สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี พูดถึงการแต่งตั้งต่าง ๆ และผลกระทบต่อองค์กร โดยเน้นย้ำว่า การพิจารณาควรใช้ดุลพินิจและควบคู่ไปกับหลักนิติศาสตร์ นอกจากนี้ยังพูดถึงการผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในดีเอสไอ โดยเน้นย้ำว่าควรพิจารณาความดีของบุคคลนั้นและตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คําถามที่ ๓ นี้มีอารัมภบท ผมจะตอบในส่วนของ อารัมภบทก่อนนะครับ ที่ถามว่า การแต่งตั้งต่าง ๆ นั้นจะมีผลดีหรือผลเสียต่อองค์กร หรือไม่ ผมเชื่อว่าทุกอย่างมันจะพิสูจน์ด้วยกาลเวลา ถ้าหากองค์กรต่าง ๆ มีความชัดเจน ในเรื่องของการที่สามารถทําหน้าที่ได้ดีขึ้นตามภารกิจขององค์กรนั้น ๆ ก็ถือว่าเปึน คุณูปการของคณะกรรมการที่รับผิดชอบองค์กรนั้น แต่ถ้าองค์กรนั้นในท้ายที่สุดมีปัญหา ก็ต้องโทษว่ามันเปึนความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดนั้นเช่นเดียวกันครับ เพราะ ผมเชื่อว่าในทุก ๆ สิ่ง ทุกอย่าง เวลา ประวัติศาสตร์ จะเปึนตัวที่กําหนดนะครับ มันก็ เหมือนกับในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ราวก็เปึนเรื่องที่จะพิสูจน์ได้ ด้วยกาลเวลาเช่นเดียวกันครับ บางครั้งเรื่องภาพลักษณ์ก็อาจจะเปึนปัญหาหนึ่ง แต่ว่า ไม่ได้เปึนตัวที่บ่งบอกว่าภาพลักษณ์นั้นจะเปึนสิ่งที่สะท้อนถึงตัวตนของคนนั้นได้เสมอไป นะครับว่า บางคนอาจจะมีภาพลักษณ์ดี แต่ว่าอาจจะไม่ได้ดีอย่างนั้นเต็มที่ บางคนภาพลักษณ์เสีย ก็อาจจะมีปัญหาว่าไม่สามารถจะกู้คืนภาพลักษณ์ของตัวเองได้ ก็เปึนเรื่องที่แต่ละคน จะต้องใช้ดุลพินิจในการพิจารณาว่าเราจะหาตัวตนที่แท้จริง หาสารัตถะที่แท้จริงของ แต่ละคนได้อย่างไร ผมเชื่อว่าเรื่องของการที่จะใช้หลักธรรมาภิบาลนั้น ต้องควบคู่ไปกับ หลักทางด้านนิติศาสตร์เพราะเราเปึนนิติรัฐ คือเราคงไม่สามารถจะใช้ดุลพินิจของเราเอง คนเดียว แล้วบอกว่าเราคิดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าหากผมใช้ ดุลพินิจอย่างนั้นก็คงมีหลาย ๆ อย่างที่ใช้ดุลพินิจแล้วอาจจะทําให้ไปขัดต่อข้อกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ ฉะนั้นวันนี้ผมว่าสังคมเราจะต้องยึดมั่นว่าเราต้องมีหลักที่ชัดเจน แล้วหลักนั้นถ้าหากมีปัญหาก็จะต้องไปทบทวนหลักการนั้นว่าเปึนหลักการที่จะต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคมหรือไม่ ผมเรียนว่าเราคง ไม่สามารถจะบริหารทุกอย่างตามอําเภอใจได้ เราไม่สามารถจะบอกว่าเราคิดอย่างนี้ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
เรื่องเมกะ โปรเจกต์ก็เช่นเดียวกัน ผมก็เรียนไว้ว่านั่นเปึนความพยายาม ของเราที่จะผลักดันให้เร็วที่สุด ในวันที่ ๑๓ – ๑๔ – ๑๕ กันยายนนี้ ก็จะมีการจัดเรื่องของ การสัมมนา จัดในเรื่องของนิทรรศการ เพื่อชี้ให้เห็นว่าโครงการเมกะ โปรเจกต์ แต่ละ โครงการ เรากําลังเดินหน้าอย่างไร บางโครงการคงจะได้เห็นเรื่องการก่อสร้างสิ้นป้นี้ บางโครงการจะเห็นต้นป้หน้า และทุก ๆ อย่างเราก็วาดหวังว่าเราอยากจะเห็นว่าในอีก ๔ ป้ข้างหน้า จะมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของประเทศไทย
ในเรื่องของการที่จะตอบคําถามข้อที่ ๓ ผมเองคงไม่ปฏิเสธว่า ถึงแม้ว่า ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เปึนผู้ที่รับผิดชอบในการเสนอชื่อโดยตรง แต่ก็ อยู่ในการประชุมของคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นก็ต้องเปึนความรับผิดชอบของ คณะรัฐมนตรีด้วย ในการที่คณะรัฐมนตรีให้การพิจารณาแล้ว แล้วก็ให้ความเห็นชอบ ออกมา ซึ่งผมเองก็เชื่อในดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าท่านจะได้ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว พิจารณาในแง่ข้อกฎหมายแล้ว พิจารณาเรื่องของหลัก ความรู้ความสามารถแล้ว ว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อทั้งหมดนั้น ไม่ได้เฉพาะกรณีของคุณชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ เท่านั้น สามารถที่จะช่วยการทํางานของดีเอสไอให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีปัญหาเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน มีปัญหาเรื่อง ข้อกฎหมายที่ไม่สามารถกระทําได้ ก็เปึนเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านคงได้พิจารณาแล้วว่าถ้าทําไม่ได้ ท่านก็คงไม่เสนอมา คงไม่มีรายละเอียดว่าในกรณี ของกฎเกณฑ์ หลักการทางกฎหมายของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องที่ว่านั้นมีหลักการ อย่างไร ถ้ามีปัญหาจริงผมก็พร้อมที่จะกลับไปดู แล้วก็ทบทวนว่ามีปัญหาอย่างที่เกรงว่า จะเกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือทําให้เกิดความเสียหายต่อการทํางาน ได้หรือไม่ เพราะต้องเรียนว่าถ้าหากเราจะใช้หลักการนี้อย่างเข้มงวด คณะกรรมการ หลาย ๆ ชุดก็ต้องรื้อออกไปให้หมด ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น คณะกรรมการกองทุน สร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งผมเองเปึนประธานอยู่ มีท่านกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อย หรือตัวผู้ที่มาโดยตําแหน่ง ก็อาจจะกล่าวได้ว่ามีส่วนที่จะสามารถของบประมาณจาก กองทุนสร้างเสริมสุขภาพได้ ถ้าถือหลักอย่างนี้อย่างเข้มงวด ทุกคนก็ไม่ควรจะเข้ามาเปึน กรรมการเลย แต่ว่าในส่วนนี้เราก็ได้มีการกําหนดว่าการที่เข้ามามีบทบาทในแง่ของการ เสนอแนะให้ความคิดเห็นก็เปึนบทบาทที่มีประโยชน์ แต่ถ้าเรื่องใดเปึนเรื่องที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน กรรมการผู้นั้นก็ต้องถูกขอเชิญออกจากห้องประชุมเพื่อให้การ พิจารณาตัดสินใจนั้นเปึนการพิจารณาที่ปราศจากเรื่องของความโน้มเอียง ความลําเอียง ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากเรายึดหลักอย่างนี้อย่างเข้มงวด อย่างที่ผมเรียนท่าน คงต้องไปดู กรรมการอีกหลายชุดมาก แล้วก็จะต้องเกิดมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่อาจจะมีความรู้ ความสามารถซึ่งจะมาเสนอแนะความเห็นเหล่านี้ จะเข้ามาอยู่ไม่ได้เลย ก็เรียนด้วย ความตั้งใจจริงว่า ผมคิดว่าพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานไว้ให้ว่า ต้องให้คนดีได้ ปกครองบ้านเมืองและปัองกันไม่ให้คนไม่ดีเข้ามามีโอกาสในการบริหารบ้านเมืองนั้น เปึนเรื่องที่ทุกคนจะต้องได้ยึดมั่นเอาไว้ในจิตใจของทุกคน และผมเชื่อว่าการที่จะบอกว่า เปึนคนดี ไม่ดีนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ฉะนั้นกระบวนการในเรื่องที่ส่งเสริมคนดีเปึนเรื่อง สําคัญ แล้วก็มีการตรวจสอบกันเปึนระยะ ๆ ตลอดเวลา เพื่อสามารถให้บ้านเมืองของเรานั้น ก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้สมดังพระบรมราโชวาท ขอบพระคุณ