สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หมายถึงว่าควรพิจารณาเรื่องที่มีข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการเสนอชื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และการตอบหนังสือของรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเรียกร้องการปฏิรูปกระบวนการในอนาคต
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมรับฟัง เพื่อนสมาชิกอภิปรายกันมาเมื่อสักครู่นี้ ก็ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยนะครับว่าเรื่องนี้มันไม่ควร จะเปึนเรื่องที่สภาจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาด้วยซ้ําไป เพราะเหตุว่าการดําเนินการทั้งหมด เปึนเรื่องซึ่งมีการดําเนินการไปตามกระบวนการแล้ว มีข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนแล้ว และไม่ควรที่จะเปึนภาระของสภาในการที่จะยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวชอบหรือไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ ผมอยู่สภานี้มา ๑๐ กว่าป้ เหตุการณ์กรณีอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นนะครับ เช่น การเกิดในเรื่องนี้เมื่อท่านประธานหยิบยกขึ้นมาหารือและคิดจะถอนออกไป ก็ชอบแล้ว แต่ในการถอนออกไปของท่านประธาน ท่านบอกว่าจะไปหารือในข้อกฎหมาย แล้วก็อาจจะมีการส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร ผมก็ถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานเหมือนกันว่า ก็คงจะต้องพิจารณาให้ดีด้วยนะครับว่า เปึนภาระของสภา หรือไม่ในการที่จะต้องพิจารณาว่าเรื่องนี้ชอบหรือไม่ชอบ และจะต้องส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ
๒. ถ้าจะส่งไปแล้วเราจะอาศัยช่องทางใดของรัฐธรรมนูญในการส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ต้องมีเงื่อนไข ที่จะส่งไปวินิจฉัยชัดเจน ถ้าจะบอกว่าเปึนความเห็นที่เห็นแย้งกันระหว่าง ๒ องค์กร คําถามก็คือ เห็นแย้งกันตรงไหน องค์กรที่เห็นแย้งคืออะไร อาศัยเฉพาะหนังสือที่ส่งมา จากสํานักงานเลขาธิการของทั้ง ๒ สภา จะถือว่าเปึนความเห็นแย้งกันหรือไม่ ก็เปึนประเด็นที่จะต้องพิจารณา แต่ประเด็นเรื่องนี้ผมเห็นว่ามีกระบวนการอื่น ที่จําเปึนต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงด้วย เพราะเกี่ยวพันกับการทําหน้าที่ของพวกเราในสภา ถ้าท่านประธานจําได้ ย้อนหลังกลับไปเดือนพฤษภาคม ต้นป้ ประมาณเกือบ ๆ กลาง ๆ ป้ ที่ผ่านมา เรื่องของการเสนอชื่อคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ที่เสนอเข้ามาสู่สภานี้ ถูกฝ์ายค้านท้วงติงในเวลาที่อภิปรายในสภาโดยพวกผมนี้ครับ ท้วงติงมาตั้งแต่ต้นว่า การเสนอชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีปัญหาเกิดขึ้น ปัญหาประการ ที่ ๑ ก็คือปัญหาที่คาบเกี่ยวกับเรื่องของการเสนอชื่อมาตามระยะเวลาตามที่กําหนดไว้ ในกฎหมาย เราบอกว่าการเสนอชื่อคณะกรรมการนั้นมีกําหนดเงื่อนไขในกฎหมายชัดเจนว่า ต้องดําเนินการให้เสร็จในระยะเวลาเท่าใด แต่รายชื่อที่ส่งมาถึงสภานี้เกินกว่าเวลาที่ กฎหมายกําหนด แม้กระทั่งหนังสือที่ออกจากกระทรวงยุติธรรมก็ระบุชัดว่าการเสนอชื่อ นั้นมีความไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น แต่หลังจากอภิปรายทักท้วงแล้วก็ปรากฏว่าไม่มี การพิจารณาเรื่องดังกล่าวซ้ําหรือถอนเรื่องกลับไป หรือแม้แต่ได้รับความรับผิดชอบจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น เสียงท้วงติงในเวลานั้นก็มีการพูดกันในสภา ว่าก็เสนอมาแล้วเปึนระยะเวลาที่ว่าเร่งรัด ไม่ใช่ระยะเวลาที่มีการคาดโทษเอาไว้ว่า ถ้าไม่ดําเนินการแล้วจะมีโทษเกิดขึ้นประการใด ในที่สุดก็นําไปสู่การลงคะแนน ถ้าท่านประธานจําได้ การลงคะแนนในวันนั้นมันก็มีประเด็นเกิดขึ้นว่าฝ์ายค้านก็ระบุ ชัดเจนครับว่าเราไม่สามารถจะร่วมลงมติในมติที่ผิดกฎหมายนั้นได้ ในที่สุดก็มีการลงมติ กันไปเสียงในวันลงมติคือวันที่ ๘ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ รวมรายชื่อที่ส่งมาทั้งหมด ๘ – ๙ ชื่อ ทั้งเห็นด้วยและงดออกเสียงแต่ละคนรวมแล้วไม่ถึงกึ่งหนึ่งครับ พอไม่ถึงกึ่งหนึ่งเรื่อง ผ่านไป ท่านประธาน จําได้ครับ มีคนให้สัมภาษณ์ท้วงติงในเวลาที่เกิดเรื่องนี้ทันทีครับ เย็นวันนั้นและเช้าวันรุ่งขึ้นต่อเนื่องกันไปอีก ๑ สัปดาห์ว่ารายชื่อดังกล่าวที่ส่งไปยัง วุฒิสภานั้นน่าจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะองค์ประชุมรวมกันแล้ว ไม่ครบ แต่แทนที่จะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในขณะนั้นก็มีการส่งเรื่องจากสภา เรานี้ไปยังวุฒิสภา ทีนี้พอไปถึงวุฒิสภาก็ยุ่งสิครับ วุฒิสภาเองก็มีการท้วงติงกันครับว่า ถ้าเกิดชื่อรวมกันแล้วไม่ถึงกึ่งหนึ่งมีปัญหาความชอบหรือไม่ ที่สุดก็มีหนังสือจาก สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งกลับไปยังสภา ประเด็นปัญหาจะเกิดขึ้นกับสภาเรา ๑ เรื่อง ซึ่งผมจําเปึนต้องหยิบยกขึ้นมาพูดครับ เพราะต่อไปไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ประเด็นก็คือว่ามีหนังสือตอบสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยคนลงนามในหนังสือเปึน รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คือคุณวิจักขณ์ นาควัชระ ประทานโทษเอ่ยนามท่าน หนังสือฉบับดังกล่าวมีไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ข้อความที่ท่านอ้างผมเคย หยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมนี้ครั้งหนึ่งแล้วครับ มี ๒ ประเด็นที่ผมติดใจ ตอนท่านชี้แจง ไปยังสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาท่านยืนยันว่าองค์ประชุมนั้นครบ ท่านบอกว่าเวลาท่าน นับไม่ครบ ท่านนับจาก ๑. จํานวนซองที่แจกให้สมาชิกนั้น ๔๐๐ กว่าซอง เกินกว่ากึ่งหนึ่ง กับ ๒. ท่านเขียนบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอยู่ใน ที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาเรื่องนี้และไม่ประสงค์ลงคะแนน จึงไม่ปรากฏคะแนน ในส่วนนี้ แต่ท่านนับการแจกบัตรลงคะแนนไปแล้ว ๔๒๘ ซอง แสดงว่าสมาชิกครบ องค์ประชุมแล้ว ประเด็นนี้ผมติดใจก็คือว่า ๑. วิธีการนับองค์ประชุมมีเขียนไว้ที่ใดครับว่า นับจากซองที่แจก กับ ๒. การเขียนอย่างนี้เสมือนกับตําหนิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์ว่าอยู่ในที่ประชุมแล้วไม่ลง แต่ถ้านับแล้วถือว่าครบ ไม่มีนะครับ ที่เขียนในข้อกฎหมายหรือในข้อบังคับว่านับจากซองที่แจกหรือประมาณเอาว่ามีคนอื่น อยู่ด้วย ไปเทียบแนวคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีกฎหมายที่ตกไปของ สนช. ก็พูด ชัดเจนว่าเปึนการวินิจฉัยจากคะแนนที่ลงคะแนนกันไป นับรวมกันแล้วไม่ถึงกึ่งหนึ่ง นั่นจึง ไม่ครบตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ นี่คือประการที่ ๑ ซึ่งผมติดใจ
ประการที่ ๒ ที่ติดใจก็คือว่าการตอบหนังสือของรองเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ถือว่าเปึนความเห็นของสภาหรือไม่ มันก็จะโยงกลับมาว่า ๑. ในกรณีท่านบอกว่า ความเห็นแย้งกัน ๒. สภาจะถือหนังสือฉบับนี้เปึนความเห็นองค์กรหรือครับ ถือไม่ได้ ประการที่ ๒ ก็คือว่าในอนาคตต่อไปมีหนังสือหารือตอบลักษณะเช่นนี้ งานธุรการของ สภาตอบกลับไปเช่นนี้ได้หรือไม่ มีปัญหาในเชิงความรับผิดชอบขององค์กรและความ ผูกพันต่อองค์กรคือสภาผู้แทนราษฎรด้วย อันนี้ก็ต้องหยิบยกขึ้นมาพูดเอาไว้ครับแต่หลังจากหนังสือฉบับนี้กลับไปแล้วไปที่วุฒิสภา ผมได้รับการประสานงานจากวุฒิสภา วุฒิสมาชิกหลายท่านว่าท่านวิตกกังวลว่าเรื่องนี้ จะเปึนอย่างไร แต่เรื่องที่กระผมไม่คาดเลยก็คือว่าสุดท้ายพอเรื่องไปที่รัฐบาล รัฐบาลจะ ทําหนังสือโยนภาระทั้งหมดกลับมาที่สภา ให้สภายืนยันว่าชอบหรือไม่ชอบ อันนี้คือ ไม่ถูกต้องนะครับ รัฐบาลทําหนังสือกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน บอกว่าคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้งเปึนกรรมการใน ป.ป.ท. ให้แจ้งความเห็นประธานวุฒิสภา เพื่อได้ นําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป ประเด็นก็คือว่ามันไม่ควรจะเปึน ภาระที่สภาต้องรับจากการโยนมาของรัฐบาล ประเด็นในเวลานี้ถ้าถอนเรื่องนี้ออกไป ก็จะต้องเปึนเรื่องที่วุฒิสภาจะต้องพิจารณาก่อนว่าท่านจะเดินหน้าเรื่องนี้หรือไม่ ถ้าท่าน ไม่เดินหน้าท่านจะทําอย่างไรก็เปึนมติของทางวุฒิสภาเขา สมมุติถ้าท่านเดินหน้าบอก ลงมติไปเลย เพราะกรรมาธิการของเขาไปพิจารณารายชื่อเสร็จเรียบร้อย ศึกษา ประวัติแล้ว แล้วมีการเดินเรื่องต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อหลังจากมีมติแล้ว ถ้าเกิดมีผู้ใดสงสัยเกิดขึ้นในอนาคตเขาจะยื่นตีความว่ามติดังกล่าวในการแต่งตั้งชอบ หรือไม่ ข้อเท็จจริงทุกอย่างครบอยู่แล้ว องค์กรที่รับผิดชอบต่อไปเขาก็วินิจฉัยได้ แต่ถ้าเกิด วุฒิสภาไม่มั่นใจเขาจะดําเนินต่อด้วยการส่งเรื่องกลับมา นั่นล่ะครับจะเปึนเรื่องที่สภาเรา จะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาว่า กรณีส่งเรื่องกลับนี้สภาจะดําเนินการต่อไปอย่างไร แต่ไม่ใช่เปึนเรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะลุกขึ้นมาบอกในเวลานี้ว่าต้องส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องทํานั่นทํานี่ ไม่ใช่ภาระเราเลย เพราะฉะนั้นนี่คือ ๒ ประเด็น ที่อยากจะหยิบยกขึ้นมา แล้วก็อยากจะบอกว่าที่ท่านประธานบอกถอนออกไปนั้นถูก แล้วก็ชอบแล้ว ถ้าจะทําหนังสือต่อไปก็ไม่ควรจะแจ้งเปึนมติด้วย แต่เมื่อถอนไปแล้ว หนังสือที่รับรองเรื่องนี้กลับไปยังคณะรัฐมนตรี ก็คือจะต้องบอกไปเลยครับว่าสภาเขาเห็น ว่าเรื่องนี้ดําเนินการในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่วนองค์กรที่รับผิดชอบอยู่เรื่องในขณะนี้ จะเปึนอย่างไร ก็เปึนเรื่องที่องค์กรนั้นจะต้องพิจารณาต่อ ยกเว้นเรื่องนี้กลับมาที่ สภาผู้แทนราษฎรในอนาคต ก็เปึนเรื่องที่สภาต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาว่าจะดําเนินการ ต่อไปอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมกล่าวเรื่องนี้เพื่อที่จะชี้แจงให้ท่านประธานเห็น แล้วก็กระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เปึนกระบวนการที่สภาจะต้องหยิบยกขึ้นมา เพื่อจะปัองกัน ไม่ให้ปัญหาเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป รวมถึงตัวรัฐบาลเอง ในอนาคตถ้าจะต้องมีเรื่องที่จะต้องเสนอชื่อในลักษณะดังกล่าวนี้ ก็ควรที่จะต้อง ดําเนินการให้ถูกต้องให้ชอบด้วย และไม่เห็นด้วยเลยถ้าจะหยิบยกขึ้นมา โยนมาเปึนภาระ ของสภาผู้แทนราษฎรครับ