สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒ เมษายน ๒๕๕๑

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ประโยชน์จากบุคคลที่มีความรู้ในศาสนาอิสลามในการแก้ไขปัญหา และเสนอกองทุนเยียวยาที่มีกฎหมายรองรับเพื่อดูแลความปลอดภัยของทหารและเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งโรงพยาบาลสนามหรือปรับปรุงศักยภาพของโรงพยาบาลในพื้นที่ให้เท่าเทียมกับโรงพยาบาลในหาดใหญ่

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่ลงนามในการเสนอญัตตินี้ให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาต่อไป และทางสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ผม เปึนคนพูดสรุปในประเด็นทั้งหลายที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้พูดเอาไว้ ผมไม่ต้องการ ที่จะให้ท่านประธานเสียเวลามาก เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้ลั่นวาจา ไว้แล้วว่าท่านจะไปเป่ดฟังหรือจะไปอ่านรายงานการประชุมอย่างละเอียดในทุกถ้อยคํา ที่ผู้แทนราษฎรได้กล่าวเกี่ยวกับในเรื่องนี้ คนระดับรัฐมนตรีได้พูดไว้เราก็ต้องให้ความเคารพ แล้วต้องเชื่อใจว่าท่านจะต้องไปปฏิบัติอย่างที่ท่านพูด ผมจึงเพียงแต่จะขอใช้เวลาไม่ยาว ในการสรุปประเด็น เพื่อความรวดเร็วจะสรุปประเด็นเปึนชุด ๆ เลยนะครับ มีทั้งหมด ๙ ชุด หรือ ๙ ข้อ ดังต่อไปนี้ท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นแรก ท่านสมาชิกมีความรู้สึกว่ารัฐบาลในปัจจุบันนี้ได้ใช้กําลัง ของรัฐบาลถึง ๖๘,๐๐๐ คนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งหมายถึงทั้งทหาร ตํารวจ และข้าราชการ ทางด้านพลเรือน แต่มีความรู้สึกว่าแม้จะใช้กําลังมากถึงขนาดนี้ก็ยังไม่ค่อยได้ผล ทั้งนี้ ก็เพราะว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้ง ๖๘,๐๐๐ คนนั้นขาดเอกภาพ เพราะถ้าเผื่อ ไปถามทหาร ทหารก็จะบอกว่าคนที่สร้างปัญหาก็คือตํารวจ ถ้าถามตํารวจ ตํารวจก็บอกว่า คนสร้างปัญหาก็คือทหาร ถ้าถามฝ์ายปกครอง ฝ์ายปกครองก็บอกว่าคนสร้างปัญหา ก็ทั้งตํารวจทั้งทหารนั่นแหละ อันนี้เปึนการแสดงให้เห็นว่าขาดเอกภาพเปึนอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล

ประเด็นที่สอง สมาชิกทางฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์จึงใคร่ขอกราบเรียน เสนอว่าให้รัฐบาลได้สร้างเอกภาพโดยการปรับปรุงองค์กร เพื่อจะให้องค์กรดังกล่าวนั้น ได้เปึนศูนย์รวมหนึ่งเดียวในการสั่งการ ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบ ๓–๔ ประการดังต่อไปนี้ ๑. องค์กรดังกล่าวน่าจะต้องมีอํานาจเต็ม ๒. จะต้องมีความสามารถในการตัดสินใจ ได้อย่างฉับพลัน แต่ว่าต้องรอบคอบและต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจไป ๓. ต้องแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจนไม่มีการซ้ําซ้อน และ ๔. คือจะต้องมีการประสานใจให้เปึน หนึ่งเดียวเพื่อที่จะได้ทํางานกันไปในทิศทางเดียวกัน

ประเด็นที่สาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้ทางรัฐบาลได้ใช้ประโยชน์ความเปึนคนที่มีคุณภาพของโต๊ะครูและโต๊ะอิหม่าม ซึ่งท่านทั้งหลายเหล่านั้นเปึนคนรู้หลักของศาสนาอิสลามได้เปึนอย่างดี เพราะว่าปัญหา ภาคใต้ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ไม่หวังดีที่ก่อความไม่สงบนั้นได้มีการบิดเบือนหลักของศาสนาอิสลาม ทําให้ยุวชนเข้าใจผิดพลาดในหลักการของศาสนาอิสลาม ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ผมชื่นชมยินดีมากที่ทราบว่าท่านได้พยายามอ่านมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เพราะว่ากระผมก็พยายาม เราต้องเข้าใจว่าเข้าใจยากมากแต่ว่าเราก็พยายามอ่าน แต่ว่า ถ้าเผื่อเราอ่านทั้งมหาคัมภีร์อัลกุรอานแล้วทั้งฮะดีษของท่านนบี มูฮัมมัด เราจะเห็นว่า ศาสนาอิสลามเปึนศาสนาที่ต้องการสันติภาพนะครับ คําว่า อิสลาม แปลว่าสันติภาพ เวลาพี่น้องมุสลิมเขาทักทายปราศรัยเขาก็ใช้คําว่า อัสสลามุอะลัยกุม แปลว่าสันติภาพ จงมีแก่ท่าน หลักความเชื่อหลักในการปฏิบัติต่าง ๆ ของศาสนาอิสลาม แม้ว่าการถือศีลอด ไม่ว่าการจะไปที่มักกะห์ทําพิธีฮัจญ์ หลักของศาสนาอิสลามห้ามมิให้คนมุสลิมทําร้าย บุคคลอื่นไม่ว่าทางวาจาหรือว่าทางร่างกายก็ตาม หลักได้ระบุถึงขนาดว่า แม้ว่าจะเจอ บุคคลซึ่งฆ่าบิดาของตนเองก็ไม่ให้แก้แค้น เมื่อเวลาทําพิธีฮัจญ์หรือว่ากําลังถือศีลอด อันนี้ก็คือแสดงถึงการต้องการสันติภาพ หรือแม้แต่ว่าการให้ซะกาตเพื่อช่วยเหลือไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะมุสลิมที่ยากจนนะครับ ใครก็ตามนับถือศาสนาอะไรก็ตามเขาให้ช่วยทั้งนั้น ทั้งหมดนี้คือเปึนความต้องการ ที่จะให้เกิดสันติภาพในมวลมนุษยโลก เพราะฉะนั้นหลักการดี ๆ อย่างนี้ละครับ ผมคิดว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าทางรัฐบาลน่าจะใช้โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม อย่าไประแวงเขาทั้งหมด มีเยอะที่เขารู้เรื่องหลักศาสนาที่ถูกต้อง ควรจะใช้บุคคล เหล่านี้ในการให้ความกระจ่างแจ้งเพื่อที่จะต่อสู้กับการบิดเบือนของบุคคลที่ไม่หวังดี ต่อประเทศ

ประเด็นที่สี่ ผู้แทนของพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นว่าน่าจะใช้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เราอย่าไประแวงทั้งหมดทั้งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนวัฒนธรรมอันหนึ่งของพื้นที่ที่ภาคไหนผมไม่ทราบแต่ที่ภาคใต้นี่คือเปึนสถานที่ที่ให้ การคุ้มครองความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านและในตําบล เพราะคนที่จะ เปึนผู้ใหญ่บ้านหรือเปึนกํานันได้นั้นจะต้องเปึนบุคคลที่มีญาติโกโหติกาเยอะ มีคน ให้การนับหน้าถือตาแยะและมีลูกหลานแยะ เพราะฉะนั้นก็เปึนกองทัพย่อม ๆ ที่ให้ ความคุ้มครองกับพี่น้องประชาชนได้ รัฐบาลน่าจะใช้บุคคลเหล่านี้คือ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เปึนที่พึ่งที่คุ้มครองของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบลให้เกิดความอบอุ่นไม่หวาดกลัว อย่างที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นที่ห้า เท่าที่เราสังเกตเห็นจะเห็นว่าสภาพใน ๓ จังหวัดภาคใต้ เปรียบเสมือนว่ามีสงครามย่อม ๆ พี่น้องทหาร พี่น้องตํารวจ หรือพี่น้องข้าราชการที่นั่น ได้รับความเดือดร้อน แต่ว่าการดูแลของทางราชการไม่ว่าจะเปึนเงินเสี่ยงภัยก็ตามที่ให้ไปนั้น ก็ยังน้อย และที่สําคัญก็คือว่าเมื่อเขาได้รับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไป การให้การเยียวยา เขาน้อยเกินไป อันนี้พวกเราที่นั่งดูนี่บางทีเวลาทหารแขนขาด ขาขาด หรือเสียชีวิต หน่วยราชการเอาเงินไปมอบให้ ๒๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วออกข่าวนี่ฟังดูแล้วมันเศร้า เพราะว่าการที่บุคคลพวกนี้ต้องเสียอวัยวะบางส่วนไปหรือว่าเสียชีวิตไปนี่ คนที่พึ่งพาอาศัยเขา จํานวนมากนะครับ การเยียวยาเขาน้อยมาก เพราะฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอว่ารัฐบาลควรจะตั้งกองทุนเยียวยาที่มีกฎหมายรองรับขึ้นมา เพื่อดูแลให้สมกับความกล้าหาญสมกับความเสียสละของบุคคลเหล่านี้ในการไปดูแล ความสงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ควรจะให้เขาเปึนแสนเปึนล้านถ้าเผื่อเขาเสียชีวิต ไม่ใช่ให้ กันทีละหมื่นหรืออย่างนี้นะครับ

ประเด็นถัดไปประเด็นที่หก อยากจะกราบเรียนว่า สมาชิกได้เอาตัวเลข มาให้สภานี้เห็นว่าประมาณ ๔ ป้กว่า ๆ ที่เหตุการณ์ได้รุนแรงเกิดขึ้นมานี้มีคนตายเกือบ ๓,๐๐๐ คน ในเกือบ ๓,๐๐๐ คนนี้ ๙๖ เปอร์เซ็นต์เปึนผู้ชาย แต่ที่บาดเจ็บประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าคน แต่ว่าทางรัฐบาลยังใช้ระบบเดิมในการรักษาพยาบาล เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา มีการบาดเจ็บขึ้นมาก็จะส่งบุคคลเหล่านี้เข้าโรงพยาบาลที่ปัตตานี ที่ยะลา หรือที่นราธิวาส เมื่อโรงพยาบาลรับไม่ได้ก็จะพามาที่หาดใหญ่พามาที่สงขลา มันไกลกัน มันหลายชั่วโมง กว่าจะมาจากนราธิวาส ๒–๓ ชั่วโมง ถ้าเผื่อเกิดในพื้นที่ในชนบทยิ่งใช้เวลาเยอะ ทางปัตตานี ถ้าเผื่อเข้าหาดใหญ่ เข้าสงขลาถ้าอยู่ในพื้นที่ชนบทก็อาจจะเกือบถึง ๒ ชั่วโมง ถ้าเผื่อ เกิดขึ้นที่เบตงอย่างนี้ต้องใช้เวลา ๒–๓ ชั่วโมงกว่าจะถึงหาดใหญ่ เพราะฉะนั้นสมาชิกของ พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอว่ารัฐบาลน่าจะจัดตั้งในลักษณะที่ท่านเรียกว่า เปึน โรงพยาบาลสนาม แต่ว่าถ้าเผื่อไม่เปึนโรงพยาบาลสนาม รัฐบาลก็น่าจะกรุณาปรับปรุงศักยภาพของโรงพยาบาล ในปัตตานี นราธิวาส และยะลาให้มีศักยภาพเท่า ๆ กับโรงพยาบาลที่หาดใหญ่และที่สงขลา ต้องมีแพทย์ที่เพียงพอ มีพยาบาลที่เพียงพอ และมีความรู้ในการที่ให้การรักษาพยาบาล ในลักษณะที่เกิดจากภัยสงครามให้เพียงพอ ที่สําคัญก็คือว่าแพทย์ พยาบาลเขาจะอยู่ ก็ต่อเมื่อเราให้เงินเพิ่มเขาให้เพียงพอ และจะต้องจัดหากําลังคุ้มครองดูแลเขาเปรียบเสมือน เปึนโรงพยาบาลในสนามทีเดียวเพื่อให้เขาเกิดความมั่นใจว่าเขาปลอดภัยในการดูแล

อีกประการหนึ่งก็คือว่า เด็กกําพร้า หญิงหม้าย รัฐบาลไม่ค่อยดูแลเลย เยอะนะครับเปึนหมื่นเลยที่ผมพูดให้ฟังนี่ คนที่ตายไป ๓,๐๐๐ คน คนบาดเจ็บ ๗,๐๐๐ คน เปึนหมื่นคนไหมครับ แล้วลูกหลานเขาอีกเยอะ เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรจะดูแลเรื่องนี้ ขณะเดียวกันพี่น้องชาวมุสลิมที่ไม่ไปร่วมกับขบวนการก่อการร้ายก็เหมือนกันต้องได้รับ การคุ้มครองจากรัฐบาลเท่าเทียมกับพี่น้องไทยพุทธที่อยู่ที่นั่น เพราะคนพวกนี้เขาไม่ได้ สนใจที่จะแยกดินแดนอะไรทั้งสิ้นครับ เพียงแต่ว่าเขาอยู่ในสภาพที่พูดไม่ได้แล้วก็เกรงกลัว เพราะไม่มีความปลอดภัยทั้งจากทางฝ์ายราชการ ไม่มีความปลอดภัยทั้งจากฝ์ายโจร เพราะฉะนั้นอยู่ในฐานะที่ลําบากมาก รัฐบาลต้องให้ความอบอุ่นแก่เขาในกรณีนี้นะครับ

ประเด็นที่แปด ก็คือว่าเปึนเรื่องของหลักนิติธรรม เพราะว่ากฎหมายที่ใช้ ใน ๓ จังหวัดภาคใต้เราไม่ได้ใช้ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเปึนหลักกฎหมาย ที่ใช้ในกรณีทั่ว ๆ ไป แต่เราไปใช้กฎอัยการศึกและเราไปใช้พระราชกําหนดในสถานการณ์ ฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นกฎเกณฑ์ที่นั่นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมันไม่เหมือนกัน มันอ่อน หย่อนยานลง ท่านประธานก็ย่อมจะรู้ดีว่าถ้าเผื่อเปึนคดีทั่วไปต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่เรา ไปจับกุมตามมาตรา ๗/๑ ของ ป.วิ.อาญา ซึ่งในมาตรา ๗/๑ ป. วิ. อาญา ต้องให้การคุ้มครองเขา หลายอย่างนะครับ

ประการที่ ๑ เมื่อจับไปแล้วต้องให้ญาติพี่น้องของเขาเยี่ยมได้

ประการที่ ๒ เขามีสิทธิที่จะขอปรึกษาทนายความเปึนการส่วนตัว

ประการที่ ๓ เมื่อมีการสอบสวน เขามีสิทธิที่จะให้คนที่เขาเชื่อถือ หรือคนที่เขาไว้วางใจเข้าร่วมฟังในการสอบสวน อันนี้อนุวัติไปแก้ไขกฎหมายแล้วเพื่อให้ เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐

ประการที่ ๔ ถ้าเผื่อเขาเจ็บไข้ได้ป์วยต้องรีบส่งเขาไปโรงพยาบาล

นี่เปึนหลักของกฎหมายทั่วไป แต่เมื่อมีกฎหมายเฉพาะขึ้นมา เช่น คําสั่ง คณะปฏิวัติหรือพระราชกําหนดอย่างนี้ มันย่อมจะต้องมาก่อนหลักกฎหมายทั่วไป เพราะฉะนั้นคนที่ถูกจับหรือต้องสงสัยก็ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา อย่างที่ ผมกราบเรียน ๓–๔ ประเด็น เพราะฉะนั้นคนป์วยก็ไม่ต้องส่ง เผลอ ๆ เขาไม่ป์วยก็ไป กระทืบเขาเสียให้ป์วยอย่างนี้ ซึ่งมันก็ไม่ยุติธรรมในเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องพวกนี้ ผมคิดว่าเท่าที่ฟังท่านสมาชิกได้พูดอยากให้รัฐบาลได้แก้ไขเรื่องนี้เพื่อจะให้ปฏิบัติ กับผู้ที่ถูกสงสัยหรือผู้ต้องหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ต้องให้ความเปึนธรรมเขาทางด้าน สิทธิมนุษยชน เขาถึงเสนอว่าให้มีการแก้ไขกฎ กฎอะไรก็ตามที่ใช้ กฎอัยการศึกหรือว่า พระราชบัญญัติในภาวะฉุกเฉินก็ตาม เพราะพระราชบัญญัติอย่างนี้ที่มันอันตรายมันเคย เกิดขึ้นในอินเดีย คือผมไม่อยากพูดถึงเมื่อสมัยก่อนจะได้เอกราชก็อ้างพระราชบัญญัติ ภาวการณ์ฉุกเฉินและยิงคนตายไป ๔๐๐–๕๐๐ คนเขามาชุมนุมเรียกร้องเอกราช แล้วในที่สุดก็เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนต้องให้เอกราชเขาทั้งอินเดียและทั้งปากีสถาน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากจะให้รัฐบาลได้นําไปพิจารณาเพื่อที่จะให้ยึดหลักกฎหมาย ที่มีหลักนิติธรรมและมีมนุษยธรรมมากกว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นสุดท้าย ท่าน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นว่าน่าจะ แต่งตั้งผู้แทนราษฎรใน ๓ จังหวัดภาคใต้ให้เปึนรัฐมนตรีสักคนหนึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะว่ารัฐมนตรีจะฟังความแต่ทางข้าราชการฝ์ายเดียวก็ไม่ได้นะครับ ผมเคยเปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาก่อน เราฟังความจากข้าราชการฝ์ายเดียว ก็ไม่ได้ ท่านให้ข้อมูลเราอาจจะจริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ว่าเวลาไปฟังพี่น้องประชาชน บางทีมันไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นคนที่เปึนรัฐมนตรีต้องฟังจากฝ์ายประชาชนด้วย ทีนี้ ถ้าเผื่อภาวการณ์เปึนอย่างนี้ ถ้าเผื่อตั้งรัฐมนตรีซึ่งเปึน ส.ส. ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ สักคนหนึ่ง มันก็จะเกิดความสะดวกและมีประสิทธิภาพในการรับรู้ข้อมูลทั้ง ๒ ฝ์าย เพราะถ้าเผื่อคนเปึน ส.ส. ใน ๓ จังหวัดภาคใต้เมื่อมีปัญหาขึ้นมาท่านก็สามารถจะลง ไปใน ๓ จังหวัดภาคใต้เพื่อไปฟังข้อมูลจากพี่น้องประชาชนในท้องที่ได้ ไม่ว่าท่าน จะกลัวอย่างไรท่านก็ต้องไปเพราะเมียท่านอยู่นั่น มันก็จะเปึนประโยชน์ อันนี้คือสิ่งที่ ผู้แทนราษฎรได้เสนอ ผมก็พยายามเก็บและก็พยายามรวบรัดเพื่อไม่ให้สภานี้เสียเวลา

ประเด็นสุดท้าย อันนี้เปึนความเห็นของผม แต่ว่าไม่ได้เปึนการเป่ดประเด็น เพื่อให้ใครมาโต้แย้ง ผมมีความเห็น ผมเปึนทุกข์เหมือนท่านประธาน ผมพยายามศึกษา หลักศาสนาต่าง ๆ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีความรู้สึกว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดภาคใต้เปึนปัญหาที่แก้ไขได้ ผมมีความหวังว่าแก้ไขได้ และไม่ยากอย่างปัญหา ที่เกิดขึ้นในอินเดียสมัยก่อน ผมไปศึกษาประวัติความขัดแย้งระหว่างคนฮินดูกับพี่น้อง มุสลิมในอินเดียพันกว่าป้สู้กันมา เพราะว่าความเชื่อมันไม่เหมือนกัน นี่เปึนปัญหา ทางด้านศาสนาเพราะความเชื่อไม่เหมือนกัน การนับถือพระผู้เปึนเจ้าไม่ลงรอยกัน ก็มีความขัดแย้งกันมาก ขัดแย้งและมีการฆ่ากันตายกันไปหลายล้าน แม้แต่มีคนซึ่งมี คาริสมา (Charisma : คุณสมบัติพิเศษ/ความสามารถพิเศษ) สูง มีวุฒิภาวะสูง มีคน นับหน้าถือตาทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งฮินดู ทั้งมุสลิมก็นับถือคือมหาตมะคานธีก็เอาไม่อยู่ ในที่สุด จึงเกิดประเทศปากีสถานขึ้นมา แยกไปจากประเทศอินเดีย ปัญหาเขายากมากพันกว่าป้เขาฆ่ากันเปึนล้าน เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องความเชื่อ ทางศาสนา แต่ของเราไม่มีครับ ไม่มีความขัดแย้ง เพราะศาสนาพุทธไม่ได้นับถือพระเจ้า องค์ไหนเลย เราไม่มีพระผู้เปึนเจ้า แต่ศาสนาอิสลามท่านนับถือองค์อัลเลาะห์ เพราะฉะนั้นก็ไม่ขัดกับหลักศาสนา ศาสนาพุทธเราก็นับถือคําสอนพระพุทธเจ้าแค่นั้น พวกเราสามัญชนเราก็ใช้หลักโลกิยธรรมในการดําเนินชีวิต แต่ถ้าเผื่อเราต้องการที่จะ หลุดพ้นไปเพื่อหาความสุข เราก็ใช้โลกุตรธรรมซึ่งเขาเขียนขึ้นมาสําหรับบุคคลอีกชั้นหนึ่ง ที่ไม่ต้องการโลกีย์วิสัยอีกแล้ว เพราะฉะนั้นมันคนละอย่างกัน โอกาสที่จะขัดแย้งกัน มันน้อย ผมไปศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ถ้าเผื่อไม่ขัดแย้งกันเรื่องความเชื่อ แก้ได้ง่าย ที่อาเจะห์ (จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย) แก้ได้ ที่ซินเกียง (มณฑล ซินเกียง สาธารณรัฐประชาชนจีน) แก้ได้ ผมไปถึงซินเกียง ผมไปคุยกับผู้ว่าการรัฐ ผมคุยกับใครต่อใครแล้วเขาเล่าประวัติศาสตร์ให้ฟัง เขาถึงแก้ได้เพราะว่ามันไม่มีค วามขัดแย้งกันในทางความเชื่อ ไม่เหมือนในประเทศฟ่ลิปป่นส์จะแก้ยาก เพราะฉะนั้น ของเรา ๓ จังหวัดภาคใต้มีโอกาสแก้ กระผมมีความหวังเสมอครับเพียงแต่ว่าให้มี การชี้แจงทําความเข้าใจ ผมจําคําพูดท่านประธานที่พูดวันนั้น ผมประทับใจมากนะครับ อย่าสู้แต่กําลังอย่างเดียวต้องสู้กันทางความคิด ทางความคิดก็มีที่กราบเรียนไปแล้ว เมื่อกี้ที่ ส.ส. เขาเสนอก็คือว่า ใช้โต๊ะครู โต๊ะอิหม่ามที่เข้าใจหลักศาสนาเอาความจริง ในหลักศาสนาไปต่อสู้กับความบิดเบือนของฝ์ายก่อการร้าย

ประการที่ ๒ ผมต้องขอเอ่ยชื่อบุคคลอีกคนหนึ่งที่มีความเห็นคล้าย ๆ ท่านประธานนะครับ คือ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่า เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมาจากหลายเผ่าพันธุ์มารวมกันเปึนประเทศไทย ตัวท่านเองท่านบอกว่าพ่อท่านเปึนมอญ แม่ท่านเปึนจีน แต่ท่านก็เปึนคนไทย บางคน ที่มาจากอีสานมีอยู่หลายแห่งที่เขาพูดภาษาเขมรแล้วพวกเราฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนกับ พี่น้อง ๓ จังหวัดภาคใต้มีเชื้อชาติมาเลเซีย เขาก็พูดภาษาของเขาเราฟังไม่รู้เรื่อง แต่ว่าทุกคนที่อยู่ก็ประกอบขึ้นเปึนประเทศไทย เราควรจะให้ความเคารพนับถือซึ่งกัน และกัน เคารพวัฒนธรรม เคารพธรรมเนียมประเพณี ศาสนาของเขา ที่มีปัญหาก็คือว่า ผู้ที่ไม่หวังดีไปตัดตอนประวัติศาสตร์บางตอนแล้วเอามาล้างสมองเด็กรุ่นใหม่ อันนี้ ละครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน เสนอ ซึ่งผมเห็นด้วย ผมคิดว่าท่านประธาน ก็มีความร้อนใจเหมือนผมน่าจะเห็นด้วยว่าเราควรจะมีการศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ ของชุมชนต่าง ๆ ทั้งหมดในประเทศไทยว่ามาอย่างไร แล้วมาก่อเปึนประเทศไทย แล้วบังคับให้เรียนในหลักสูตรการศึกษา เพื่อให้ลูกหลานของเราได้เข้าใจ พี่น้องชาวพุทธ พี่น้องเชื้อสายมอญจะได้เข้าใจ พี่น้องมุสลิมที่เปึนเผ่ามาเลเซียจะได้เข้าใจ พี่น้อง ชาวอีสานที่มีเชื้อชาติเขมรอย่างนี้จะได้รู้แล้วก็จะได้เคารพนับถือซึ่งกันและกัน อันนี้เปึนการแก้ปัญหาระยะยาว แต่ในระยะสั้นนี่จะต้องต่อสู้ทางความคิดก็คือ ๑. การบิดเบือนหลักการศาสนาอิสลาม คิดว่ารัฐบาลต้องต่อสู้กับทางความคิด เรื่องนี้ ๒. การตัดตอนประวัติศาสตร์เอาเฉพาะเมื่อ ๕๐๐ ป้ที่แล้วมาพูด แผ่นดิน ตรงนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวกว่านี้ ผมไปอ่านพงศาวดารของมาเลเซียและพงศาวดาร ของอินโดนีเซียมา โดยความช่วยเหลือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งฝรั่งเขาไปแปลมา กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการไปศึกษาสิครับ แล้วจะเห็นว่าประวัติศาสตร์ มันยาวนานมาก อย่าไปตัดตอนเฉพาะ ๕๐๐ ป้ที่แล้วนะครับ ประวัติศาสตร์มันยาวไกล กว่านั้น ผมไม่อยากพูดให้เสียเวลาที่นี่ ทุกคนเปึนพี่น้องกันหมดเมื่อก่อนนับถือพราหมณ์ ด้วยกันทั้งนั้น เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อ ๕๐๐ ป้ที่แล้วนี่เอง ฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธาน แค่นี้แหละครับ

ประเด็นสุดท้ายผมคิดว่านี่เปึนเรื่องที่ดีมาก ถ้าเผื่อเราไม่มีประชาธิปไตย เราไม่มีสภาอย่างนี้ พวกผู้แทนราษฎรรู้เรื่องเยอะแล้วเอามาพูด และผมชื่นใจที่ คุณเจะอามิงหรือน้องซูการ์โนมาพูด ผมชื่นใจมากคือว่าเขาเปึน ส.ส. จาก ๓ จังหวัด ภาคใต้คนละพรรคเขาจะไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นการเมือง เพราะว่าพี่น้องประชาชนตายกัน เยอะแยะมาเล่นการเมืองไม่ได้ต้องรักกัน พวกเราต้องช่วยรัฐบาลต้องช่วยกันแก้ปัญหา อันนี้คือความชื่นใจของผม นี่แหละครับถ้าไม่มีเวทีอย่างนี้ไม่มีประชาธิปไตย เราไม่มี โอกาสที่จะเอาปัญหาที่เรารู้มาแลกเปลี่ยนกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา ผมจึงรู้สึกมีความสุข ที่จะเห็นพวกเราช่วยกันแก้ปัญหาในวันนี้ และต่อ ๆ ไป ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษา ภาพพจน์ของสภา ท่านประธานเองก็ช่วยรักษาด้วยนะครับ อย่าถึงกับต้องไปแก้กฎ ข้อบังคับสภาให้พวกผมต้องพกป๋น ผมไม่มีป๋นเลยยิงไม่เปึนครับ ขอบพระคุณมาก ท่านประธานครับ