สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๑

ฟาริดา สุไลมาน หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชน และขอความช่วยเหลือในการสร้างความจริงชุดเดียวกันในการแก้ไขปัญหา

นางฟาริดา สุไลมาน สุรินทร์

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ในปัญหา ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนปัญหาใหญ่แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงบสุข ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ แล้วในป้ที่แล้วการทําปฏิวัติรัฐประหาร เหตุผลส่วนหนึ่งของการทําปฏิวัติก็บอกว่า จะทําให้เหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสงบสุข ดิฉันเชื่อว่าทุกคนก็ไม่อยาก ให้เกิดการปฏิวัติ เพราะเศรษฐกิจต่าง ๆ ของประเทศมันพังไปหมด แต่ว่าเหตุผลข้อหนึ่ง ของการปฏิวัติบอกว่าจะทําให้เหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสงบสุข ประชาชน ทุกคนก็มีความคาดหวังว่าเหตุการณ์จะเปึนเช่นนั้น แต่ท่านประธานคะ ๑ ป้ที่ผ่านมาของ การปฏิวัตินั้นประชาชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมาย ซึ่งดิฉันจะนําเสนอข้อมูล ในครั้งต่อไปนะคะ ส่วนหนึ่งที่ดิฉันได้ยื่นตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้เนื่องจากว่า ดิฉันมีเหตุผล แล้วก็ในสมัยที่แล้วนั้นดิฉันได้เปึนกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วเราก็ลงไปยังพื้นที่ ซึ่งในช่วงนั้นประชาชน ค่อนข้างที่จะไม่สบายใจ ประชาชนมีปัญหา ประชาชนมีความทุกข์ระทม แต่การลงพื้นที่ ของกรรมาธิการนั้นส่วนหนึ่งก็จะทําให้เราได้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์สําหรับการที่ กรรมาธิการจะนําเสนอข้อมูลให้กับในหน่วยงานของทางราชการและทางภาครัฐ อย่างข้อมูลนําเสนอในภาคแห่งนี้เราลงพื้นที่กันตลอดระยะเวลาถึง ๒ ป้ ที่เราเปึน คณะกรรมาธิการแล้วก็ได้ข้อมูลกันอย่างมากมายในพื้นที่ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าข้อมูล ยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน ในคราวที่แล้วกรณีที่สื่อหนังสือพิมพ์ออก หรือว่า ทางกองทัพออกมาว่ามีเด็ก เยาวชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นฝ๊กอาวุธที่โรงเรียน ปอเนาะ เราก็ใช้บทบาทของกรรมาธิการนี้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็ได้ความจริง ที่ออกมาว่ากรณีที่บอกว่าเด็กมีการฝ๊กอาวุธที่ปอเนาะนั้น จริง ๆ แล้วเปึนภาพของนักเรียน มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตที่กรุงเทพมหานครจากการไปถ่ายรูปของการรับน้องแล้วก็ แต่งชุดทหารพรานที่จังหวัดสระบุรี นี่ก็เปึนแค่แง่มุมหนึ่งที่เราในฐานะกรรมาธิการได้นํา ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นในส่วนของการเปึนกรรมาธิการนั้น ดิฉันจึงเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีความสําคัญ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ ณ ขณะนี้ ประชาชนนเกิดความทุกข์ระทมอย่างมาก แล้วก็ประชาชนบาดเจ็บและล้มตายกัน อย่างมากมาย สิ่งหนึ่งที่ดิฉันมองเห็นปัญหาก็คือปัญหาในเรื่องของเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงอายุซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากมายต่อกรณีเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งดิฉันจะขอนําเสนอภาพรวมในสภาแห่งนี้ได้เห็นสถิติตามที่ดิฉันได้กล่าวมา จากสถิติการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในข้อมูลที่นําเสนอนี้เปึนข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้า ถ้าเกิดเราไล่ไปตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ นั้นจะเกิดเหตุการณ์ถึง ๙๕๒ ครั้ง ประชาชนตายไป ๓๑๔ คน บาดเจ็บ ๔๙๑ คน แล้วก็รวมตายและบาดเจ็บ ๘๐๕ คน ป้ ๒๕๔๘ เพิ่มขึ้น เปึนเหตุการณ์ความรุนแรงนั้น ๒,๐๗๘ ครั้ง ประชาชนตาย ๕๖๔ คน และบาดเจ็บ ๑,๑๐๕ คน รวมบาดเจ็บและตาย ๑,๖๖๙ คน ในป้ ๒๕๔๙ นั้น เกิดเหตุ ๑,๙๓๔ ครั้ง ตาย ๗๔๖ คน และบาดเจ็บ ๑,๒๐๐ คน รวมตายและบาดเจ็บ ๑,๙๔๖ คน ในป้ ๒๕๕๐ ที่ดิฉันบอกว่าเปึนความคาดหวังของประชาชนว่าการปฏิวัติรัฐประหารนั้นจะทําให้ เหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้นั้นเกิดความสันติสุข แต่ข้อมูลที่เราเห็นในจอภาพ เหล่านี้มันขัดแย้งกับข้อมูล ข้อเท็จจริง ป้ ๒๕๕๐ ป้เดียวนั้นเกิดเหตุถึง ๒,๔๗๕ ครั้ง ประชาชนตายถึง ๑,๐๒๔ คน บาดเจ็บถึง ๑,๘๔๔ คน รวมตายและบาดเจ็บมากถึง ๒,๘๖๘ คน ท่านประธานคะ ตลอดระยะเวลา ๔ ป้ที่ผ่านมานั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ๗,๔๓๙ ครั้ง ประชาชนล้มตายถึง ๒,๖๔๘ คน และบาดเจ็บ ๔,๖๓๙ คน รวมตายและบาดเจ็บมากถึง ๗,๒๘๘ คน นี่เปึนข้อมูลที่เราได้เห็น และดิฉันจําเปึนที่จะต้องชี้แจงในสภาแห่งนี้ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกในสภาจะได้เข้าใจ ในส่วนของประเด็นในเรื่องของญัตติที่นําเสนอ

นอกจากนั้นแล้วท่านประธานคะ ในภาพที่จะนําเสนอต่อไปนี้จะเปึน ในส่วนของข้อมูลสถิติเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกรณีของเด็ก เยาวชน สตรีและ ผู้สูงอายุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้แยกถึงเพศ ไม่ได้แยกถึงอายุ และไม่ได้แยกถึง ศาสนา จากสถิติที่ออกมานั้นถ้าเราดูในส่วนของอายุแล้วนี่เราจะเห็นว่าแม้แต่อายุแรกเกิด จนถึง ๑๔ ป้นั้น ก็มีผู้บาดเจ็บถึง ๑๑๓ คนแล้วก็ตาย ๒๑ คน นี่คือข้อมูลในช่วงป้ ๒๕๕๐ เพียงแค่ป้เดียว แต่ถ้าเกิดดูในอายุในช่วงของความเปึนเยาวชน ก็คือ ๑๕-๒๙ ป้นั้น ผู้บาดเจ็บจะมาถึง ๘๒๗ คน แล้วก็ตายถึง ๑๔๗ คน แต่ในช่วงของความเปึนวัยผู้ใหญ่ นั้นก็คือ ๓๐-๕๙ ป้จะมีผู้บาดเจ็บถึง ๑,๒๙๐ คน ตายถึง ๘๐๔ คน แต่ถ้าเกิดว่าเปึนอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ท่านประธาน ก็คือในส่วนของวัยผู้สูงอายุนั้นก็ได้รับผลกระทบนี้ ก็คือจะมี ผู้บาดเจ็บถึง ๑๒๑ คน แล้วก็ตายถึง ๕๒ คน แต่ถ้าเกิดว่าเรามาเทียบในส่วนของสัดส่วน ของกรณีของผู้ชายและผู้หญิง บางครั้งเราคิดว่าเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้จะกระทบแต่ผู้ชายเท่านั้น แต่ข้อมูลที่ออกมานั้นปรากฏว่าผู้หญิงก็ได้รับ ผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งผู้หญิงนั้นได้รับบาดเจ็บ ๔๑๒ คน และตาย ๗๗ คน ส่วนในเรื่องของศาสนานั้นไม่ว่าจะเปึนพุทธหรืออิสลามก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเกิดว่าดูสัดส่วนแล้วคนพุทธจะได้รับการบาดเจ็บมากกว่าคนมุสลิม คือ ๑,๐๘๕ คน แต่คนมุสลิมนั้นได้รับบาดเจ็บ ๘๒๔ คน แต่ถ้าเกิดว่าเทียบสัดส่วนคนที่ตายมากที่สุดก็คือ คนมุสลิมคือ ๓๒๒ คน แต่ส่วนคนพุทธ ๑๘๖ คน ดังนั้นสถิติ ๑ ป้ที่ผ่านมาเราคงจะเห็นว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นกระทบไปหมดไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและเยาวชน ถ้าเกิดว่าเราดูเฉลี่ยนะคะท่านประธาน ๑ ป้ที่ผ่านมานั้นสถิติการเกิดเหตุจะก่อเหตุ ประมาณ ๓.๔ ครั้งต่อวัน แล้วก็คนบาดเจ็บประมาณ ๖.๕ คนต่อวัน แล้วถ้าเกิดว่า เทียบสัดส่วนของผู้เสียชีวิตนั้นก็ประมาณ ๑.๗ คนต่อวัน นี่คือเปึนสัดส่วนที่จะนําเสนอ ให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบแล้วก็ได้เข้าใจร่วมกัน แต่ข้อมูลอีกข้อมูลหนึ่ง อย่างกรณีสักครู่ เพื่อนสมาชิกก็คือในส่วนของท่านที่เปึนตัวแทนจากจังหวัดนครราชสีมาที่ได้ยื่นญัตติ เกี่ยวกับความมั่นคง มีความเปึนห่วงใยในส่วนของทหารและข้าราชการตํารวจที่สูญเสีย ชีวิตในเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคะ ในข้อมูลที่ออกมานั้นที่เรา เห็นในจอภาพแห่งนี้นะคะ จะมีในส่วนของพี่น้องประชาชนที่เปึนตํารวจและทหาร บาดเจ็บแล้วก็ล้มตายลงอย่างมากมาย ดิฉันขอนําสรุปภาพว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตํารวจนั้นตลอดระยะเวลา ๔ ป้ที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๔๔๗-๒๕๕๐ นั้น ตาย ๑๘๒ คน บาดเจ็บ ๕๘๑ คน แต่ถ้าเกิดว่าเปึนพี่น้องทหารตาย ๑๔๖ คน แล้วบาดเจ็บ ๖๘๕ คน ท่านประธานคะ เรามีความห่วงใยในชีวิตของทหารและตํารวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานคะ ถ้าเกิดเรามาดูสถิติของพี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เขาได้รับผลกระทบ ๔ ป้ที่ผ่านมานั้น ประชาชนตายถึง ๒,๓๒๐ คน แล้วก็บาดเจ็บมากถึง ๓,๔๗๔ คน รวมการสูญเสียชีวิตนั้น เปึนกันอย่างมากมาย ดังนั้นในส่วนของการยื่นญัตติในครั้งนี้หรือว่าสถิติข้อมูลที่เราได้เห็น ในสภาแห่งนี้ร่วมกัน เราก็คงจะเห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเปึนผลกระทบที่เกิดขึ้น อย่างมากมายทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัยและทุกศาสนา ท่านประธานคะ ในส่วน ของประเด็นด้านเด็กนั้นจากการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนมากถึง ๒,๘๔๘ คน ถ้าเกิดว่าเราลดสัดส่วนลงว่าคนที่สูญเสียชีวิตนั้นตีให้สัดส่วนครึ่งหนึ่งคือประมาณ ๑,๕๐๐ คนที่ต้องตายไปนั้นนั่นหมายความว่า ๑,๕๐๐ คนนั้นจะเปึนคนที่เปึนแม่ แล้วถ้าเกิดคนเปึนแม่เราตีสัดส่วนในการมีลูกนั้นถ้าเกิดว่าใช้ ๓ หรือใช้ ๕ คน คูณเข้าไป ในยอด ๑,๕๐๐ คนที่จะต้องตกสภาวะของการเปึนหม้ายนั้น เขาจะต้องมีเด็กกําพร้า ในพื้นที่มากถึง ๔,๕๐๐ คนถึง ๗,๕๐๐ คน ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาที่เราไม่ควรที่จะ ละเลยและไม่ควรที่จะไม่ให้ความสนใจ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เด็กที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ได้เห็นการกระทําไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของโรงเรียนที่ถูกเผา หรือถูกระเบิด พ่อหรือแม่ที่ตายไปจากกรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์การสร้าง สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดการเสียชีวิตให้กับผู้ปกครอง ให้กับบุคคลในครอบครัวนั้น ข้อมูล ที่ออกมาที่เรามีการลงไปยังพื้นที่แล้วก็ไปดูในส่วนของเด็กที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ เด็กจะมีความซึมเศร้าแล้วในขณะเดียวกันบางส่วนบางคนก็มีพฤติกรรมที่สะสม ความรุนแรง นี่ก็คือผลกระทบที่เด็กเหล่านี้ได้รับจากเหตุการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อมูลหนึ่งที่เราเห็นนั่นก็คือว่ากระบวนการเยียวยาในด้านสุขภาพจิตของทางภาครัฐนั้น มีน้อยมาก ในศูนย์สาธารณสุขที่ ๑๕ ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเจ้าหน้าที่ก็คือ มีแพทย์ที่ดูแลเยียวยาทางด้านสุขภาพจิตเพียงแค่ ๒ คนเท่านั้นต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น มันยังห่างไกลแล้วยังเปึนปัญหาในเรื่องของสัดส่วนของแพทย์แล้วก็สัดส่วนของ ด้านสุขภาพจิตเปึนอย่างยิ่ง นี่ก็คือเปึนสิ่งหนึ่งที่เราเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในกรณีของเด็ก ท่านประธานคะ ในด้านเยาวชนที่ตกเปึนเหยื่อของความรุนแรงนั้นส่วนใหญ่แล้ว สถานการณ์ชายแดนภาคใต้นั้นเยาวชนที่ผ่านมาออกมาตอบโต้ในส่วนของรัฐบาล เพราะเขามีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเปึนธรรม เขายังต้องการความยุติธรรมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราคงจะเห็นว่าจะเริ่มมีแนวร่วมต่าง ๆ ออกไปอย่างมากมายในส่วนของ พี่น้องเยาวชนที่เข้าไปเปึนแนวร่วม แล้วขณะเดียวกันการออกมาต่อสู้ การประท้วงก็มี ความรุนแรงมากยิ่ง ๆ ขึ้น นี่ก็เปึนส่วนผลกระทบที่ได้รับมาในส่วนของเยาวชน แต่ถ้าเกิดว่า เราดูในส่วนของผลกระทบด้านสตรีแล้ว ท่านประธานคะ สตรีที่ตกอยู่ในสภาวะของ ความเปึนหม้ายมีจากสัดส่วนที่คํานวณออกมาตกประมาณ ๑,๕๐๐ คนขึ้นไป ดังนั้น ในส่วนบทบาทของสตรีเหล่านี้ซึ่งเมื่อก่อนนั้นพี่น้องในส่วนของสตรี ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นจะต้องมีบทบาทในความเปึนแม่บ้านที่ดูแลลูกและครอบครัวแต่วันนี้บทบาท ของเขาได้เปลี่ยนไปค่ะท่านประธาน เขาจะต้องมาทําหน้าที่บทบาทของความเปึนผู้นํา ครอบครัวซึ่งสามีจะต้องสูญเสียไป ลูกจะต้องสูญเสียไป เหตุการณ์เหล่านี้ถามว่า ถ้าเกิดว่าเปึนเราเราจะทนรับสภาพสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ เด็ก ลูกที่จะต้องถูกกระทําจาก การเปึนลูกกําพร้าที่เกิดขึ้นนั้นคนที่เปึนแม่จะรับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร มันเปึนสิ่งที่ ยากที่จะเข้าไปเยียวยาหรือว่าเข้าไปดูแลเข้าไปดําเนินการในเรื่องเหล่านี้ แต่ว่าที่ผ่านมานั้น ดิฉันเชื่อว่าทางภาครัฐเองก็ไม่ได้ให้การเหลียวแลหรือว่าให้การใส่ใจในส่วนของผู้กระทํา หรือว่าผู้ได้รับผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ แล้ววันนี้เขาจะต้องมาเปึนผู้นําครอบครัว เศรษฐกิจเขา เขาจะได้รับ เขาจะดูแลครอบครัวของเขาอย่างไร ดิฉันมีข้อมูลหนึ่งซึ่งถือว่าเปึนข้อมูลที่ฟังแล้วคิดว่าเพื่อนในสภาแห่งนี้และพี่น้องประชาชน ทางบ้านเองก็คงไม่สบายใจ ท่านประธานคะ กรณีครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่จังหวัดนราธิวาส สามีถูกยิงเสียชีวิตขณะที่ตนเองนั้น ยังตั้งท้องอยู่ มีลูกถึง ๑๓ คน แล้วลูก ๓ คนนั้นยังต้องให้นมแม่อยู่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ เรามองเห็นว่าเราไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปึนแม่ ความเปึนผู้หญิงจะดูแลครอบครัวและลูกได้อย่างไร เพราะฉะนั้นประเด็นในเรื่องของ ผู้หญิงก็คงจะต้องเปึนประเด็นที่รัฐควรให้ความใส่ใจเปึนอย่างมาก และโดยเฉพาะกรณี ของผู้หญิงเรา คงจะเห็นว่า ณ วันนี้มีกรณีของม็อบ (Mob) ผู้หญิงออกมา บางครั้งสถานการณ์ คนในพื้นที่อาจจะไม่เข้าใจ คิดว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ฝ์ายความมั่นคงก็ออกไปสอบสวน ติดตามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครอยู่เบื้องหลังม็อบเหล่านี้ เราคงจะเห็นม็อบตากใบ เราคงจะเห็น ม็อบของกรือเซะ แล้วก็อีกหลาย ๆ ม็อบ แต่วันนี้สถานการณ์มิติใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นก็คือว่า ผู้หญิงเริ่มเข้ามีบทบาทแล้วก็เริ่มเข้ามาในกระบวนการความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ดังนั้นในส่วนของกระบวนการเยียวยา ในส่วนของภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ของภาครัฐนั้นจะต้องเข้ามามีบทบาทแล้วก็เข้ามาส่งเสริมในกระบวนการที่ผู้หญิงออกมา ซึ่งการที่ผู้หญิงออกมานั้นในส่วนตัวของดิฉันดิฉันมองว่าเปึนสิ่งหนึ่งที่จะช่วยในการสร้าง สันติวิธีหรือว่าสร้างการเจรจาในเชิงสมานฉันท์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นดิฉันจึงฝากในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ แล้วในส่วนของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้เองก็คงจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องสิ่งที่ดิฉันได้นําเสนอไปแล้ว

ท่านประธานคะ กรณีของผู้ที่ได้รับผลกระทบอีกส่วนหนึ่งก็คือผู้สูงอายุ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากก็จะเข้าไปตามมัสยิดกัน ซึ่งเขาถือว่าสิ่งนี้จะเปึนสิ่งที่เขามีความปลอดภัยมากที่สุดทั้งโลกนี้และโลกหน้า แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมามีการยิงในมัสยิดเกิดขึ้น แล้วถามว่า วันนี้ความสงบสุขหรือความมั่นใจในเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเขาหวังว่า มัสยิดเปึนที่ที่ปลอดภัยที่สุด เปึนบ้านของพระเจ้านั้นจะปลอดภัยได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่ดิฉันได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชน สตรีและ ผู้สูงอายุในญัตติครั้งนี้

ส่วนหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอนําเสนอในส่วนของข้อเสนอแนะในครั้งนี้นะคะ เหตุการณ์ความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเราพูดกันมามากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเกิดว่าเรามาดูในส่วนของโครงสร้างของประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยชาติพันธุ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย เรามีกลุ่มชนกลุ่มน้อยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้แล้วก็รวมกันใช้ชื่อว่า ประเทศไทย แต่ถามว่าทําไมกลุ่มชนในชนกลุ่มน้อย ภาคอื่น ๆ จึงไม่มีปัญหาเหมือนชนกลุ่มน้อยในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมชนกลุ่มน้อยในส่วนของชนที่เปึนชนชาติมลายูนั้นจะต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ เปึนสิ่งที่รัฐบาลเองควรจะต้องให้ความตระหนักแล้วก็ให้ความสนใจในเรื่องของรากเหง้า ที่เกิดขึ้น ในปัญหาที่เกิดขึ้นของความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ท่านประธานคะ นโยบายที่เราเห็นนั้นไม่ว่าจะเปึนผ่านมาในอดีตหรือว่า เหตุการณ์ในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา หลายนโยบายนั้นไปกระทบกับวิถีชีวิต อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเขา เขามีความรู้สึกว่าถูกคุกคาม เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชน ไม่เข้าใจแล้วก็มองรัฐว่ารัฐไม่ยอมรับความเปึนอัตลักษณ์ ความเปึนชาติพันธุ์ ความเปึน วิถีชีวิตของเขา สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดปัญหาเกิดขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้น การดําเนินการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เราคงจะต้องแก้ไขให้เข้าใจ ให้ถึงรากเหง้าของปัญหา ท่านประธานคะ บางครั้งการแก้ปัญหานั้นเราอาจจะต้องถอยกันคนละก้าว อย่างเมื่อวานนี้ ที่ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ได้มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ท่านบอกว่าท่านมีความจริงใจ ท่านพร้อมที่จะผ่าอกของท่านในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ดิฉันก็ดีใจแล้วก็ อย่างน้อย ๆ ก็เห็นว่าท่านก็มีความตั้งใจจริงในการพร้อมที่จะแก้ปัญหาให้ภาคใต้ เกิดความสงบสุข แต่ในกรณีนโยบายของท่านที่ออกมาตั้งแต่ในช่วงของการแถลงนโยบาย ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเขตปกครองพิเศษหรือว่าในเรื่องของนโยบายการปราบ อบายมุขนั้น บางครั้งพี่น้องไม่เข้าใจก็อาจจะไปมองว่าเขตปกครองพิเศษนั้นเราจะต้อง ตัดดินแดนส่วนหนึ่งให้เขาไปซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ เรามีในส่วนของเขตปกครองพิเศษ หรือพื้นที่พิเศษ ซึ่งในส่วนของคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ได้เสนอมาอย่างมากมาย ไม่ว่า จะเปึนในส่วนของคณะกรรมการสมานฉันท์ ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร หรือว่า สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ก็เห็นว่าบางครั้งเราอาจจะต้องยอมถอยกัน คนละก้าวเพื่อที่จะดูว่าการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นควรที่จะทําอย่างไรที่ให้เหตุการณ์นั้น ได้สงบสุขลง ท่านประธานคะ อย่างกรณีของประเทศจีนเขามีชนเผ่ากันอย่างมากมาย แต่ทําไมรัฐบาลของประเทศจีนถึงสามารถที่จะแก้ปัญหาชนเผ่ากลุ่มน้อยได้อย่าง ไม่มีปัญหาแต่ทําไมกรณี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเปึนชุมชนซึ่งเปึนกลุ่มก้อน เพียงเล็ก ๆ แต่ทําไมต้องเกิดปัญหา สิ่งเหล่านี้ดิฉันได้ประสบด้วยตัวดิฉันเอง เมื่อคราว ที่ดิฉันเดินทางไปที่ประเทศลาวไปพร้อมกับนักศึกษาระดับปริญญาโท ซึ่งเมื่อไปแล้ว ขณะที่ดิฉันกําลังปฏิบัติศาสนกิจก็คือการละหมาด ดิฉันได้ละหมาดที่ส่วนหนึ่งของ บริเวณร้านอาหาร เพราะที่นั่นไม่มีมัสยิด ท่านประธานเชื่อไหมคะขณะที่ดิฉันละหมาด อยู่นั้นเพื่อนนักศึกษาเข้ามาถามว่าดิฉันกําลังทําอะไรอยู่ ชุดที่ใส่นั้นคุณทําอะไร สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาของประเทศไทยนั้นล้มเหลว ทั้งนี้เพราะถ้าเกิดว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่เข้าใจในอัตลักษณ์ ไม่เข้าใจในวิถีชีวิต ไม่เข้าใจในวัฒนธรรม ของแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติแล้วเราจะไปแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือว่าในส่วนของกระทรวง วัฒนธรรมคงจะต้องรับภารกิจงานนี้เปึนงานใหญ่ของชาติ

ท่านประธานคะ ประเด็นที่ดิฉันอยากจะนําเสนอต่อไปก็คือในเรื่องของ ประเด็นความไม่เชื่อมั่น ความไม่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ วันนี้พี่น้อง ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นระหว่างภาครัฐ และขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ไม่เชื่อมั่น ในพี่น้องประชาชน ต่างคนต่างมองกันคนละมุม และถามว่าวันนี้จุดจบจุดร่วมจะมา บรรจบกันได้อย่างไร ถ้าเกิดว่าความจริงที่พวกเรามองนั้นเรามองกันคนละมุม วันนี้พื้นที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มองปัญหาอีกมุมหนึ่ง ขณะเดียวกันพี่น้องในพื้นที่ส่วนกลาง ก็มองปัญหาภาคใต้อีกแง่มุมหนึ่ง มองกันคนละความจริง วันนี้ภาครัฐมองความจริง อีกความจริงหนึ่ง วันนี้พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มองความจริงอีกมุมหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อไรที่ความจริงเหล่านี้จะมาบรรจบกันเปึนความจริงชุดเดียวกัน ดิฉัน คงจะต้องฝากสิ่งเหล่านี้ว่ามันถึงจะสามารถแก้ปัญหาภาคใต้ได้

ท่านประธานคะ ในส่วนที่เราพูดถึงกันเยอะอย่างกรณีของสักครู่นี้ก็คือ ท่านเพื่อนสมาชิกก็คือท่านซูการ์โน มะทา ก็ได้พูดถึงพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่พูดถึงในกรณีของเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา วันนี้จะทําอย่างไรที่จะให้ในส่วน ของพระราชดํารัสนี้นํามาเปึนรูปธรรมที่เกิดขึ้นให้ได้ ถ้าเกิดว่าเราพูดกันอย่างเดียว แต่เราไม่ได้นําสิ่งเหล่านี้มาเปึนรูปธรรมที่จับต้องได้ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็คงจะต้องมาพูดกันในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อีกต่อไปนะคะ

อีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันมองเห็นที่ยังเปึนปัญหาอยู่นั่นก็คือว่า ในส่วนของพื้นที่ ข้อมูลที่ออกมานั้นพี่น้องประชาชนไม่กล้าพูดความจริง เพราะพูดแล้วเขาไม่ทราบว่า เขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ บางครั้งก็เห็นคนยิงหรือว่าเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาเขา เขาก็ ไม่กล้าพูดความจริง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่อันตราย ถ้าเกิดว่าความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชนเปึนเช่นนี้ ดังนั้นวันนี้เราเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในส่วนของภาครัฐนั้นล้มเหลวในเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม แล้วการพูดความจริงของพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเกิดว่าเรามองในอีกมุมหนึ่ง ความจริง ในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นส่วนใหญ่จะได้ในเวทีสาธารณะที่เปึนเวทีของ เอ็นจีโอ (NGO : องค์กรพัฒนาเอกชน) สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนให้เราเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ในส่วนของภาครัฐ เกิดอะไรขึ้นกับความจริงของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ การเป่ดเวทีสาธารณะให้กับพื้นที่ของพี่น้องประชาชนจึงเปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะเป่ดหัวใจของพี่น้องประชาชนให้กล้าที่จะออกมาพูดความจริง

ท่านประธานคะ ประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะนําเสนอนั่นก็คือว่า กรณี คณะกรรมการต่าง ๆ ที่ทางภาครัฐไม่ว่าจะเปึนส่วนราชการที่ตั้งขึ้นมานั้นส่วนใหญ่จะเปึน คณะกรรมการตามรูปแบบ นั่นหมายความว่าก็จะเชิญในส่วนของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปไปเปึนคณะกรรมการ แต่ข้อมูลที่แท้จริงแล้วนี่คนที่เข้าไปเปึนคณะกรรมการ ไม่มีใครที่กล้าพูดความจริง แต่เมื่อเวลาที่เขาพูดในที่ประชุมเขาก็จะพูดตามที่คนที่เชิญ ประชุมต้องการที่จะได้ข้อมูล แต่พอเขาออกมาจากห้องประชุมแล้วเขาพูดข้อมูล อีกข้อมูลหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเราก็ไม่เห็นในส่วนของที่ดิฉันบอกว่าจะทําอย่างไร ที่จะให้ความจริงนั้นปรากฏ และความจริงที่ได้จากคนละชุดนั้นเปึนความจริงชุดเดียวกัน ท่านประธานคะ ในส่วนที่ดิฉันได้นําเสนอนั้นดิฉันเชื่อว่าเพื่อน ๆ สมาชิกในสภาแห่งนี้ ทุกคนก็อยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขณะเดียวกัน ในสภาแห่งนี้ที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นเราตั้งกันทุกสมัย ทุกสภา ท่านประธานคะ ใจจริง ๆ ของดิฉันนั้นดิฉันอยากจะ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนคณะกรรมาธิการสามัญด้วยซ้ํา เพราะปัญหาเหล่านี้ เปึนปัญหาที่สะสมมาอย่างเรื้อรัง แล้วก็เปึนปัญหาใหญ่ที่ควรที่จะเปึนวาระของชาติ ด้วยซ้ํา ท่านประธานคะ ดิฉันคงจะต้องฝากในส่วนของคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ในชุดนี้ แล้วคงจะต้องฝากในรัฐบาลแห่งนี้ในหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐว่า ถ้าเกิด ในกรณีของการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ศึกษาไปแล้ว ขอให้ในส่วนของภาครัฐ ขอให้ในส่วนของส่วนราชการเป่ดใจกว้างยอมรับในข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ เพราะข้อมูลหนึ่งที่เราได้มานั้นเราลงพื้นที่ เราไปสอบถามสํารวจจากพี่น้อง ประชาชน เราเชิญหน่วยงานราชการต่าง ๆ มา แต่ว่าข้อมูลหนึ่งที่เราได้เห็นสะท้อน ออกมาอย่างชัดเจนก็คือกรณีของสมัยที่แล้ว ท่านประธาน ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการ ชุดที่แล้วเห็นได้ชัดกรณีในส่วนของด้านการศึกษา ดิฉันจะขอยกแค่ตัวอย่างเดียว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานีเขาก็มีความเห็นว่าปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนยังมีปัญหาในเรื่องของการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ ของการเรียนของพี่น้อง ๔ ภาคนั้น ภาคใต้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนน้อยที่สุด แต่เมื่อใน กรณีของเหตุผลหนึ่งของการตั้ง มอ. ปัตตานี (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี) ก็คือต้องการให้ มอ. ปัตตานีนั้นเปึนมหาวิทยาลัยที่จะรองรับและพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อความมั่นคง ในสมัยของท่านเด่น โต๊ะมีนา แต่ปรากฏว่าเป่ด มอ. ปัตตานีแล้วให้เปึนในส่วนของคนที่จะมาแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ได้ แต่วันนี้ มอ. ปัตตานีจะต้องมาเปึนลูก มอ. สงขลาจะต้องมาเปึนแม่ เมื่อก่อนนั้น มอ. ปัตตานีบอกว่าต้องการให้มีการเป่ดคณะแพทยศาสตร์ แต่ผลที่ออกมา ในการตอบในส่วนของภาครัฐในสมัยนั้นบอกว่าถ้าเกิดมีการตั้งมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ ที่จังหวัดปัตตานีเครื่องมือของทางการแพทย์จะเสีย เนื่องจากว่าในพื้นที่ที่ตั้งนั้นอยู่ใกล้กับ พื้นที่ของทะเล เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งเขาก็โยกในส่วนของงบประมาณลงไปตั้งที่จังหวัดสงขลา ก็เลยทําให้พี่น้องในจังหวัดปัตตานี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังอยู่แบบนั้น คณะที่ จะมีการพัฒนาไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของกระบวนการ จัดการต่าง ๆ ก็อยู่แค่นั้น นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันได้ชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าข้อมูลของ การศึกษาบางครั้งที่เราเสนอมานั้นรัฐบาลควรที่จะเข้าใจในปัญหา ไม่ใช่คิดว่าการให้ มอ. ปัตตานีของเขานั้นเปึนส่วนหนึ่งแล้วก็จะทําให้เขาได้ใจแล้วก็ไปแบ่งแยกดินแดน ถ้าเกิดว่าเราคิดเช่นนี้เหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันก็คงไม่สงบ และมันคงจะเปึนเชื้อปะทุที่จะรอวันปะทุที่เปึนเชื้อใหญ่มากกว่าในปัจจุบันนี้ ดิฉันก็คง จะฝากในส่วนของข้อเสนอแนะและในส่วนของการอภิปรายในวันนี้ และก็คงฝาก เพื่อนสมาชิกในสภาช่วยกันได้นําเสนอข้อมูลที่จะฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน