สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รับคำถามจากที่ประชุมและอธิบายถึงนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแนวทางที่เน้นความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และยุติธรรม โดยมีหลักนิติธรรม และการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่นั้น รวมทั้งการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบปัญหาของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธาน
ประการแรก ก็คงจะเรียนว่า ๒ ครั้งที่ไม่ได้มานั้นได้แจ้งมาว่าผมไปประชุม ต่างประเทศ ครั้งแรกก็ไปประเทศเวียดนาม ครั้งที่ ๒ ไปประเทศอินเดีย แต่ถ้าหากว่า ท่านสมาชิกยังไม่ทราบก็ต้องขออภัยในการประสานงาน และครั้งต่อไปผมจะพยายาม ในการประสานงานให้ดีขึ้น
สําหรับปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็เปึนที่ทราบว่า ได้มีปัญหามานานแล้ว ในนโยบายของรัฐบาลก็ได้ให้ความสําคัญ ผมจําได้ว่าในวันแถลง นโยบายนั้น ก็มีวาระเร่งด่วนของนโยบายรัฐบาล ได้แถลงไปแล้ว แล้วก็ได้ดําเนินการ ติดตามมาตลอด ท่านถามว่ามีความมั่นใจอย่างไรกับแนวทางการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะเรียนว่าในแนวทางที่เปึนนโยบายของรัฐบาลนั้น รัฐบาลก็คง ยังให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ถือว่าเปึนวาระเร่งด่วนที่ได้กราบเรียนมาแล้ว นโยบายสําคัญที่นํามาในการแถลงนโยบายนั้น ก็เรียนไว้แล้วว่าจะนําแนวทางที่ได้ พระราชทานไว้ เริ่มต้นก็คือว่าเน้นถึงความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา อันนี้เปึนไปตาม พระราชดําริแล้ว เราก็ได้น้อมนํามาเพื่อแก้ไขปัญหาตามแนวทางนี้ ซึ่งก็อยากจะเรียนว่าในการแก้ปัญหานั้นก็ควบคู่กันไปกับการที่เน้นเรื่องกระบวนการ ยุติธรรม โดยมีหลักนิติธรรมแล้วก็การที่สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในเขตท้องที่ นั้น รวมทั้งต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตรงนี้ก็เปึนเรื่องจําเปึนที่ต้องใช้เวลา อยู่บ้าง รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้ สมช. เปึนหน่วยงานหลักในการที่วางนโยบายให้ ทาง กอ.รมน. นั้นเปึนหน่วยที่นํานโยบายไปปฏิบัติ ในฐานะที่ผมเปึนผู้อํานวยการของ กอ.รมน. ก็ได้มอบให้ท่านผู้บัญชาการทหารบกในฐานะที่เปึนรองประธานเปึนผู้รับผิดชอบ และดูแลปัญหาในพื้นที่มาโดยตลอด ซึ่งท่านเองก็ได้ลงพื้นที่เกือบทุกสัปดาห์อย่างน้อย เดือนละ ๒ ครั้ง แล้วก็ในระยะเวลาผ่านมานั้นก็เรียนได้ว่าเหตุการณ์ก็ดีขึ้น จริงอยู่ มันอาจจะไม่ได้สงบเรียบร้อยลงไปตามที่พวกเรามีความมุ่งหวังและมีความต้องการ ทําไม ถึงคิดว่าเหตุการณ์ดีขึ้นจากสถิติที่มีกรณีเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๐ ถึง ๒,๐๐๐ กว่ารายนั้น ก็เหลือเพียง ๙๐๐ กว่าราย ในป้ถัดมา ในป้ ๒๕๕๑ การก่อเหตุก็ลดลง และการปัืนป์วน ก็ลดลง การต่อต้านอํานาจรัฐ การชุมนุมอะไรต่าง ๆ ก็ลดลง แล้วก็การแจ้งเบาะแสในการ แจ้งข้อมูลให้ทางภาครัฐก็ดีขึ้น อยากจะเรียนว่าในเรื่องระเบิดที่ท่านพูดถึงเมื่อกี้นี้นั้น หลังจากที่ผมไปตรวจพื้นที่ก็ผมก็ได้รับทราบ จริง ๆ ผมก็ได้ให้สัมภาษณ์แสดงความเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างนั้นอันนี้ก็เปึนที่ทราบกัน ก็ได้กําชับทางฝ์าย ที่เขาดูแลพื้นที่ ซึ่งต่อมาตอนนี้เขาก็จับคนร้ายได้ ๑๐ คน กําลังสอบสวนอยู่ แล้วก็ การดําเนินการนั้นผมกําชับแน่นอนว่าการดําเนินการนั้นไม่ให้จับ คือไม่ใช่จับสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ได้จับแพะเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้จับบุคคลที่คิดว่าไม่แน่ใจหรือไม่แน่นอน ตอนนี้ก็มี ข้อมูลมีฐานข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าการดําเนินการนั้นเราก็ มีความมั่นใจกับแนวทางในการแก้ปัญหา ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ท่านถามว่ามีทราบบ้าง หรือไม่นะครับ ในทางข้อมูลลับเขาก็มีอยู่ แต่ว่าจะครบถ้วนทุกกระบวน ทุกคน ทุกหน่วย หรือเปล่าอันนี้เราก็ไม่อาจทราบได้เพราะว่า เนื่องจากกระบวนการต่าง ๆ ก็มีมากมาย แต่ว่าก็คงจะไม่สามารถเป่ดเผยตรง ๆ ได้ ก็ขอเรียนว่าในการดําเนินการนั้นก็มีมาตรการ อีกหลายอย่างที่เราดําเนินการไป การที่ผมได้ลงไปพื้นที่คราวนั้นก็ทราบปัญหาอยู่หลาย ข้อ แล้วก็ได้นํามาดําเนินการ อย่างเช่นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขาเคยได้รับเงินเพิ่มตอบแทน พิเศษที่เดิมมีอยู่ ๑,๐๐๐ บาท นั้น ผมก็เห็นว่าเปึนจํานวนที่ คือเขาคงไม่ต้องการเงิน แต่เขาต้องการความรู้สึกที่ว่าเราให้ความสนใจ เราก็ได้เพิ่มเปึนคนละ ๒,๕๐๐ บาท ต่อเดือน จริง ๆ อันนี้เคยได้มาก่อนแล้วช่วงหนึ่งก็ถูกตัดไป ดังนั้นผมก็คิดว่าเรื่องนี้เปึน เรื่องจําเปึน เปึนเรื่องที่ควรจะบํารุงขวัญกําลังใจก็ได้อนุมัติให้แล้วก็เบิกจ่ายให้มีผลตั้งแต่ วันที่ ๑ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ย้อนหลังไปเล็กน้อย เริ่มต้นในป้งบประมาณใหม่ก็อย่างที่ ได้เรียนไปแล้วว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลให้ความสนใจอย่างมาก ไม่ใช่ว่าไม่สนใจแต่การ ที่ว่าตัวผมไม่ได้ลงไปประจํานั้นก็มีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว แล้วก็พี่น้องประชาชนก็ได้ให้ความ ร่วมมือดีขึ้น ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณครับ