สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการรบกวนเวลาที่กรรมาธิการใช้ และขอโทษที่ถูกพาดพิงในสองประเด็น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความกล้าหาญทางจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องตัดสินด้วยความเห็นของตนเองตามรัฐธรรมนูญ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ต้องขออภัย ท่านกรรมาธิการที่ต้องรบกวนเวลาท่านอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ ก็คงจะไม่อยากจะรบกวนเวลา ท่านแล้ว แต่บังเอิญถูกพาดพิงใน ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคเดียวกัน ได้เอ่ยชื่อถึงผม ผมก็เข้าใจว่าสิ่งที่ผมพูดไปนั้นจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดที่จะไปบอกว่า จะต้องอย่าไปฟังเสียงของประธานวิป แต่กระผมกําลังเรียกร้องความกล้าหาญทางจริยธรรมของการเปึนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่เราจะต้องตัดสินด้วยความเห็นของเรา และมีการรับรองในรัฐธรรมนูญอัน เปึนเอกสิทธิ์ของคนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าจะต้องกระทบกระเทือนท่านเมื่อ สักครู่ก็ต้องขออภัย อีกท่านหนึ่งได้กล่าวถึงการล้มร่างพระราชบัญญัติฉบับเมื่อวานนี้ แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อกระผม แต่กระผมเปึนคนอภิปรายเมื่อวานนี้และเปึนคนแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๕ ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเราไปขัดแย้งกับศาลฎีกา หามิได้ เพราะกระผมเองนั้นก็เปึนนักกฎหมายประกอบอาชีพทางนี้ เช่นเดียวกันในวันนี้ ถ้าจะมีการลงมติอย่างใดนั้นก็มิได้ไปโกรธเคืองกันในเรื่องอื่น ดังนั้นเพื่อความเข้าใจ ในเรื่องนี้จึงขอเวลาท่านประธาน วันนี้หนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวกันพอสมควร แต่ว่ายัง ไม่ครบถ้วนจึงทําให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสภาด้วย เมื่อวานนี้ผมได้ชูประเด็น เรื่องสําคัญที่สุดก็คือการปกปัองอํานาจของตุลาการ ผมไม่เห็นด้วยกับนักวิชาการ ในมหาวิทยาลัยหลายคน ผมไม่เห็นด้วยกับหลายบุคคลที่อยู่ที่สะพานมัฆวานที่กําลังจะ ฉุดกระชากลากดึงเอาสถาบันตุลาการมาปูัยี่ปูัยําโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นคือเสนอ คําว่า ตุลาการภิวัฒน์ ผมพูดหลายครั้งครับท่านประธาน ผมบอกว่าคําว่า ภิวัฒน์ มาจาก คําว่า อภิวัตน์ คําว่า อภิวัตน์ ก็คือปฏิวัติ ผมบอกเจอทหารปฏิวัติก็แย่แล้ว เพราะการปฏิวัติคือการยกเลิกกฎระเบียบ แต่ศาลเรามีเวลา เราเสียดินแดนครับ เพื่อจะแลกกับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเอาอํานาจศาลกลับคืนมา ความเจ็บปวดของ พระพุทธเจ้าหลวงในอดีตนั้นเปึนเรื่องสําคัญที่สุด กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์พระบิดา แห่งกฎหมายไทยได้มาวางหลักกฎหมายไว้เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ ที่จะให้องค์กร ศาลยุติธรรมนั้นเปึนที่พึ่งของประชาชนอย่างไม่มีที่ติ แต่ดันไปบอกตุลาการภิวัฒน์ กันเฉยเลยครับ แล้ววันนี้ไม่มีศาลท่านใดเลยครับออกมาบอกว่าศาลไม่ใช่ภิวัฒน์ ศาลยังเหมือนเดิมเปึนศาลสถิตยุติธรรมเหมือนเดิม วันนี้ไม่มีใครพูดเลยครับ แล้วหนักอีกเมื่อวานนี้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ๑ ใน ๙ ของผู้ต้องหาบัญญัติศัพท์มาใหม่ อีกแล้ว บอกว่าล้อเลียนคําว่า ตุลาการภิวัฒน์ เลยครับใช้คําว่า ประชาภิวัตน์หรือ ประชาอภิวัตน์ ภาพพจน์ของประชาภิวัตน์เปึนอย่างไรครับ เมื่อวานมันลบหมดแล้วครับ เมื่อวันก่อนมันลบหมดแล้วครับ ประชาภิวัฒน์ถือมีดมีป๋นไปบุกสถานที่ราชการ ไปบุกเอ็นบีที ไปบุกทําเนียบรัฐบาล ไปบุกกระทรวง แล้วใช้คําว่า ตุลาการภิวัฒน์ ประชาภิวัตน์เหมือนกัน อย่างนี้มันเสียหายหมดแล้วครับ และผมจึงได้อภิปราย เมื่อวานอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อจะเรียกร้องความกล้าหาญทางจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เห็นด้วยกับผม นั่นก็คือศาลจะเข้ามาเปึนผู้ร่างกฎหมาย เสนอกฎหมายเอง ตั้งผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจหน้าที่เหมือนอัยการฟัองได้เองและ ตัดสินคดีเองและศาลเดียว ผมเห็นว่าไม่ถูก ถ้าใครได้รู้ภูมิหลังของผม ผมเปึนคนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ถ้าอะไรไม่ถูกหลักการผมก็จะต้องต่อสู้เรื่องนี้ ผมได้ใช้เวลาหลายครั้ง ที่ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานขึ้นมาอธิบายว่าผมไม่ได้มีอะไรกับสถาบันตุลาการ ผมเคารพและเทิดทูน ผมมีชีวิตอยู่ได้ด้วยสถาบันตุลาการ ผมหิ้วกระเปิาผอม หอบเสื้อครุยขึ้นศาล ผมอยากเห็นสถาบันตุลาการไม่ถูกข้อครหานินทา ในเรื่อง ทางการเมือง องค์กร กกต. ก็เช่นเดียวกันท่านประธานครับ เปึนองค์กรใหม่ที่เราเพิ่งใช้กันไม่ถึง ๑๐ ป้ เรามีปัญหากันมาตลอดเวลาในเรื่องอย่างนี้ แล้วเราก็ตั้งองค์กร กกต. ขึ้น แต่แล้วมันก็ ผันผวนกัน ถูกกล่าวหา ท่านครับ คนทํางานสุจริตนั้นยากครับ โดยเฉพาะงานของ กกต. ผมเห็นใจท่านครับที่จะพ้นจากความรู้สึกนึกคิดในทางที่จะเปึนลบได้ เพราะมันเซ้นท์ซิทีฟ (Sensitive) มาก ผมจึงไม่อยากเห็นกฎหมายที่ กกต. เข้ามานั่งร่างแล้วผิดไปจาก กฎหมายลงประชามติรัฐธรรมนูญคราวที่แล้ว เพราะเดี๋ยว ๒ เรื่อง ๓ เรื่องมันจะต่อกัน เขาก็จะมองว่า กกต. ชุดนี้เอียงอีกแล้ว บังเอิญผมต้องขอประทานอนุญาตท่านประธาน นะครับว่า ผมจําเปึนต้องยกรูปธรรมเพื่อจะโน้มน้าวเรียกร้องจริยธรรม ความกล้าหาญ ทางจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโหวตให้กับผมในมาตรานี้ ก็ในเมื่อ กกต. ก็เจอปัญหาแล้ว บางคน ส.ส. พรรคพลังประชาชน เจอ ๑๐,๐๐๐ บาท เจอใบแดง ไม่ต้อง เอ่ยชื่อใคร แต่ ส.ส. อีกพรรคหนึ่งถูกจับได้ กกต. จับได้เอง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ๑ ล้าน ๓ แสนบาท ห่อเรียบร้อยเจอใบเหลือง ท่านครับ เราเปึนปุถุชนครับ ไม่ให้ผมคิดได้อย่างไร เราก็ระแวงสงสัยแต่ยังไม่อยากโทษ กกต. แจกซีดี (CD) ทักษิณใบแดง แจกตั๋วหนังทําท่า จะเปึนใบเหลือง มันดูเสมือนหนึ่งว่าพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลนี้ไม่มีวัคซีน ของ กกต. ฉีดให้หรืออย่างไร แต่มีเพียงพรรคเดียวเท่านั้นหรือที่อะไร กกต. ก็อะลุ่มอล่วย นี่ผมไม่ได้ว่า แต่กําลังจะบอกว่าถ้าท่านได้ฟังผมสักนิดหนึ่งแล้วมาพิจารณา ว่าถ้าท่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาอีก แล้วตีความอีกว่าคราวที่แล้วเอา เสียงข้างมากเปึนหลักอะไรก็ได้ แต่คราวนี้เสียงข้างมากก็ยังไม่ชนะ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญนี้ เสียงข้างมากก็ไม่ชนะ เพราะว่าต้องมาลงเกินกึ่งหนึ่งก่อน โอ้โฮ อย่างนี้ก็เหนื่อย ท่านก็พยายามจะสู้ว่าเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมก็บอกว่าไม่ใช่ เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรครับ มันเขียนไว้ชัดเจนว่าเว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เปึนการเฉพาะ ก็ พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่จะออกโดยมือของท่านนี่อย่างไรครับ ในมาตรา ๘ อย่างไรครับที่กําลัง จะโหวตนี้เปึนกฎหมายเฉพาะ ผมก็เห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้เห็นด้วยกับผม ก็โหวตกันไป เอาเสียงข้างมากชนะเหมือนกับการโหวตรัฐธรรมนูญคราวที่แล้ว มันจึงมีความชอบธรรม ที่ผมจะต้องกราบเรียนท่าน ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดในเรื่องนี้อีกอย่างมาก เพราะนี่ เปึนกฎหมายสําคัญ หลากหลายผลประโยชน์ เนื่องจากสังคมเรานั้นใหญ่มากขึ้นแล้ว ประชาชน ๖๓ ล้านคน หลากหลายผลประโยชน์ หลากหลายวิชาชีพ หลากหลายทุน ทําให้ความคิดความอ่านมีความเห็นแตกต่างกันมาก เราจําเปึนต้องวางแนวทาง ทางกฎหมายให้เคร่งครัด มีระบบนิติรัฐ และจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องวางกรอบทางการเมือง ให้ชัดเจน ไม่ใช่อ้างเพื่อประชาชน เดินขบวนโดยสันติ ชุมนุมโดยสันติ อารยะขัดขืน แต่ถือป๋น อย่างนี้ไม่ไหวหรอกครับ และวันนี้กําลังเกิดวิกฤติอันเปึนผลจากรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ และผมกําลังรู้ดีว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะเปึนทางออกของสังคมไทย ในอนาคต ถ้ามีวิกฤติเมื่อไร มีความขัดแย้งกันเมื่อไรไปทําประชามติ ดังนั้นวันนี้ พระราชบัญญัตินี้จึงมีความสําคัญมากครับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากให้ ท่านมีความกล้าหาญทางจริยธรรม โหวตให้กับความคิดเห็นของกระผม อย่างตรงไปตรงมาคือเอาเสียงข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมรู้ว่าผมก็จะต้องแพ้ ถ้าเพื่อน ส.ส. ได้ฟังผม เห็นว่าเอาสักมาตราหนึ่งเราก็จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ให้ แต่มาตรานี้ขอให้มีหลักการเปึนประชาธิปไตยแบบที่เคยทํามาแล้วในการโหวตรัฐธรรมนูญนั้น ก็แก้ตามแบบผมครับ หลายคนยังไม่เข้าใจครับ ก็เลยบอกท่านว่าตามร่างของกรรมาธิการนั้น สมมุติว่า ถ้าประชาชนมี ๔๐ ล้านคน ที่มีลงคะแนนได้ ต้องออกมาลงคะแนน ๒๐ ล้านคน แล้วชนะ แพ้ก็ว่าตรงนั้น แต่ถ้าออกมาน้อยกว่า ๒๐ ล้านคน ขาดเปึน ๒๐ ล้าน ลดไป ๑ คน แม้ลงคะแนนแล้วชนะ ก็ไม่ได้ครับ อย่างนี้ก็ตีกันสิครับ ไม่ใช่ตีกัน ทะเลาะกัน ตีลูกกัน กันไว้เลยว่าไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ มันก็จะเข้าไปสู่ความรู้สึกว่า กกต. ทําไมวางยาเก่งจริง ไปมีผลประโยชน์กับฝ์ายใดหรืออย่างไร ก็ต้องเห็นใจ กกต. ครับ ท่านเปึน ผู้พิพากษาเสียส่วนใหญ่ ท่านไม่ได้อยู่ในวงการเมืองหรอกครับ การเมืองมันมี ความซับซ้อนเยอะครับ บางพรรคบางกลุ่มเขาก็ใช้ท่านเปึนเครื่องมือ เพราะเขารู้ว่า สู้อย่างไรก็ไม่ชนะ นี่เองครับท่านประธาน ผมจึงต้องอธิบายเรื่องนี้และเรียกร้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พอท่านกดหยุดแล้ว ผมยังยืนยันว่าจะต้องลงมติเรื่องนี้ครับ ก็ด้วยความเคารพและขอขอบพระคุณท่านประธาน ถ้ามีอะไรจะกระทบกระเทือน ท่านกรรมาธิการ ก็ต้องขออภัยนะครับ ขอบพระคุณครับ