ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมรออยู่ ๔ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ตั้งแต่บ่ายโมงจนกระทั่งถึงเวลานี้ เมื่อตอนที่ท่านกูเฮง ยาวอหะซัน ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติ ผมรู้สึกหวั่น ๆ ครับ ผมไม่เห็นตัวแทนรัฐบาลอยู่ข้างบน แต่พอเห็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขึ้นมาดีใจครับ ดีใจ แล้วก็เปึนความอุ่นใจ ที่ผมตั้งใจ ถ้าท่านรอคอยอีกสักนิด รอคอยฟังให้ผมได้อภิปรายจบ แล้วท่านจะรู้เลยว่า ท่านเปึนคนที่มีอํานาจแน่นอน แล้วประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะต้องได้จารึกในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ชัดเจน แต่ว่าบังเอิญท่านได้รีบลุกขึ้นมาชี้แจงเสียก่อน หมอแวมาฮาดีเอาไปชั่วโมง ท่านเฉลิมเอาไปอีกชั่วโมง แล้วผมก็รอคอย ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ความตั้งใจของสภาผู้แทนราษฎรของเราในครั้งนี้ เปึนความตั้งใจที่สูงมาก เรารอคอยวันนี้กันมานานมากครับท่านประธาน ในวันที่รัฐบาล ได้เสนอนโยบายและประกาศนโยบายเฉพาะหน้าในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งนั้นเรามีหลายเรื่องต้องพูดจากัน และกําหนดเวลาในระบบ ๕ นาที ๗ นาที ๑๐ นาที จึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เราจะระดมความคิด ระดมความตั้งใจ และหาทางออกให้กับการแก้ไข ปัญหาบ้านเมือง ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราอยู่ในวิกฤติมานานเกินไปแล้วครับ คนไทยไม่สามารถรอคอยเวลาที่ยาวนานไปกว่านี้ ได้อีกแล้ว ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องกรณีใดกรณีหนึ่งเปึนการเฉพาะ กรณีของโต๊ะอิหม่ามยะฟา กอเซ็ง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ถ้าหากว่าเรายังหาชุดความคิดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่พบ ยังมีชุด ปฏิบัติการที่ไม่สมจริงในการจัดการปัญหาภาคใต้ ยังไม่สามารถมีแผนปฏิบัติการ มีนโยบาย มีเครื่องมือเพียงพออย่างครบชุด ในการจัดการกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วล่ะก็ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราเสียเปล่าแน่นอน ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธาน กราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีครับ ผมได้เห็นความกระตือรือร้นของท่านในการจัดการ ปัญหานี้ใครจะเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านได้เข้าพบท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านได้ให้ความเห็นต่อกรณีของเขตปกครองพิเศษ ในกรณีที่ท่านลงไปในจังหวัดสงขลา จะเปึนความเห็นที่ถูกหรือผิดนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมเห็นความกระตือรือร้นของท่าน จากจุดนี้เองผมจึงมีความตั้งใจ แล้วก็อยากกราบเรียนกับท่านว่าการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ปัญหาความรุนแรง การเอาการเมืองออกจากวิกฤติกับการแก้ไขปัญหา ของประชาชนเปึนเรื่องเดียวกัน ถ้าเรายังคิดว่าจัดการความสงบเรียบร้อยให้เสร็จก่อน แล้วค่อยพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ชุดความคิดที่จะใช้ในการจัดการ กับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานว่า ผมรอคอยวันนี้ เพราะว่าเมื่อต้นเดือนธันวาคมผมได้ติดตามท่านชวน หลีกภัย ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ลงไปรณรงค์เลือกตั้ง ลงไปพบกับพี่น้องประชาชนที่นั่น และตั้งใจไว้ว่าเมื่อมีโอกาสที่สภา ได้พูดจากันในเรื่องนี้เราจําเปึนที่จะต้องกลับมาเล่าให้ท่านประธานฟัง ท่านประธานครับ ที่ผมได้เริ่มต้นกับท่านประธานว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เราอยู่ในวิกฤตินานไปแล้วนั้น เพราะว่าเมื่อการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ เหตุการณ์ครั้งนั้นเปึนการเลือกตั้งที่ต่อเนื่องจาก การที่มีปัญหารุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่ากรณีปล้นป๋นที่ค่ายทหาร ไม่ว่า กรณีกรือเซะ ตากใบ ล้วนแต่เปึนวิกฤติแล้วก็ทําให้การเมืองไทยตกอยู่ในวังวนอย่างไม่มี ทางออกจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ คนเชื่อว่าการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๘ จะเปึน ทางออกของการเอาการเมืองออกจากวิกฤติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีการรัฐประหาร เมื่อป้ ๒๕๔๙ มีรัฐบาลใหม่ มีแนวทางใหม่ในการจัดการกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนเชื่อว่ารัฐบาลชุดที่แล้วจะเอาการเมืองออกจากวิกฤติจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม เปึนการเลือกตั้ง ที่คนภาคใต้มีหัวใจอย่างเต็มเป้ืยมและมีความคาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเอาปัญหา ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปได้ นี่คือที่มาของการเรียกร้อง ที่มาของการเอาใจใส่ และที่มาของการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาที่สุดของการจัดการกับปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้เกลียดชังใครครับ ไม่ได้คิดว่าใครแพ้ชนะเลือกตั้งแล้วคนจะ มีความรู้สึกอย่างนั้น ผมรู้สึกอย่างนี้ได้จริง ๆ ก็เพราะว่าภาคใต้เปึนพื้นที่ที่เปึนเขตเลือกตั้ง ของผม ๓ จังหวัด ยะลา นราธิวาส ปัตตานี เมื่อก่อนนั้นเราปราศรัยในทางการเมือง เวลาเดียวกันครับ เริ่มต้นปัตตานี ไปต่อที่ยะลาแล้วก็ไปนอนที่นราธิวาส ครั้งสุดท้ายต้อง ปราศรัยนราธิวาส กลับมาที่ยะลา มาจบที่ปัตตานีแล้วกลับบ้าน นี่เปึนช่วงเวลาของ การเลือกตั้งปกติที่เราไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ไม่มีบรรยากาศที่จะให้เราทําอย่างนั้นอีกแล้ว ความสงบสุขไม่เหลืออยู่แล้วในพื้นที่ที่นั่น เมื่อก่อนนี้ผมบอกว่าท่านพี่น้องจะเห็นครับว่าทหาร ตํารวจอพยพเข้าไปในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้เยอะแยะ แขวนพระกันทุกคน ท่านประธานครับ ตํารวจแขวนพระเพื่อ ต้องการความปลอดภัย แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปที่นั่นนะครับ จะเห็นพระแขวนตํารวจออกบิณฑบาตตอนเช้าครับ นี่คือวิกฤติที่เราไม่อาจทนได้อีกแล้ว และปัญหานี้เองคือช่วงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง และความตั้งใจของ พวกเราก็คือว่าจะใช้สภานี้มาเปึนเครื่องมือของการนําไปสู่การจัดการกับปัญหาได้จริง ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานเปึนข้อตกลงเบื้องต้นของการอภิปรายของผมในวันนี้ ก่อนว่า ๑. ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนปัญหาของประเทศไทย เปึนปัญหาของ ประชาชาติไทย และแน่นอนครับเปึนปัญหาของรัฐบาลไทย ถ้าตกลงกันใน ๓ อย่างนี้ได้ เราจะรู้ทีเดียวครับว่าวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของพี่น้องมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่อง ส.ส. ๓ จังหวัดจะลุกอภิปราย ปัญหานี้เปึนเรื่องของคนอีสาน เปึนปัญหา ของคนภาคเหนือ เปึนปัญหาของคนทั้งประเทศแน่นอน ๒. ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนปัญหาการเมือง ต้องยอมรับตรงนี้ก่อนว่าพื้นที่ตรงนี้เปึนภูมิรัฐศาสตร์ มีความหมาย มีเงื่อนไขที่ใช้อ้างอิงในเงื่อนไขเพื่อไปก่อความรุนแรง และแน่นอนที่สุด การเมืองที่ว่านั้นเปึนการเมืองที่อยู่ในวิกฤติ และภารกิจของเราก็คือว่าต้องเอาการเมือง ออกจากวิกฤติให้ได้ และอย่างที่ ๓ ที่ผมบอกแล้วว่าปัญหาทุกปัญหาเปึนเรื่องเดียวกัน ต้องแก้ไขทันที แก้ไขพร้อมกันจึงจะสําเร็จ ถ้าเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับเรามีกรอบ ความคิดของฝ์ายต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ท่านรัฐมนตรีจะเห็นเลยครับว่าอุดมการณ์ ๓ ชุด ที่ถูกใช้อ้างอิงในเรื่องของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเสมอก็คือว่า เมื่อเกิด ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจโดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่มักมี แนวโน้มในการมองปัญหาจากกรอบอุดมการณ์ ๓ ชุดด้วยกัน ชุดแรกก็คือว่า อุดมการณ์ ทางชาติพันธุ์ เพราะพลเมืองเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เรียกตนเองว่าเปึนผู้มีเชื้อสายชาติ พันธุ์จากมลายู ความรู้สึกตรงนี้ยังดํารงอยู่และอ้างอิงอยู่ และพยายามบอกเสมอว่า มุสลิมที่ภาคใต้ต่างกับมุสลิมที่กรุงเทพฯ อยู่ทางปัญหาของชาติพันธุ์ ปัญหาที่ ๒ คือ อุดมการณ์ทางศาสนา ชาวมุสลิมในพื้นที่รับและนับถือศาสนาอิสลามมาเมื่อ ๕๐๐ กว่าป้ก่อน หลังจากที่นับถือพราหมณ์ นับถือพุทธ ศาสนาอิสลามที่นี่เปึนพื้นที่เฉพาะ แล้วก็ถือเปึน อุดมการณ์มากเพิ่มเติมจากการเปึนศาสนิกชนโดยทั่วประการที่ ๓ อุดมการณ์ทางมาตุภูมิ ซึ่งเปึนพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเคยเปึนที่ตั้งของนครรัฐปัตตานีมาก่อน การรายงานของทางราชการเองและเปึนข้อมูลที่ทุกฝ์ายมี มีความเห็นตรงกันครับว่า ประวัติศาสตร์ของปัตตานีเปึนประวัติศาสตร์ที่ได้ดํารงอยู่มาก่อนอย่างยาวนานตั้งแต่ ป้ ๒๐๑๒ แล้วก็มาเปึนของไทยอยู่กับไทยในรัชกาลที่ ๑ เมื่อป้ ๒๓๒๙ ผมยกตัวอย่างตรงนี้ นิดเดียว เพราะว่าเดี๋ยวจะบอกให้ท่านรัฐมนตรีฟังว่าเขาอ้างอิงไปเพื่ออะไร ท่านประธานครับ จากกรอบอุดมการณ์ ๓ ชุดนี้เองใช้เปึนเครื่องมือของทุกฝ์ายครับ รัฐบาลใช้เปึนเงื่อนไข ในการทําความเข้าใจในการแก้ปัญหาและกําหนดแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่เปึนเรื่องที่รัฐก็รับรู้ถึงความแตกต่างในเรื่องของอุดมการณ์ทั้ง ๓ ชุด กลุ่มการเมือง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้นําองค์กรและชนชั้นนําได้ใช้เปึนเงื่อนไขในการสร้าง ความชอบธรรมในการเข้าสู่อํานาจและตําแหน่งทางการเมืองเสมอ ท่านจะเห็นว่าจะมีการต่อรอง ในลักษณะของอุดมการณ์ ๓ ชุดนี้เช่นเดียวกัน ขบวนการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ใช้ความรุนแรง ใช้เปึนเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมืองและก่อความรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของมาตุภูมิ การประกาศแยกดินแดนมีอยู่จริง เปึนเงื่อนไขทาง การเมือง ใบปลิว โฆษณา มีเห็นกันอยู่อย่างชัดเจน นี่ก็เปึนเรื่องของกลุ่มที่ ๓ ที่สําคัญ และแน่นอนครับประชาชนและองค์กรเอกชนได้ใช้อุดมการณ์ ๓ ชุดนี้ใช้เปึนข้อเรียกร้อง เพื่อความเปึนธรรมและขอการสนับสนุนจากฝ์ายต่าง ๆ อุดมการณ์ ๓ ชุดจากบุคคล ๔ กลุ่ม ท่านประธานเห็นว่ามีสถานะและถูกใช้เปึนเครื่องมือที่แตกต่างกัน อะไรที่เปึนปัจจัย อะไร ที่เปึนสาเหตุ ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าสําหรับประชาชาติไทยมีหลายเชื้อชาติ มีหลายวัฒนธรรม และก็มีหลายศาสนา มีหลายความเชื่อถือ ผมยืนยันกับท่านประธาน ว่าปัญหาชาติพันธุ์ ปัญหาศาสนาไม่ได้กําหนดเปึนความแตกต่างของการได้รับโอกาส ในประเทศไทย ประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งในเรื่องเหล่านี้ ประเทศไทยไม่ได้มีเงื่อนไขในเรื่องเหล่านี้ และแน่นอนที่สุดแม้กระทั่งอุดมการณ์ทางมาตุภูมิก็ต้องบอกได้ว่าแผ่นดินไทย การเปึน ประชาชาติไทยนั้นผนวกรวมจากคนตั้งหลายพื้นที่ เพราะฉะนั้นขอยืนยันกับท่านว่า ๓ อย่างนี้ไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่อุปสรรค และก็ไม่ใช่เปึนเหตุผลที่จะให้ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ไปอ้างเพื่อที่จะกําหนดให้แผ่นดินตรงนี้เปึนอย่างใดอย่างหนึ่งเปึนการเฉพาะ ถ้าเรามี ความหมายและมีความเข้าใจกันตรงนี้แล้ว เราพบว่าแล้วถ้าอย่างนั้นที่จังหวัดชายแดน มีปัญหาอะไรกันแน่ ในเมื่อปัญหาชาติพันธุ์ไม่ได้ทําให้เราต้องแตกต่างกันเลย ในเมื่อ ปัญหาทางศาสนาเราไม่เคยกดขี่และให้ร้ายกันเลย แล้วปัญหามาตุภูมิล่ะครับ ปัญหา มาตุภูมิอันเดียวเท่านั้นที่กระบวนการต่าง ๆ ใช้เปึนเงื่อนไขในการต่อรองและเคลื่อนไหว ในทางการเมืองที่ใช้ความรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะได้รับการยอมรับหรือไม่นั่นเปึน อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผลกระทบความรุนแรงได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าท่านประธานจะให้ผมสรุปว่า แล้วถ้าอย่างนั้นปัญหาที่แท้จริงของจังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไร ผมได้สรุปว่าปัญหา ที่แท้จริงของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ การอํานวยความยุติธรรมและการให้โอกาส ในการพัฒนาโดยเท่าเทียมกัน ท่านประธานครับ ไม่มีอย่างอื่นเลย กรณีที่เพื่อนสมาชิก ที่ลุกขึ้นอภิปรายล้วนแต่เปึนกรณีของการเรียกร้องความยุติธรรมทั้งสิ้น การอํานวย ความยุติธรรมเปึนปัจจัยชี้ขาด เปึนเงื่อนไขสูงสุดของการจัดการกับปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ อย่างที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานว่าคนที่เสียชีวิตเปึนคนสุดท้าย เมื่อวันที่ ๒๑ ผมไม่กล้าบอกว่านั่นเปึนครั้งสุดท้าย เพราะเราพูดว่าเปึนครั้งสุดท้าย มานานมากแล้ว และเราไม่สามารถจัดการปัญหาตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ การให้ โอกาสและการอํานวยความยุติธรรมจึงเปึนปัจจัยสูงสุดอย่างที่ผมบอกแล้ว การเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาคือรูปธรรมของการให้โอกาสและการอํานวยความยุติธรรม ถ้าเราตั้งหลักกัน ตรงนี้ได้ การอํานวยความยุติธรรมและการพัฒนาโดยเท่าเทียม การแก้ไขปัญหาความสงบ เรียบร้อยจึงเปึนหน้าที่ของรัฐบาลโดยแท้ เปึนความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี เปึนความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปึนความรับผิดชอบของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานครับ วันนี้ผมไม่เห็น บทบาทรัฐมนตรีไหนสักคน ถ้าจะได้รับการมอบหมายจะเหมาะเท่ากับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เพราะอย่างที่กราบเรียนนี่ไม่ใช่อยากจะให้อํานาจท่านครับ แต่ว่า มันไม่ใช่เปึนเรื่องของการแก้คดี แต่มันเปึนเรื่องความคิดทั้งชุด แก้ไขปัญหาทั้งระบบ และท่านประธานครับ นาทีต่อไปนี้ท่านรัฐมนตรีจะไปคิดนานเท่าไรก็แล้วแต่ แต่ในอนาคต ท่านต้องตอบได้แล้วครับว่า เราจะจัดการและยุติปัญหาภาคใต้นี้ในเวลาเท่าไรกันแน่ เราไม่มีสิทธิยืดเยื้อรอคอย และเราไม่รอการเลือกตั้งครั้งหน้าสําหรับการแก้ไขปัญหา อีกแล้ว เราต้องทําเดี๋ยวนี้ ทําทันที และต้องทําให้ได้ด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึน ปัญหาในทางยุทธศาสตร์ก็คือว่า ทหาร ตํารวจ พลเรือนที่เราอ้างถึงกองกําลังต่าง ๆ ที่บอกว่าเปึนผู้รับผิดชอบนั้นอย่าสับสน ท่านครับ เขาไม่มีฐานะทางยุทธศาสตร์ในการ จัดการปัญหาได้เลย ไม่ว่าทหารระดับใด ไม่ว่าตํารวจระดับใด ไม่ว่าพลเรือนระดับใด ล้วนแล้วแต่เปึนเพียงเครื่องมือที่บรรลุยุทธศาสตร์ของรัฐบาลทั้งสิ้น คือถ้าเราไปตั้งหลัก เราไปพูดจาว่าทหารเขาใหญ่ที่นั่น ตํารวจพูดอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนนี้ตัดอํานาจของทุกคนออก ไว้แต่ตํารวจ ก็ไปกันใหญ่ มันไม่ใช่ครับ ทั้งหมดต้องมองในแง่ของเครื่องมือ และแน่นอน ที่สุด การนําพาเครื่องมือไปรับใช้ทางยุทธศาสตร์นั้นเปึนเรื่องที่ใหญ่กันจริง ๆ ถ้าอย่างนั้น ท่านประธาน เราจะปรับขบวนกันอย่างไร ผมเห็นว่าเรามี ๒ เรื่องใหญ่ที่จะต้องใช้ในการ ปรับขบวน นั่นก็คือว่า ๑. เราพูดคําว่า ศอ.บต. กันบ่อยและวันนี้ผมไม่เห็นจะมีโครงสร้าง อื่นใดในการจัดการกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรัฐมนตรีก็เห็นนะครับว่า ศอ.บต. ปัจจุบันนั้นมันสายไปแล้ว ศอ.บต. ปัจจุบันนั้นเล็กไปแล้ว และ ศอ.บต. ปัจจุบันนั้นเปึนเพียง ฝ์ายเลขานุการบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนครั้งคราวแล้วเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะจัดการกับปัญหาได้ วันนี้ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องทําให้ ศอ.บต. จําเปึนจะต้องมีองค์กรบริหารที่มีอํานาจเต็ม แก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การพัฒนา และการอํานวยความยุติธรรม มีการบัญชาการที่เปึนเอกภาพ รวมทั้งการใช้ กองกําลังเข้ายุติความรุนแรง เปึนองค์กรที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรี มอบหมาย ทั้ง ศอ.บต. หรือองค์กรที่ว่านี้จะต้องเปึนองค์กรแห่งความร่วมมือระหว่าง ท้องถิ่นเอกชน ประชาสังคมอย่างมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้รัฐบาลไปคิด เพียงแต่ว่าลงหรือไม่ลงจังหวัดชายแดนภาคใต้ดี นัดกับใครดี ไม่ต้องไปหรอกท่านครับ นัดไม่ได้หรอก ไม่จําเปึน หันมาปรับโครงสร้างตั้งหลักตรงนี้กันเสียให้ชัดเจนว่าจะเอากัน อย่างไร ถ้าบอกว่านายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบเองก็รับไป ถ้านายกรัฐมนตรีบอกว่า ผมไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง เพราะบังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีไปดูแล งานความมั่นคงเสียเอง ก็มอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมา ระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดินมอบได้แน่นอน และสร้างให้องค์กร ศอ.บต. นี้เปึนองค์กรที่มีความเข้มแข็ง มีอํานาจตัดสินใจ เปึนองค์รวมแห่งการบัญชาการทหาร ตํารวจ พลเรือนทั้งชุด รวมทั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างต่างประเทศชายแดนด้วย ถ้าเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมไม่มี เหตุผลอะไรเลยที่ฝ์ายต่าง ๆ ที่จะไม่ให้การสนับสนุน ต้องปรับขบวน ถามว่าวันนี้เรามี ศอ.บต. ไหมครับ มีครับ อย่างที่เห็นกันนี่ละครับ กฎหมายที่ฝ์ายค้านเสนอเข้าไป เปึนเรื่องจริงจัง เปึนเรื่องเปึนความคิดและไม่ประสงค์จะเปึนเจ้าของ ต้องการที่จะให้ รัฐบาลทํา ทําให้ ศอ.บต. เปึนองค์กรที่บัญชาการทํางานได้อย่างเต็มที่ นี่คือเปึน การปรับขบวน ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ครับ ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การพูดในรัฐสภา วันนี้ผมจําเปึนต้องพูดความจริงกับรัฐบาล คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-มาเลเซีย กชภ. เปึนคณะกรรมการระดับเจ้าหน้าที่ เราใช้โครงสร้างของคณะกรรมการนี้ แก้ไขปัญหามานานมากแล้ว ผมเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ๒ ครั้ง เมื่อป้ ๒๕๓๕ กับป้ ๒๕๔๐ ๒ รอบนี้ได้เคยไปพบปะ ได้เคยไปดูแล ได้ติดตาม ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ลงไปแก้ไขปัญหาร่วมกัน เราพบว่าคณะกรรมการ ชายแดนส่วนภูมิภาคเปึนคณะกรรมการเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาปกติ ไม่สามารถรองรับ กับแก้วิกฤติการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ไทยกับมาเลเซียไม่พูดจาและทําเปึน ไม่รู้ ไม่จริงครับ เหมือนกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประเทศไทยทําเปึนไม่รู้ พูดไม่จริง กับพม่า ทําเปึนไม่พูด ไม่จริงครับ ไม่ได้ การเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย ไม่พูดกับเขมร ไม่พูด กับลาวไม่จริง เพราะฉะนั้นความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียจะต้องเปึนความร่วมมือ ที่เพื่อแก้ไขปัญหาได้จริง เรากับประเทศเพื่อนบ้านต้องร่วมมือกันในระดับสูงมากกว่า คณะกรรมการชายแดน ๓ จังหวัดชายแดนเปึนปัญหาที่รัฐบาลทั้ง ๒ ต้องประกาศร่วมมือ อย่างเป่ดเผย มีรูปการณ์อย่างแน่ชัด มีเปัาหมายที่เฉพาะเจาะจง มีผลสัมฤทธิ์ที่จะออกได้ ในเวลาที่สั้นที่สุด เหมือนกับใครครับ ผมมีตัวอย่างเปรียบเทียบเหมือนกับเมื่อครั้ง รัฐบาลไทยได้ทําความตกลงและร่วมมือกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน แก้ไขปัญหา เคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในยุคสงครามเย็น ท่านประธานครับ ข้อตกลงวันนั้นพบกันเปึนทางนั้นในทางสากลป่ดบังกันทั้งสิ้น แต่ในที่สุดยุติสงคราม ภายในประเทศได้ โครงสร้างในประเทศขึ้นมารองรับ ๖๖/๒๓ (คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๖๖/๒๓) ในชีวิตสังคมของประเทศไทยก็สงบ เรากับประเทศเพื่อนบ้านเฉยไม่ได้ครับ ที่มาเลเซียไม่ได้มีเฉพาะ ๒ แสนคน ที่ไปหางานทําหรอกครับ มีมากกว่านั้น นั่นคือสิ่งที่ ต้องยอมรับว่าต้องพูดจากันอย่างตรงไปตรงมา และผมไม่เห็นว่าราชการประจําจะทําได้ นอกจากรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ การปรับขบวนเรื่องที่ ๓ ก็คือ การตอบโต้การใช้ ความรุนแรง วันนี้เราต้องยอมรับว่ากองกําลังที่เพื่อนทั้งหลายกําลังพูดถึง ทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ทั้งพลเรือนที่ไปกระจายกําลังอยู่ทั่วทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเจตนารมณ์ สูงสุดต้องการไปคุ้มครองประชาชน ต้องการไปยุติความรุนแรง แต่ยุทธวิธีที่ปูพรม อยู่ในพื้นที่ สร้างค่ายพักพิงขึ้นมาปกปัองดูแลประชาชน อย่าว่าแต่จะคุ้มครองเลยครับ ดูแลตัวเองก็เหนื่อยแล้ว เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นจากในที่ตั้งเหล่านี้ ปัญหานี้เปึนปัญหายุทธการ แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานเพียงสั้น ๆ ว่า อย่าลืม ครับว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในปัจจุบัน เอ็ม ๑๖ เอ็ม ๗๙ ไม่ได้มีพลานุภาพต่อไป อีกแล้วครับ เอ็ม มอเตอร์ไซค์ กับ เอ็ม โมบาย (Mobile) รุนแรงที่สุด ท่านประธานก็คงเห็น เพราะฉะนั้นการปูพรมนั่งอยู่ในพื้นที่แบบเพื่อนทั้งหลายที่ใช้ว่า ต้องฝ๊กใหญ่ทําอย่างไร ไม่ใช่เปึนยุทธวิธีที่จะรับมือกับสงครามยุคใหม่ เพราะสงครามที่นั่นเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และกับประชาชนผู้บริสุทธิ์คือเปัาหมาย วันนี้ไม่ใช่ทหารบาดเจ็บเจ็บมากที่น่าคิดอีกแล้ว แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปแล้วครับ คนอพยพออกจากถิ่น ท่านประธานลองคิดดูสิครับว่าในรอบระยะเวลาที่ผ่านมาตาย ไปตั้ง ๒,๗๐๐ กว่าคน บาดเจ็บอีก ๗,๐๐๐ กว่าคน หายไปอีกไม่รู้สักกี่พันคน แล้วอพยพ ออกทุกวันจากพื้นที่เปึนจํานวนไม่น้อย ความจริงเหล่านี้เปึนความจริงที่ผมคิดว่าเราทน ให้ความรุนแรงนี้อยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นี่คือชุดที่เปึนการปรับขบวน ข้อเสนอของผม อีกนิดเดียวท่านประธานครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ผมบอกกับท่านประธานแล้วว่า การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขความรุนแรงและการอํานวยความยุติธรรม ต้องเปึนเรื่องเดียวกันที่รัฐบาลทํา ไม่ใช่ยุติความรุนแรงแล้วค่อยแก้ รออีก ๕ ป้ข้างหน้า ค่อยไปพัฒนา อย่างนี้ไม่มีวันสําเร็จแน่นอน การแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาของประชาชน การอํานวย ความยุติธรรม ต้องทําไปพร้อมกันก็เพราะว่า ๑. การอํานวยความยุติธรรมเปึนปัญหา หลักของเงื่อนไขสงครามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนเครื่องมือที่ถูกใช้อ้างอิงในการ เคลื่อนไหวเพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง รวมทั้งการขอสนับสนุนจาก ในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานครับ กรณีกรือเซะ ตากใบ เปึนประจักษ์พยาน ของความผิดพลาดในทางนโยบายของรัฐบาล เปึนการตัดสินใจผิดแน่นอนและนําไปสู่ ความรุนแรงอย่างไม่สามารถที่จะเอากลับคืนได้ ผมคิดว่าความผิดพลาดนี้เราเคย พูดกันว่าขอเปึนครั้งสุดท้าย แต่ท่านประธานครับ เราผิดพลาดอีกไม่ได้จริง ๆ เพราะกรณี อย่างนี้จะมีการซ้ําเติมและเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ถามว่าแล้วเราจะแก้ปัญหาอํานวยความยุติธรรม ได้อย่างไร เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงท่านอานันท์ ปันยารชุน ตรงกันกับผมครับ ผมกําลังจะบอกกับท่านว่าคณะกรรมการอิสระที่มีท่านอานันท์ ปันยารชุน เปึนประธาน และได้สรุปในเรื่องของการอํานวยความยุติธรรมไว้แล้ว รัฐบาลไม่ถือ ถ้ารัฐบาลอยากจะ แก้ไขปัญหาต้องเอาเรื่องนี้มาเปึนเรื่องของการดําเนินการอย่างเคร่งครัดและจัดการ ให้ได้ด้วยโดยทางความเปึนจริง การอํานวยความยุติธรรมจึงจะเกิด ประการที่ ๒ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้เคยพูดกันเรื่องเขตปกครองพิเศษ ผมพูดวันนี้ไม่ได้ต้องการ จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมเห็นว่านั่นเปึนความกระตือรือร้น ท่านคิดซึ่งไม่จําเปึนต้องถูก เอาละไม่ถูกก็ไม่ว่า ไม่เอาก็ไม่เปึนไร แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ปัญหา การเมืองการปกครองในพื้นที่ภูมิรัฐศาสตร์แบบนี้เปึนปกติไม่ได้พื้นที่เหล่านี้จะต้องเปึน พื้นที่ที่ได้รับการดูแล มีเงื่อนไขพิเศษในการลงไปจัดการกับปัญหา ผมอยากจะเรียกสิ่งนี้ ว่ามันเปึนการกระจายอํานาจการพัฒนาไปสู่พื้นที่วัฒนธรรม ไม่ใช่เปึนเรื่องการกระจาย อํานาจไปสู่เรื่องของการปกครองแต่เพียงอย่างเดียว ผมเสนอกับท่านประธานว่า ด้านการเมือง การปกครองเราต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเปึน อบจ. เทศบาล หรือ อบต. ได้รับบทบาทในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในท้องถิ่น อย่างเต็มศักยภาพ ต้องถือว่าการถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณอย่างมีเปัาหมายเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหาพิเศษของพื้นที่ ต้องพัฒนาองค์กรระดับต่าง ๆ ให้ทันสมัยและสอดคล้อง กับภารกิจ สอดคล้องกับพื้นที่ สอดคล้องกับเปัาหมายในการพัฒนา ผมเสนอเรื่องนี้ ก็เพราะว่ารัฐบาลได้ล่าช้าในเรื่องของการกระจายอํานาจมาตลอดระยะเวลา ๖ ป้เต็ม วันนี้ผมไม่พูดถึงในพื้นที่อื่น แต่ท่านประธานครับ จังหวัดชายแดนภาคใต้หนีไม่พ้น ต้องเปึนนราธิวาส หนีไม่พ้นต้องเปึนยะลา และหนีไม่พ้นต้องเปึนปัตตานี ๓ จังหวัดนี้ มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ ๓ จังหวัดนี้อยู่ในอ้อมกอด ของประชาชาติไทย อยู่เปึนหนึ่งในมาตุภูมิแห่งประชาชาตินี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างหากเล่าที่จะกําหนดความแตกต่างระหว่างปัตตานีกับเชียงใหม่ ระหว่างนราธิวาส กับขอนแก่น ระหว่างยะลากับแม่ฮ่องสอน ความแตกต่างตรงนี้กําหนดอย่างไรผมบอกว่า วันนี้ อบจ. เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เปึนตัวแทนแห่งเจตนารมณ์ ของคนในพื้นที่ และแน่นอนที่สุดครับการถ่ายโอนภารกิจที่ อบจ. พึงได้รับ ให้เห็นว่า ท้องถิ่นเขามีอํานาจในการตัดสินใจของตัวเอง แก้ไขปัญหาในชีวิตจริงของประชาชนได้ ต้องมีเปัาหมายในการถ่ายโอนภารกิจนี้เปึนการเฉพาะ แล้วข้อ ๒ เทศบาล อบต. องค์กรเหล่านี้ก็ต้องไปทํางานในลักษณะพื้นที่เช่นเดียวกัน ถ้ามีการถ่ายโอนภารกิจและทํางานอย่างเต็มที่ ผมแน่ใจว่าเราจะต้องทําได้ และภารกิจนี้ เปึนภารกิจของคนอื่นไปไม่ได้ครับ เปึนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น และสํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจต้องเอาเรื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเปึนเปัาหมาย เปึนแผนหนึ่งในการพัฒนาการเมือง การปกครองของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้ เทศบาลนครยะลาเปึนมหานครศูนย์กลางของจังหวัดชายแดนภาคใต้ในนามของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปึนสิทธิอัตตวินิจฉัยของคนที่นั่นจะเลือกหรือไม่เลือกใคร ขึ้นมาทําหน้าที่บริหาร ศูนย์พัฒนาที่นั่นจะต้องเกิด อําเภอทุกอําเภอไม่ว่าเปึนมาตั้งแต่ อําเภอปะนาเระ อําเภอรือเสาะ อําเภอตากใบ พื้นที่ที่เปึนศูนย์กลางของอําเภอถึงเวลา แล้วครับที่เราจะต้องทําให้ที่ตั้งของที่ว่าการอําเภอเปึนศูนย์กลางในการพัฒนาเมือง ต้องปรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ให้เติบโตและเข้มแข็งขึ้นเพียงพอที่จะถ่ายโอน ภารกิจจากภาครัฐ จัดการให้กับสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ ผมได้ศึกษาเรื่องเมืองพิเศษมามาก และลงไปทําเองครับ ไม่ใช่มีแต่เพียงพัทยานะครับ เมืองพิเศษในโลกนี้มีมากมายครับ เขาทําในเรื่องของเมืองท่องเที่ยวเปึนเมืองพิเศษได้ เมืองศูนย์กลางเมืองพิเศษได้ เมืองชายแดนเมืองพิเศษได้ วันนี้อําเภอเบตง อําเภอสะเดา อําเภอสุไหงโก-ลก เมืองเหล่านี้เปึนเมืองพิเศษแบบเดียวกับพัทยาได้แน่นอน และเปึน องค์กรที่แข่งขัน เทียบเคียง และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในฐานะที่เปึนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ผมไม่อยากที่จะพูดเปึนเรื่องไกลว่าเขตพื้นที่นั้น ๆ มันจะทํางานเปึนพื้นที่ที่เปึนเขตปกครองพิเศษไม่ได้ก็เพราะว่าโดยปกติแล้วเขตปกครองพิเศษ เปึนการดึงพื้นที่ที่อยู่ภายนอกกลับคืนสู่มาตุภูมิ ไม่ใช่ผลักดินแดนในมาตุภูมิออกไป เปึนเขตปกครองพิเศษ เพราะฉะนั้นวันนี้กระทรวงมหาดไทยจะต้องทําในด้านการเมือง การปกครอง พัฒนาองค์กรเหล่านี้อย่างมีเปัาหมายเฉพาะในการทํางานในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธานครับ สั้น ๆ เปึนเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ๓ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดชายแดนอื่นอีกคือ จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล ๕ จังหวัดนี้ เปึนจังหวัดที่ได้รับโอกาสในการพัฒนาต่ํามาก คําพูดคําหนึ่งที่ยังก้องหูของคนที่นั่น ก็คือว่า จังหวัดไหนไม่เลือกเราต้องรอก่อนเปึนความเจ็บปวดอย่างที่สุด ผมเปึนคนหนึ่ง ที่ผมยังเคยคิดว่าคนบางคนเปึนเพื่อนกับผมได้ แต่วันนั้นละครับ ผมได้ยินคําพูดคํานั้น แล้วผมแน่ใจเลยว่าเขาเปึนเพื่อนผมไม่ได้เลยตลอดชีวิตอย่างแน่นอน พื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้เปึนพื้นที่ที่รัฐบาลต้องตัดสินใจทําเรื่องของการพัฒนาพิเศษ ต้องทําเปึน เขตพัฒนาพิเศษ พัฒนาอะไรบ้างครับ กําหนดให้มีเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของ การจัดการการศึกษา เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของสังคมคุณภาพ และเรื่องของการมี แผนงานในการทุ่มเทสําหรับการพัฒนาโครงสร้างเต็มพื้นที่อย่างครบชุด วันนี้จะรอว่า งบประมาณมีเท่านี้แบ่งกันไปก่อน จังหวัดไหนเฉลี่ยกันไปก่อนอย่างนี้ไม่ได้ครับ ต้องเปึนพื้นที่ที่พัฒนาพิเศษ มีโครงการเปึนการเฉพาะ ผมตื่นเต้นเหมือนกันครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เห็นเรื่องของพื้นที่พัฒนา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ชงสูตร ๙ ๓ ๓ ๕ ผมเห็นโครงการแล้วที่ท่านว่านี่ครับ แต่ว่าผมกลับไปตื่นเต้นมากใหญ่โต ผมนึกว่ามันจะมีโครงการอะไรดีครับ ก่อสร้างโรงพยาบาลกรงป่นัง จังหวัดยะลา เนื่องจากอําเภอกรงป่นังเปึน ๑ ใน ๗๐ อําเภอของประเทศ และเปึนหนึ่งเดียวในพื้นที่ ไม่มีโรงพยาบาลอําเภอ ท่านประธานครับ อย่างนี้มันไม่ใช่โครงการพัฒนาพิเศษ มันสิทธิที่คนที่นั่นต้องได้ สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับมานานแล้ว แล้วถามว่าทําไมไม่ได้ ก็ไม่เลือกเราต้องรอก่อนอย่างไรครับ นี่คือปัญหา และผมคิดว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้เวลาเพียงแต่นั่งคิดนั่งทํา แล้วให้งบประมาณไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้แล้วครับ ต้องมีคณะกรรมการพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงสร้างพื้นฐานต้องเต็มรูป การพัฒนาทั่วด้านต้องเกิดขึ้น การศึกษาวันนี้คนไม่ต้องเดินทางไปไกล ต้องอยู่ที่นั่น ต้องเรียนจบได้ ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องสุดท้ายนั่นก็คือว่า เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ วันนี้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เคยเดินมาแล้ว รัฐบาลชวน หลีกภัย ทําเรื่องสามเหลี่ยมเศรษฐกิจร่วมมือกับประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เราร่วมมือกันและจุดนี้เราต้องก้าวเดิน ผมคิดว่าการทําให้เขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ เปึนพื้นที่เฉพาะสําหรับการพัฒนานี้ เปึนเรื่องที่ต้องทําจริงจังและต้องเดินเลยทันที แล้วต้องเอากลับมา ลืมชื่อชวน หลีกภัย เสียก็ได้และก็บอกว่ารัฐบาลนี้จะทํา พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้อง แต่ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ ๆ ๖ เรื่องและเปึนชุด ความคิดที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานที่กล่าวไปแล้วนี้ เปึนเรื่องที่เฉยเมยไม่ได้ และเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง และผมไม่ประสงค์ที่จะเอาเรื่องเปึนเงื่อนไขนี้มาว่ากล่าวกับ ใครทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าเราคิดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้เพียงภายใต้เรื่องใดเรื่องหนึ่งแต่เพียง เรื่องเดียวเปึนไปไม่ได้ ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังแล้ว ท่านรัฐมนตรีฟังแล้ว ท่านเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าไม่มีรัฐมนตรีคนอื่นแน่นอนที่จะต้องรับผิดชอบและจะต้องทํา เรื่องนี้ให้ได้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างมีมิตรไมตรี เพราะผมบอกแล้วว่า ผมเห็นความกระตือรือร้น ท่านเข้าพบท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านพบ นายกรัฐมนตรีเงาของผม ผมเปึนรองนายกรัฐมนตรีเงา ผมพร้อมที่จะร่วมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น พร้อมที่จะทํางานชิ้นนี้ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเวลา มีโอกาสผมจะให้ความเห็นกับท่านประธานอีกครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ