สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๓ เมษายน ๒๕๕๑

สุวโรช พะลัง หารือเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจโดยมิชอบจับกุมราษฎรที่ปลูกพืชผลในพื้นที่ป่าไม้ เสื่อมโทรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะเรื่องการรับรองสิทธิทํากินของประชาชนในโครงการป่าไม้ และการบริหารจัดการข้าราชการ ที่มีการบุกรุกพื้นที่ปลูกพืชผลอาสิน และเรียกร้องการดำเนินการสอบสวน ลงโทษ ภาคทัณฑ์ ลงโทษ ทางวินัยกับข้าราชการเหล่านี้

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยื่นกระทู้ถามในเรื่องแผนปฏิบัติงานโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป์าไม้ ในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ ป้ ๒๕๕๐ ของกรมป์าไม้ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๑ ก่อนที่ รัฐบาลชุดนี้จะได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ผมได้ยื่นกระทู้ถามตรงนี้ครับว่าเปึนผลคืบหน้า ในแผนปฏิบัติงานโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป์าไม้ในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ ป้ ๒๕๕๐ ของกรมป์าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อํานาจโดยมิชอบจับกุม ราษฎรที่ปลูกพืชผลอาสินในที่ดินป์าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรมอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ไร้มนุษยธรรมโดยไม่คํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ได้มีการร้องเรียน มาที่คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎรในชุดรัฐบาล ของท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งในครั้งนั้นได้นํามาสู่การจัดทําแผนปฏิบัติงานโครงการตามที่ผมได้กราบเรียนขึ้น ทั่วประเทศ รวม ๔๖ จังหวัด แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีผลคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ ผมขออนุญาตที่จะเท้าความเรื่องเดิมที่เปึนผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการตามที่ผม ได้กราบเรียนต่อท่านประธานครับ ก็เปึนผลมาจากป์าของเรามันลดน้อยถอยลงไปครับ ซึ่งจากฐานข้อมูลทางวิชาการของมูลนิธิสถาบันที่ดินซึ่งได้รวบรวมเอาไว้เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๔๔ พบว่าประเทศไทยเรานี้มีที่ดินทั้งหมด ๓๒๐.๗ ล้านไร่ ซึ่งเปึนที่ดิน ทั้งประเทศนะครับ เปึนฐานข้อมูลเมื่อป้ ๒๕๓๘ และจากการรวบรวมทางวิชาการ ปรากฏว่า เปึนพื้นที่ทางการเกษตรเสีย ๑๓๒.๕ ล้านไร่ คิดเปึน ๔๑.๓๑ เปอร์เซ็นต์ เปึนพื้นที่ป์าไม้ เสีย ๘๒.๒ ล้านไร่ ก็คือเหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ และจากการสํารวจทางวิชาการ ในระหว่างป้ ๒๕๔๓๘-๒๕๔๒ พบว่าในแต่ละป้นี้เราสูญเสียพื้นที่ป์าไม้ป้ละไม่น้อยกว่า ๑ ล้าน ๒ แสนไร่ สาเหตุที่เราสูญเสียพื้นที่ป์าไม้ก็มีสาเหตุที่หลากหลายจากผลการรวบรวม จากมูลนิธิสถาบันที่ดินดังกล่าวนี้ครับ ก็พอจะรวบรวบเปึนฐานข้อมูลได้ดังต่อไปนี้ครับ คือ ๑. มาจากปัญหาไม่มีที่ทํากินหรือมีแต่ไม่พอเลี้ยงชีพ สรุปก็คือเปึนคนยากจนนั่นเอง ๒. มาจากปัญหานายทุนบุกรุกที่ดิน ๓. มาจากความหย่อนยานการบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับป์าไม้ทั้งหมด ๔. เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับป์าไม้ต้องยอมรับความจริงว่า ไร้ประสิทธิภาพ และเมื่อทําผิดไปแล้วก็ได้รับการปกปัองดูแลจากผู้บังคับบัญชา และ ๕. ความทับซ้อนของกฎหมายหลายฉบับ หลายหน่วยงานในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งในเรื่อง ดังกล่าวเหล่านี้ก็ปรากฏว่าในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติที่มีอยู่ทั่วประเทศที่เปึนรากฐานของ สภาพของปัญหาที่นํามาสู่กระทู้ถามในเรื่องนี้ก็เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นที่ป์ารับร่อ ป์าสลุย อําเภอท่าแซะ อําเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งผลจากฐานข้อมูลที่อยู่ในมือของผมเปึนข้อมูล เกี่ยวกับพื้นที่ป์าไม้เพื่อการอนุรักษ์ในท้องที่จังหวัดชุมพร ปรากฏว่าเมื่อป้ ๒๕๓๒ ซึ่งเปึน ผลพวงจากพายุไต้ฝุ์นเกย์ครับ ก็ปรากฏว่าจากเนื้อที่ของป์ารับร่อ ป์าสลุย ซึ่งมีอยู่เปึน เนื้อที่ฐานข้อมูลทั้งหมดนี้ครับ ๔๓๙,๘๐๐ ไร่ จากผลกระทบของพายุไต้ฝุ์นเกย์ก็ปรากฏว่าสภาพที่ดินที่ได้ปรากฏในเนื้อที่ที่เปึนป์าสลุย ป์ารับร่อ ตาม พ.ร.บ. ป์าสงวนแห่งชาติที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศบังคับใช้แล้วครับ ปรากฏว่าที่ดินทั้ง ๔๓๙,๘๐๐ ไร่นี่ครับ เสียหายก็คือเปึนป์าเสื่อมโทรมไปทั้งหมด ตรงนี้ครับ เปึนประเด็นแห่งปัญหาที่นํามาสู่การยื่นกระทู้ถามในวันนี้ ก็สืบเนื่องมาจากการเข้าไปทํากิน ในที่ป์าเสื่อมโทรม คือป์ารับร่อ ป์าสลุย เหตุแห่งกรณีที่เกิดขึ้นนํามาสู่การศึกษาของ กรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้นนะครับ เพราะเปึนเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ นายสุนันท์ ชิดดุษฎี หรือดุษฎี พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับ ความเดือดร้อนประมาณ ๓๐ คน คนเหล่านี้ทั้งหมดครับมีที่ดินอยู่ในเขตป์ารับร่อ ป์าสลุย ตั้งอยู่ที่หมู่ ๔ ตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ได้มาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการ การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนอ้างว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมจากเจ้าหน้าที่องค์การ อุตสาหกรรมป์าไม้สวนป์ารับร่อ ป์าสลุย ที่ ๒ ตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร กลั่นแกล้งจับกุมดําเนินคดีอาญาในความผิดตามพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติและ พ.ร.บ. ป์าไม้ ป้ ๒๔๘๔ แล้วจากฐานข้อมูลที่ปรากฏในคําฟัองนี่ครับ อ้างว่าทําให้พรรค ได้รับความเสียหายเฉพาะคดีของนายสุนันท์คดีเดียว เปึนเงิน ๓,๑๑๘,๔๐๐ บาท ซึ่งความจริงแล้วนายสุนันท์และพวกอ้างว่าได้ครอบครองทํากินในที่ดินดังกล่าวต่อเนื่องมาจาก บิดามารดา หรือถือครองทํากินมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ เปึนต้นมา เนื่องจากที่ดินเปึนป์าเสื่อมโทรม ไม่มีต้นไม้ใหญ่ใด ๆ ทั้งสิ้นและบิดามารดา หรือแต่ละบุคคลเคยร่วมกับเจ้าหน้าที่ ของสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชุมพรเดินสํารวจปักหลักและมีการรังวัด จัดทําแผนที่และขึ้นรูปแปลงที่ดินไว้เพื่อออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ต่อไป บางราย ได้รับเอกสาร ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไปแล้ว และมีผลอาสินเต็มพื้นที่ยังถูกเจ้าหน้าที่ดังกล่าว กลั่นแกล้งไม่ให้เก็บผลอาสินของเกษตรกรที่เปึนผู้ปลูกพืชผลอาสินเหล่านั้นเอง จะเก็บ ปาล์มก็ไม่ได้ จะกรีดน้ํายางออกไปขายก็ไม่ได้เว้นแต่จ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ในแต่ละเรื่องแต่ละครั้ง สาเหตุของสภาพปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ครับ ถามว่าผมในฐานะ ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอีกอาชีพหนึ่งผมเปึนทนายความ ผมเชื่อไหม ต้องรับฟังไว้ครับ แล้วก็ส่งทีมงานลงไปกลั่นกรองดูสภาพของข้อเท็จจริง ต้องยอมรับ ความจริงว่าคดีมีมูลที่น่าเชื่อถือแล้วก็น่ารับฟัง ถามว่าสภาพของปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ นอกเหนือจากที่มี ส.ป.ก. แล้วนี่ ยังมีสภาพอื่นใดอีกไหม ก็ต้องยอมรับความจริงว่ามีครับ บางรายก็อ้างว่าอยู่ในเขตสัมปทานของเอกชน ซึ่งมีการให้สัมปทานในเขตป์ารับร่อ ป์าสลุย บางรายก็อ้างว่าอยู่ในเขตป์าสงวนเสื่อมโทรมแล้วก็เข้าไปทํามาหากิน โดยไม่มี ใครมาอ้างสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ทําให้พืชผลอาสินเหล่านี้ออกดอกออกผลผลิตตามที่ผม ได้กราบเรียน เราเปึนคนไทยด้วยกันเก็บผลผลิตออกไปขายยังขายไม่ได้ แต่เวลา ๓๐ บาท คนต่างชาติมาอยู่เรายังรักษาพยาบาลในบางครั้งเทียบเท่าคนไทยหรือดีกว่าคนไทยด้วยซ้ํา นี่เราเปึนคนไทยด้วยกันทําไมถึงดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เมื่อรับทราบสภาพปัญหา แล้วก็พบความจริงว่ามันมีมูลความจริงครับ ผมก็ได้ดําเนินในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ๒ ทางด้วยกัน

ในทางที่หนึ่งครับ แต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีให้กับราษฎรเหล่านี้ โดยผม หาทนายความมาให้แล้วก็รับปรึกษาความในทุกวันศุกร์และวันเสาร์ที่สํานักงาน ที่อําเภอท่าแซะ ซึ่งในขณะนั้นผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ ๒ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ในแทบทุกคดีที่ขึ้นศาล จังหวัดชุมพร ศาลได้มีคําพิพากษายกฟัองแทบทุกคดีครับ แล้วก็แทบทุกคดีนี้ศาลได้มี คําพิพากษาเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน ยกตัวอย่าง เช่น ในคดีของนายสุนันท์ที่ศาลจังหวัดชุมพร ได้มีคําพิพากษายกฟัองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๐๔๘/๒๕๔๙ ได้วินิจฉัยในคําพิพากษา ตอนหนึ่งว่า ตามพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ (๔) บัญญัติว่า ที่ดินในเขตป์าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดําเนินการปฏิรูป ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป์าสงวนส่วนใดแล้ว เมื่อสํานักงานปฏิรูปที่ดินจะนําที่ดิน แปลงใดในส่วนนั้นไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้พระราชกฤษฎีกากําหนด เขตปฏิรูปที่ดินมีผลเปึนการเพิกถอนป์าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น และให้สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอํานาจนําที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมได้ โดยไม่ต้องดําเนินการเพิกถอนตามกฎหมายป์าสงวนแห่งชาติ ดังนั้นที่เกิดเหตุจะมีผลเปึนการเพิกถอนป์าสงวนแห่งชาติก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติ ให้ดําเนินการปฏิรูปที่ดินในเขตป์าสงวนส่วนใดแล้ว สํานักงานปฏิรูปที่ดินจะนําที่ดิน แปลงใดในส่วนนั้นไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและข้อเท็จจริงรับฟัง เปึนที่ยุติได้ว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพียงแต่ยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิในที่ดิน แต่ปรากฏหลักเขตจํานวน ๒ หลักของเจ้าหน้าที่สํานักงานปฏิรูปที่ดินนํามาปักไว้ และปัจจุบันมีการสอบสวนสิทธินํารังวัดพร้อมจัดทําบันทึกและแผนที่ต้นร่างเพื่อเตรียม ออก ส.ป.ก. ๔-๐๑ ต่อไป และที่ดินติดกับแปลงเกิดเหตุมีการออก ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้ว อีกทั้งในที่เกิดเหตุได้มีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตให้อําเภอท่าแซะเปึนเขตปฏิรูปที่ดิน มีผลบังคับใช้แล้ว อันมีผลเปึนการเพิกถอนสภาพป์าสงวนแห่งชาติแล้ว ดังนั้นข้อเท็จจริง รับฟังได้ว่า สํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้นําที่ดินที่เกิดเหตุไปดําเนินการ ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอันมีผลเปึนการเพิกถอนสภาพป์าสงวนแห่งชาติแล้ว การกระทําของจําเลยหรือนายสุนันท์ย่อมไม่พบองค์ประกอบความผิดตามฟัอง พิพากษายกฟัอง นี่คือส่วนหนึ่งของการต่อสู้คดีในชั้นศาล แต่ว่านั่นก็เปึนส่วนหนึ่ง ที่เปึนปัญหาปลายเหตุ

ในอีกประการหนึ่งที่เปึนปัญหาต้นเหตุที่ผมได้กราบเรียนหาวิธีการแก้ไข ปัญหาให้กับประชาชนเหล่านี้ก็คือ ผมได้นําปัญหาการเก็บผลผลิตทางด้านการเกษตร ซึ่งเปึนของเขาเองครับ แต่เขาไม่สามารถเก็บผลปาล์มได้ ไม่สามารถกรีดน้ํายางพารา หรือเก็บผลผลิตทางด้านการเกษตร ซึ่งเขาได้หลังสู้ฟัาหน้าสู้ดินปลูกพืชผลอาสิน ทางด้านการเกษตร ใส่ปุิย ทํานุบํารุงในฐานะที่เปึนเจ้าของ แต่เขาไม่สามารถเอา ผลผลิตของต้นผลผลิตเกษตรเหล่านี้ออกไปขายได้ เจ็บปวดไหมครับท่านประธานครับ แต่ว่าเพื่อที่จะประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผมก็ได้ทําหนังสือมาถึงผู้อํานวยการ องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ หรือ อ.อ.ป. (องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้) เพื่อแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าครับ อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ เพราะเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๘ ผู้อํานวยการองค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ได้มอบให้ตัวแทนลงพื้นที่จริงร่วมกับกระผม โดยประชุมกับผู้เดือดร้อนจริง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งที่มี ส.ป.ก. และอยู่ในระหว่างดําเนินการ ของ ส.ป.ก. และที่มีสภาพหลากหลายของปัญหาที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นนี้ มาประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับเขา ก็คือทําอย่างไร ที่จะให้เขาได้มีการเก็บผลอาสินของเขาเอาไปขายเพื่อเอามาเลี้ยงครอบครัว แก้ไข ปัญหาความยากจนของเขา อันนี้ต้องกราบขอบพระคุณครับ เราประชุมกันที่บ้าน นายสุรพล เผือกเนียน อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๕ หมู่ ๑ ตําบลสลุย ซึ่งแยกจากตําบลสองพี่น้อง อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ผลการเจรจาได้มีการทําบันทึกทั้งหมด ๕ ข้อ ซึ่งมี สาระสําคัญก็คือให้มีการตั้งกรรมการร่วมขึ้นมา ๓ ฝ์าย แล้วก็เป่ดโอกาสให้พี่น้อง ประชาชนมาแจ้งว่าใครบ้างที่มีสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าวเหล่านี้ครับ เพื่อขุดรากถอนโคน ในปัญหาจริง ๆ แล้วก็ต้องขอบพระคุณจริง ๆ ก็คือทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมป์าไม้ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนงบประมาณแล้วก็เครื่องไม้ เครื่องมือ เช่น ยิงจีพีเอส (GPS) ในพื้นที่พร้อมกับมีการสํารวจตรวจสอบสภาพความเปึนจริง ผลผลิตทางด้านเกษตรจริง ๆ อายุกี่ป้ แล้วมีการไต่สวนกันจริง ๆ ปรากฏว่ามีคนมาแจ้ง ความจํานงในเบื้องต้น ๑๐๒ ราย แต่หลังจากที่ลงพื้นที่จริงแล้วก็เหลือข้อสรุปเพียงแค่ ๗๖ รายเท่านั้น หลังจากที่ได้มีการลงในพื้นที่จริงแล้ว ตัวแทน อ.อ.ป. เองได้ลงพื้นที่ ไปดูสภาพผลผลิตทางด้านการเกษตร กลับมาเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๘ ทางตัวแทน ของผู้อํานวยการองค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ได้ทําบันทึก ที่ ทส ๑๔๑๓/๕๕๐ เรื่อง การพิพาทงานส่วนป์าสลุย ท่าแซะ จังหวัดชุมพรกับราษฎร เสนอ ผู้อํานวยการ องค์การอุตสาหกรรมป์าไม้พิจารณา แล้วจากข้อเท็จจริงที่ผมได้กราบเรียนทั้งหมด การตั้งกรรมการเหล่านี้ก็ได้รับความร่วมมือจากทางจังหวัดชุมพร โดยเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ นายวินัย อนันตพงศ์ ซึ่งเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในขณะนั้น ได้ลงนามในคําสั่งจังหวัดชุมพร ที่ ๒๒๐๑/๒๕๔๘ เรื่องแต่งตั้งคณะทํางานสํารวจราษฎร ที่เข้าถือครองในพื้นที่เขตป์าสงวนสวนป์ารับร่อ ป์าสลุย ท่านประธานครับ คณะทํางานทั้งหมดที่มีทั้งภาคเอกชน ทั้งภาคประชาชน มีทนายความ มีตัวแทนของจังหวัดชุมพร มีตัวแทนของส่วนกลางลงพื้นที่จริง ๆ กัน ทํางานกัน ทุกสัปดาห์ ใช้เวลาถึง ๘ เดือน ปรากฏว่าได้ข้อสรุปสภาพต้นผลอาสินที่มีในพื้นที่ยอมรับ ความจริงว่ามีมานานไม่น้อยกว่า ๑๐ ป้แล้วทั้งสิ้น แล้วออกผลผลิตทางด้านการเกษตร แล้วจริง แล้วก็มีราษฎรผู้เดือดร้อนเหลือเพียง ๗๖ ราย คณะทํางานดังกล่าวได้สรุปผล การดําเนินการทั้งหมดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้ลงนามในหนังสือพร้อมกับรายงานรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดในเรื่องนี้ถึงอธิบดี กรมป์าไม้ ที่ ชพ ๐๐๑๓.๓/๑๕๕๕๘ เพื่อให้อธิบดีกรมป์าไม้ดําเนินการต่อไป ท่านประธานครับ ตั้งแต่นั้นจนกระทั่งมาบัดนี้เรื่องดังกล่าวเหล่านี้ก็ได้เงียบหายไป ไม่มีผลคืบหน้าแต่ประการใด แต่ในส่วนตัวผมเองผมได้นําเรื่องรายละเอียดมา ประสานงานที่กรมป์าไม้ก็ทราบว่าทางกรมป์าไม้เองได้ออกแบบการแก้ไขปัญหา ในลักษณะที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานนี่ครับ แต่ไม่ได้ทําเฉพาะจุด ก็ไปทํา ทั้งประเทศ เปึนลักษณะแผนปฏิบัติงานโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป์าไม้ ในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติ ป้ ๒๕๕๐ ของกรมป์าไม้ทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น ๔๖ จังหวัด เปึนป์าทั้งหมด ๙๖ ป์าด้วยกัน ท่านประธานครับ รวมทั้งป์าสงวนแห่งชาติ ป์ารับร่อ ป์าสลุยด้วย และปรากฏว่ามาถึงบัดนี้ทราบมาว่าเฉพาะในป์าสงวน ป์ารับร่อ ป์าสลุย ได้ดําเนินการไปแล้ว ๑,๓๓๖ แปลง เนื้อที่ทั้งหมด ๑๒,๐๐๐ ไร่ แต่ก็ยังไม่มีการรับรอง สิทธิใด ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าไปอยู่ในเขตป์าสงวนที่เสื่อมโทรมคือ ป์าสลุย ป์ารับร่อดังกล่าวแต่ประการใด นี่คือรายละเอียดที่ผมลําดับเหตุการณ์ให้ท่านประธาน ได้รับทราบเพื่อที่จะถามในคําถามข้อที่ ๑ ครับ

ในข้อที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ดีครับ ถ้าท่านจะได้กรุณาจดคําถามแล้วก็ตอบ ในรายละเอียดให้เปึนที่ประจักษ์ก็จะกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนเหล่านั้น นะครับ ในคําถามข้อที่ ๑ ครับ ในจํานวน ๔๖ จังหวัด ๙๖ ป์า ตามที่ปรากฏในแผน โครงการนี้ที่ได้ดําเนินการไปแล้วนั้นได้มีการรับรองสิทธิทํากินหรือรับรองสิทธิให้กับ พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนเหล่านี้บ้างหรือไม่ ถ้ามีครับ ขอทราบว่าที่ไหนบ้าง ขอทราบ รายละเอียดและขอทราบจํานวนผู้เดือดร้อนใน ๔๖ จังหวัดว่ามีจํานวนทั้งสิ้นเท่าใด ที่กราบเรียนเปึนคําถามตรงนี้ก็เพื่อที่จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทางกรมป์าไม้ ซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับว่า ในป้ ๒๕๕๐ ถึงแม้จะเปึนช่วงเวลาของรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในช่วงนั้น ก็ตาม แต่ว่างบประมาณของแผ่นดินเปึนงบของพี่น้องประชาชนที่เสียภาษีเช่นเดียวกัน ก็อยากจะตรวจสอบในส่วนตรงนี้ในเบื้องต้น

ในคําถามข้อที่ ๒ เฉพาะป์าสงวนแห่งชาติรับร่อ ป์าสลุยที่ได้ผ่านขั้นตอน การพิสูจน์สิทธิ ๑,๓๓๖ แปลง เนื้อที่ดินทั้งหมด ๑๒,๐๐๐ ไร่นั้นยังเหลือที่ดินที่ต้อง ดําเนินการอีกเท่าใด และส่วนที่เสร็จไปแล้ว ๑,๓๓๖ แปลงนั้นจะดําเนินการรับรองสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ครอบครองทํากินในป์าสงวนที่เสื่อมโทรมนั้นได้เมื่อใด ในคําถาม ข้อที่ ๒ ผมก็แตกย่อยเปึนคําถามย่อย ๆ อีก ๒-๓ คําถามครับ

คําถามที่ ๑ ในข้อ ๒.๑ ครับ ผมขอทราบมาตรการในการรักษาป์า ส่วนที่เหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการขจัดความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ที่รักษาป์า เอาไว้ครับ เพราะที่ผ่านมานั้นยิ่งรักษาป์ามากเท่าไร จัดงบประมาณในการปลูกป์า มากเท่าไร ป์าก็จะยิ่งหายไปมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นสภาพป์าที่เหลืออยู่ในขณะนี้ ก็แทบไม่เหลืออยู่แล้ว เหลือไม่ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนป์าที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ

ในข้อ ๒.๒ ขอทราบแนวทางบริหารจัดการข้าราชการที่ปฏิบัติการ หย่อนยานมาแล้ว ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกจนมีผลอาสินทางด้านการเกษตร ที่ปลูกลงในพื้นที่ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่ป์าสงวนแห่งชาติรับร่อ ป์าสลุย ว่าความหย่อนยาน ตรงนี้ครับ ทางกรมป์าไม้เองได้ดําเนินการสืบสวน สอบสวน ลงโทษ ภาคทัณฑ์ ลงโทษ ทางวินัยกับข้าราชการเหล่านี้เพื่อให้เปึนเยี่ยงอย่างขนาดไหน เพราะถ้าแก้ไขปัญหานี้ ตั้งแต่ต้น ๆ มือ เช่น ในขณะที่เขาเอาต้นกล้าไปปลูก ถอนออกมาสิครับ แต่ด้วยความหย่อนยานอาจจะมาจากเรื่องอะไรก็สุดแล้วแต่ จนกระทั่งต้นผลอาสิน มันออกดอกออกผล มีผลผลิตทางด้านการเกษตรแล้วครับ แล้ววันนี้เรายังยากจนอยู่ ปาล์มยังนําเข้าอยู่จาก ๖ บาท เหลือ ๔ บาท นี่ปาล์มมันออกผลผลิตแล้ว แต่คุณไม่ให้เขา เอาไปขาย มันก็เปึนความเจ็บปวดของคนไทยทั้งประเทศ เขาถามผมว่าเขาเปึนคนไทย หรือเปล่า บัตรประชาชนเขามีอยู่ นี่ก็คือสิ่งที่อยากจะถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง

ในข้อ ๒.๓ ขอทราบสถิติการจับกุมเฉพาะนายทุนรายใหญ่นะครับ เอาเฉพาะ กรณีที่เกิดขึ้นที่ป์ารับร่อ ป์าสลุยนี่เลย คนจนเวลาไปทํามาหากิน เวลาที่จะไปปลูกพืช ผลอาสินก็ตกเปึนเบี้ยใต้ถุนร้าน แต่พอเวลานายทุนใหญ่ ๆ ตัดต้นไม้โต ๆ ๓-๔ คนโอบ มองไม่เห็น การดําเนินคดีกับนายทุนเหล่านี้มีบ้างหรือไม่ในป์ารับร่อ ป์าสลุย ขอทราบ รายละเอียด

แล้วก็ในข้อต่อไปครับ สําหรับ ๗๖ รายที่ได้มีการพิสูจน์สิทธิไปแล้วนี่ครับ ซึ่งได้ส่งรายละเอียดมาที่อธิบดีกรมป์าไม้ เปึนหนังสือ ที่ ชพ ๐๐๑๓.๓/๑๕๕๕๘ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ จํานวน ๗๖ ราย มีรายละเอียดผลการดําเนินการทับซ้อนอยู่ กับใคร อยู่ในที่เอกชนมีกี่ราย เปึนใครบ้าง อย่างไร ขอทราบผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีครับว่า จะรับรองสิทธิทํากินหรือให้เช่าไปก่อนที่อยู่ระหว่างดําเนินการของป้ ๒๕๕๑ ตามแผนตามที่ผมได้กราบเรียนในกระทู้ถามในเบื้องต้นนี้ไปก่อนจะได้หรือไม่ หรือพูดกัน ง่าย ๆ ก็คือเปึนโครงการนําร่องหรือไพลอต โปรเจกต์ (Pilot project) ให้กับคนเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ก็เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านนี้ครับ แรก ๆ ผมก็เลยบอกว่าเอาผู้หญิงมาอยู่ที่กระทรวงนี้มันจะไปรอดหรือ แต่ดูไป ดูมาช่วงหลัง ๆ ท่านเอาจริงเอาจัง แล้วก็มีทีมงานประสานงานกันมาเปึนลําดับ ตรงนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่า สิ่งที่ท่านทําไปตรงนั้นเปึนอานิสงส์ เราเปึนคนไทยด้วยกัน เราไม่ใช่คนพม่า ไม่ใช่คนเขมร ไม่ใช่คนลาว เราก็ต้องดูแลกันแล้วก็อย่าใช้การหักด้ามพร้าด้วยเข่า ในการแก้ไขปัญหา ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยเพราะปัญหามันลุกลาม มาถึงเดี๋ยวนี้แล้ว

แล้วก็ข้อสุดท้ายครับ ขอทราบสถิติของศาลที่พิพากษาค่าปรับทั้งประเทศ ที่มีข้อมูลอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับว่ามีทั้งหมดเท่าไร ที่ได้ มีการดําเนินคดีที่ศาลสถิตยุติธรรม เอาศาลชั้นต้นก็ได้ครับว่าทั้งประเทศมีค่าปรับเท่าไร เฉพาะของรายนายสุนันท์อย่างเดียว ๔ ล้านกว่าบาท ผมเชื่อว่าค่าปรับที่ศาลได้มีคําพิพากษา ไปแล้วไม่น้อยกว่าพันล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งก็ได้พยายามที่จะสอบถามข้อมูล จากกระทรวงยุติธรรมอยู่ แต่ทางกระทรวงยุติธรรมก็โยนไปบอกว่าไปถามที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะข้อมูลตรงนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมซึ่งเปึนผู้รับผิดชอบโดยตรงเขาจะมีข้อมูลอยู่ แล้วก็ขอทราบในเรื่องตรงนี้ครับว่า จํานวนค่าปรับที่มีอยู่ทั้งหมดไม่น้อยกว่าพันล้านบาท ผมคาดว่านะครับ กระทรวงมีนโยบาย ในเรื่องนี้อย่างไร จะไปไล่บี้เขา จะไปยึดทรัพย์ เขาขายปาล์มได้ร้อยบาทจะไปยึดเขามาไหม เพราะสภาพที่มันเปึนอยู่ในขณะนี้ในบางแห่งโดยเฉพาะในจังหวัดชุมพรมีเจ้าหน้าที่ของท่าน หลายคนหลายท่านมีพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ เอาคําพิพากษาของศาลมาเปึน เครื่องมือ เวลาเขาไปขายปาล์มได้ก็ไปขอส่วนแบ่งเขา สิ่งดังกล่าวเหล่านี้ครับ ขอทราบว่า ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะที่เปึนผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และในคดีดังกล่าวเมื่อศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษปรับไปแล้ว เขาไม่ใช่อาชญากร เหมือนกับคนที่ค้ายาเสพติด เขาไม่ได้ปลูกกัญชา เขาไม่ได้ปลูกฝ่ืน แต่เขาเปึนคนไทย สภาพที่ทํากินมันก็มีอยู่น้อย เพราะฉะนั้นเมื่อเขาต้องคําพิพากษาเหล่านี้ครับ ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเรื่องคําพิพากษา ของศาลเกี่ยวกับค่าปรับเหล่านี้อย่างไร ขอกราบขอบพระคุณครับ เปึนคําถามที่ ๑ ครับ