ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการวางแผนการคมนาคมในประเทศ โดยเสนอแนวคิดการแบ่งแผนการคมนาคมออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะต้น ระยะกิ่ง และระยะก้าน เพื่อให้การวางแผนการคมนาคมมีความสอดคล้องและต่อเนื่อง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสร่วม ในการแสดงความคิดเห็นของพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ในการที่ เพื่อนสมาชิกนั้นได้เสนอมา ขออนุญาตอย่างนี้ท่านประธานครับ โดยสาระหลักนั้น เพื่อนสมาชิกหรือบุคคลต่าง ๆ หรือหน่วยงานราชการ พี่น้องประชาชนก็มีความเข้าใจและ สอดคล้องต้องกัน นั่นก็คือการใช้งบประมาณนั้นต้องประหยัด แล้วก็มีความสําคัญต่อ พี่น้องประชาชนอย่างใหญ่หลวง ผมเองอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพว่า ในเรื่องของปัญหาในการคมนาคมในขณะนี้ของบ้านเรา ก็คือประเทศของเรานั้นต้องเรียน ต่อท่านประธานครับว่า เรายังไม่ได้ออกแบบเปึนลักษณะที่เรียกว่าเปึนแผนแม่บทที่มี ความสอดคล้องต้องกันในสายตาของผม ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนั้นเพราะอะไรครับ เพราะว่าเท่าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็คือถนนบางถนนนั้นแทนที่จะวิ่งผ่านไปในลักษณะ ถนนสายหลัก เราก็หลักไม่ได้ มันก็ไปสิ้นสุดบางช่วง บางตอน แล้วบางระยะไม่สามารถวิ่งไปได้สุดทางหรือสุดถนนตามทิศทางของถนนที่ควรจะไป แล้วก็ท้ายที่สุดก็ต้องไปวก ไปวน ตามตรอก ซอก ซอย หรือตามมุมต่าง ๆ นี่คือบ้านเรา ประเทศของเรา เสมือนหนึ่งว่าประเทศของเรานั้นไม่มีการวางแผนในเรื่องของการ คมนาคมเลย ทั้ง ๆ ที่ประเทศของเรานั้นเราผ่านพ้นในเรื่องเหล่านี้มา เราใช้รถ หรือมีการ คมนาคมทางรถนั้น หรือเรียกว่ายานยนต์นั้นพอสมควรแล้วทีเดียว แล้วเราก็มีกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบในหน่วยงานต่าง ๆ ผมต้อง ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าโดยหลักแล้วผมเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าเรา เปรียบถึงการที่เราจะใช้ถนน ผมอยากจะเห็นวางเปึน ๓ ระยะ ระยะที่ ๑ ก็คือเปึนลักษณะ ของต้น เหมือนกับต้นไม้ครับท่านประธาน นั่นก็คือทางหลักที่มันต้องวางเปึนลักษณะของ แม่บทเลยว่าเราควรจะไปทิศทางอย่างไร อันที่ ๒ ก็เปลี่ยนมาเปึนกิ่ง สิ่งที่เราจะแยกไป อย่างไร นั่นคือหมายความว่าทางที่มันเล็กลง แคบลงกว่าที่เปึนลําต้น อันที่ ๓ ก็คือ ต้องเปึนลักษณะของก้าน ที่ผมบอกว่าเปึนก้านนี่ ในลักษณะนี้เราให้กับทางหลวงที่เรา เรียกว่า ท้องถิ่น ได้ไหม ก็คือเปึนลักษณะของท้องถิ่นไปจัดการกันเอง จะเปึน อบต. อบจ. อะไรก็ไปจัดการกัน ส่วนทางหลวงที่เปึนกิ่งนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ เราให้ เปึนทางหลวงที่เราเรียกกันปัจจุบันนี้ว่าเปึนทางหลวงชนบทหรือทางหลวงอะไรก็ตามแต่ ที่มีลักษณะไม่ใช่ทางหลวงที่เปึนหลัก ๆ ที่ดูแลถนนในขณะนี้ และลําต้นนั้นก็เรียน ท่านประธานครับ เปึนลักษณะของทางหลวงแผ่นดิน ถ้าเราแบ่งกันแบบนี้ และก็ซอยกัน อย่างนี้ และวางแผนเปึนแม่บทอย่างนี้ ผมเชื่อว่าบ้านเมืองของเรานั้นก็จะไม่มีปัญหา อุปสรรคในเรื่องของการใช้งบประมาณมากนัก แล้วก็บุคลากร แล้วการพัฒนาประเทศ หรือการพัฒนาถนนหนทางก็จะไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะนี้ขอกราบเรียนท่านประธาน ครับว่า เราก็เปึนลักษณะของการทํางานที่เราเรียกว่ายังไม่สอดคล้องต้องด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเองเห็นสมควรกับการยกเลิก ในเรื่องของระยะเวลาของพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย ที่เห็นด้วยเพราะอะไร เพราะว่า ไปกําหนดระยะเวลา ๕ ป้หรือ ๑๐ ป้ที่หน่วยงานนี้จะต้องยกเลิกไปทั้ง ๆ ที่มีความสําคัญ ที่ผมอยากจะเห็นว่ามาดูแลเรื่องกิ่งนั่นก็คือถนนสายที่รองลงไป แต่ไม่ใช่อยู่ในชุมชน หมู่บ้าน หรือในตําบล อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าเพื่อเปึนขวัญและกําลังใจ ของข้าราชการและหน่วยงานที่เขารับผิดชอบตรงนี้ ถ้าหากเราไปกําหนดระยะเวลา ของการที่จะให้หน่วยงานนั้นปรับเปลี่ยนแล้วยกเลิกไป ข้าราชการที่อยู่ในนี้ ในหน่วยงาน ดังกล่าวก็จะไม่มีขวัญกําลังใจ ในขณะเดียวกันข้าราชการใหม่ที่จะมาบรรจุ ลูกหลาน ที่บรรจุใหม่ก็ไม่อยากจะเข้ามาบรรจุครับ เพราะว่าหน่วยงานนี้มันจะต้องยกเลิก แล้วร้างลาไปในอนาคต เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าหน่วยงานดังกล่าว นั้นผมเห็นว่ายังมีความจําเปึน แล้วในอนาคตจะมีความจําเปึนมากขึ้น เพียงแต่เรา กําหนดขอบเขตของงาน ขอบเขตของการทําถนนหนทางนั้นให้มีความสอดคล้องต้องด้วย ในลักษณะของแผนแม่บทที่เรากําหนดด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธาน ผมสนับสนุนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน