สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรถไฟฟ้าและสนามบิน โดยแนะนำให้ยึดถือกรอบรถไฟฟ้าที่วางแผนไว้อย่างรอบคอบ และไม่ควรเปลี่ยนแปลงเส้นทางรถไฟฟ้าไปมาอย่างมาก นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ต้องชดเชยค่าก่อสร้างให้กับบริษัทโฮปเวลล์ และให้ทบทวนราคาก่อสร้างรถไฟฟ้าและระบบอาณัติสัญญาณที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินรถไฟฟ้า
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความชื่นชมในรายงานประจําป้ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ นับได้ว่าเปึนการเขียนเปึนการวิเคราะห์โดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถ อย่างแท้จริงครับ มีหลายเรื่องที่ท่านได้เสนอไป แต่ผมจะพูดถึงเรื่องรถไฟฟัาและเรื่อง การใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิครับ มีหลายประเด็นที่ ท่านเสนอไปที่รัฐบาล แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้ทําตามและมีบางประเด็นที่ท่านไม่ได้ เสนอไปครับ ผมขอยกตัวอย่างดังนี้นะครับ เรื่องแผนแม่บทรถไฟฟัา ท่านไม่ได้พูดถึงเลยว่า แผนแม่บทรถไฟฟัานั้นมีการจัดทํากันมาหลายยุคหลายสมัยครับ มีการขีด มีการเขียน มีการวิเคราะห์ มีการศึกษาวางแผนมา เปลี่ยนรัฐบาลครั้งหนึ่งก็เปลี่ยนแผนแม่บทไฟฟัา ทีหนึ่งเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาครับ บางครั้งก็มี ๓ สายบ้าง ๗ สายบ้าง ๑๐ สายบ้าง มาถึงรัฐบาลนี้มีการปรับแผนแม่บทรถไฟฟัาอีกแล้ว ให้สํานักงานนโยบายและ แผนการจราจรและขนส่งหรือ สนข. เปึนคนปรับแผนแม่บทรถไฟฟัา เสียเวลาเสียเงินจริง ๆ เพราะฉะนั้นควรจะให้คําเสนอแนะว่าไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้งก็ตาม ควรจะยึดถือกรอบหรือโครงข่ายรถไฟฟัาที่เสนอแนะตามแผนแม่บทที่ได้มีการศึกษา วางแผนไว้อย่างรอบคอบแล้ว ผมไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลใหม่จะไม่สามารถปรับ แผนแม่บทได้เลย ปรับได้ครับ เช่น การเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเส้นทางนั้นทําได้บ้าง แต่กรอบหลัก ๆ นั้น ควรจะยึดตามแผนแม่บทที่มีอยู่แล้วนะครับ อันนี้ท่านไม่มีหลาย ๆ อย่างที่ท่านมี ผมยกตัวอย่างเช่น การจัดลําดับการก่อสร้างรถไฟฟัาท่านเสนอแนะว่ารัฐบาลควรจะ ก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงจากบางซื่อไปรังสิตก่อน ซึ่งผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ผมเคยพูด ในสภาแห่งนี้ครับ เพราะว่าจากรังสิตมาบางซื่อนั้นถือเปึนหัวใจสําคัญ เปึนการขนคนจาก ทางเหนือ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเข้าสู่กรุงเทพฯ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ครับ ท่านประธาน รัฐบาลนั้นกลับไปประมูลการก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดงเช่นเดียวกัน แต่เปึนการขนคนจากตลิ่งชันมาสู่บางซื่อครับ เปึนสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน ซึ่งมีประชาชน อยู่น้อยมาก ผมไม่เข้าใจว่าจะหาผู้โดยสารได้จากที่ไหน มีการประมูลกันแล้วครับ จะมีการลงนามในสัญญาในเร็ววันนี้ และผมอยากจะกราบเรียนว่าเส้นทางสายนี้คือ บางซื่อ – ตลิ่งชันนั้นสร้างเสร็จแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ ที่ว่าใช้ไม่ได้เพราะว่าเส้นทางจากตลิ่งชัน มาถึงบางซื่อระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตรนั้นยังไม่บรรจบกับสถานีบางซื่อครับ ยังขาดด้วนอีกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร สร้างไปแล้วใช้ไม่ได้ครับ รัฐบาลจะต้องปรับปรุง สถานีบางซื่อก่อน จะต้องยกระดับความสูงของสถานีบางซื่อก่อน อีกทั้งมีเรื่องสําคัญ รถไฟฟัาสายบางซื่อ – ตลิ่งชันนั้น ทราบไหมครับว่าสร้างเสร็จแล้วให้รถดีเซลวิ่งไม่ใช่ รถไฟฟัา เพราะว่าการประมูลนั้นไม่ได้มีงานไฟฟัาเครื่องกลรวมอยู่ด้วยนะครับ นั่นคือ แผนแม่บทรถไฟฟัาและการจัดลําดับความสําคัญของการก่อสร้างรถไฟฟัา ซึ่งสภาที่ปรึกษานั้นได้เสนอไปถูกต้องแล้วแต่รัฐบาลไม่ทําตาม ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเสียหายเปึนอย่างยิ่ง
เรื่องต่อไปครับ อยากจะยกตัวอย่างถึงแอร์พอร์ต ลิ้งค์ (Airport link) แอร์พอร์ต ลิ้งค์ นั้นเปึนการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างมักกะสันสู่สุวรรณภูมิ ที่ปรึกษา ก็เสนอไว้ว่าควรจะมีต่อขยายเส้นทางจากมักกะสันมาที่พญาไทและผ่านมาที่พหลโยธิน จากนั้นก็ต่อไปที่สนามบินดอนเมือง ก็จะได้เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างสนามบินดอนเมือง กับสนามบินสุวรรณภูมิขึ้นมาอีกสายหนึ่ง แต่ทราบไหมครับว่าผมเคยได้รับฟังคําชี้แจง ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสภาแห่งนี้ บอกว่ามีการเชื่อมโยงจากย่านพหลโยธินมาถึงมักกะสันอยู่แล้ว โดยใช้เส้นทางรถไฟฟัา สายสีแดง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคงทราบดีว่าเชื่อมโยงกันไม่ได้ เพราะความกว้างขนาดของรางนั้นไม่เท่ากัน แอร์พอร์ต ลิ้งค์ นั้นใช้รางที่มีความกว้าง ๑.๔๓๕ เมตร ที่เรียกกันว่าสแตนดาร์ด เกท (Standard gate) แต่รถไฟฟัาสายสีแดงจาก ย่านพหลโยธินมาสู่พญาไท และมักกะสันนั้นใช้เวลาที่เรียกว่ามิเตอร์ เกต (Meter gate) ขนาด ๑ เมตร พูดถึงเรื่องนี้แล้วผมขอต่อไปถึงเรื่องโฮปเวลล์ (Hopewell) ครับ โฮปเวลล์นั้น เปึนโครงการที่มีความสําคัญมาก พูดได้ว่าเปึนโครงการ ๓ ระบบใน ๑ โครงการ ระบบแรกก็คือ ระบบที่อยู่สูงสุดอยู่ข้างบน นั่นก็คือทางด่วนโฮปเวลล์ ชั้นที่ ๒ รองลงมา ก็คือการยกระดับรถไฟฟัา ทางรถไฟในปัจจุบันลอยฟัาขึ้น ชั้นล่างสุดอยู่บนพื้นดินก็คือ ถนนเลียบทางรถไฟที่เรียกว่าโลคัล โรด (Local road) ผมยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะคิดใช้ ประโยชน์จากตอม่อโฮปเวลล์เลย ทั้ง ๆ ที่เปึนโครงการที่มีประโยชน์มาก ผมถือว่า โครงการโฮปเวลล์นั้นเปึนกระดูกสันหลังของระบบรถไฟฟัาในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล การก่อสร้างก็ไม่ต้องรบกวนผิวจราจร เพราะใช้เขตทางรถไฟเปึนเส้นทาง สายหลักที่มีความสําคัญมาก และที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือ เมื่อวันสองวันนี้ได้รับทราบ ข่าวมาว่าอนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยชี้ขาดว่ากระทรวงคมนาคมและการรถไฟ แห่งประเทศไทยจะต้องชดเชยค่าก่อสร้างและค่าตอบแทนให้แก่บริษัทโฮปเวลล์ เนื่องจาก การเลิกสัญญาสัมปทานเมื่อต้นป้ พ.ศ. ๒๕๔๑ อันนี้ไม่เปึนธรรมต่อกระทรวงคมนาคม ต่อรัฐบาลของเรา เพราะว่าเราเองนั้นเหตุผลที่เลิกสัญญาสัมปทานเพราะว่าบริษัท โฮปเวลล์ไม่สามารถดําเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ นั่นก็คือพูดกันว่า ต้องเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๔ ระยะเวลาก่อสร้าง ๘ ป้ จนถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ปรากฏครับท่านประธาน สร้างไปแล้วประมาณ ๖ ป้ มีความคืบหน้า แค่เพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เปึนการถูกแล้วครับที่รัฐบาลไทยได้ยกเลิกสัญญานี้ แต่มาถึงเวลานี้ผมว่าจะมีความเสียหายมากขึ้นถ้าเราต้องเสียค่าชดเชยให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเรียกร้องความเสียหายจากบริษัทโฮปเวลล์ด้วย เพราะเราต้องสูญเสียโอกาสที่จะแก้ปัญหารถติดให้แก่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครนับเปึน เงินมหาศาล ต้องเสียค่าน้ํามันเชื้อเพลิง ต้องเสียเวลาในการเดินทาง เรื่องนี้ฝากไปที่ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วยครับ
เรื่องต่อไปเปึนเรื่องค่าก่อสร้างรถไฟฟัา ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้ เช่นเดียวกันว่าจําเปึนต้องทบทวนค่าก่อสร้างรถไฟฟัา เวลานี้ก็เกิดขึ้นแล้ว มีการประมูล ก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีม่วงจากบางซื่อไปบางใหญ่ เดิมนั้นบอกว่าราคากลาง ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาขึ้นเปึน ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างว่ามาจากปัญหาราคาน้ํามันแพง เวลานี้ราคาน้ํามันลดลงแล้ว อีกทั้งค่าเงินบาท ของเราก็แข็งขึ้นถามว่าทําไมไม่ลดราคากลางลงมา ขอให้กระทรวงคมนาคมไปทบทวน เรื่องนี้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเองก็ได้พูดถึงค่าก่อสร้างไว้ด้วย มีการเทียบค่าก่อสร้างแต่ละสายทางไว้ ระหว่างของ รฟม. กับ รฟท. และ กทม.
ต่อไปเรื่องระบบอาณัติสัญญาณ อาณัติสัญญาณนั้นทําหน้าที่ในการ ควบคุมรถไฟฟัาไม่ให้ชนกัน ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ผมไม่เห็นว่ามีใครให้ความสนใจในเรื่องนี้ ผมพูดครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บอกว่าระบบอาณัติสัญญาณ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้เปึนระบบป่ด ระบบป่ดก็หมายถึงว่าถ้าเราจะต่อเส้นทางรถไฟฟัาในอนาคตนั้น จําเปึนต้องใช้ อาณัติสัญญาณของยี่ห้อนี้ บริษัทนี้ เปึนการผูกขาด ทําให้ราคาสูงขึ้น ผมก็แนะนําว่า ให้รัฐบาลแก้ไขใช้ระบบเป่ด ระบบเป่ดนั้นไม่เปึนการผูกขาด ใช้อาณัติสัญญาณของ บริษัทใดก็ได้ ก็ยังไม่มีใครทํา
ต่อไปเรื่องขนาดความกว้างของราง รถไฟฟัาในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลนั้น โดยทั่วไปแล้วส่วนมากแล้วใช้ความกว้างของราง ๑.๔๓๕ เมตร ซึ่งเวลานี้การผลิตรางและรถไฟฟัานั้นจะใช้รางขนาด ๑.๔๓๕ เมตร แต่ทราบไหมครับว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ได้วางแผนที่จะก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีแดง ใช้รางขนาด ๑ เมตรเท่านั้น ๑ เมตร เวลานี้ผู้ผลิตก็ผลิตราคานี้น้อยลง จะทําให้ค่าบํารุงรักษานั้น แพงขึ้น เรื่องนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ได้พูดไว้ด้วย
เรื่องต่อไปการลงทุนและการบริหารรถไฟฟัา ท่านไม่ได้พูดถึงไว้ชัดเจนว่า ใครควรจะเปึนคนลงทุน ท่านเพียงแต่บอกว่าที่ผ่านมานั้นงานโยธาธิการคิดเปึนประมาณ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ภาครัฐเปึนผู้ลงทุน อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ให้เอกชนมารับสัมปทาน ซื้อรถไฟฟัาวางระบบอาณัติสัญญาณ แต่ดูเหมือนว่าเอกชนนั้นจะได้กําไรมาก จะได้รายได้มากกว่ารัฐบาลมาก ฉะนั้นท่านควรจะชี้แนะไปเลยว่าภาครัฐควรจะ ทําอย่างไร ในกรณีที่สายทางใดนั้นมีผู้โดยสารน้อย ภาครัฐควรจะลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ แล้วว่าจ้างให้เอกชนมาบริหารเดินรถไฟฟัา นั่นเปึนเรื่องรถไฟฟัาครับ
ต่อไปผมขอพูดถึงเรื่องการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองควบคู่กับ สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงเวลานี้รัฐบาลบริหารงานมานานแล้ว ก็ยังไม่ได้ชัดว่าจะใช้ สนามบินเดียวหรือ ๒ สนามบิน ในขณะที่ยังใช้ดอนเมืองและสุวรรณภูมิอยู่นั้น ก็มีการคิด จะใช้ขยายสมรรถภาพของสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ เดิมนั้นสุวรรณภูมิมี ๒ รันเวย์ (Runway) หรือ ๒ ทางวิ่ง คิดว่าจะเพียงพอในการรองรับเครื่องบินเปึนเวลาอีกหลายป้ เพราะว่า ๒ รันเวย์นั้น อยู่ห่างกันถึง ๒.๒ กิโลเมตร เครื่องบินขนาดใหญ่สามารถขึ้น หรือลงพร้อม ๆ กันได้ ต่างกับสนามบินดอนเมือง แม้ว่าจะมี ๒ รันเวย์ก็ตาม แต่ระยะห่าง ระหว่างรันเวย์นั้นแค่ ๓๙๐ เมตรเท่านั้น เครื่องบินไม่สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ ถึงเวลานี้ไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร แต่มีแผนที่จะสร้างรันเวย์เส้นที่ ๓ เส้นที่ ๔ เส้นที่ ๕ อยากให้ท่านดูเรื่องนี้ เดิมนั้นในป้ พ.ศ. ๒๕๓๖ ตอนมีการวางแผนแม่บท สนามบิน คิดกันว่าจะใช้ ๒ สนามบิน คือใช้ดอนเมืองเปึนสนามบินภายในประเทศ และเปึนการให้บริการการบินระยะใกล้ ๆ ในภูมิภาคนี้ ๑๐ ป้ต่อมาคือ พ.ศ. ๒๕๔๖ เปลี่ยนแผนใหม่ ต้องการใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ก็มีการปรับแก้ องค์ประกอบต่าง ๆ ในสนามบิน บางองค์ประกอบก็สามารถแก้ไขได้บ้าง แต่หลาย องค์ประกอบมีปัญหาอยู่ ดังที่ท่านได้เห็นอยู่ในเวลานี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมขอเรียกร้อง ให้ชัดเจนครับ ไม่ใช่ว่าดอนเมืองก็ใช้ ขณะเดียวกันสุวรรณภูมิก็ขยายสมรรถภาพอยู่ ทั้งหมดเปึนข้อคิดเห็นจากผมครับ กราบขอบพระคุณครับ