สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยวิพากษ์วิจารณ์การไม่มีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล และการปรับปรุงโครงสร้างการปฏิรูปราชการ โดยเรียกร้องให้ถอนเรื่องนี้ออกไปจนกว่าจะมีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลเข้ามา

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธาน เห็นไม่ค่อย จะมีแรงเรียกก็เลยไม่ได้ยิน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ การเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามาสู่ สภาคราวนี้ค่อนข้างแปลก ไม่มีร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเข้ามา ท่านประธาน ไม่ผิดสังเกตบ้างหรือครับ มีการพูดกันมากในกรมทางหลวงชนบทว่าจะมีกฎหมายของ ผู้รับเหมาเข้ามาในสภา ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่าการแก้ไข มาตรา ๕๔ ของพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ท่านประธานคงจําได้ดี ตอนนั้นเปึนเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ หน่วยงานโดยมีหลักเกณฑ์หลายประการในการปฏิรูประบบราชการในขณะนั้น แต่หลักการหนึ่งที่สําคัญคือเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ บุคลากรไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเห็นว่าท้องถิ่นนั้นจะเข้าใจปัญหาและสามารถสนองตอบ ความต้องการของประชาชนได้ดีกว่าจึงได้ยุบสํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทและยุบ บางส่วนของกรมโยธาธิการขณะนั้น ทั้ง ๒ หน่วยนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้ดีว่า มีภารกิจหลักในเรื่องของถนนและสะพาน แต่เพื่อที่จะให้พัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย การปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ให้สอดรับกับแนวทางทิศทางใหม่ในการพัฒนา ประเทศจึงได้เกิดขึ้น หลักการเหล่านี้ได้กําหนดไว้ว่าให้มีการยุบหน่วยงาน ๒ หน่วย ดังกล่าว แล้วก็ให้ตั้งเปึนกรมทางหลวงชนบท มีอายุ ๕ ป้ ในระหว่างช่วงของการ ปรับเปลี่ยนและถ่ายโอนภารกิจไปสู่การกระจายอํานาจ ท่านประธานคงจําได้ว่า การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรตอนนั้นได้มีการพูดถึงประเด็นนี้ค่อนข้างมากและก็เห็น ว่าในเมื่อเราจะออกแบบโครงสร้างการปฏิรูปราชการของประเทศไทย อีกหลักหนึ่งก็คือ ต้องทําให้รัฐบาลกลาง คือราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนั้นลดขนาดลง แล้วก็ไปเพิ่ม ในส่วนของท้องถิ่น จนในที่สุดเราจะมีอยู่ ๒ ส่วนก็คือ ส่วนที่เปึนราชการส่วนกลางและราชการส่วนท้องถิ่น เพราะว่าภาระด้านงบประมาณสัดส่วนท่านประธานคงทราบ เราพิจารณาแต่ละป้ งบประจําเพิ่มมากขึ้น ๆ ในขณะที่งบลงทุนเหลือน้อยลงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อกําหนดหลักของประเทศในการพัฒนาเช่นนี้การออกแบบโครงสร้างระบบ ราชการ ทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น จึงได้ออกมาปรากฏในกฎหมาย สําคัญ ๒ ฉบับก็คือ ๑. ตัวพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ป้ ๒๕๔๕ และ ๒. ก็คือพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนในการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ป้ ๒๕๔๒ ผมไม่แปลกใจว่าทําไมจึงไม่มีร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งความจริงก็ไม่มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาชี้แจง แต่ก็มีรัฐมนตรีบางท่านมาอยู่ ณ ที่นี้ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายอย่างไรในเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และประการสําคัญก็คือว่าเราเพิ่งต่ออายุแก้ไขมาตรานี้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น เมื่อปลายเดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ นี้เอง คือเดิมกรมทางหลวงชนจะต้องถูกยุบเพื่อที่ บางส่วนจะไปอยู่กรมทางหลวง บางส่วนก็ไปอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ได้ มีการขยายเวลาออกให้อีก ๕ ป้ โดยการแก้ไขมาตรานี้ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้เอง เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือนเท่านั้นเองจู่ ๆ มีร่างกฎหมาย โดยที่ไม่มีร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเข้ามาอยู่ในสภานี้และเร่งรัดในการบรรจุ เข้าสู่วาระ ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจของ ประเทศที่ต้องการการปฏิรูป ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าพิจารณาในหลักการและเหตุผล ถามว่าภารกิจดังกล่าวในทางหลวงที่เราแบ่งออกมาเปึน ๕ ประเภทตามพระราชบัญญัติ ทางหลวง ป้ ๒๕๔๙ ทางหลวงพิเศษที่เรียกว่า มอเตอร์เวย์ (Motorway) ทางหลวง แผ่นดินก็อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง นั่นคือทางหลวงสายประธาน สายสําคัญ หรือว่าทางหลวงสัมปทาน แต่ว่ามีอีก ๒ ประเภทของถนนก็คือทางหลวง ชนบทแล้วก็ทางหลวงท้องถิ่น ถามว่าประเด็นในเรื่องภารกิจตรงนี้มันถึงเวลาหรือยัง ว่าถนนในขอบเขตของแต่ละจังหวัดก็ดูแลโดยจังหวัดนั้น ๆ ทําไมยังต้องให้ส่วนกลางอีก ไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใส ไม่โปร่งใสในการประมูล การเรียกรับเปอร์เซ็นต์มีเท่าไร คนที่อยู่ใกล้ชิดบรรดาผู้รับเหมาทั้งหลายรู้ดี และงบประมาณต่อป้เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถนนที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านบอกว่าประชาชนต้องการ ก็เพราะ ไม่กระจายออกไปสู่ท้องถิ่นครับ มันมากระจุกตัวกันอยู่ในราชการส่วนกลาง ทั้งที่ภารกิจนี้ เราให้เวลาแล้วต่อไปอีกถึง ป้ ๒๕๕๕ ทําไมต้องมาลุกลี้ลุกลนแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อีก นี่คือข้อสังเกตที่สําคัญที่จะต้องตอบต่อสภาแห่งนี้ และทําไมรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร เพราะเปึนเรื่องการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แต่ไม่มีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล ผมยังคิดว่าควรถอนเรื่องนี้ออกไปด้วยซ้ําไป จนกว่าที่จะมีร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาล เข้ามา เพื่อที่จะได้รู้ว่าเปึนนโยบายของรัฐบาล เพราะมันเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน ผูกพันกับงบประมาณแผ่นดิน ในแต่ละป้ร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีงบผูกพันในส่วนนี้ ไม่ต่ํากว่า ๗,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ ล้านบาท และนี่กําลังจะเอาโครงการเมกกะโปรเจกต์ เข้ามาอีก ๓ – ๔ แสนล้านบาท เรื่องเหล่านี้กระผมเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่มีอยู่มาตราเดียว แล้วท่านประธานบอกว่าให้อีก ๕ นาที ไม่ใช่ ท่านประธานจะรวบรัดไปถึงไหนครับ