นริศ ขํานุรักษ์ อภิปรายเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหารอยเลื่อน โดยเรียกร้องการเพิ่มงบประมาณในการป้องกันและเตรียมการรับมือภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหวและรอยเลื่อน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและเสนอให้รัฐบาลสร้างศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา รอยเลื่อนมีพลังที่ต้องเฝัาระวังในประเทศ ด้วยเหตุที่ว่ารอยเลื่อนมีพลังเปึนสิ่งที่มีอยู่จริง ทั้งในประเทศเราและก็ในโลก และรอยเลื่อนมีพลังจะพัฒนาเปึนอุบัติภัยใหญ่โต ในอนาคตได้ ที่จริงผมได้รวบรวมตัวเลขถึงอุบัติภัย ทั้งน้ําท่วม ทั้งดินโคลนถล่ม และแผ่นดินไหวว่ามีความถี่ในการเกิดมากขึ้น มีความเสียหาย คนตายเพิ่มมากขึ้น และมีความเสียหายเปึนเงินมูลค่าสูงขึ้นทุก ๆ ป้ทั้งในประเทศไทยและในโลก แต่ว่า ด้วยเวลาอันจํากัด ผมขออนุญาตไม่แสดงตัวเลข เพียงแต่โดยสรุปว่าอุบัติภัย ทั้งในประเทศและในโลกเพิ่มขึ้น ถี่มากขึ้น ความเสียหายเพิ่มขึ้นทุกป้นะครับ ผมขอ อนุญาตที่จะอภิปรายเพียงประเด็นสั้น ๆ เรื่องของการปัองกันและการแก้ไขโดยผมได้ไป ตรวจสอบหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการปัองกันและการแก้ไขปัญหารอยเลื่อนมีพลัง พบว่ามีหลายหน่วยงานนะครับ แต่ว่าหลัก ๆ แล้วจะมีที่ผมเข้าไปตรวจสอบมีทั้งหมด ๘ หน่วยงาน หน่วยงานที่ ๑ คือ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หน่วยงานที่ ๒ คือ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานที่ ๓ คือ กรมทรัพยากรธรณี หน่วยงานที่ ๔ คือ การไฟฟัา ฝ์ายผลิต หน่วยงานที่ ๕ คือ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานที่ ๖ กรมศิลปากร หน่วยงานที่ ๗ สถาบันทางวิชาการมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่ ๘ กรมชลประทาน สําหรับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติผมกราบเรียนท่านประธานว่า มีงบประมาณแต่ละป้ร้อยกว่าล้านบาทเองครับ สําหรับป้นี้ ๑๔๑ ล้านบาท แล้วก็ ต่อเนื่องไปจนถึงป้ ๒๕๕๔ เพียง ๕๐๐ กว่าล้านบาท คือป้นี้เปึนป้ที่ได้รับงบประมาณ สูงสุด ๑๔๑ ล้านบาท ซึ่ง ๑๔๑ ล้านบาท สําหรับการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ภัยลุกลาม ใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าน้อยมาก เปรียบเทียบกับ ๑๔๑ ล้านบาท ภารกิจของ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติซึ่งยิ่งใหญ่ มีภารกิจงบประมาณนี่นะครับ งบประมาณนี่ แม้ว่ามีภารกิจมากมายใหญ่โตแล้วก็ปัองกันดูแลพี่น้องประชาชนและทรัพย์สิน งบประมาณเท่ากับโรงเรียนมัธยมศึกษาใหญ่ ๆ โรงหนึ่งเท่านั้นเองครับ ๑๔๑ ล้านบาทนี่ เท่ากับงบประมาณของสวนสัตว์ดุสิตเพื่อนบ้านเราเท่านั้นเอง งบประมาณเขาบอกว่า มีเงิน ๑๔๐ ล้านบาทสร้างโรงอาบ อบ นวดไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ว่าศูนย์เตือนภัยนี่ยิ่งใหญ่มาก ในภารกิจ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลรับเรื่องนี้ไปพิจารณาก็ขอให้พิจารณาเรื่องให้การสนับสนุน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาตินี้เปึนเรื่องสําคัญด้วย
สําหรับของกรมอุตุนิยมวิทยางบประมาณเพิ่มขึ้นเพียง ๒๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ต้องรับมือกับภัยพิบัติยิ่งใหญ่ก็ถือว่าน้อยมาก และมีงบประมาณส่วนหนึ่ง ๒๔ ล้านบาทในการจ้างที่ปรึกษา ส่วนนี้ผมจะอภิปรายสุดท้าย ในกรมทรัพยากรธรณี มีแผนงานโครงการในการศึกษาสํารวจรอยเลื่อนมีพลัง ๑๐ ล้านบาท ซึ่งน้อยมาก กับรอยเลื่อนที่มี ๑๓ หรือ ๑๔ รอยเลื่อน และมีรอยเลื่อนที่เปึนรอยเลื่อนแขนงอีกมากมาย ทั่วประเทศนะครับ งบประมาณแค่ ๑๐ ล้านบาท ผมคิดว่าน้อยมาก กับภัยพิบัติที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบแล้วครับ เขาอาจจะ มั่นใจในเขื่อน ในสิ่งก่อสร้างของเขาก็ได้ แต่ว่าไม่มีงบประมาณสําหรับไปดูแลปัองกัน ศึกษาผลกระทบจากเขื่อนพัง
และกรมบรรเทาสาธารณภัยเช่นเดียวกันครับมีงบประมาณสําหรับ ปัองกันภัยด้านนี้ครับ ตั้งงบประมาณสําหรับฝ๊กซ้อมแผนเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวเพียง ๑ ล้าน ๕ แสนบาทเท่านั้นเองครับ ซึ่งรอยเลื่อน ๑๓ รอยเลื่อนพร้อมที่จะทําให้แผ่นดินถล่มได้มีงบประมาณเตือนภัยแค่ ๑ ล้าน ๕ แสนบาท ซึ่งผมคิดว่าน้อยมาก
กรมสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึงก็คือ กรมศิลปากร สมเด็จพระเทพฯ ทรงห่วงใยเรื่องนี้มาก ทรงให้กรมศิลปากรเข้าไปดูโบราณสถานทั่วประเทศที่อยู่ใน รอยเปลือกโลกที่มีปัญหาดังกล่าว ผมอยากเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับว่า ขอให้ดูมากกว่าบริเวณที่มีรอยเลื่อนมีพลังอยู่ ขอให้สํารวจโบราณสถานทั่วประเทศ เพราะว่าการก่อสร้างโบราณสถานดังกล่าวไม่ได้มี เทคโนโลยีสําหรับปัองกันแผ่นดินไหวแต่อย่างใด ซึ่งโบราณสถานของเราบางแห่ง หลายแห่ง มีอายุมากกว่าพันป้ แผ่นดินไหวไม่กี่ริกเตอร์ก็ทําให้สามารถล้มลงได้ ซึ่งจะเกิดความเสียหาย และน่าเสียดาย เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนมรดกของพวกเรานะครับ
สุดท้ายที่ผมอยากพูดก็คือ นอกจากงบประมาณโครงการแล้วผมเข้าไป ตรวจสอบพบว่า เครื่องมือ เทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ยังไม่พร้อม ไม่เพียงพอ ไม่มีประสิทธิภาพ เพียงพอ ความมั่นใจของประชาชน ความร่วมมือของประชาชนต่อเรื่องนี้ยังน้อย ยังไม่เพียงพอ งบประมาณที่ผมเรียนแล้วมีไม่พอ และคนผมทราบว่า คนหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องแผ่นดินไหว ประเทศไทยมีเพียง ๔ คนทั้งประเทศ อยู่ในกรมทรัพยากรธรณี ๒ คน อยู่ในมหาวิทยาลัย ๒ คนเท่านั้นเอง ป้ที่แล้วกรมอุตุนิยมวิทยาต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญ ใช้งบประมาณ ๒๔ ล้านบาท ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลได้ให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเปึนเจ้าภาพ แล้วก็สร้างผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นมาเอง ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์มาก และผู้เชี่ยวชาญไม่ควรที่จะอยู่ในกรมหนึ่งกรมใด ท่านประธานก็เปึนนายทหารที่เปึนผู้เชี่ยวชาญในบางเรื่อง ในหลายเรื่อง ท่านประธาน รู้ข้อจํากัดดีว่า ผู้เชี่ยวชาญไม่เติบโตในแวดวงราชการปกติ ผู้เชี่ยวชาญในกรมอุทยาน ในกรมป์าไม้จะไม่เคยได้เปึนอธิบดีกรมป์าไม้ ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวในกรมทรัพยากรธรณี ก็ไม่เคยเดินไปถึงอธิบดี ผมคิดว่าถ้าให้ผู้เชี่ยวชาญโดยศูนย์เตือนภัยพิบัติสร้างขึ้นมาเอง และให้อยู่ในศูนย์เตือนภัยนี้เสียเอง ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมาก และนอกจากนี้ ก็ให้มหาวิทยาลัยเปึนผู้สร้างผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหวขึ้นมาเอง เพิ่มจากที่มีอยู่ ๒ คนนี้ เพิ่มทั้งทีมที่เปึนผู้เชี่ยวชาญและทีมสํารวจ ในภาคเหนือมีรอยเลื่อนมากหน่อยก็ให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปชุดหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟัาหลวงไปชุดหนึ่ง ภาคตะวันออก แม้ว่าไม่มีรอยเลื่อนมากนัก แต่ว่ามีพื้นที่ใหญ่ก็ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นกับมหาวิทยาลัย อุบลราชธานีไป ภาคใต้ที่ มอ. (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ไปสักที่หนึ่งก็พอ ส่วนภาคกลางให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งทําเรื่องนี้อยู่แล้ว ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์โดยการสร้างคน แทนที่ว่าเราต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจาก ต่างประเทศป้ละ ๒๔ ล้านบาท ผมว่าเอาเงิน ๒๔ ล้านบาทนี้ครับ มาสร้างผู้เชี่ยวชาญ ของเราเพื่อที่จะดูแลปัองกัน แก้ไขปัญหาภัยพิบัติของพวกเรา โดยเฉพาะภัยจากรอยเลื่อน ที่มีพลัง ซึ่งจะเปึนภัยที่สําคัญของประเทศในวันข้างหน้านะครับ ผมจึงขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะทํางาน เรื่องนี้ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ