นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประเด็นที่ต้องตอบคําถามว่าประเทศจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร โดยเสนอให้รัฐบาลยึดหลักพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งครัดแทนการส่งสัญญาณทางการเมืองที่อาจสร้างความสับสน และยืนยันว่าประชาชนทั้ง 76 จังหวัดต้องยืนหยัดร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เคร่งครัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายและต้องปฏิบัติตามหลักนิติรัฐอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นใจและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาขาดแคลนบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมซึ่งส่งผลให้คดีความมั่นคงไม่สามารถพิจารณาได้ทันเวลาและอาจถูกปล่อยทิ้งไว้จนหมดอายุความ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการตำรวจจากภาคใต้ไปอีสานและส่ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าผมไม่จําเปึนต้องเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เกิดเหตุอะไรขึ้นในภาคใต้ ผมไม่จําเปึนต้องพูดซ้ําเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า สาเหตุของปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น คืออะไร ผมจะไม่กราบเรียนท่านประธานถึงความรู้สึกของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่สูญเสียชีวิต ผมจะไม่กราบเรียนถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้เสียชีวิตไป ผมเห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถามต่อรัฐสภา แห่งนี้ว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นบางเรื่องพูดได้ บางเรื่องพูดไม่ได้ แต่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดหลังจากนั้นสักวันสองวันว่า เรื่องปัญหาในจังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่พูดอีกต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะใช้วิธีการไม่พูดหรือไม่ส่งสัญญาณใด ๆ ต่อปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าการส่งสัญญาณของผู้บริหาร การส่ง สัญญาณของคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี มันเปึนจุดที่จะแสดงว่าความสําเร็จ จะเกิดขึ้น หรือความล้มเหลวจะตามมาจากการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงผมไม่อยากจะพูดเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกแล้ว ผมจําได้ว่าผมพูดเรื่องนี้ครั้งแรกและเปึนคนแรก ๆ ในรัฐสภาแห่งนี้เมื่อป้ ๒๕๔๗ ผมกราบเรียนท่านประธานในขณะนั้นว่า กระบวนการแบ่งแยกดินแดนมีแน่นอนครับ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานในขณะนั้นว่า สิ่งที่เราวิตกกังวล ซึ่งไม่มีใครพูดในขณะนั้น ก็คือ บางครั้งผู้ก่อสถานการณ์ได้บิดเบือนหลักของศาสนา วันนั้นไม่มีใครเชื่อครับ วันนั้น ผมเชื่อว่าท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ด้วย แต่ผมเปึนคน ชี้ประเด็นนี้ว่าระวังศาสนาถูกบิดเบือนใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้อง วันนี้ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ อีกแล้วครับ ผมพูดเรื่องนี้ในรัฐสภานี้มามากเหลือเกินครับ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็คือ ปัญหาที่เราทั้งประเทศต้องตอบคําถามว่า นับแต่วันนี้เปึนต้นไปเราจะดํารงชีวิตอยู่ ในประเทศนี้อย่างไร เราจะใช้ชีวิตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร นั่นคือปัญหา ที่รัฐบาลต้องให้คําตอบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราได้รับข่าวสถานการณ์ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เยอะมากครับ ผมคิดว่าโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องครับ มีข่าว ความไม่สงบเรียบร้อยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวันครับ ๒ วันที่แล้วก็มีข่าวครับว่า ทหารถูกระเบิดที่จังหวัดปัตตานีบาดเจ็บไป ๒ คน วันนี้ผมคิดว่าสักครู่หนึ่งหรือไม่นาน เราคงได้ข่าวร้ายจากภาคใต้อีกครับ ท่านประธานครับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกวันทุกวัน จนเปึนปกตินั้น สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือ มันน่าเศร้าครับ ผมไปพบคนนอกจาก ๓ จังหวัด ก็เยอะครับ สิ่งหนึ่งที่คนในประเทศนี้กําลังคิดคือ เขาสามารถที่จะอยู่ได้โดยไม่มี ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่าคนอีก ๗๓ จังหวัดในประเทศนี้วันนี้ส่วนหนึ่งคิดว่าเขาเบื่อปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เขาพร้อมที่จะอยู่เพียง ๗๓ จังหวัด โดยไม่มี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะไม่พูดประเด็นนี้ซ้ําครับ แต่ผมสะท้อน กราบเรียนท่านประธานถึงพี่น้องประชาชนว่าเราต้องยืนอยู่ทั้ง ๗๖ จังหวัด เราต้องยืนอยู่ทั้ง ๗๖ จังหวัดในประเทศนี้ครับ เราจะขาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เราจะขาดแม้แต่จังหวัดเดียว ในประเทศนี้ไม่ได้ครับ ปัญหานี้ท่านรัฐมนตรีชํานิได้กรุณากราบเรียนท่านประธาน ไปเมื่อสักครู่แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เสนอ แนวในการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เยอะเหลือเกินครับ และผมคิดว่า พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ก็สับสนว่าตกลงแล้วเราจะแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร แต่ละคนก็มีมุมมองของตัวเองครับซึ่งถือเปึนที่ยุติไม่ได้ แต่ผมคิดว่ามุมมองนี้ถูก ท่านประธานอาจจะคิดว่าผิด แต่ผมคิดว่าสิ่งนี้ถูกท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยหรือนายกรัฐมนตรีอาจจะคิดว่าผิดก็ได้ เราตกลงอย่างนี้ได้ไหมครับ เรายึดหลักพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ รัฐบาลไม่ต้องคิด หรอกครับ รัฐบาลนําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา วันนี้ผมคิดว่าผมไม่ต้องบอกรัฐบาลว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนานั้น มันมีแก่นแท้ของปรัชญาว่าอย่างไร ผมคิดว่าแนวนี้ล่ะครับถ้ารัฐบาลนําไปปฏิบัติอย่าง แท้จริงนะครับ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะทุเลาเบาบางลง แต่ว่าผมแอบคิด ลึก ๆ ครับ ผมอาจจะมองปัญหาบ้านเมืองในแง่ร้ายเกินไปก็ได้ ผมมองมุมมองของ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมมองมุมมองของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วนับ ถอยหลังครับ ถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นยังมีบุคลิก ยังมีท่าทีต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างนี้ ผมคิดว่าเรานับถอยหลังได้ครับ
สําหรับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทําตัวเหมือนน้ําเต็มแก้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านกล่าวก่อนที่จะออก จากห้องประชุมนี้ว่าท่านจะให้เจ้าหน้าที่จดบันทึกคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ แล้วนําไปบอกท่านว่าสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้อภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาล และถึงท่านอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่กล้าบอกหรอกครับว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมพูดถึงท่านว่าอย่างไร ท่านอาจจะไม่ทราบก็ได้ครับ แต่ผมหวังว่าถ้าท่านอยู่ที่ไหนก็ตาม ท่านฟังวิทยุอยู่อย่าคิดว่าผมสั่งสอนท่านนะครับ อย่าคิดว่าผมไปแนะนําอะไรท่านมาก เอาเปึนว่าผมจะสะท้อนปัญหาในฐานะที่ผมก็เปึนคนหนึ่งที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงแม้ว่าไม่อยู่ใน ๓ จังหวัดก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ การบังคับใช้กฎหมาย ต้องเคร่งครัด อย่าคิดว่าการบังคับใช้กฎหมาย การไม่อยู่เหนือกฎหมายใช้เฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งสัญญาณในการไม่ละเมิดต่อกฎหมาย การส่งสัญญาณ ว่าพลเมืองในรัฐนี้ทุกคนไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายจําเปึนอย่างยิ่งครับ และจําเปึนมาก ที่สุดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งสัญญาณของรัฐ การส่งสัญญาณของผู้บริหาร ประเทศทุกคนที่เปึนคณะรัฐมนตรีต้องส่งสัญญาณว่าท่านจะไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ท่านจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทําให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีความมั่นใจว่าผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูก ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็ตามถ้าทําผิดจะต้อง ถูกลงโทษอย่างเคร่งครัด ทําอย่างนั้นได้ไหมครับ ผมถามท่านประธานถึงผู้ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย วันนี้รัฐบาลได้แสดงอะไรบ้างไหมครับ ว่าเราปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่เราอยู่ภายใต้กฎหมาย ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีหลักนิติรัฐอย่างเคร่งครัดมีไหมครับ ส่งสัญญาณมาบ้างหรือยังครับ ท่านประธานนึกตาม ผมมาสิครับ ผมคิดว่ารัฐบาลยังไม่ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูกนะครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๗ ก็เปึนส่วนหนึ่ง ที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องส่งสัญญาณครับ ใครทําผิดก็ต้องถูกลงโทษครับ มิใช่ว่าวันนี้ใครจะไป ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทําไปเถอะ สักวันหนึ่ง ถ้ารัฐรักษาผืนแผ่นดินนี้ไม่ได้จะมีการนิรโทษกรรม เอาอย่างนั้นไหมครับ ถ้าเราส่ง สัญญาณในการบังคับใช้กฎหมายผิด ๆ นอกจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว สถานการณ์ทุกพื้นที่ในประเทศนี้จะได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย ส่งสัญญาณสิครับ ผมคิดว่าทุกเรื่องล่ะครับ ผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูกนะครับ วันนี้ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ รัฐบาลอย่าทําตัวอยู่เหนือกฎหมาย ทุกเรื่องนะครับ
เรื่องแรก ผมกราบเรียนท่านประธาน เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด ท่านประธานครับ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อนสมาชิกได้พูดไปเยอะแล้ว ท่านประธานทราบไหมครับว่าในจังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดหนึ่ง มีผู้พิพากษาอยู่ ๕ คน มีบัลลังก์พิจารณาคดีอยู่ ๕ บัลลังก์ครับ มีอัยการอยู่ ๒ คนครับ ผู้พิพากษาก็บ่นมาครับว่าคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาไม่ได้เลย อัยการสูงสุดไม่ได้ส่งอัยการไป ลําพังอัยการ ๒ คน ผู้พิพากษา ๕ คนนะครับ วันต่อวันนี่ เลื่อนคดีเลื่อนการพิจารณาก็หมดเวลาแล้วครับ คดีเกี่ยวกับความมั่นคงในจังหวัดชายแดน ภาคใต้มีปัญหามากครับ ไม่มีบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมที่จะไปอํานวยความสะดวก ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในป้ ๒๕๕๑ นี้ครับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะ มีการฟัองคดีเกี่ยวกับความมั่นคงอีกประมาณ ๕๐๐ กว่าคดีครับ ท่านประธานลองนึกดู ป้ ๒๕๕๑ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕๐๐ กว่า ผมเอาตัวเลขกลม ๆ ๕๐๐ คดีครับที่จะ ถูกฟัองร้องดําเนินคดีในป้นี้ครับ ในขณะที่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่เพียงพอ ไม่สามารถอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้ การส่งสัญญาณที่ไม่อยู่เหนือ กฎหมาย
เรื่องที่สอง ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีตํารวจ จากภาคใต้ เพื่อนสมาชิกก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๒ ป้ ๓ ป้ ครับ ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติบอกว่าอยู่ ๒ ป้ ๓ ป้ อยู่ในภาวะความกดดันย้ายออกจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพักผ่อนขึ้นไปอีสาน ท่านประธานไปดูนะครับ ทหาร ตํารวจเขาเสียกําลังใจมากครับ ถ้าอยากให้เขาพักผ่อน ทําไมต้องส่งเขาไปอยู่กาฬสินธุ์นะครับ ทําไมต้องส่งเขาไปอยู่จังหวัดสุรินทร์ละครับ ปัญหาเหล่านี้เชื่อเถอะครับ ตํารวจและข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่กล้าสะท้อนถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ปัญหาเหล่านี้เชื่อเถอะครับข้าราชการชั้นผู้น้อยทั้งหลายไม่กล้า สะท้อนถึงรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแน่นอน นั่นเปึนปัญหาที่ผมคิดว่า ต้องได้รับการแก้ไขนะครับ เมื่อสักครู่ผมเรียนท่านประธานว่ามีการย้ายข้าราชการ ที่รักษาความสงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปภาคอีสาน แต่ว่าในขณะเดียวกันครับ ได้มีการย้ายบุคคลที่เปึนผู้ต้องอํานวยความยุติธรรมหรือรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น ตํารวจ ไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในลักษณะที่มีการลงโทษอยู่ ทําไมทําอย่างนั้นละครับ การส่งสัญญาณอย่างนี้เปึนการอยู่เหนือกฎหมายโดยไม่มีเหตุผลนะครับ ท่านประธาน จําได้ไหมมีรองผู้บัญชาการตํารวจสันติบาลท่านหนึ่ง อาจจะมีข้อพิพาทกับใครบางคน ในรัฐบาลนี้ครับ ทําไมต้องส่งไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดอะไรครับ ส่งสัญญาณ อย่างนี้ก็ผิดแล้วครับ ส่งสัญญาณอย่างนี้ก็มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในการแก้ปัญหาแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าลองไปถามเขาดูสิเขาอาจจะต้องการอยากไปอยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เสียดายผมไม่มีอํานาจอยู่ในมือครับ ถ้าผมเปึนรัฐบาล ถ้าผมเปึนรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สิ่งหนึ่งที่ผม ต้องทําเร่งรีบเลยคือย้ายพลตํารวจเอก พัชรวาท ต้องย้ายครับ เพราะไม่ให้ความเปึนธรรม กับตํารวจ ไม่ต้องไปถามหรอกครับว่าตํารวจที่เปึนสันติบาลถูกย้ายไปอยู่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ท่านต้องการไปอยู่จริงหรือเปล่า ถึงแม้ท่านต้องการไปอยู่จริง ในขณะที่ท่านมีข้อพิพาทกับรัฐบาล ถ้าผมเปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติผมไม่ให้ไป หรอกครับ มันสะท้อนถึงความไม่มีความเปึนธรรมของรัฐบาลและจะทําให้การแก้ปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพ การคัดเลือกคนที่ไปอยู่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีปัญหาอยู่ครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ แล้วครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ไม่ถือเปึนนโยบาย แต่เปึน บุคลิกของผู้นํา สําคัญมากครับ ท่านประธานเปึนทหารในภาวะสงครามเกิดเรื่อง ๒ เรื่องนี้ เราแพ้ทันทีครับในการทําสงคราม ๑. ผู้นําตาย ในขณะที่กําลังสัประยุทธ์กันอยู่นั้น ผู้นําเสียชีวิตกลางสนามรบ ผมคิดว่ากองทัพนั้นพ่ายแพ้ครับ ไม่ทราบว่าท่านประธาน จะมีทฤษฎีตรงกับผมหรือเปล่า เรื่องที่ ๒ ครับ ที่ผมคิดว่ากองทัพเรือหรือการทําสงครามนั้นต้องพ่ายแพ้คือผู้นํากลัว ท่านประธาน คิดเหมือนผมไหมครับ ท่านประธานเปึนผู้นํากองทัพ เปึนผู้นําทหาร ท่านประธานแสดงถึง ความอ่อนแอ ท่านประธานแสดงถึงความกลัวข้าศึกมา ผมคิดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของ ท่านไม่กล้าสู้หรอกครับ และจะประสบความพ่ายแพ้ ผมไม่อยากโทษรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเพราะว่าท่านรับเสียแล้วว่าท่านกลัว ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ยอมรับว่าท่านกลัวผมจะพูดเรื่องนี้ต่อ แต่บังเอิญท่าน รับสารภาพต่อหน้าสื่อมวลชน ต่อหน้าทีวีทุกช่องว่าท่านกลัวไม่กล้าลงไปใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านจะแก้ตัวอย่างไรก็ตามแต่ว่าวันนี้สิ่งที่ผมไม่อยากเห็นได้เกิดคือผู้นํา แสดงความกลัวขึ้น เมื่อผู้นําแสดงความกลัว ความไม่กล้าหาญในการแก้ปัญหา ผู้ใต้บังคับบัญชาจะเสียขวัญครับท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านบอกว่าท่านอาจจะเสียชีวิตได้เมื่อลงไป ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมสนับสนุนครับ ท่านเสียชีวิตได้จริง ๆ อาจจะมีอาสาสมัครรักษาดินแดนพลีชีพ ยิงท่านก็ได้ เปึนไปได้ครับ อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยถอดสลักระเบิดวิ่งไปกอดท่านก็ได้ เปึนไปได้ทั้งสิ้นครับ แต่ท่านจะแสดงความกลัวในการเข้าไปแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ได้ครับ วันนี้ผมมาจากภาคใต้ ผมสะท้อนความรู้สึกของคน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งถึงแม้ว่าไม่ครบทุกส่วน ไม่ครบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ว่าในภาวะที่ผู้นําแสดงออกถึงความไม่กล้า ทําให้การแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความคิดหรือพฤติกรรม ที่ไม่สมานฉันท์ของผู้นํา ผมฟังความเห็นมาเยอะครับ ทั้งเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งพี่น้องประชาชน ท่านประธานลองถอดเครื่องแบบ ลองถอดสูทไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างนอก ดูสิครับ รัฐบาลยังไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความสมานฉันท์ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนะครับ พฤติกรรมของท่านยังไม่มีความสมานฉันท์ ยังไม่ทอดไมตรีไป เพื่อแก้ปัญหาอย่างมีความจริงจัง วันที่ถูกโจมตีว่าท่านไม่กล้าที่จะลงไปที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านใช้ข่าว ท่านใช้สื่อกลบเกลื่อนความกลัวของท่านโดยนําข้อมูลที่เปึน เท็จไปใส่ร้ายคนอื่นในสภาแห่งนี้ ผมไม่อยากจะเชื่อครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงไป ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนที่ท่านจะไป แก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านวกมาที่สุราษฎร์ธานีครับ เอาเรื่องอะไรก็ไม่รู้ มาพูดกลบความขี้ขลาด ความไม่กล้าหาญของท่าน อย่างนี้จะส่งสัญญาณอีกต่อไป ผมไม่อยากจะพูดต่อนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่กล้านั่งรถที่ทางราชการ เขาจัดให้ครับท่านประธาน รถคันที่เท่านั้นคันที่เท่านี้เปึนรถที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยนั่ง ท่านไม่นั่ง ท่านไปนั่งคันอื่นครับ คนเขานินทาอยู่นะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าการแก้ปัญหานอกจากจะใช้แนวทางพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมอยากจะย้ําสรุปตรงนี้คือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เปึนอันดับ ๑ ที่เปึนหัวใจของการแก้ปัญหา
ประเด็นที่ ๒ การบังคับใช้กฎหมายที่แสดงส่อสัญญาณ สื่อสัญญาณที่จะ ไม่อยู่เหนือกฎหมายทุกประเภท ทุกชนิด ทุกข้อเท็จจริงในประเทศนี้ต้องเกิดขึ้น และ
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีหรือผู้นําต้องมี ก็คือความกล้าในการที่จะแก้ปัญหา ผมกราบเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดนี้ครับว่า พี่น้องประชาชนที่ได้รับฟังการประชุมอยู่ในขณะนี้อาจจะคิดว่าวันนี้มีรัฐมนตรีมานั่ง รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้มากมาย อยากจะบอกพี่น้องที่ฟังวิทยุ อยู่ไม่มีนะครับ ไม่มีรัฐมนตรีท่านไหนมารับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในรัฐสภา แห่งนี้ ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนมารับฟังครับ เปึนเรื่องที่ท่าน สมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้ระบายความคิดเห็นต่อพี่น้องประชาชนก็แล้วกัน ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ