สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑

อิสสระ สมชัย หารือเรื่องโรงพยาบาลที่ไม่มีในกิ่งอําเภอนาเยียและสว่างวีระวงศ์ และขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างโรงพยาบาลเพื่อบริการประชาชนในพื้นที่เหล่านี้

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๔ กระผมได้ยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของราษฎรอําเภอนาเยียและอําเภอสว่างวีระวงศ์ ซึ่งยังไม่มีโรงพยาบาล ประจําอําเภอ ก่อนที่กระผมจะถาม กระผมอยากจะกราบเรียนข้อมูลเกี่ยวกับอําเภอ ทั้ง ๒ แห่งนี้ครับ อําเภอนาเยียนั้นเปึนอําเภอที่ก่อตั้งกิ่งอําเภอเปึนครั้งแรกเมื่อป้ ๒๕๓๖ มีเขตปกครองทั้งหมด ๓ ตําบล คือตําบลนาเยีย ตําบลนาดี ตําบลนาเรือง และ ๑ เทศบาล คือเทศบาลตําบลนาเยีย มีหมู่บ้านและชุมชนในเขตเทศบาลรวมทั้งหมด ๔๓ แห่ง มีประชากรรวม ๕,๘๕๐ ครอบครัว จํานวนประชากรรวมทั้งอําเภอ ๒๕,๐๙๖ คน มีสถานีอนามัยบริการพี่น้องประชาชนด้านสาธารณสุข ๕ แห่ง คือสถานีอนามัยนาเยีย สถานีอนามัยนาจาน สถานีอนามัยนาเรือง สถานีอนามัยนาดี และสถานีอนามัยนาดู่ สําหรับอําเภอสว่างวีระวงศ์ก่อตั้งเปึนกิ่งอําเภอเมื่อป้ ๒๕๓๗ มีเขตปกครองทั้งหมด ๔ ตําบล คือตําบลสว่าง ตําบลบุ่งมะแลง ตําบลท่าช้าง และตําบลแก่งโดม มีหมู่บ้าน ทั้งหมด ๕๗ หมู่บ้าน มีประชากร ๖,๘๖๘ ครอบครัว มีประชากรรวมทั้งอําเภอ ๓๐,๒๔๙ ครอบครัว มีสถานี อนามัยไว้บริการพี่น้องประชาชนทั้งหมด ๖ แห่ง คือ ๑. สถานีอนามัยโคกสมบูรณ์ ๒. สถานีอนามัยคํานกเปล้า ๓. สถานีอนามัยบุ่งมะแลง ๔. สถานีอนามัยแก่งโดม ๕. สถานีอนามัยสว่าง ๖. สถานีอนามัยคําโพธิ์ ทั้ง ๒ กิ่งอําเภอนี้กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ตั้งแต่ก่อตั้งมายังไม่มีโรงพยาบาลประจําเลย กรณีประชาชนเจ็บไข้ได้ป์วย หากว่าเจ็บไข้ ได้ป์วยไม่มากก็สามารถไปรักษาตัวที่สถานีอนามัยใกล้เคียงได้ เมื่อป้ ๒๕๓๗-๒๕๓๘ กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งงบประมาณขึ้นไปเพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลที่กิ่งอําเภอนาเยีย เปึนโรงพยาบาลขนาด ๔๐ เตียง แต่มีปัญหาเรื่องสถานที่ก่อสร้างทําให้ไม่สามารถทําการ ก่อสร้างได้ให้ทันตามป้งบประมาณ จึงได้โอนเงินงบประมาณส่วนนี้ไปก่อสร้างโรงพยาบาล ที่อําเภอทุ่งศรีอุดมแทน หลังจากนั้นเปึนต้นมากระทรวงสาธารณสุขได้บอกว่ากระทรวง ไม่มีนโยบายที่จะสร้างโรงพยาบาลประจํากิ่งอําเภอ เพราะฉะนั้นทั้งกิ่งอําเภอสว่างวีระวงศ์ และกิ่งอําเภอนาเยียทั้ง ๒ แห่งนี้จึงไม่ได้มีการก่อสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาเพื่อบริการ ประชาชนแต่อย่างใด ในการดูแลประชาชนทั้ง ๒ อําเภอนี้ ทางสํานักงานสาธารณสุข จังหวัดได้แบ่งเขตพื้นที่เปึนเครือข่ายหรือว่าแบ่งเปึนโซน (Zone) โดยเอากิ่งอําเภอนาเยีย และกิ่งอําเภอสว่างวีระวงศ์ให้ไปขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลเครือข่ายอําเภอวารินชําราบ ในการที่ประชาชนเจ็บไข้ได้ป์วยจะต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลเครือข่าย ที่อําเภอวารินชําราบเท่านั้น กระผมอยากจะกราบเรียนว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วกิ่งอําเภอนาเยีย อยู่ห่างจากอําเภอวารินชําราบถึง ๔๐ กิโลเมตร แต่ในขณะเดียวกันอยู่ห่างจาก อําเภอเดชอุดมซึ่งอยู่ติดกันเพียง ๕-๑๐ กิโลเมตรแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาประชาชน เจ็บไข้ได้ป์วยจึงมักจะเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเดชอุดมแทนที่จะไปโรงพยาบาล วารินชําราบ เพราะอยู่ใกล้กันทําให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย ในขณะเดียวกันถ้าไปที่ โรงพยาบาลวารินชําราบจะต้องเดินทางไปถึง ๔๐ กิโลเมตรทําให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ส่วนอําเภอสว่างวีระวงศ์ก็เช่นเดียวกัน หากจะเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อําเภอวารินชําราบจะต้องเดินทางไปไกลถึง ๔๐ กิโลเมตร แต่หากไปรักษาตัว ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ซึ่งเปึนโรงพยาบาลของค่ายทหารที่นั่นนะครับ หรือไม่ก็จะต้องเดินทางไปรักษาตัวที่อําเภอพิบูลมังสาหารซึ่งมีระยะทางห่างกันแค่ ๑๐-๑๕ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ได้รับความสะดวกมากกว่า ราษฎรจึงมักจะไปใช้บริการ ที่โรงพยาบาลพิบูลมังสาหารและโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ข้อจํากัดในการ ที่จะเดินทางไปรักษาตัวนอกโรงพยาบาลเครือข่ายมีปัญหาครับ เพราะเนื่องจากว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องใช้บัตรทองไปรักษา ถ้าไปรักษาตัวนอกเครือข่ายของ โรงพยาบาลแล้วมีปัญหาในการเบิกจ่ายเงินก็ดี การส่งตัวก็ดี หรือแม้กระทั่งการรับยา ก็ทําให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เพราะความที่ห่างไกลกันเช่นนี้ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเคยมีหญิงที่มีครรภ์นําตัวจะเอาไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลในเครือข่าย คลอดลูกก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล คลอดลูกบนรถ เคยปรากฏมาแล้วหลายครั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ กระทรวงสาธารณสุขเคยมอบหมายให้อําเภอสว่างวีระวงศ์และอําเภอนาเยีย ทั้ง ๒ แห่งนี้หาสถานที่เพื่อทําการก่อสร้างโรงพยาบาลโดยบอกว่าจะมีเงินงบประมาณ อําเภอสว่างวีระวงศ์ได้สถานที่แล้วอยู่ริมถนนเส้นใหญ่ เปึนถนนระหว่างอําเภอวารินชําราบ กับอําเภอพิบูลมังสาหาร ทางแยกเข้าตําบลสว่างวีระวงศ์ได้กันพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนดีใจว่าจะไปสร้างโรงพยาบาลให้ กิ่งอําเภอนาเยียก็เช่นเดียวกันครับ เอกชนก็ยินดีบริจาคพื้นที่ที่ดินให้สําหรับก่อสร้าง โรงพยาบาล แต่ปรากฏไม่ทราบว่าเปึนเพราะเหตุใดเดี๋ยวนี้โครงการดังกล่าวนี้เลิกล้ม ไปแล้วไม่ดําเนินการต่อแต่อย่างใด ประชาชนจึงได้รับความเดือดร้อนในการเดินทาง ไปรักษาตัว อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่า แม้ว่าในอดีตท่านบอกว่าไม่มีนโยบายที่จะสร้างโรงพยาบาลที่กิ่งอําเภอ ขอกราบเรียนว่า เดี๋ยวนี้กิ่งอําเภอนาเยียและกิ่งอําเภอสว่างวีระวงศ์ได้ยกฐานะขึ้นเปึนอําเภอเรียบร้อยแล้ว ได้ยกฐานะขึ้นตั้งแต่ปลายป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานี้เอง ปัจจุบันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า เมื่อไม่มีข้อจํากัดดังกล่าว จึงอยากจะขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขดําเนินการก่อสร้าง โรงพยาบาลเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ไปใช้บริการด้านเจ็บไข้ได้ป์วยต่อไป ผมอยากจะ กราบเรียนว่าปัจจุบันนี้ประชาชนได้เจ็บไข้ด้วยโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้งที่เปึนโรคเรื้อรัง เช่น โรคเอดส์ โรงมะเร็ง โรคไตวาย และโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่น โรคไข้หวัดนกก็ดี ไข้เลือดออกก็ดี โรคท้องร่วง โรคไข้หวัด โรคอีสุกอีใส เปึนต้น หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่จําเปึนจะต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่มีนายแพทย์ พยาบาล และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ถ้าเปึนการเจ็บป์วยเล็กน้อย เช่น ปวดหัว ตัวร้อนเปึนหวัดธรรมดา การคลอดบุตรหรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ สถานีอนามัยในพื้นที่ สามารถให้บริการแก่พี่น้องประชาชนได้ แต่สถานีอนามัยเหล่านั้นไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ เพราะไม่มีนายแพทย์ประจําสถานีอนามัย แต่งานของสถานีอนามัยนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่า ปัจจุบันนี้สถานีอนามัยทุกแห่งไม่ใช่ว่ามีบริการเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล อย่างเดียว แต่ยังมีการรณรงค์ปัองกันโรคที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลด้วย เพราะฉะนั้นต้องทํา หน้าที่หลายอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกล่าวถึงบทบาทของ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) เพื่อเปึนเกียรติว่า อสม. เปึนผู้ที่มีบทบาท สําคัญในการทํางานด้านสาธารณสุขร่วมกับสถานีอนามัยมาโดยตลอด ทั้งเปึนผู้ช่วย เจ้าหน้าที่ร่วมกันออกรณรงค์แม้ไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่ อสม. ก็ทํางานด้วยความ เสียสละตลอดมา กระผมเห็น ส.ส. หลายท่านได้กล่าวชื่นชมถึง อสม. มาตลอด รัฐบาล ควรจะเห็นความสําคัญของ อสม. และควรให้กําลังใจโดยการจัดเงินค่าตอบแทนให้แก่ อสม. ตามที่ได้เคยหาเสียงไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ราษฎรได้มีความลําบาก เดือดร้อนในการเดินทางไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกล ซึ่งคนที่เดินทาง ไปรักษาพยาบาลนั้นเปึนที่ทราบกันดีว่าเฉพาะคนที่เจ็บไข้ได้ป์วยเท่านั้น และโรงพยาบาล ก็อยู่ห่างไกลทําให้เกิดความลําบากเดือดร้อน ไม่ใช่เฉพาะผู้เจ็บป์วยเท่านั้น การเดินทาง ไปโรงพยาบาลจะต้องมีญาติพี่น้องไปด้วย เพราะฉะนั้นราษฎรทั้ง ๒ อําเภอ คืออําเภอ นาเยียและอําเภอสว่างวีระวงศ์ เขาต้องการให้สร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอให้เขา จะทําให้เขาเดินทางมาโรงพยาบาลได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น กระผมจึงขอถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า

คําถามที่ ๑ รัฐบาลมีนโยบายจะตั้งโรงพยาบาลประจําอําเภอที่อําเภอนาเยีย และอําเภอสว่างวีระวงศ์หรือไม่ หากจะมีการดําเนินการขอทราบว่าจะดําเนินการ ในป้งบประมาณใด และโรงพยาบาลที่จะสร้างจะเปึนโรงพยาบาลขนาดกี่เตียง หากไม่มี นโยบายที่จะสร้าง เปึนเพราะเหตุใดจึงไม่มีนโยบายดําเนินการด้านนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ