สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ หารือเรื่องคนเร่ร่อนในกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้การรักษาพยาบาลและควบคุมการแพร่เชื้อโรค พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขแบบยั่งยืน เช่น การหาที่ทํากิน การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และปัญหาครอบครัวที่แตกแยก และเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนอย่างชัดเจน

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะคะที่ได้กรุณาตอบในข้อที่ ๑ เกี่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อน ซึ่งท่านก็ได้เรียนว่ามีทั้งของ กรุงเทพมหานครเอง สํานักงานเขต แล้วก็สํานักเทศกิจ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ก็จะเปึนกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะมีหน่วยงานของกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะคะ ซึ่งท่านได้แจ้งว่าตามสถิติของคนเร่ร่อนในขณะนี้มีอยู่ ประมาณ ๓๐๙ ราย ซึ่งดิฉันเองได้สัมผัสแล้วก็ได้สอบถามข้อมูลก่อนหน้านี้ ซึ่งข้อมูล ของท่านสํารวจล่าสุดก็คือ วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๓๐๙ ราย แต่ว่าก่อนหน้านี้เท่าที่ จําได้จะมีเปึนหลักพันแล้วนะคะ ซึ่งดิฉันไม่แน่ใจว่าขณะนี้มันน่าจะเปึนหลักหมื่นแล้วด้วย ถ้าเปึนแค่หลักร้อยก็คงไม่เปึนปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนกรุงเทพมหานคร แน่นอนค่ะ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าจากการที่ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ของภาครัฐเอง ภาคเอกชน แล้วก็ตามมูลนิธิต่าง ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่คนเร่ร่อนเขาอยากจะให้เราช่วยเขา มากที่สุด อันดับแรกเลยก็คือเรื่องของบัตรประชาชน คนเร่ร่อนเหล่านี้บางคนเปึนมาตั้งแต่ เด็กเร่ร่อน หนีออกมาจากบ้านหรือว่าเกิดจากพ่อแม่ที่เปึนคนเร่ร่อน แล้วเขาก็โตมา เปึนผู้ใหญ่เร่ร่อนนะคะ เขาไม่มีบัตรประชาชนเลย สิ่งที่เราควรจะทําได้ก็คือ การขึ้นทะเบียน ทําฐานข้อมูลของคนเร่ร่อนเหล่านี้เอาไว้ในส่วนของภาครัฐเอง เพื่อเปึน ข้อมูล สอบการเก็บประวัติของเขา อาจจะถ่ายรูปเปึนระยะ ๆ แล้วก็สอบถามเขาเปึน ระยะ ๆ ข้อมูลนี้สามารถช่วยในการปัองกันคดีอาชญากรรมต่าง ๆ ได้ด้วย การทํา บัตรประชาชนเปึนสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการ แต่ว่าเราก็ต้องมีการสืบสิทธิต่าง ๆ ด้วยนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งที่ทางคนเร่ร่อนเขาอยากได้ก็คือ การรักษาพยาบาลเบื้องต้น ยกตัวอย่าง คนที่เปึนโรคสมองเสื่อม แล้วก็พลัดหลงกับครอบครัวกลับบ้านไม่ถูก ก็น่าสงสารมาก ก็ต้องตระเวนเร่ร่อนไปทั่ว บางครั้งก็ป์วยหนัก ตามมูลนิธิ อย่างเช่น มูลนิธิกระจกเงาเขาสงสาร เขาก็จะนําตัวส่งโรงพยาบาลให้ ปรากฏว่าทําไมรู้ไหมคะ ทางโรงพยาบาลไม่ยอมรับค่ะ เพราะว่าไม่มีบัตรประชาชนหรือว่าไม่มีบัตรประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ทางมูลนิธิต้องใช้วิธีว่านําส่งแล้วก็ทิ้งไว้แล้วก็หนีไปเลยค่ะ คนส่งก็หนีไปเลย ทางโรงพยาบาลก็ด้วยมนุษยธรรมก็ต้องรักษาให้ อันนี้เปึนสิ่งที่น่าสงสารมาก หรือว่า เปึนคนเร่ร่อนทั่วไป เวลาเจ็บป์วยเขาไม่รู้จะไปหาใคร เขาก็ไม่กล้าเข้าไปพบกับทาง โรงพยาบาลหรือคลินิกต่าง ๆ เพราะเขาไม่มีเงินจะจ่ายค่ะ ตรงนี้เราน่าจะมีการให้ การรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับพวกเขาด้วย และก็บางคนติดสารเสพติด แล้วก็มีเชื้อ เอชไอวี (HIV) ด้วย มันจะเปึนสิ่งที่แพร่เชื้อโรคได้โดยง่ายถ้าเราไม่ควบคุมตรงนี้ด้วยนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการฝ๊กอาชีพ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เองได้มีการฝ๊กอาชีพให้กับคนเร่รอนเหล่านี้ และก็มีบ้านแรกรับ แต่ว่าในบางครั้งการทํางานของเราจะต้องมีการไปดูถึงผลที่ได้จากการทํางานว่าเปึน อย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เวลาคนเหล่านี้เรานําเขามาฝ๊กอาชีพ อาชีพต้องเปึนอาชีพ ที่เหมาะ เหมาะที่เขาจะนําไปใช้ชีวิตให้กลับเข้าไปสู่สังคมได้ ถ้าเราไปฝ๊กอาชีพที่เขา จะต้องใช้เงินทุน บางครั้งก็การทําอาหารบ้าง ช่างเย็บปักถักร้อยอะไรบ้างเหล่านี้ แต่ว่า พอเขาออกไปแล้วเขาไม่มีเงินทุน เขาก็ไม่ได้ไปทํา ก็กลับไปเปึนคนเร่ร่อนอีก มีอีกกรณี หนึ่งนะคะที่ทางกระทรวงเคยนําคนเหล่านี้ไปอบรมซึ่งเปึนโครงการที่ดีค่ะ อบรมการแยก ขยะ แต่ว่าเปึนโครงการที่ทางภาคเอกชนเปึนผู้จัดทําขึ้นให้กับกระทรวงและก็ค่าใช้จ่าย ค่อนข้างสูงก็ทําให้ไม่สามารถดําเนินการต่อเนื่องได้ ดิฉันอยากจะเสนอแนะให้ทาง กระทรวงใช้บุคลากรของเราไปฝ๊กอบรมแล้วก็กลับมาสอนคนเร่ร่อนเหล่านี้ ซึ่งเขาสามารถ ยึดอาชีพซาเล้งได้นะคะ แต่คนเหล่านี้เขาไม่มีความรู้ค่ะ เวลาเขาเก็บขยะ เขาเก็บขวด เก็บกระดาษ เก็บพลาสติก เก็บอะไรต่าง ๆ เขาจะเก็บรวมแล้วก็ไปเหมาขายให้กับร้าน รับซื้อของเก่าซึ่งก็จะถูกกดราคา แต่ถ้าเขาสามารถนํามาคัดแยกขยะ เขาก็จะได้ราคาดีขึ้น ก็สามารถเปึนอาชีพหนึ่งได้ อันนี้ก็เปึนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งบางครั้งนโยบายที่เรา สั่งการไป แต่ว่าในภาคปฏิบัติแล้วอาจจะยังไม่ค่อยได้ผลเต็มที่ แล้วในส่วนของบ้าน แรกรับนะคะ ท่านเคยไปดูไหมคะว่าเจ้าหน้าที่ ๑ คนต้องดูแลคนเร่ร่อน ๘๐ คน แล้วก็อยู่ กันอย่างยัดเยียดมากมันก็ไม่มีประสิทธิภาพ คนเหล่านี้ก็ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ค่ะ เขาออกมาเร่ร่อนอิสระ สามารถหาอาชีพทําไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ตรงนี้อยากจะขอฝากไว้

แล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือ การแก้ปัญหาที่เราต้องแก้ไขแบบยั่งยืนค่ะ ก็คือ ควบคุมไม่ให้คนเหล่านี้กลับมาใช้ชีวิตแบบนี้อีก อาจจะมีการส่งกลับภูมิลําเนาแล้วก็ต้อง แก้ไขที่ต้นเหตุ ก็คือหาที่ทํากิน แก้ไขปัญหาภัยแล้งหรือว่าแก้ไขปัญหาครอบครัว ที่แตกแยกของเขาด้วย ดิฉันคิดว่าถ้าเราพยายามทําให้เปึนระบบแล้ว ก็คงจะสามารถ แก้ไขปัญหาได้ ในช่วงเอเปค (APEC) ที่ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพเมื่อหลายป้ที่ผ่านมา หรือว่าในช่วงพระราชพิธีสําคัญที่เพิ่งจะจบไปนั้น ท่านสังเกตไหมคะว่าคนเร่ร่อนแทบจะ ไม่เห็นเลย ทําไมเราทําได้คะตอนช่วงนี้ คือเราก็อาจจะกวาดล้างเขาไป นําไปฝ๊กอาชีพ แต่ว่าสักพักหนึ่งก็ปล่อย แล้วเขาก็กลับมาเหมือนเดิม อยากจะให้ทําแบบยั่งยืนต่อเนื่อง นะคะ ดิฉันขออนุญาตเรียนถามกระทู้ต่อนะคะในข้อ ๒ และข้อ ๓ รวมกันไปเลย เพราะว่า มันจะเปึนเรื่องของการแก้ไขปัญหาค่ะ ในข้อ ๒ รัฐบาลมีมาตรการการควบคุมการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร และข้อ ๓ รัฐบาลมีนโยบายระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหา คนเร่ร่อนจรจัดในกรุงเทพมหานครอย่างไรเพื่อให้เกิดผลที่ชัดเจนและเปึนรูปธรรม ดิฉัน ขออนุญาตขอรายละเอียดจากท่าน ขอบคุณค่ะ