ณิรัฐกานต์ ศรีลาภ พูดถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอีสาน และหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวยโสธร โดยเฉพาะการขุดลอกพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านสุพล ฟองงาม ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านพันเอก ดอกเตอร์อภิวันท์ วิริยะชัย เนื่องด้วยบิดาของดิฉันคือ อดีต ส.ส. รัชชัย ศรีลาภ เสียชีวิตลงในวันที่ ๑๒ สิงหาคม และกระทู้ถามของดิฉันเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ ๑๔ สิงหาคม และ ท่านได้กรุณาเลื่อนกระทู้ถามของดิฉันจนงานพระราชทานเพลิงศพแล้วเสร็จ ดิฉันต้อง ขอกราบพระคุณอย่างสูงค่ะ ทําให้ดิฉันได้ทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้นําปัญหา ความเดือดร้อน ความต้องการของพี่น้องจังหวัดยโสธรมาพูดจาในสภาแห่งนี้ ท่านประธาน น้ํา คําสั้น ๆ แต่มีคุณค่ามากมายมหาศาล น้ําเพื่ออุปโภคบริโภค น้ําเพื่อ อุตสาหกรรม น้ําเพื่อพลังงาน ทําเขื่อนผลิตกระแสไฟฟัา แต่วันนี้สิ่งที่ดิฉันจะพูดถึงน้ําก็คือ น้ําเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ําสําหรับพี่น้องชาวอีสาน น้ําคือชีวิต น้ําคือหัวใจ ของการเกษตร ที่ผ่านมาหลายสิบป้พี่น้องประชาชนชาวอีสานต้องประสบ ต้องเผชิญกับ ปัญหาความยากจนอย่างซ้ําซาก หรือเปึนเพราะยุทธศาสตร์ที่ผ่านมามุ่งเน้นพัฒนา ด้านอุตสาหกรรมมากกว่าด้านเกษตรกรรมจนเกิดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม หรือว่าเปึนเพราะความโชคร้ายของพี่น้องชาวอีสานที่พื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่กลับเปึนดินร่วนปนทรายไม่อุ้มน้ํา มีความสมบูรณ์ต่ํา ประมาณ ๑๘ ล้านไร่ คิดเปึน ๔๐ เปอร์เซ็นต์เปึนดินเค็มกระจายอยู่ ๙๔ อําเภอ ของภาค ระบบชลประทานเองของภาคอีสานมีเพียงร้อยละ ๑๐ ของพื้นทั้งหมดซึ่งน้อยกว่าทุก ๆ ภาค การวิจัยพบว่าในพื้นที่ระบบชลประทาน ประชาชนมีรายได้มากกว่านอกพื้นที่ชลประทาน ถึง ๓ เท่า และทุกวันนี้ส่วนใหญ่พี่น้องชาวอีสานปลูกข้าวได้เพียงป้ละครั้ง และยังต้อง เผชิญกับปัญหาอุทกภัย ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาดินเค็ม ปัญหาราคาปุิย ปัญหาต้นทุนใน การผลิต รวมถึงการเสี่ยงด้านราคาที่ต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และท้ายที่สุดปัญหา หลายอย่างก็ตามมา ทั้งในเรื่องหนี้สิน ในเรื่องความเดือดร้อนในวิถีชีวิตและ นํามาสู่การย้ายถิ่นฐานในที่สุด ดังนั้นแหล่งน้ํากับการเกษตรเปึนของคู่กัน หากผลักดัน ให้สามารถจัดการเรื่องน้ําให้อย่างเปึนรูปธรรม ความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ําก็จะ หมดไป แต่ข้อเท็จจริงก็คือฝนที่ตกลงมาจากฟากฟัาเพียงพอแต่ไม่สามารถกักเก็บน้ํา ไว้ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะท่านประธาน ฝนตกลงมาประมาณ ๑๐๐ มิลลิเมตร ในภาคอีสาน แล้วสามารถกักเก็บน้ําได้เพียง ๓ มิลลิเมตร ที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้แต่ที่เหลือ ระเหยแล้วก็ไหลลงสู่ทะเล การขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง การพัฒนาฟุ๋นฟูแหล่งน้ํา ธรรมชาติ จึงเปึนอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างเปึนรูปธรรม ดิฉันเองเปึนผู้แทนราษฎร เวลาลงพื้นที่ ก็ได้รับการร้องขอ ร้องเรียนในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง การขุดลอก การพัฒนาแหล่งน้ําธรรมชาติ จึงเปึนที่มาของการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องขอ ร้องเรียนเกี่ยวกับการขุดลอกพัฒนาแหล่งน้ําชุมชน เพราะวันนี้ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ําไว้เพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นกระทู้ถามของดิฉันคือ ๑. การขุดลอกหนองโดน หมู่ ๓ บ้านปากเป์ง ตําบลเขื่องคํา การขุดลอกกุดจับหมู่ ๗ บ้านดงจักร ตําบลเขื่องคํา ขุดลอกหนองบัวร่องแสง หมู่ ๑๐ บ้านเขื่องคํา ตําบลเขื่องคํา ขุดลอกหนองผักบุ้ง หมู่ ๑๕ บ้านน้ําโผ่ ตําบลเดิด ขุดลอกกลางเถิง หมู่ ๑๔ บ้านนาคํา ตําบลเดิด ขุดลอกหนองเรือ หมู่ ๑๖ ตําบลเดิด ขุดลอกหนองคําหลัก หมู่ ๕ บ้านเชือก ตําบลเดิด ขุดลอกหนองลาด หมู่ ๕ บ้านกล้วย ตําบลค้อเหนือ ขุดลอกหนองดง หมู่ ๒ บ้านคอนสาย ตําบลตาดทอง ขุดลอกหนองอ้อ หมู่ ๓ บ้านดอนมะยาง ตําบลตาดทอง ขุดลอกสระวัดจันทร์เกษม หมู่ ๗ บ้านจันทร์เกษม ตําบลสิงห์ ขุดลอกหนองอ้อ หมู่ ๕ บ้านคุยตับเต่า ตําบลขุมเงิน ขุดลอกบักแซว หมู่ ๑ บ้านโนนจําปา ตําบลดู่ทุ่ง ขุดลอก หนองคํา หมู่ ๓ บ้านหนองคํา ตําบลดู่ทุ่ง และขุดลอกหนองอีสานเขียว หมู่ ๗ บ้านหนองเสือตาย ตําบลน้ําคําใหญ่
กระทู้ถามที่ ๑ ของดิฉันคือ ท่านจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องชาวยโสธรอย่างไรคะ