สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑

กูเฮง ยาวอหะซัน เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหารือเรื่องการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลส่วนหน้าเพื่อความรวดเร็วในการบริหารงาน และการศึกษาบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมถึงการสร้างอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาด้านการเกษตร

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน จากจังหวัดนราธิวาส พรรคชาติไทย วันนี้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสและท่านสมาชิก ที่ได้แสดงความคิดเห็น ด้วยปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเปึนปัญหาที่เกิดขึ้น มานานและในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ พรรคชาติไทยเห็นว่า สมควร ใช้วิธีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยอย่างน้อยให้มีการศึกษาในเรื่องดังนี้

๑. การจัดตั้งองค์กรที่เหมาะสมในการรับผิดชอบการแก้ปัญหาพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้

๒. การบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

๓. การสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

๔. การส่งเสริมและพัฒนาด้านอาชีพ

ในกรณีดังกล่าวเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงมีความจําเปึนอย่างรีบด่วน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ญัตติที่เสนอขึ้นมาให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะ ไม่แตกต่างจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้นําเสนอมา คงจะครอบคลุมไปหลายหัวข้อ หรือว่าจะครอบคลุมไปทั้งหมดแล้วก็ได้ ตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เสนอไปแล้วนั้น และเรื่องที่ผมจะเสนอต่อไปบางอย่างอาจจะมีการซ้ําซ้อนกัน หรือว่าอาจจะมีการเสนอ ไปแล้วหรือว่าอาจจะมีเรื่องใหม่ ๆ ขึ้นมา

ข้อที่ ๑ การจัดตั้งองค์กรที่เหมาะสมในการรับผิดชอบการแก้ปัญหาพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมาทางพรรคเคยเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารราชการ ครบวงจรจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือชื่อย่อว่า ศบ.คต. เพื่อเปึนการจําลองหน่วยงานของ รัฐส่วนหน้า ย่อจากกระทรวง ทบวง กรม เพื่อมาตั้งในพื้นที่ภาคใต้โดยตรง เพื่อให้เกิด ความรวดเร็วในการแก้ปัญหาและความสะดวกในการที่จะร้องเรียนและมีงบประมาณ เปึนของตัวเอง การจัดให้มีรัฐบาลส่วนหน้าอย่างนี้มันจะสร้างให้เกิดความรวดเร็วในการบริหารงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะไปอยู่ตรงนั้นก็ไม่จําเปึนต้องมีการโยกย้ายจากต้นสังกัดเดิมเพื่อไม่ให้ เกิดปัญหายุ่งยากภายหลัง และให้ขึ้นตรงกับสํานักนายกรัฐมนตรี

ข้อที่ ๒ คือ การศึกษาบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อย่างที่ทราบดีนะครับว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรมจะเปึนเรื่องเดียวกัน ถ้าเราศึกษาดูดี ๆ การศึกษาในภาคของเอกชนจะมี จํานวนนักศึกษามากกว่าในภาคของรัฐ ยกตัวอย่างนะครับ โรงเรียนศาสนาในพื้นที่ผมนี่ มีจํานวนนักศึกษาเยอะมากกว่าโรงเรียนของรัฐ เพราะว่าทางพื้นที่พ่อแม่ผู้ปกครอง อยากจะให้ลูกได้เรียนภาคสามัญประกอบกับภาคศาสนาในเวลาเดียวกัน แต่โรงเรียน ของรัฐยังไม่ได้ตอบสนองเรื่องนี้เท่าที่ควร

ข้อ ๒.๑ ต่อจากเรื่องเมื่อกี้นะครับ คือการศึกษาในเรื่องจะจัดให้มีวันหยุด อย่างไรดี ทางพรรคเคยหารือกันว่า ดีไหมถ้ามีการศึกษาว่าเราให้วันหยุดราชการ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เปึนกรณีศึกษานะครับว่า ดีไหมถ้าจัดให้มีเปึนวันศุกร์ กับวันเสาร์ ก็อย่างที่ทราบดีว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันศุกร์มีความสําคัญ ต่อคนที่นับถือศาสนาอิสลามหรือคนมุสลิมเพื่อได้ทําศาสนกิจ และอีกอย่างหนึ่ง ที่สามารถจะเสริมขึ้นมาได้คือจะเปึนวันพบญาติหรือว่าเปึนวันไปเยี่ยมญาติ วันนี้สภาพ เศรษฐกิจหรือว่ารายรับของคนในพื้นที่ค่อนข้างจะแย่ แต่ดีอย่างหนึ่งที่ว่าวันนี้มียางพารา เข้ามาช่วยประคองเศรษฐกิจในพื้นที่ คือการไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องนี่เวลาไปจะได้ หิ้วของกินของอะไร และมีการซื้อของจิปาถะระหว่างทางไว้ไปเยี่ยมทําให้เกิดเงินสะพัด ในพื้นที่ การที่จะหวังการลงทุนจากนอกให้มาลงทุนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ มีโอกาสน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ต้องให้คนในพื้นที่ช่วยตัวเองให้มากที่สุดนะครับ

ส่วนเรื่องการศึกษาวันนี้อย่างที่ทราบดีว่าหลาย ๆ ภาคส่วนพยายาม จะช่วยในด้านการศึกษา แต่ไม่ได้มองว่านอกจากเวลาเรียนหรือเวลาศึกษาอย่างวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมงนะครับ เราถือว่าเราใช้เวลาในการพักผ่อนหรือว่าทําอย่างอื่นประมาณ ๑๐ ชั่วโมง แล้วก็ไปเรียนหนังสือสัก ๘-๙ ชั่วโมงยังมีเวลาที่เหลืออยู่ แต่เราไม่เคยเอาเวลา ที่เหลือนี้มาพูดคุยว่าจะทําอย่างไร เพราะว่าวันนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่ปัญหาเรื่องที่ เกิดขึ้นรายวัน แต่เปึนปัญหาเรื่องยาเสพติดที่กําลังมาแรงอยู่และเปึนปัญหามากที่สุดด้วย ในพื้นที่ ๓ จังหวัด และอยากให้บริหารเวลาตรงนี้ว่าเราจะเอาอะไรเข้ามาใช้ เพราะว่า ความบันเทิงไม่ว่าจะเปึนดนตรีคอนเสิร์ตอะไรในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นี่จะไม่มีให้เห็นได้ เพราะว่าจะไม่ได้รับการต้อนรับและจะถูกตําหนิติเตียนในเรื่องนี้ ก็เน้นได้เรื่องเดียว เรื่องการกีฬา ถ้ารัฐสามารถจัดหาเรื่องการกีฬา หรือว่าสนับสนุนเรื่องสนาม หรือว่า อุปกรณ์ หรือว่าหน่วยงานเข้าไปดูแลในเรื่องการกีฬาเพื่อส่งเสริมให้การกีฬามีการพัฒนา เด็กและเยาวชนสามารถใช้เวลาตรงนี้เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ และที่สําคัญที่สุดคือ ปัญหาว่างงาน วันนี้นักศึกษาที่จบระดับปริญญาตรีมีจํานวนมากและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่างานรองรับไม่ค่อยจะมี ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กําลังเปึนปัญหาใหญ่นะครับ ตอนนี้

ข้อที่ ๓ ในการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เคยมีนโยบาย ของพรรคเล็ก ๆ ตอนนั้นว่า อยากจะให้ตั้งศูนย์อุทธรณ์ฉุกเฉินเพื่อความเปึนธรรม เนื่องจากต้องยอมรับว่าปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ผมว่าจะให้ศาล อย่างเดียวมาทําหน้าที่ตรงนี้คงจะไม่ทันเพราะว่าปัญหาเยอะมากครับ มีปัญหาทุกวัน ปัญหารายวันนี่ถ้าไม่มีวันไหนเปึนเรื่องที่ผิดปกติ แต่วันไหนถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนถือว่าเปึนเรื่องปกติ และการที่จะต้องมีศาลอุทธรณ์ฉุกเฉิน เพื่อความเปึนธรรมขึ้นมานี้เพื่อให้ชาวบ้านได้สามารถร้องเรียนถึงส่วนกลางโดยเร็วที่สุด และอยากให้ชาวบ้านสามารถร้องเรียนเปึนภาษาท้องถิ่น เพราะว่าส่วนใหญ่เปึนคน มุสลิมถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และค่อนข้างใช้ภาษาราชการไม่ค่อยถนัด ส่วนเจ้าหน้าที่ ที่รับเรื่องร้องเรียนก็ขอให้มีความรู้เรื่องภาษาท้องถิ่นด้วย

ส่วนข้อสุดท้าย ข้อที่ ๔ ในการส่งเสริมและพัฒนาด้านการอาชีพ อย่างที่ ทราบดีวันนี้อาชีพทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนอาชีพเกษตรกรรม รายได้ส่วนใหญ่ เปึนเกษตรกรรม แต่ว่ายังมีคนส่วนใหญ่หรือคนไม่น้อยเลยที่ต้องเดินทางไปทํางาน ที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนทางตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางประเทศ เพื่อนบ้านคือมาเลเซีย และวันนี้เมื่อไปแล้วปัญหาคือที่บ้านก็เปึนห่วง เพราะว่าบางคน ไปแล้วไม่กลับก็มี ส่วนอาชีพอีกอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้ในวันนี้ที่รัฐน่าจะเข้าไปสนับสนุน และลองศึกษาวิจัยดูก็คือ เรื่องผลผลิตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อก่อนนี้จะเปึน ยางพารากับลองกองที่จะเปึนหลัก แต่วันนี้ลองกองไม่สามารถจะมาพูดถึงได้เพราะว่า ราคาไม่ดีเลยหรือไม่ดีมาก ๆ ชาวบ้านจะคาดหวังจากราคาลองกองนี้ไม่ได้เลย ส่วนที่ เห็นภาพชัดวันนี้คือเรื่องปาล์มน้ํามันกับข้าว ยิ่งวันนี้ข้าวได้รับการพูดถึงมากว่าข้าว มีราคาแพง และคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บริโภคข้าวเปึนหลัก วันนี้ถ้าเราส่งเสริม ในการทํานาข้าวหรือว่าปาล์ม หรือว่ายางพารา โดยแบ่งโซนนิ่ง (Zoning) อะไรขึ้นมามันก็ จะเปึนผลดีต่อชาวบ้านในพื้นที่ เพราะว่าสภาพนาร้างมีจํานวนมาก มีเปึนแสน ๆ ไร่ที่ไม่ได้ ทําประโยชน์อะไรเลย ถ้ารัฐได้มองตรงนี้หรือว่าได้ศึกษาตรงนี้มาแล้วก็แบ่งโซนนิ่งกัน แล้วมาสร้างประโยชน์ตรงนี้ ผมว่าน่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนในพื้นที่ และเปึนการสร้างรายได้ และชาวบ้านก็ไม่ต้องซื้อข้าวกิน อีกอย่างหนึ่งก็สามารถสร้าง รายได้ให้กับครอบครัวและตัวเองครับ ผมขอนําเสนอทั้งหมดเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ