สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒ เมษายน ๒๕๕๑

ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หารือเรื่องปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอกรอบยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการตามกรอบนี้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 3, 4 และ 5 และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการเพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พลังงานทดแทน และการพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดและติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประทานโทษครับ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในนามของรัฐบาล ใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ยื่นญัตติทุกท่านที่ขอให้สภาพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะพวกท่านตระหนักดี ถึงความห่วงใยในปัญหาเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ กระผมใคร่ขออภิปรายหรือพูดคุยกับท่านประธานผ่านเพื่อนสมาชิก ไปถึงปัญหาส่วนใหญ่ก็คือปัญหาในเรื่องของการพัฒนา กระผมทราบดีว่าพวกเราทุกคน มีความเปึนห่วงจังหวัดชายแดนภาคใต้และเปึนปัญหาที่รัฐบาลทุกรัฐบาลได้ให้ ความสําคัญเปึนพิเศษครับ แต่ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านเพื่อนสมาชิกให้ได้รับทราบถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ดังนี้ครับ

ข้อเท็จจริงก็คือ ปัจจุบันมีสํานักงานของหน่วยราชการที่เข้าไปดูแลปัญหานี้ ถึง ๕๐๐ ส่วนราชการจาก ๑๕๐ กรม ทั้ง ๒๐ กระทรวง และทางราชการได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อพัฒนาโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๕๑ ถึง ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท คืองบพัฒนา ซึ่งถ้ารวมงบประมาณด้านบุคลากรและหน่วยงานเหล่านี้อีกประมาณป้ละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปด้วยก็จะรวมเปึนงบประมาณที่รัฐได้ทุ่มเทเข้าไปแล้วถึง ๗๙,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงระยะเวลา ๒ ป้ที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลคาดว่าจะจัดสรรงบประมาณ ให้เพิ่มขึ้นอีกในป้ ๒๕๕๒ ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายนศกนี้ และหวังเปึนอย่างยิ่งว่าสภาแห่งนี้จะสนับสนุนด้วยดี อย่างไรก็ตามรัฐบาลเล็งเห็นว่า ปัญหาหลัก ๆ ในการแก้ไขปัญหาพัฒนาเศรษฐกิจหรือปัญหาอื่น ๆ ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็คือ ปัญหาการประสานงานของหน่วยงานจํานวนมากที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ให้สามารถทํางานเพื่อฟุ๋นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้งบประมาณของแผ่นดิน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ เรื่องของการบูรณาการการแก้ไขปัญหานั้นถึงแม้ว่ารัฐบาล ชุดนี้จะเพิ่งเข้ารับหน้าที่เพียง ๒ เดือนเศษก็ตาม แต่ก็ได้รีบเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ อย่างเร่งด่วนและต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วและชุดที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหานี้เปึนพิเศษ โดยท่านได้เชิญ ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. และได้เปึนประธานการประชุมด้วยตนเอง เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคมที่ผ่านมา กระผมใคร่ขอใช้ เวลาสั้น ๆ สรุปมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ดําเนินการไปแล้วในช่วงเวลาจํากัด ให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบดังต่อไปนี้ครับ

มาตรการที่ ๑ ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอ และมอบให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับ ศอ.บต. โดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสํานักงบประมาณเปึนที่ปรึกษาในการบูรณาการหน่วยงานเพื่อที่จะจัดทําแผน โครงการและกรอบงบประมาณดําเนินการให้เปึนไปตามกรอบยุทธศาสตร์โดยเร็วที่สุด กรอบยุทธศาสตร์ที่กําหนดครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัดครับ ซึ่งประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูลและสงขลา โดยน้อมนําแนวยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

มาตรการที่ ๒ กําหนดหลักการแก้ไขปัญหา

๒.๑ ให้ความสําคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและกระจาย ผลการพัฒนาสังคมของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา คือ อําเภอจะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย

๒.๒ พัฒนาสตูลให้เปึนพื้นที่กันชนและเฝัาระวังการลุกลามของเหตุ ความไม่สงบ

๒.๓ พัฒนาจังหวัดสงขลาเปึนศูนย์กลางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับนานาชาติ และกระจายผลการพัฒนาสู่พื้นที่อื่นใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

มาตรการที่ ๓ กําหนดยุทธศาสตร์และแนวทางพัฒนา ๕ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การคุ้มครองความปลอดภัยและอํานวยความเปึนธรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในอํานาจรัฐและสร้างภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มเสี่ยง อันได้แก่ การบูรณาการแผนทางด้านเศรษฐกิจและสังคม แผนทางด้านการรักษาความปลอดภัย การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบอย่างเปึนธรรมและทั่วถึง

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยและเสริมสร้างความมั่นคง ทางอาชีพและรายได้ในการพึ่งพาตนเอง อาทิเช่น การสนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และฟุ๋นฟูบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอาชีพ และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อจะได้สร้างโอกาสการทํางาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาเหล่านั้นให้ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ทุกระดับอย่างจริงจัง พัฒนาการสาธารณสุขให้เพียงพอ มีคุณภาพได้มาตรฐาน เข้าถึง การบริการอย่างทั่วถึง พัฒนาความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและเสริมสร้าง ศักยภาพกลุ่ม ส่งเสริมการใช้ทุนทางสังคมโดยเฉพาะทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น ๆ ครับ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เสริมสร้างความเข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่และพัฒนา ความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาเขตสามเหลี่ยม เศรษฐกิจหรือเปึนที่ทราบกันดี คือ ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) คือประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทยแลนด์ หรือเราเรียกว่า โกรท ไทรแองเกิล (Growth Triangle) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ สมัยนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจ คือ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เปึนประธานการประชุมในระดับรัฐมนตรีหรือมินิสเตอร์ มีทติ้ง(Minister meeting) เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่และเป่ดประตูสู่นานาชาติเพื่อเหนี่ยวนํา การลงทุนใหญ่ ๆ ลงมาพื้นที่ภูมิภาคนี้และยุทธศาสตร์สุดท้ายครับ

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อาทิเช่น เร่งปรับปรุงและจัดทํากฎระเบียบเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจระหว่างชายแดนไทย ภาคใต้ให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการ บุคลากรและงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ

มาตรการที่ ๔ แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ

๔.๑ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการข้อเสนอเชิงมาตรการ และแผนงานโครงการเพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

๔.๒ กําหนดมาตรการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ๙ มาตรการด้วยกันครับ คือ

๔.๒.๑. การจัดการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมทหารใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้

๔.๒.๒. กําหนดมาตรการรักษาผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถดําเนินการ

๔.๒.๓. กําหนดมาตรการในการสนับสนุนเอกชนรายใหญ่นอกพื้นที่ เข้ามาลงทุนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

๔.๒.๔. กําหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบสัตว์น้ํา

๔.๒.๕. กําหนดมาตรการดูแลการแก้ไขปัญหาผลไม้ราคาตกต่ํา อย่างเช่น ลองกอง เปึนต้น

๔.๒.๖. กําหนดมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล

๔.๒.๗. กําหนดมาตรการในการเพิ่มประสิทธิภาพยางพารา ตามที่เราได้ อภิปรายไปแล้วนะครับ

๔.๒.๘. กําหนดมาตรการพัฒนาปาล์มน้ํามันและพลังงานทดแทน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

๔.๒.๙. กําหนดพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้เปึนท่าอากาศยาน นานาชาติอย่างแท้จริง

มาตรการที่ ๕ ซึ่งเปึนมาตรการสุดท้ายครับ รัฐบาลให้ความสําคัญในการ เร่งรัดให้มีการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวไปแล้วให้เกิดสําเร็จอย่างเปึนรูปธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้กําหนดให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายภารกิจตามมติที่ประชุม กพต. ครั้งที่ผ่านมาคือ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๑ ได้รายงานความคืบหน้าในการดําเนินการ ในที่ประชุม ก.พ.ร. ครั้งต่อไปคือครั้งที่ ๒ ในวันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ หรืออีกประมาณ ๘ สัปดาห์จากนี้ไปจะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลและหน่วยงานทุกหน่วยงาน ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราได้ทราบกันอยู่

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เท่าที่กระผมได้กราบเรียน มาทั้งหมด กระผมเชื่อว่าจะช่วยให้ท่านสมาชิกได้มีความมั่นใจว่ารัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะดําเนินการในทุกมาตรการที่กล่าวมา ทั้งหมด และรัฐบาลได้กําหนดเปัาหมาย ยุทธศาสตร์ ตลอดจนกรอบระยะเวลาอย่างชัดเจน โดยมีการติดตามความคืบหน้าเปึนระยะ ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจะเปึนไปอย่างถูกทาง ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอบคุณครับ