สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๙ เมษายน ๒๕๕๑

พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หารือเรื่องบทบาทหน้าที่ของสสส. โดยระบุว่าควรปรับปรุงให้ไม่ใช้เครื่องมือในการโจมตีใครต่อใคร และไม่ให้การบริจาคเงินเป็นเครื่องมือในการตอบสนองความต้องการหรือนโยบายของใครสักคน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของท่านประธาน และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง ซึ่งเพิ่มขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้เวลาที่ให้ผมขึ้นมาพูดเรื่องรายงานของ สสส. อยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า มีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไป ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องบทบาทหน้าที่ ของ สสส. เรื่องเกี่ยวกับโครงการ แล้วก็เรื่องอํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย แล้วก็สุดท้าย เรื่องเกี่ยวกับงบดุลค่าใช้จ่าย ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยัง สสส. ว่า ความจริงบทบาทหน้าที่ของ สสส. อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้บอกไปหลายคนมีทั้งดีแล้วก็ ผิดพลาดหรือว่ายังไม่ประสบความสําเร็จก็ต้องปรับปรุง เรามาพูดคุยกันในนี้ตามรายงาน ของท่านเพื่อชี้แนะแล้วก็หารือแนวทาง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตามที่ สสส. ได้มีพัฒนาความเปึนมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒-๒๕๔๓ แล้วก็มาสําเร็จเปึนกฎหมาย ป้ ๒๕๔๔ นับแต่ป้นั้นเปึนต้นมาก็มีการใช้ สสส. ในการทํากิจกรรมหลายอย่าง ถ้าท่านประธานจําได้ ตอนที่ท่านประธานขึ้นมานั่งทําหน้าที่ในครั้งแรกมีเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องนี้แล้วก็บอกว่า ในช่วง สนช. ถูกไปใช้เปึนเครื่องมือหลายเรื่องไปโจมตีใครต่อใคร ความเปึนจริงผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า พฤติกรรมลักษณะแบบนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ นั้นแหละ ตรงนี้ อยากที่จะฝากติติงเอาไว้ว่าในอนาคตอย่าให้ สสส. ถูกใช้เปึนเครื่องมือ ไม่ว่าจะเปึนเครื่องมือ ทางการเมือง หรือว่าเปึนเครื่องมือที่จะตอบสนองความต้องการหรือนโยบายของใคร เพียงคนใดคนหนึ่ง ต้องเปึนกองทุนของส่วนรวมจริง ๆ อํานาจหน้าที่ของท่าน ซึ่งท่านผู้จัดการก็นั่งอยู่ ตามกฎหมาย สสส. ป้ ๒๕๔๔ ภาระหน้าที่คือสนับสนุน รณรงค์เรื่องของลดยาสูบการสูบบุหรี่ แล้วก็เรื่องของสุราเรื่องใหญ่ที่สุด ภาระหน้าที่ของ สสส. อยู่ตรงนี้ แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้ที่ให้อํานาจหน้าที่ท่านมันขัดแย้งกัน ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษเขาบอก คอนฟลิกท์ ออฟ อินเทอเรส (Conflict of interest) เพราะว่าเงินได้ของท่านที่จะเปึนกองทุน ที่เปึนตัวชี้แนะหรือว่าชี้เปัาว่าท่านสําเร็จเปัาหมายหรือเปล่า รายได้ก้อนใหญ่ของท่านมา จากสัดส่วนของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ ซึ่งตามกฎหมายของท่านท่านได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๒ ของภาษีตรงนี้ แต่ในขณะที่บทบาทหน้าที่ของ สสส. ที่จะสําเร็จหรือไม่สําเร็จ ท่านประธานครับ บอกว่าต้องพยายามลดการบริโภคสุรา ลดการบริโภคการสูบบุหรี่ ถ้าหากว่า มันลดแปลว่าต้องเก็บภาษีได้น้อยลง เพราะว่าปริมาณยอดขายของผู้ผลิตมันน้อยลง เพราะคนไม่เอาแล้ว ตามเปัาหมายที่ท่านรณรงค์ ก็แปลว่ารายได้ของท่านต้องลดลงตามไปด้วย เพราะ ๒ เปอร์เซ็นต์มาจากตรงนั้น แต่ถ้าหากท่านประธานดูงบประมาณที่เอามาเปรียบเทียบ ป้ ๒๕๔๙ กับป้ ๒๕๕๐ ในเอกสารที่ให้นี่กลายเปึนว่ารายได้ของ สสส. จากภาษีส่วนนี้ ของป้ ๒๕๕๐ มากกว่าป้ ๒๕๔๙ ก็แปลว่ายอดจําหน่ายเขาเพิ่มขึ้นผมคิดว่าภาระหน้าที่ของ สสส. ตรงนี้ละครับเปึนตัวชี้เปัาว่าสําเร็จแค่ไหน ถ้าหากว่าใช้ตัววัดจากการเก็บภาษีหรือรายได้ของท่าน เปึนเครื่องชี้ แสดงว่าท่านล้มเหลวครับ เพราะว่ารายได้ของท่านเพิ่มขึ้น การที่รายได้ของท่านเพิ่มขึ้น มันแย้งกับภารกิจหน้าที่ของท่าน ความจริงนะครับ สสส. จะประสบความสําเร็จจากตรงนี้ก็ต่อเมื่อ ไม่มีรายได้เลยจากตรงนี้คือศูนย์ เพราะว่าไม่มีการบริโภคแล้ว เก็บภาษีไม่ได้ แต่ว่ามันคงเปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่อยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานไปถึงทาง สสส. ก็คือว่าตรงนี้ละครับ คือเครื่องชี้ไม่ใช่รายงานในที่ประชุมที่ท่านมารายงาน

ประการที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนในส่วนนี้ท่านประธานครับ ในเรื่องของบทบาท หน้าที่ในส่วนของตรงนี้ครับก็คือว่าเรื่องของการอนุมัติโครงการ การพิจารณาอนุมัติ โครงการต่าง ๆ ของ สสส. ผมไม่ทราบว่าวันนี้ใช้หลักเกณฑ์อะไร ถ้าหากว่าท่านประธาน ดูในเอกสารของ สสส. อีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานจะเห็นตัวเลขว่ามีค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนโครงการ ป้ ๒๕๕๐ ๒,๐๕๘ ล้านบาทเศษ ในขณะที่ป้ ๒๕๔๙ มี ๒,๒๒๐ ล้านบาทเศษ อนุมัติน้อยลงนะครับ แต่ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนถามคือว่าโครงการที่อนุมัติไป ๒,๐๕๘ ล้านบาท ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ละครับ อนุมัติไป ๑,๘๐๐ ล้านบาทหรืออย่างไร ตรงนี้มันมีอย่างอื่นมารวม มีโครงการ อะไรบ้างครับ และแต่ละโครงการได้ไปเท่าไร ผมคิดว่าสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรควรจะได้รับรู้รับทราบ จากรายงานคือตรงนี้ด้วย แต่ว่าในเอกสารของท่านไม่มีให้ จากการทํางานในอดีตที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานมีหลายโครงการได้เงินเปึน ๑๐ ล้านบาทก็มี แต่บางขณะที่บางโครงการนะครับ ขอแค่หลักแสนก็ไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าไปดูในกฎหมายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของท่านในมาตรา ๕ ก็ดี มาตรา ๖ ก็ดีนะครับ รวมไปถึงมาตรา ๙ ภาระหน้าที่ของท่านจริง ๆ คือ การส่งเสริมชุมชนด้วย ไม่ใช่หรือครับ โดยเฉพาะมาตรา ๙ (๕) นะครับ แล้วก็มาตรา ๕ (๕) พัฒนาความสามารถ ของชุมชนในการสร้างเสริมสุขภาพโดยชุมชน ผมก็อยากจะกราบเรียนถามไปว่า ป้ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๔๙ ท่านได้สนับสนับชุมชนในลักษณะที่เปึนชุมชนไปเท่าไร และมีโครงการอะไรบ้าง และถ้าหากว่าเปึนลักษณะที่ชุมชนจะเข้าไปขออนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ ใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ที่ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปตรงนี้เพราะอะไรครับ เหมือนที่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณาสอบถามไปครั้งหนึ่ง แต่ว่าผมขออนุญาตขยายในส่วนนี้คือว่า มีจํานวนมากทีเดียวที่มาร้องเรียนผ่านผู้แทนราษฎรรวมถึงตัวผมเองก็เคยได้รับการร้องเรียนไป ยื่นเรื่องแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ แต่ขณะที่เราเห็นหลายโครงการที่ออกมาก็ สสส. สสส. แล้วก็ได้งบอนุมัติกันเยอะแยะไปหมดแต่ตามชุมชนที่จัดโครงการแทบจะไม่ได้รับ อนุมัติโครงการเลย ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านต้องชี้แจงอธิบายให้กับสภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบก็คือเรื่องตรงนี้ด้วย เพราะว่าเปึนเรื่องสําคัญที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และเปึนภาระหน้าที่ของท่านที่ท่านต้องดูแลสุขภาพประชาชนและไม่มีใครจะช่วยท่านได้ กําลังของท่านไม่พอหรอกครับ ที่จะเข้าไปทําตามนโยบายทั้งหมดของท่าน แต่คนจะช่วยท่านได้ คือชุมชน โดยเฉพาะถ้าท่านบอกว่าต้องการให้ชุมชนเขาสร้างเสริมสุขภาพเขา โดยเฉพาะ เปัาและภารกิจหลักของท่านคือลดเรื่องสุรา ลดเรื่องการสูบบุหรี่นะครับ ตรงนี้ล่ะครับผมคิดว่า ต้องรณรงค์ให้ชุมชนเขาช่วยกัน แต่ว่าที่ผ่านมารู้สึกว่าชุมชนจะไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ในลักษณะชุมชุนนะครับ แต่จะเปึนอะไรก็ไม่ทราบแล้วก็เปึนโครงการใหญ่ ๆ ตรงนั้น ผมคิดว่าไม่ประสบความสําเร็จ

อีกประการหนึ่งท่านประธานครับ อํานาจหน้าที่ตามกฎหมายของท่านตรงนี้ เปึนเรื่องสําคัญที่ผมต้องขออนุญาตเรียนถาม ถ้าหากว่าท่านประธานได้กรุณาดูในเอกสารงบดุล ท่านประธานจะเห็นในเรื่องอยู่ตัวหนึ่งรายการหนึ่ง ท่านได้กําไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ๑๙,๒๘๗,๐๐๐ กว่าบาท ตรงนี้ที่ทําให้ผมเกิดความสงสัยครับ กําไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ผมดูในกฎหมาย สสส. ไม่เห็นมีให้อํานาจท่านไปซื้อหุ้นนะครับ ท่านเอาอํานาจตรงไหน ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตราอะไรครับไปซื้อหุ้นหรือไปลงทุนในหุ้น ไม่มี อํานาจกฎหมาย ในมาตรา ๙ ที่บอกว่า ให้ท่านทํากิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่มีนะครับ ใน (๓) ที่พอจะเทียบเคียงได้บอกว่าหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน ไม่ได้แปลว่า ให้เอาเงินจากกองทุนไปซื้อหุ้นนะครับ เพราะว่าในกองทุนอื่นที่ใช้แบบนี้เขาหมายความว่า ถ้าท่านมีอาคารเอาอาคารไปให้เช่าได้ ท่านมีรถเอารถไปให้เช่าได้ แต่ไม่ได้บอกว่า หมายความว่าเอาเงินไปลงทุนซื้อหุ้น และถ้าหากว่าท่านดูเปรียบเทียบกับกองทุน ขอประทานโทษครับที่เรื่องเกี่ยวกับเงินประกันสังคม การจะลงทุนซื้อหุ้นต้องมีที่ปรึกษานะครับ ท่านเปึนกองทุน ผมอยากจะถามว่าท่านใช้วิธีคัดตัวอย่างไร ใครเปึนคนดําเนินการให้ท่าน และเงินรายได้ที่ได้มาจากตรงนี้ได้จากหุ้นอะไรบ้าง เพราะว่าในช่วงป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ หุ้นตกหมดเลยครับ แสดงว่าท่านนี้ต้องเก่งมากเลยได้กําไรตั้ง ๑๙ ล้านบาทเศษ แต่ที่ผมสงสัย มันมีรายจ่ายตัวหนึ่งเพิ่มขึ้นมาในบัญชีค่าใช้จ่ายครับ มันมีบัญชีรายจ่ายอยู่ในข้อ ๓.๒๒ หมายเหตุท้ายงบดุลท่านที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็คือ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ประชาสัมพันธ์โครงการ ท่านประธานครับ ในงบดุลป้ ๒๕๔๙ กับป้ ๒๕๕๐ เอามาดูเปรียบเทียบกัน ท่านประธาน จะดูในนี้มันมีหลายส่วนที่เปึนพิรุธในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และที่ไม่เคยเกิด อย่างกรณีที่ผมพูดนี้นะครับ ในป้ ๒๕๔๙ ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลยครับค่าสื่อสิ่งพิมพ์นี่ แต่ป้ ๒๕๕๐ มีค่าสื่อสิ่งพิมพ์เข้ามาถึง ๑๙,๒๗๔,๐๐๐ กว่าบาท ในขณะที่อุดหนุน โครงการลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าโครงการของท่าน ค่าใช้จ่ายที่ท่านต้องใช้เกี่ยวกับ โครงการในป้ ๒๕๕๐ น้อยกว่าป้ ๒๕๔๙ แต่ในป้ ๒๕๔๙ ซึ่งมากกว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ครับ แต่ป้ ๒๕๕๐ กลับมีค่าใช้จ่ายส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ ถึง ๑๙,๒๗๔,๐๐๐ บาท ใกล้เคียงกับอะไรครับ ใกล้เคียงกับกําไรจากหุ้นท่านอย่างไรครับ มันทําให้เกิดข้อสงสัยว่า นี่คือการเอากําไรจากหุ้นออกไปจาก สสส. หรือเปล่า กําไรที่ท่านได้จากการขายหุ้น ๑๙ ล้าน ๒ แสนกว่าบาทเอาไปทําอะไรครับ หรือเอาไปจ่ายค่าตรงนี้ แล้วทําไมก่อนหน้า ตรงนี้ไม่มี

อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานก็คือ เรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผมเกิดความสงสัย เพราะว่าภารกิจป้ ๒๕๕๐ น้อยลงเยอะ เพราะว่าไม่มีฝ์ายการเมืองแล้วโครงการต่าง ๆ ลดลงเยอะ เพราะฉะนั้นเมื่อมาดูท่านประธานจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางในส่วน ของค่าพาหนะกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยครับ แต่เพียงแต่สงสัยว่าเพิ่มขึ้นอย่างไร ด้วยเหตุอะไรนะครับ จาก ๔.๔ ล้านบาท เปึน ๕.๑ ล้านบาท แต่ที่ผมสงสัยมากในส่วนนี้คืออะไร ค่าเบี้ยเลี้ยงครับ ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งภารกิจโครงการมากกว่าป้ ๒๕๕๐ ท่านมีค่าเบี้ยเลี้ยงจากการเดินทาง ๕๙๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองครับ แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ ท่านมีค่าเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้นจาก ๕๙๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑,๑๗๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าเบี้ยเลี้ยงอะไรครับ ในส่วนนี้ที่มันเพิ่มขึ้นถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รายจ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ายังมีอีกหลายรายการ ที่ผมคิดว่าคงจะต้องไปขอความละเอียดชัดเจนเพิ่มเติม แต่ผมอยากจะให้ทางท่านคณะกรรมการก็ดี ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือว่าท่านผู้จัดการได้ช่วยกรุณาชี้แจงในประเด็นในส่วนที่ ผมได้กราบเรียนผ่านไปยังท่านประธานในส่วนนี้ก่อน ส่วนรายละเอียดก็ขยายเพิ่มเติมอีกที ขอบพระคุณท่านประธานครับ