สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พูดถึงปัญหาการทำงานของ องค์การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปปง.) โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเป็นอิสระและความเชื่อถือจากประชาชน เพื่อให้องค์กรนี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เปึนอีกผู้หนึ่งเหมือนกับท่านสุวโรช ขออภัยเอ่ยนาม ที่เดิมที่ไม่ได้ ตั้งใจที่จะอภิปรายในเรื่องนี้มาก แล้วก็ไปติดประชุมคณะกรรมาธิการกฎหมายในคณะอื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคณะที่ท่านขออภัยเอ่ยนาม ท่านสีหนาทอยู่ด้วยกันคือคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมายฟอกเงินฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่ ความจริงสิ่งที่ท่านสีหนาทได้กราบเรียนผ่านท่านประธานมานั้น หลายเรื่องก็ตรง อยู่ในการพิจารณาในห้องกฎหมายที่เราพิจารณากันอยู่แล้ว โดยเฉพาะการหยิบยก ความเปึนกลางตามกฎหมาย หรือมาตรา ๖๑ อะไรที่ท่านยกตัวอย่าง ก็ได้เคยมีการ พูดคุยกัน แต่ว่าท่านคงจําได้ครับว่าผมเองก็ได้พูดไว้ส่วนหนึ่งเหมือนกันว่าคงจะไม่มีใคร ที่ทําผิดกฎหมายแล้วยอมรับว่าเปึนคนสั่งให้ทํา เพราะฉะนั้นความจริงกฎหมายมาตรานี้ แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์หรอกครับ ท่านก็คงทราบดีว่าจริง ๆ ไม่มีหรอกครับ เพราะถ้าใช้ ประโยชน์ขึ้นมาก็ผิดกันหมด ทั้งคนที่รับและคนที่ยอมรับนะครับก็จะต้องถูกจําคุก ถูกปรับ อย่างที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นในความเปึนจริงคงไม่เกิด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยาก กราบเรียนว่าองค์กร ปปง. วันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกฎหมายนะครับ ความจริง ปปง. ไม่ต่างจาก ศาลนะครับ องค์กรศาลวันนี้ที่อยู่กันมาได้จนวันนี้ไม่ได้อยู่ขึ้นมาได้ เพราะว่ากฎหมาย ที่เกี่ยวกับการใช้อํานาจหน้าที่ของศาล โดยเฉพาะกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เปึนกฎหมายที่ดีและกําหนดโทษไว้ในกฎหมายอาญาเหมือนกัน แต่ว่าองค์กรศาลที่ยัง ต้องถือว่าเปึนองค์กรภาครัฐอันเดียวที่เรียกได้ว่าเปึนที่น่าเชื่อถือที่สุดตรงนี้อยู่ได้ด้วย ตัวเอง ตัวเองหมายความว่าสามารถสร้างศรัทธา สามารถสร้างความเชื่อถือให้กับสังคม ให้กับประชาชนได้ จึงทําให้องค์กรศาลยืนหยัดอยู่ได้มาจนทุกวันนี้ ไม่ค่อยจะมีประเด็น ข้อสงสัยในเรื่องต่าง ๆ แต่ไม่ใช่เปึนเพราะว่าอยู่มาได้เพราะว่ามีกฎหมายเขียนไว้ สิ่งหนึ่ง ที่ทําให้องค์กรศาลอยู่มาได้จนวันนี้นะครับท่านประธาน เพราะว่าเขาช่วยกันดูแลคน ผมพูดอยู่เสมอกับหลายคนที่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกันก็คือว่าพวกเราในสังคมข้างนอก ไม่ทราบหรอกครับว่า ในสถาบันศาลมีการไล่ผู้พิพากษาออกเปึนประจํา แต่ว่าเขา ไม่เปึนข่าวครับ เพราะเขาไม่ต้องการให้เรื่องเหล่านี้เปึนข่าว เขามีการตรวจสอบดูแลกัน อยู่เปึนเนืองนิตย์ ผู้พิพากษาคนไหนถูกร้องเรียน ผู้พิพากษาคนไหนมีพฤติการณ์หรือ พฤติกรรมที่ไม่ชอบ หรือว่าส่อไปในทางที่ใช้อํานาจหน้าที่ไม่ถูกต้องประการใด ลงโทษกัน ทุกขนานจนถึงขั้นไล่ออกเปึนประจําครับ พูดง่าย ๆ คือพยายามคัดคนไม่ดีออกไปจาก วงการ แล้วก็พยายามเก็บคนที่ดีที่สุดเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ตรงนั้นล่ะครับจึงทํา ให้องค์กรศาลสามารถยืนหยัดมาได้จนวันนี้ ผมคิดว่าฉันใดก็ฉันนั้นครับไม่ต่างกัน องค์กร ปปง. ตรงนี้ก็จะต้องทําแบบเดียวกัน การที่ ปปง. จะเปึนหน่วยงานตามวัตถุประสงค์ เปัาหมายที่ตั้งขึ้นมา คือเปึนองค์กรอิสระที่แท้จริง เปึนองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ จากประชาชน จากสังคมที่แท้จริง ไม่ใช่เปึนไปตามที่กฎหมายเขียนให้เปึน ปปง. จะเปึน ที่นับหน้าถือตาจะเปึนที่ยอมรับหรือไม่ไม่ได้เปึนไปตามมาตรา ๖๑ ไม่ได้เปึนไปตาม มาตราใด ๆ ที่เขียนเลย แต่จะต้องเปึนโดยตัวของ ปปง. เอง เผอิญ ปปง. ต่างจากศาล ตรงที่ว่ามีคณะกรรมการชุดหนึ่งที่เรากําลังพูดถึง แล้วก็มีผู้บริหารดําเนินการอีกชุดหนึ่ง ที่มีท่านสีหนาท ขออภัยเอ่ยนามอีกครั้ง ไม่ได้เสียหายนะครับ เปึนรักษาการเลขาธิการ อยู่ในขณะนี้ ๒ ส่วนนี้ล่ะครับที่จะเปึนผู้ที่ทําให้ ปปง. เปึนที่ยอมรับ เชื่อถือหรือไม่ แต่ท่านก็ต้องยอมรับครับว่าที่ผ่านมานั้นสถาบันตรงนี้คือ ปปง. ไม่ได้สร้างภาพตรงนี้ ให้กับสังคม แล้วก็ทําให้สังคมยอมรับในแง่นี้มากนักเท่าไรครับ ตรงกันข้ามครับกลับมี ภาพของความเสียหายซึ่งจะด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องยอมรับว่าทําให้เกิดความรู้สึก ว่าถูกแทรกแซงได้ ถูกนําไปใช้เปึนเครื่องมือฟาดฟันทางการเมืองได้ ซึ่งท่านรักษาการ เลขาธิการเองในอดีตท่านก็เคยมีประสบการณ์ตรงนี้มา ประการที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ความไม่เชื่อถือว่าองค์กรนี้ไม่สามารถถูกแทรกแซงได้นั้นวันนี้แทบไม่มี ไม่มีครับ ต่างจาก องค์กรศาลที่ความรู้สึกว่าถูกแทรกแซงได้นั้นมีน้อยกว่า เพราะว่าเราเริ่มต้นมาไม่นาน เราก็ทําให้เกิดภาพ เกิดความรู้สึกว่าถูกแทรกแซงได้ ถูกใช้เปึนเครื่องมือทางการเมืองได้ ผมพูดตรงนี้ขึ้นมาก่อนเพราะอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยส่วนตัวก็รู้จักกับ ท่านรักษาการเลขาธิการมานานครับ แล้วก็ทํากฎหมาย ปปง. ฉบับแรกทํามาด้วยกัน ท่านอยู่ ป.ป.ส. มาเก่าครับ ท่านได้พยายามอธิบายชี้แจงถึงการทํางานของ ป.ป.ส. ที่โยงมาเปึน ปปง. วันนี้ได้อย่างดี ส่วนตัวผมก็เคารพนับถือท่าน แต่ว่าอย่างน้อย ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าท่านรักษาการเลขาธิการซึ่งท่านได้กรุณา เปึนหนังหน้าไฟมาตอบแทนท่านรัฐมนตรีนี่นะครับ ถ้าท่านทําได้อย่างใจท่านทํา หรือที่ท่านอยากให้เปึน ท่านไม่เสนอชื่อหลายคนในนี้ หรอกครับ ผมเชื่อนะครับ ผมเชื่อจากการที่ผมรู้จักท่านมา ผมเชื่อจากการที่เคยทํางาน กับท่านมา ผมเชื่อว่าถ้าท่านเปึนตัวของท่านเอง ไม่ต้องมาเปึนตัวแทนใครในวันนี้ ถ้าท่านเปึนผู้มีอํานาจเด็ดขาดทํารายชื่อเสนอคณะรัฐมนตรี หรือว่าเปึนคนตัดสินใจ ในคณะรัฐมนตรีเองผมเชื่อว่าจะไม่มีรายชื่อหลายคนในนี้มาให้สภาของเราพิจารณาตรงนี้ แล้วจากความเชื่อในตัวของท่านตรงนี้ล่ะครับ ที่ทําให้ผมรู้สึกว่าองค์กรนี้ยังไม่พ้นจากการ ถูกแทรกแซง เพราะจากความเชื่อของผมในตัวของท่านรักษาการเลขาธิการเปึนอย่างนั้น แต่ทําไมล่ะครับถึงได้ยังมีรายชื่อของคนหลาย ๆ คนที่มีข้อกังขา มีรอยมลทิน หรือมีอะไร เข้ามาเสนอให้พวกเราพิจารณาก็แปลว่าแท้ที่จริงแล้ว ท่านเองนั้นก็ไม่ได้มีโอกาสมีอํานาจ หน้าที่ที่จะดูตรงนี้สักเท่าไร เพียงแต่ท่านก็เปึนฝ์ายประจําที่ต้องทําตามฝ์ายการเมือง เมื่อสักครู่นี้ครับท่านได้ยกตัวอย่างกรณีของท่านหนึ่ง ท่านบอกว่ามีพระราชบัญญัติ ล้างมลทินไปแล้ว ผมเชื่อว่าตรงนี้ก็เปึนเพียงที่ท่านพยายามอธิบายให้ความชอบธรรม แต่ในความเปึนจริง ผมเชื่อว่าในความรู้สึกของท่านก็คงรู้สึกเหมือนผม คนที่จะมาเปึน คณะกรรมการ ปปง. ท่านประธานที่เคารพครับ จะต้องเปึนคนที่สามารถเชื่อถือได้ ด้วยความสุจริตใจ สามารถให้สังคมเชื่อถือได้โดยตัวของเขาเอง ไม่ได้สามารถ ให้เชื่อด้วยเพราะว่าวันนี้มีกฎหมายล้างมลทิน แต่ความเปึนจริงนั้นเปึนอย่างไรไม่ทราบ แต่บริสุทธิ์เพราะกฎหมายล้างมลทินให้ ผมคิดว่าตรงนี้ก็เปึนคําตอบอยู่ในตัวครับ ซึ่งผมถึงเรียนว่า ผมเชื่อว่าถ้าท่านรักษาการเลขาธิการเปึนตัวของตัวเอง ท่านไม่เสนอหรอกครับ เพราะอะไรครับ เพราะการที่บอกว่ามีกฎหมายล้างมลทินให้แล้ว แปลว่าทําผิดใช่ไหมครับ ทําผิดความผิดมันเกิดแล้วมันเกิดจริง ๆ ครับ เพียงแต่ผลของ กฎหมายเท่านั้นล่ะครับที่บอกว่าไม่ผิด แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทําผิด ไม่เคยเปึนในแบบนั้น ล้างมลทินตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ล้างนิสัยหรือดัดสันดานได้ครับ ตรงนี้ล่ะครับ ที่ผมเรียนว่ามันเปึนปัญหา ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าไม่ได้มีอคติกับใคร แล้วเปึนห่วงด้วยความสัตย์จริง ขอยกตัวอย่างอีกรายหนึ่งครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะว่ามีคนพูดเอาไว้ ผมเรียกว่าท่านอดีตอธิบดีกรมบังคับคดีแล้วกันนะครับ กรณีเมื่อสักครู่นี้ ความจริงผมไม่อยากพูดถึงท่านเลยครับ จริง ๆ แล้วท่านประธาน เพราะว่าด้วยเคารพส่วนตัว เปึนรุ่นพี่ด้วย เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพ แต่เผอิญ ท่านรักษาการเลขาธิการชี้แจงถึงท่าน ผมจึงต้องขออนุญาตพูด เพราะว่าเดี๋ยวจะเข้าใจผิด เพราะท่านบอกว่าท่านได้มีการจ่ายเงินตามระเบียบกระทรวงการคลัง ตรงนี้เดี๋ยวจะเข้าใจ ผิดครับ แล้วจะมีการบันทึกที่ผิด ระเบียบกระทรวงการคลังเปึนระเบียบที่ผิดครับ แล้วมี การตรวจสอบ สอบสวนแล้ว กระทรวงการคลังเองยอมรับกับกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีบันทึกไว้ ผมเข้าใจว่ามีเพื่อนสมาชิกได้ยกมาแล้วว่าผิดพลาดครับ ไปอ้างอิงการเบิกจ่ายตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายสินบนนําจับครับ ท่านรักษาการ เลขาธิการคงทราบว่า ระเบียบว่าด้วยการจ่ายสินบนนําจับมันต้องมีการนําจับสิครับ หรือว่าการไปอ้างอิงการจ่ายสินบน หรือว่าจ่ายเงินรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติศุลกากรมันก็เปึนไปตามกฎหมายศุลกากรถึงจ่ายได้ แต่กรณีนี้ไม่ใช่ครับ กรณีนี้เปึนการจ่ายเงินรางวัลในการทําหน้าที่เพิ่มเติมเท่านั้นเองครับ ไม่มีระเบียบครับ แต่กระทรวงการคลังไปใช้ระเบียบอ้างอิง ระเบียบว่าด้วยการจ่ายสินบนนําจับ ซึ่งเมื่อ พิจารณารายละเอียดแล้วใช้ ไม่ได้ครับ ถึงเปึนปัญหาอย่างไรครับ แล้วตัวท่านเองขอเรียน ว่าด้วยความสุจริตใจครับ ผมก็เชื่อท่านเหมือนกับเชื่อท่านรักษาการเลขาธิการท่านก็บอก ว่าท่านก็เข้าใจผิด แล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่เคยใช้เงินที่ได้รับมานี้เลยแม้แต่บาทเดียว ณ วันนั้นนะครับ และท่านพร้อมและยินดีจะคืนเงินนี้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ตรงนี้ในแง่ของ ความผิดกฎหมายอาจจะไม่ผิด เพราะว่าไม่มีเจตนา แต่ว่าในแง่ของวินัยอาจจะเปึน ความผิดวินัยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่ซึ่งจะต้องมาพิจารณาน้ําหนัก หรือความหนักเบา มันไม่ใช่เปึนเพียงว่าจ่ายไปแล้วตามระเบียบกระทรวงการคลัง ระเบียบกระทรวงการคลังนั่นล่ะครับอ้างผิดระเบียบ แล้วเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ที่เกี่ยวข้องก็ยอมรับความผิดพลาดตรงนี้ บันทึกไว้เปึนหลักฐานในคณะกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยครับ นี่ล่ะครับจริง ๆ ผมไม่อยากพูดถึงท่านเลยครับ แต่เมื่อ ท่านรักษาการเลขาธิการพูด ผมต้องพูดเพื่อเกิดความชัดเจนและถูกต้อง มันไม่ใช่อย่างนั้น ประการที่สําคัญที่ผมอยากเรียนท่านประธานว่าองค์กรของ ปปง. ตามกฎหมายที่ท่าน กรุณาชี้แจงมีประกอบไปด้วยคณะกรรมการ ๒ ส่วนนะครับ ส่วนหนึ่งคือเปึนโดยตําแหน่ง อีกส่วนหนึ่งคือผู้ทรงคุณวุฒิที่เรากําลังพิจารณา ที่ผม ต้องการกราบเรียนท่านประธานว่าเดิมผมไม่คิดว่าจะอภิปราย แต่ว่าเมื่อฟังแล้วผมคิดว่า ผมจะขออนุญาตสนับสนุนสมาชิกอาวุโสที่อยากจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการมาพิจารณา คุณสมบัติก่อน ด้วยเหตุอันนี้ครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเดิมตอนเราออกกฎหมาย นะครับท่านประธาน ท่านรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การฟอกเงินก็อยู่ด้วยกัน ต้องขออนุญาตเอ่ยถึงท่านบ่อยหน่อยเพราะทํางานด้วยกัน มาตลอดนะครับ ตั้งแต่กฎหมายฉบับแรก วันนั้นเราไม่ได้คิดหรอกครับว่าฝ์ายการเมือง โดยเฉพาะคนที่มีตําแหน่งใหญ่ ๆ จะเปึนคนที่มีปัญหาเสียเอง เราไม่เคยคิดว่า ณ วันที่ ออกกฎหมายเราไม่เคยคิดว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องคําพิพากษาจําคุก และเราไม่เคยคิดว่าคนที่ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอาจจะมีส่วนพัวพัน เกี่ยวข้องกับการทําความผิด ไม่เคยคิดเลยครับ เมื่อเปึนอย่างนั้นเราถึงมีความเชื่อแล้วก็ ได้ตั้งองค์ประกอบของคณะกรรมการไว้ส่วนที่ ๑ ว่าต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน แล้วก็ประกอบไปด้วยบุคคลผู้มีตําแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะฝ์ายการเมือง และฝ์ายประจําในตําแหน่งสูง แต่เราก็คิดว่าคณะกรรมการเหล่านี้อาจจะไม่มีความรู้ เพียงพอในหลาย ๆ เรื่อง จึงต้องตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยอีกจํานวนหนึ่ง นี่คือเหตุผลที่มา แต่มาวันนี้คนที่ดํารงตําแหน่งโดยตําแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะ ตําแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่เบอร์ ๑ ของรัฐบาลลงมามีปัญหาเรื่องความไม่น่าเชื่อถือ ตรงนี้ผมคิดว่ามีผลกระทบไม่ตรงก็อ้อม ไม่มากก็น้อย ต่อองค์กร ปปง. ซึ่งท่านรักษาการ เลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินต้องเปึนผู้รักษา ความเที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือให้มากที่สุดอยู่แล้ว ลําพังแต่คนที่ดํารงตําแหน่งแล้วเปึน กรรมการโดยตําแหน่งวันนี้ก็สร้างความกระทบกระเทือนในความเชื่อถือในภาพพจน์ของ องค์กร ปปง. เพียงพออยู่แล้ว แล้วถ้าหากว่ามีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเปึนผู้ที่ มีกังขาต้องข้อสงสัย ไม่ใช่บริสุทธิ์เพราะกฎหมาย แต่ว่าในตัวของเขาเองมีปัญหาอยู่นั้น เข้าไปอีก ท่านประธานครับ ผมถึงเรียนว่าผมเชื่อด้วยเกียรติยศของท่านรักษาการ เลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าถ้าท่านเปึนผู้ที่มีอํานาจ หน้าที่โดยตรง ท่านไม่เสนอ เพราะท่านมีวิจารณญาณเพียงพอว่าท่านจะต้องรักษาองค์กรนี้ไว้ และผมเรียนท่านประธานตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะผมจําเปึนต้องทําความชัดเจน ให้ชัดเจน อีกเรื่องหนึ่งคือว่าคณะกรรมการชุดนี้แล้วแท้ที่จริงเปึนคณะกรรมการเพียงแค่ นโยบาย หรือว่าเปึนคณะกรรมการที่มีอํานาจเต็มกันแน่ เพราะว่าได้มีการอธิบายว่า เปึนเพียงคณะกรรมการนโยบาย แต่กลับบอกว่าถ้าหากว่าล่าช้าจะทําให้คนที่ทําผิด ทําผิดได้ง่ายขึ้น ผมจําได้ถ้าไม่มีการแก้กฎหมายคณะกรรมการชุดนี้คือคณะกรรมการ ที่มีอํานาจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งเรื่องของนโยบาย และเรื่องบริหารจัดการตามอํานาจ ปปง. ตามกฎหมาย ผมคิดว่าท่านรักษาการเลขาธิการคงจะยืนยันในข้อนี้ได้ เพียงแต่ว่า เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทํางาน ถึงได้ตั้งคณะกรรมการธุรกรรมขึ้นมาทํางาน รายวัน โดยให้ท่านเลขาธิการของ ปปง. เปึนประธาน เพื่อที่จะสามารถเดินหน้าทํางาน ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องนําเรื่องเข้าไปขออนุญาตความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ชุดใหญ่ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลโดยตําแหน่งและบุคคลโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จะเปึนผู้มีอํานาจ ทั้งบริหารจัดการและใช้อํานาจตามกฎหมาย ปปง. จนสุดท้าย เปึนประเด็นสุดท้าย ไม่ใช่ อยู่ที่คณะกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการธุรกรรมเปึนเพียงแค่คณะกรรมการชั่วคราว เพื่อแก้สถานการณ์ ณ จุดนั้นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการอยู่ตรงนี้ล่ะครับ จึงจะต้องเปึนผู้ที่มีภาพพจน์ความน่าเชื่อถือเปึนอันดับที่ ๑ เลย และรองลงมาก็คือว่า จะต้องเปึนผู้ที่บริหารจัดการอํานาจที่ตัวเองมีได้อย่างที่สังคมยอมรับและเชื่อถือ ด้วยเหตุ ตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถึงกราบเรียนว่ามีหลายส่วนที่บุคคลเหล่านี้ ต้องยอมรับว่าหลายท่านก็เปึนคนที่มีคุณภาพดี แต่หลายท่านแม้แต่ว่าในอดีตท่านอาจจะ สร้างความดีความชอบให้กับบ้านเมือง แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่านได้ทําความผิดพลาดให้กับ ชีวิตและตัวท่านเอง และประวัติของท่าน จนทําให้ท่านเกิดความด่างพร้อย ผมจึงเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า การพิจารณาตรงนี้ตามกฎหมายบอกว่าต้องให้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ คําว่า พิจารณา ตรงนี้ผมจึง เห็นว่าในอดีตท่านประธานครับ ไม่นานนี้เราได้เคยพิจารณาคณะกรรมการ ป.ป.ท. ของสภาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านนี้ ท่านอดีตท่านนี้นํามาเสนอ เราก็มีการพูดจาท้วงติงกัน แล้วก็ผ่านไป ท้ายที่สุดก็ไปติดอยู่ในวุฒิสภา เขาไปตั้ง คณะกรรมการ การตั้งคณะกรรมการนี่ไม่ได้แปลว่าตั้งคณะกรรมการได้สภาใดสภาหนึ่ง แต่มันต้องตั้งเพื่อกลั่นกรองว่าได้กลั่นกรองทําหน้าที่ดีที่สุดแล้วหรือไม่ต่างหาก มันไม่ใช่ การตั้งคณะกรรมการมาพิจารณากลั่นกรองแล้วมันทําให้เกิดล่าช้า หรือเกิดความรวดเร็ว หน้าที่ของพวกเราสภาผู้แทนราษฎรก็มีตรงนี้ครับ พิจารณาว่าเราจะผ่านด้วยความ เห็นชอบ เหมาะสมหรือไม่ อย่างน้อยก็ได้มีประวัติติดไป หรือว่าผลการพิจารณาติดไปกับ การรายงานของเรา เพื่อให้วุฒิสภาเขาพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ช่วยกันตรวจสอบ เขาถึงได้ให้ ๒ สภาอย่างไรครับ เหตุที่เขาให้ ๒ สภานี่ เขาให้ช่วยกันทํางาน ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกัน กลั่นกรอง เพื่อจะได้ให้คนที่ได้ดีที่สุดครับ ผมจึงเรียนท่านประธานว่า การที่มีสมาชิกเสนอ ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบประวัติตรงนี้ก่อน ผมเห็นสนับสนุน และผม เห็นประการที่ ๒ ว่าถ้าหากว่าคณะกรรมการตามรายการพรุ่งนี้ คณะกรรมการถ้าหาก มีการตั้งขึ้น จะได้มีโอกาสพิจารณารายชื่อของบุคคลเหล่านี้แล้วจะสามารถรวบรวม เอกสารหลักฐานข้อมูล หรือประวัติมาเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และตัวท่านเลขาธิการเอง ท่านก็จะเกิดความสบายใจด้วยซ้ําไป เพราะว่าอย่างน้อยหลายฝ์ายจะต่อว่าท่านไม่ได้ นะครับ ท่านจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยตัวท่าน ท่านอาจจะต้องปฏิบัติราชการครับ แต่ถ้ามีคนหลายคนมาช่วยกันดูแล ผมเชื่อว่าท่านสบายใจ และผมเชื่อด้วยความสุจริตใจ กระมังครับ ถ้าหากถามใจท่านผมเชื่อว่าท่านไม่ค้านหรอกครับ แล้วขณะนี้แม้เราจะตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา มีคนตั้งข้อสังเกต ผมออกไปข้างนอก ก็มีคนพูดกันครับ ว่าจะทําให้ช้าไหม ท่านประธานครับ วันนี้ ปปง. ที่เดินได้ทุกวันนี้ไม่ใช่เดินได้เพราะ คณะกรรมการครับ วันนี้แม้จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ แต่คณะกรรมการก็มีโดยตําแหน่ง อยู่แล้ว เดินได้ระดับหนึ่งแล้ว มีคณะกรรมการธุรกรรมเดินได้อีกส่วนหนึ่งแล้ว แต่ส่วนที่ทําให้องค์กรนี้เดินได้ และทํางานตามกฎหมายได้สูงสุดไม่ใช่กรรมการ ๙ ท่านนี้ ครับ แต่เปึนเลขาธิการ เลขาธิการ ปปง. ต่างหากที่เปึนคนบริหารจัดการการทํางานของ องค์กร ปปง. โดยรวม ถ้าหากว่าจะต้องบอกว่าถ้าเกิดต้องการความรวดเร็วเพื่อให้การทํา หน้าที่เปึนไปโดยรวดเร็วนะครับ ก็ต้องถามกลับไปยังรัฐบาล ไม่ทราบท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ จะเกี่ยวข้องหรือเปล่า แต่ก็ต้องถามว่า ถ้าเช่นนั้นทําไมปล่อยให้ท่านสีหนาทเปึนรักษาการ อยู่ไม่ตั้งสักทีล่ะครับ ตรงนั้นต่างหากที่จะเปึนตัวจริง ทําไมท่านไม่เร่งตั้งเลขาธิการตัวจริง ให้ท่านสีหนาทหรือจะเอาใครก็ตั้งเลยครับ ทําไมถึงปล่อยคาไว้ให้ท่านสีหนาทรักษาการ ท่านประธานเห็นไหมครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีเจตนาสุจริต มีเจตนาบริสุทธิ์ ให้การทํางาน ปปง. เปึนไปอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด และทันในสถานการณ์ต่าง ๆ ต้องตั้งเลขาธิการ ไม่ใช่มาตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ คนนี้ แต่ทําไมไม่ตั้งล่ะครับ ทําไมผมถามคําถาม ไปยังท่านเลขาธิการครับว่า ทําไมเขาไม่ตั้งท่านเปึนเลขาธิการครับ หรือว่ายังไม่ถูกใจ ถ้าหากว่าถูกใจท่านนี้ ท่านทําหน้าที่มานานตั้งแต่วันแรกเลยครับ ทําไมไม่ตั้งท่านสีหนาท เปึนเลขาธิการ ท่านสีหนาทไม่ทําเรื่องหรือครับ หรือว่ารัฐมนตรีรับผิดชอบไม่ทําเรื่อง ให้ท่าน หรือว่ายังหาคนที่ตอบสนองคนที่ทํานโยบายไม่ได้ นี่ล่ะครับที่ผมเรียนว่า น่าเปึนห่วง ท่านประธานครับ คณะกรรมการ ปปง. ผมเรียนแล้วประกอบไปด้วย ๒ ส่วน ๑. ส่วนที่มีตําแหน่ง ตําแหน่งทั้งหมดนี่ท่านประธานดูนะครับ วันนี้มีปัญหา คนที่อยู่ ในตําแหน่งโดยทางภาคประจําก็เปึนลูกน้องของคนที่มีปัญหาโดยตําแหน่งการเมือง แล้วถ้าหากว่าคุณวุฒิอีก ๙ คนมีปัญหาอีก และท้ายที่สุดท่านสีหนาทไม่ได้เปึนเลขาธิการ เอาคนอื่นมา องค์กรนี้ทั้งองค์กรกลายเปึนดาบคมที่สองมาเชือดเฉือน มาทํางาน เหมือนที่เราเจอกันมาในอดีตแน่นอน แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเราที่อภิปรายวันนี้จะโดน ไปด้วยไหม ลงโทษย้อนหลัง ท่านประธานเห็นไหมครับ ผมเรียนแล้วว่าถ้าเรื่องนี้เปึนเรื่อง ของความจริงใจ รัฐบาลจะต้องตั้งเลขาธิการครับ ไม่ใช่ตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผมถึงเรียนว่าถ้าหากว่าถ้าถามใจท่านเลขาธิการที่นั่งอยู่ ผมถามท่านนะครับ ท่านอื่น ถามคําถามท่านไปแล้ว ผมถามท่านครับว่า ถ้าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะได้มีการตั้งขึ้น ในส่วนนี้ท่านทํางานไม่ได้หรือ หรือทํางานได้ และ ๒. ถ้าหากว่าระหว่างการตั้งเพื่อให้ การทํางานได้อย่างจริงจังและเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างการตั้งเลขาธิการกับ ผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ คน อันไหนสําคัญกว่า และ ๓. ถ้าหากว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจริง ๆ มาพิจารณา ท่านขัดข้อง ไหมครับ ผมอยากขออนุญาตท่านประธานถามผ่านไปยังท่านรักษาการเลขาธิการและ ถามผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ ถ้าหากรัฐบาลจริงใจกับการทํางานตรงนี้ ทําไมไม่ตั้ง เลขาธิการ ทําไมปล่อยให้รักษาการกันอยู่แบบนี้ ท่านสามารถตั้งได้เร็วกว่าตั้งตรงนี้อีก ตรงนี้ผ่านไปอีกหลายขั้นตอนท่านประธานครับ ทําไมไม่ให้เปึนตัวจริง ถ้าเห็นว่าคนอื่น เหมาะสมก็ตั้งไปเลย ให้ท่านสีหนาทเปึนรองเลขาธิการเหมือนเดิม แต่ถ้าเห็นว่า ท่านเหมาะสมก็ตั้งท่านสิครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าการทําตรงนี้จะทําให้เกิดความล่าช้า ไปตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการพิจารณารายชื่อคุณสมบัติจะช้าไม่จริงครับ เพราะคนทํางานจริงนั่งอยู่ตรงโน้น ต้องการความรวดเร็วตั้งท่านครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เปึนคําถามที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถามผ่านไปยังท่านรักษาการ กับท่านรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลในประเด็นเรื่องนี้ก่อนในเบื้องต้น ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ