่นี้ ท่านอิสสระ สมชัย พูด กับปุิยตราพระอาทิตย์กับปุิยตรากระต่ายราคาสูงกว่าเขาครับ ในขณะที่ปุิยยี่ห้ออื่น ๆ ราคาถูกกว่าเยอะ ตรงนี้มันอยู่ที่แบรนด์ (Brand) มันอยู่ที่ยี่ห้อ ซึ่งผู้คนใช้มานานมีความเชื่อมั่นปุิยว่าปุิยตรานี้มีคุณภาพดีกว่า ปุิยตรานี้นํามาจาก ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ปุิยยี่ห้อนี้นํามาจากทางยุโรป ปุิยยี่ห้อนี้ทําจากจีน ทําจาก เอเชีย มันจึงทําให้ราคาแตกต่างกันทั้งแบรนด์ด้วย ทั้งระยะการขนส่งจากยุโรป มาประเทศไทย จากตะวันออกกลางมาประเทศไทย และจากจีน จากเกาหลีใต้ จากฟ่ลิปป่นส์มาประเทศไทย มันก็ทําให้ต้นทุนเหล่านี้แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ปุิยสูตรเดียวกันต่างยี่ห้อราคาจึงแตกต่างกันด้วยเหตุผลนี้ครับ
ส่วนคําถามข้อที่ ๒ ถามบอกว่า ปัจจุบันมีปุิยจําหน่ายในท้องตลาดกี่ยี่ห้อ รัฐบาลมีการควบคุมราคาจําหน่ายปุิยหรือไม่ หากมีการควบคุมเหตุใดปุิยจึงแพงเอา ๆ ขึ้นทุกป้ คําถามข้อนี้กราบเรียนว่า ปัจจุบันนี้เรามีปุิยจําหน่ายในท้องตลาดที่ขอขึ้นทะเบียน ไว้ทั้งหมด ๔๙๘ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้า โดยเปึนผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับปุิยที่ขอ ขึ้นทะเบียนปุิยทั้งหมด ๒๘๘ ราย ผู้ขอขึ้นทะเบียนประกอบการค้าปุิยมี ๒๘๘ ราย แต่จดทะเบียน จดยี่ห้อของปุิย ๔๙๘ รายครับ รัฐบาลมีการควบคุมราคาจําหน่ายปุิย หรือไม่ ต้องบอกเลยครับว่าเรื่องนี้ทางกระทรวงพาณิชย์เปึนผู้ดูแลได้จัดให้ปุิยเปึนสินค้า ควบคุมพิเศษ ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์จะกําหนดราคาปุิยโดยวางโครงสร้างของราคา ที่จะให้บริษัทปุิยขายไว้ โดยกําหนดฐานในการคิดราคาจําหน่ายไว้ว่า ราคาปุิยที่นําเข้า มาจากต่างประเทศเท่าไรให้ถือเปึน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าบริหาร ค่าจัดการ ค่าบรรจุปุิย ส่วนประกอบส่วนนี้อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วราคาปุิยที่นําเข้ามา กับการบรรจุภัณฑ์ กับบริหารจัดการ ตรงนี้ ๒ ตัวรวมกันแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ แน่นอนครับ การประกอบการ ต้องมีผลกําไรด้วย ทางกระทรวงพาณิชย์จึงกําหนดว่าให้คิดผลกําไรได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นราคาปุิยจึงประกอบด้วยฐานราก ๓ ตัวคือ ๑. ราคาปุิยที่นําเข้ามาจากต่างประเทศ เท่าไร ถือเปึน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ๒. ค่าบริหาร ค่าจัดการ ค่าบรรจุภัณฑ์ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ และ ๓. คือผลกําไร ๒ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วทั้งหมดตรงนี้ละครับเปึนราคาปุิยที่ขายให้กับพี่น้อง ทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะควบคุมดูแลว่าปุิยนําเข้ามาเท่าไร ราคาเท่าไรก็จะดูจากใบ ที่ส่งเข้ามา ราคาซีไอเอฟ (CIF) เท่าไร ราคาต้นทุนเท่าไร กระทรวงพาณิชย์ก็จะกําหนดว่า ขายได้ไม่เกินเท่านี้ ถามว่าทําไมปุิยราคาแพงทุกวัน ปุิยนั้นเกี่ยวพันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับน้ํามันครับ ปุิยนี้เปึนผลพลอยได้จากป่โตรเลียม เมื่อราคาน้ํามันมันขึ้นปุิยก็ขึ้นมันเปึนเรื่องปกติ แล้วในขณะเดียวกันเมื่อน้ํามันขึ้นปุิยซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของน้ํามันก็ขึ้น แล้วไหนจะเปึน ค่าขนส่งอีกน้ํามันมันขึ้นมันก็ต้องขึ้น รัฐบาลก็พยายามในการที่จะควบคุมดูแลเรื่อง ราคาปุิยว่าไม่ให้ขึ้นเกินความเปึนจริง แล้ววันนี้ก็ต้องบอกอีกครับ ท่านนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยได้มอบหมายให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าลองไปดูสิ ปุิยที่ไหนราคามันน่าจะถูกกว่า เพราะเรามีข้อมูลว่าบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปเยือนแล้วก็มีการพบปะ มีการพูดคุยกัน ทราบว่าราคาปุิย อินโดนีเซียราคาถูกกว่าปุิยที่นําเข้ามาจําหน่ายเปึนจํานวนมากระหว่างตันต่อตัน แล้วในขณะเดียวกันทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เสาะหาแหล่งปุิยก็ได้พบ บางประเทศราคาปุิยถูกกว่าบริษัทที่นําเข้าปัจจุบันตันหนึ่งประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้เงิน ๓๐๐ ล้านบาทในการที่จะไปบริหารจัดการนําปุิยประเทศต่าง ๆ ที่ราคาถูกกว่า บริษัทผู้นําเข้านํามาเปึนโครงการนําร่องก่อน ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กําลังดําเนินการโครงการนําร่องโดยกําลังสอบราคาว่าของใครถูกที่สุด บนความถูกต้องบอกก่อนนะครับอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วเมื่อสักครู่ว่า ก่อนจะนํา ปุิยเข้ามา ก่อนจะเจรจาตกลงกัน ทางกรมวิชาการเกษตรจะต้องตรวจดูคุณภาพปุิย เสียก่อนว่ามาตรฐานได้ไหม คุณภาพเปึนอย่างไร เมื่อดูตัวอย่างคุณภาพได้ มาตรฐานได้ สั่งเข้ามาแล้วก่อนที่จะมาบรรจุปุิย ก่อนที่จะมาบรรจุถุงส่งให้กับเกษตรกร กรมวิชาการ ก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อเดินทางมาถึงแล้วปุิยที่มาถึงเมืองไทยกับปุิยตัวอย่าง ที่นํามาให้แตกต่างกันไหม ถ้าไม่แตกต่าง มาตรฐานเดียวกัน นั่นละครับเราจึงบรรจุถุงปุิย แล้วก็ส่งออกให้กับเกษตรกรทั่วทั้งประเทศ นี่คือแนวทางและขั้นตอนที่ทางรัฐบาลกําลัง ดําเนินการและหาทางในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาราคาปุิยแพงให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นในเบื้องต้น ๒ คําถามนี้ ผมจึงกราบเรียนเพื่อนสมาชิกที่ได้ตั้งกระทู้ถาม เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณครับ