สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องรายงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจำปี 2550 โดยสังเกตว่าข้อมูลบางส่วนไม่สมบูรณ์ และเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ โดยมีการศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมขอตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อความน่าเชื่อถือของสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดลพบุรีและภาคกลาง โดยขอแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อป้องกันภัยแล้งและน้ำท่วม

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้มี โอกาสได้อ่านรายงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประจําป้ ๒๕๕๐ ดิฉันเปึนอีกคนหนึ่งที่ได้ติดตามแล้วก็ให้กําลังใจให้ความสนใจกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นหลังจากที่มีการสรรหาอะไร ก็ได้เห็นกระบวนการ ตลอดมา แล้วก็มีความคาดหวังต่อองค์กรแห่งนี้ว่าจะเปึนศูนย์รวมของผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะให้ข้อคิดเห็นเพื่อเปึนแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สําหรับ รายงานฉบับนี้ดิฉันได้อ่านแต่เนื่องจากเวลาจํากัดก็ยังดูไม่ทั่ว เบื้องต้นก็อยากจะขอ สรุปว่าจากภาพรวมเท่าที่ได้ดูก็ดูดีเนื้อหาดีมีสาระ แต่ถ้าหากจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น ดิฉันมีข้อสังเกตว่าเนื่องจากในข้อมูลที่บอกว่าข้อมูลที่สะท้อนออกมา นําเสนอมา ยังไม่สะท้อนถึงที่มาของแหล่ง ยกตัวอย่างเช่น ในข้อมูลส่วนที่ ๑ เรื่องของสมาชิก สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชุดที่ ๒ ในหน้าที่ ๓๑ ถึง ๔๙ นี้นะคะ มีการ นําเสนอข้อมูลของสมาชิกสภาที่ปรึกษาทั้งหมด ๙๙ ท่าน แต่ก็นําเสนอเพียงชื่อแล้วก็ รูปถ่ายเท่านั้น ไม่ได้ระบุบ่งบอกเลยว่าแต่ละท่านนั้นเปึนตัวแทนมาจากองค์กรหรือว่ากลุ่ม หรือว่าเครือข่ายใด เพราะฉะนั้นเวลาที่ดูก็จะไม่สามารถสะท้อนได้ว่าที่มาของ คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาเหล่านี้ทุกท่านมีความหลากหลายจากภูมิภาคไม่ได้บอกว่า ท่านมาจากภูมิภาคเหนือ กลาง ใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือนะคะ เพราะว่าจากข้อกําหนด ข้อคํานึงในการสรรหาก็ได้บ่งบอกไว้ว่าคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาน่าจะมาจาก ทุกภูมิภาค เพราะฉะนั้นถ้ามีเติมลงไปสักนิดหนึ่งก็จะทําให้ทราบว่าท่านอยู่ภูมิภาคใด เราจะได้มีตัวแทนของสมาชิกกระจายอยู่ทุกภูมิภาค อีกอันหนึ่งก็น่าจะมีเพิ่มก็คือเรื่องของ ข้อมูลกลุ่มว่าท่านมาจากกลุ่มองค์กรใดเพื่อจะได้รู้ว่าเปึนตัวแทนของกลุ่มเครือข่ายใด นอกจากนั้นแล้วอาจจะเรื่องของอายุด้วย เพราะว่าในที่สรรหาจะบอกว่าน่าจะมีความ หลากหลายของอายุ ส่วนเพศนั้นก็มีชายหญิงอยู่แล้วก็น้อยนะคะ ถ้าเติมไปก็จะสมบูรณ์ อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมก็คือเรื่องของที่มาของรายงานทั้ง ๓๐ เรื่อง ที่ปรากฏในเล่มนี้ในป้ ๒๕๕๐ นี้ เพราะว่าในข้อกําหนดของบทบาทหน้าที่ ของสภาที่ปรึกษาก็ได้บอกว่าเรื่องที่จะหยิบมาปรึกษาก็จะมีอันที่ ๑ ก็คือเรื่องที่ คณะรัฐมนตรีขอคําปรึกษาใช่ไหมคะ กับอันที่ ๒ ก็คือเรื่องที่สภาหยิบยกขึ้นมาศึกษา เองด้วยความสนใจ หรือว่ามีที่มาว่าอาจจะเปึนเรื่องของกรณีที่เกิดจากสถานการณ์อะไรแล้วก็ สภาหยิบขึ้นมา ทีนี้ใน ๓๐ เรื่องนี้ ไม่ได้บอกที่มาเลยว่ามีเรื่องใดบ้างหรือไม่ที่เปึน ครม. ขอคําปรึกษามามีแต่ว่ามีรายงานถ้าเกิดว่าใส่ไว้ก็จะทราบว่าสภานี้ได้เคยถูกคณะรัฐมนตรี ขอความเห็นมาบ้างหรือไม่ หรือส่วนใหญ่เปึนเรื่องที่เราหยิบยกขึ้นมาศึกษาเอง อันนี้ขอว่า ถ้าอนาคตได้ทํารายงานก็จะทําให้เห็นว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มี ความสําคัญได้ถูกปรึกษาจริง ๆ ที่ไหน อย่างไร

ทีนี้อีกประเด็นหนึ่ง ดิฉันขออนุญาต ก็คือจากรายงานนี้ก็ดิฉันได้มีโอกาส ดูเฉพาะเรื่องที่ประสบกับจังหวัดดิฉันเองก็คือจังหวัดลพบุรีและก็จังหวัดในภาคกลาง ซึ่งขณะนี้กําลังประสบภัยน้ําท่วมอย่างมากทั้งภาคอื่น ๆ เองก็จะท่วมแล้วก็หลากไป แต่ภาคกลางเราก็จะท่วมยืดเยื้อยาวนาน ก็เลยมีรายงานฉบับนี้เรื่องของการช่วยเหลือ เกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ซึ่งเปึนผลการดําเนินงานเมื่อป้ ๒๕๔๙ ซึ่งสถานการณ์ ในตอนนั้นก็น้ําท่วมหนักคล้าย ๆ กับสถานการณ์ในตอนนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังตัวแทนของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจากรายงาน นี้มีข้อสังเกตมีข้อมูลว่าได้ศึกษาเหตุอุทกภัยระหว่างวันที่ ๒๗ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๙ ถึง ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๙ ก็คือเหตุการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติ สภาได้ทํารายงานนี้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเมื่อ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๙ แสดงว่ามีเวลาอยู่ในช่วงระหว่างท่วมแล้วก็ หลังท่วมอยู่ ๙ วัน ที่ทํารายงานอันนี้เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ๙ วันเท่านั้น ดิฉันก็ เลยคิดว่าทําไมในเมื่อจะถามว่าข้อคิดเห็นที่ทําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีนั้นถ้ารีบทําเพื่อเปึน การเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามันก็ไม่ใช่ เพราะว่าสถานการณ์น้ําท่วมนี้มันจบไป ตั้งแต่ ๑๐ ตุลาคม แต่สภารายงาน ๑๙ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไม่เร่งร้อน พอไปดูในข้อเสนอก็จะมีเพียงมาตรการเร่งด่วนกับมาตรการระยะกลางที่จะช่วยเหลือ ไม่ต่างจากที่หน่วยงานเขาทําอยู่แล้วก็คือ การบรรเทาทุกข์ แจกถุงยังชีพ การไปช่วยเหลือ เปึนการเร่งด่วน ไม่มีความต่างจากที่หน่วยงานอื่น ๆ เขาทําอยู่แล้ว จนกระทั่งมาตรการ ระยะกลางก็คือการฟุ๋นฟูอาชีพ ดิฉันคิดว่าถ้าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาจจะมีเวลานิดหนึ่งแล้วก็ช่วยทําความเห็นมาตรการระยะยาว ก็จะทําให้การให้ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีอาจจะดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะป้นี้สถานการณ์น้ําท่วม ป้ ๒๕๕๑ ถ้าหากว่าเราย้อนกลับไปเดี๋ยวรายงานป้ ๒๕๕๑ ก็จะเปึนเรื่องเดิมนะคะ มาตรการเฉพาะหน้า ระยะกลาง จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนก็สะท้อนมาว่าในยามที่ เดือดร้อนการมาช่วยบรรเทาทุกข์เบื้องต้น แจกถุงยังชีพก็เปึนเรื่องจําเปึน แต่สิ่งที่เขา คาดหวังกว่านั้นก็คือระยะยาวว่ารัฐบาลจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว อย่างไร ที่จะปัองกันแก้ไขปัญหาเรื่องของภัยแล้งหรือว่าน้ําท่วมในระยะยาว ถ้าหาก สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะได้ช่วยทําหน้าที่ตรงนี้ก็จะทําให้แนวทางการ ทํางานของรัฐบาลเปึนอีกแรงหนึ่ง ดิฉันก็ขอฝากกราบเรียนไว้

อีกอันหนึ่งก็คล้าย ๆ กันค่ะ พอดิฉันไปดูเรื่องแนวทางการบริหารจัดการน้ํา ในรายงานนี้อย่างเปึนธรรมและยั่งยืน ซึ่งสภาได้ทําเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๙ ก็คิดว่าเปึนช่วงหลังจากน้ําท่วมป้ ๒๕๔๙ เช่นกัน แล้วก็ได้หยิบยกเรื่อง การบริหารจัดการน้ําขึ้นมาศึกษา ดูจากในรายงานก็เหมือนกับว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินั้นได้ประมวลเอาผลการดําเนินงานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ มาศึกษา ก็ต้องขออนุญาตเนื่องจากเวลาจํากัด ขอฝากก็แล้วกันว่าขอให้ตรวจสอบข้อมูลที่ ถูกต้องด้วย เพราะว่าถ้าหากข้อมูลคลาดเคลื่อนแล้วปรากฏอยู่ในรายงานก็จะทําให้ความ น่าเชื่อถือของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติลดลง อาทิเช่น ในนี้เขียนบอกว่า สถานการณ์น้ําท่วมซ้ําซากของประเทศมีหลายที่เลยค่ะ ภาคกลางจะมีอยู่แค่ ๒ จังหวัด คือ ลพบุรีแล้วก็จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วน้ําท่วมซ้ําซากน่าจะมีอยู่มากกว่านั้นนะคะ ดิฉันก็ต้องขออนุญาตใช้เวลาสภาเพียงเท่านี้นะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ