สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

อลงกรณ์ พลบุตร ตั้งคำถามรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประมูลข้าวของรัฐและโครงการรับจำนำข้าวที่มีความล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดช่องทางทุจริตและทำให้ชาวนาเสียหาย ระบุว่าการบริหารข้าวของรัฐบาลมีความสับสนไร้ทิศทางไร้ประสิทธิภาพ รั่วไหล และทุจริต โดยเฉพาะการแทรกแซงราคาด้วยมาตรการจำนำข้าว

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ ตั้งกระทู้ถามสด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ซึ่งท่านก็ได้มอบหมาย ๓ กระทรวงมาตอบ เสียดายท่านรองนายกรัฐมนตรี โอฬาร ไชยประวัติ ซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลในเรื่องนี้ด้วยไม่ได้เข้ามาชี้แจงต่อ ประเด็นกระทู้สด ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องโครงการรับจํานําข้าวนาป้ ๒. คือประเด็นเรื่อง การประมูลข้าวของรัฐ ผมอยากจะตั้งประเด็นเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้เข้าใจ ถึงประเด็นที่จะมีการซักถามต่อไปนี้

เรื่องของโครงการรับจํานําข้าวนาป้ ฤดูการผลิตป้ ๒๕๑๑ ถึงป้ ๒๕๕๒ นั้น มีประเด็นของความล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ เป่ดช่องทุจริตและทําให้เกิดความเสียหาย ต่อชาวนา

ส่วนประเด็นในเรื่องการประมูลข้าวนั้นส่อว่าไม่โปร่งใสและเอื้อประโยชน์ ต่อบริษัทเครือญาติพรรคพวก

เรื่องของการบริหารข้าวภายใต้รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ว่าจะเปึนรัฐบาล ที่แล้วหรือรัฐบาลนี้ ซึ่งก็คือพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันนั้น ถือเปึนการบริหารข้าวที่สับสน ไร้ทิศทาง ไร้ประสิทธิภาพ รั่วไหล และทุจริต โดยเฉพาะการแทรกแซงราคาด้วยมาตรการ จํานําข้าวทั้งนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ และนาป้ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน กระผมจําเปึนต้อง คําถามเปึนกระทู้สดเพราะว่าเราเชื่อในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ว่าทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนคน นครปฐม เปึนคนภาคกลางเหมือนอย่างผมซึ่งเปึนคนเพชรบุรี เราต่างทําหน้าที่ต่างกันในฐานะที่ผมจะต้องเปึนปากเสียงของชาวนา ไม่ว่าจะเปึนชาวนา ในภาคอีสาน ชาวนาในภาคเหนือ ชาวนาในภาคกลาง และต่อไปเมื่อข้าวจากภาคใต้ เริ่มเข้าสู่โครงการรับจํานําในป้หน้าก็จะต้องพูดเรื่องนี้กัน ท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบในฐานะ ที่เปึนคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ในฐานะที่เปึนประธานอนุกรรมการ ระบายข้าว และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ความสับสนและไร้ทิศทาง จนส่งผลกระทบต่อความรั่วไหลและการทุจริตในช่วงขวบป้ที่ผ่านมานั้น ปรากฏชัดเจน จากรายงานของ ธ.ก.ส. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เราเพิ่งสิ้นสุดฤดู ของการรับจํานําของข้าวนาป้เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณไป หลายหมื่นล้านบาท แต่ปรากฏว่ายังมีความรั่วไหลแล้วก็ทุจริตในการซื้อสิทธิชาวนา ขายสิทธิใบประทวน ข้าวสูญหายจากโกดังไม่ครบจํานวน มีการเวียนเทียนข้าว แต่สิ่งที่ สําคัญก็คือว่าการเริ่มต้นโครงการรับจํานําข้าวในฤดูข้าวนาป้ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และข้าวเจ้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าเกิดความล่าช้า ของการรับจํานํา อาจจะเปึนเพราะการบริหารที่ผ่านมามีความผิดพลาดตั้งแต่ สมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ชื่อ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในช่วงที่ข้าวขาขึ้น ในราคาข้าวที่สูงขึ้นในตลาดโลก เพราะเกิดปัญหาเรื่องของวิกฤติพลังงาน วิกฤติ ราคาอาหารในระดับโลก และส่งผลทําให้ธัญพืชทั้งหลายมีราคาสูงขึ้น ข้าวส่งออกเกิน ๑,๐๐๐ เหรียญต่อตัน ในขณะที่อินเดียและเวียดนามนั้นระงับการส่งออก เรามีข้าว ในสต็อกอยู่ แต่ด้วยความไร้เดียงสา ไม่เดียงสา หรืออ่อนหัดในเรื่องของการบริหาร เรื่องข้าวของรัฐบาล ในที่สุดข้าวเหล่านั้นก็ยังอยู่ในสต็อกค้างลงมา จนกระทั่งมีการ เปลี่ยนผู้รับผิดชอบมาเปึนนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช เปลี่ยนจากกระทรวง พาณิชย์ไปเปึนสํานักนายกรัฐมนตรีผสมด้วยกระทรวงการคลัง ตั้งกรรมการแก้ไขปัญหา ข้าวครบวงจร แล้วก็ไม่บังเกิดมรรคผลอะไร สุดท้ายก็มาสู่ความรับผิดชอบของ ท่านรัฐมนตรีไชยา สะสมทรัพย์ ซึ่งก็ได้เริ่มในเรื่องของโครงการรับจํานํา แต่ประเด็น ปัญหาที่จําเปึนจะต้องมาพูดกันในสภาแห่งนี้ เพราะเห็นว่าความล่าช้าไร้ประสิทธิภาพ ของรัฐบาลนั้น มันได้ก่อให้เกิดความเสียหาย และส่อว่าเปึนการเป่ดช่องให้มีการทุจริต ในโครงการนี้ แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นโครงการ เปัาหมายของการรับจํานํา ๘ ล้านตัน โดยเปลี่ยนรูปแบบโครงการให้ ธ.ก.ส. อคส. องค์การคลังสินค้า อ.ต.ก. ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เปึนหน่วยในการดําเนินการ ทั้งการรับจํานํายุ้งฉางและรับจํานํา ใบประทวน โดยใช้เงินกู้ ซึ่งกระทรวงการคลังรับผิดชอบค้ําประกันเงินต้น ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท บวกด้วยค่าบริหารอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑ แสนกว่าล้านบาท สําหรับการรับจํานําข้าวนาป้ ๘ ล้านตัน โดยที่ต้องใช้ภาษีของประชาชนเปึนงบประมาณ ที่จะต้องตั้งไว้ในการชดเชยดอกเบี้ย นั่นคือสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรกังวลที่สุด ถ้าหากว่า โครงการบรรลุเปัาหมายในการยกระดับราคาด้วยมาตรการแทรกแซงโดยโครงการ รับจํานํานั้นบรรลุผล ก็ถือได้ว่าคุ้มค่าต่อการดําเนินการ และหัวใจสําคัญคือทําอย่างไร จะให้ชาวนาทั้งประเทศ ทั้งในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้นั้นได้ราคาที่คุ้มทุนและมีกําไรในภาวะ ที่ราคารับจํานําได้ลดต่ําจากโครงการรับจํานําข้าวนาปรังที่ผ่านมา ทั้งที่ช่วงระหว่างของ การลงทุนนั้นต้นทุนปุิยก็อยู่ตันหนึ่งเกิน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ยาปราบศัตรูพืช น้ํามัน เชื้อเพลิง ๓ ลิตร ๑๐๐ บาท แต่พอมาถึงการเข้าโครงการรับจํานําราคาได้ลดต่ําลงมา แต่ความล่าช้าในวันที่ ๑ พฤศจิกายนนั้น ปรากฏว่าชาวนาส่วนใหญ่ทั่วทั้งประเทศ ไม่สามารถเอาข้าวเข้าไปเข้าโครงการ ไม่มีจุดรับซื้อรับจํานําอย่างเพียงพอ บางจังหวัด ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เป่ดรับจํานําเลย นี่คือความล่าช้าและความไร้ประสิทธิภาพ ท่านจะแก้ไขอย่างไรความล่าช้าความไร้ประสิทธิภาพที่ประกาศว่าจะเริ่มรับจํานําตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายนนั้นปรากฏว่าชาวนาได้เกี่ยวข้าวแล้วก็เหมือนผีเข้าป์าช้า โดยเฉพาะในช่วง ที่ยังมีฝนอยู่เกี่ยวแล้วก็ต้องขาย ขายได้เท่าไร ขายได้ตั้งแต่ ๖,๘๐๐ บาท ถึง ๗,๕๐๐ บาท ต่อตัน ในขณะที่ราคารับจํานํา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ตรงนี้เองที่ก่อให้เกิดช่องโหว่ของ การทุจริตขึ้น คือการเข้าไปสวมสิทธิชาวนาที่ต้องขึ้นทะเบียนเปึนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาป้ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีสํานักงานอยู่ในระดับจังหวัดและอําเภอ เมื่อข้าว เข้าไปอยู่ในโกดังหรือโรงสีในมือของพ่อค้าคนกลางแล้วก็ไปซื้อสิทธิ แล้วก็ซื้อใบประทวน ขายใบประทวนตันละ ๒๐๐ บาท ส่วนต่างตรงนี้กี่พันล่ะครับ เปึนเรื่องน่าเศร้ามาก เพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราไม่ว่าภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง เวลา ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยือนชาวบ้านพบชาวนาร้องเรียนเหมือนกันหมด บอกว่าวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปจํานํา เสร็จแล้วปรากฏว่าไม่มีใครรับจํานําอยากได้ตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ได้แค่ ๖,๐๐๐ - ๗,๐๐๐ บาท แล้วหนี้สินมะรุมมะตุ้มในที่สุดก็ต้องขาย นี่คือ ความบกพร่องไร้ประสิทธิภาพอย่างน่าตําหนิที่สุดของการดําเนินการในโครงการนี้ ของรัฐบาล ถามบอกว่าท่านจะแก้ตัวอย่างไรในเมื่อโครงการรับจํานําข้าวนาป้เพิ่งสิ้นสุดไป เพียงแค่ ๑ เดือน และในรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระบุ ชัดเจนว่ามาตรการรับจํานําข้าวนาป้ฤดูการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ นั้น เห็นชอบตั้งแต่ วันที่ ๘ กันยายน ที่ผ่านมา การรับจํานําโครงการข้าวนาปรังเพิ่งเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน มติในการให้ดําเนินโครงการนี้รู้ตัวกันตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน แต่ ๑ พฤศจิกายนปรากฏ ว่าแทบจะไม่มีจุดรับซื้อ แทบจะไม่มีโรงสีเข้ารับจํานํา ประธาน อคส. ให้สัมภาษณ์บอกว่า หลังจากนั้น ๒ – ๓ วันหลังจากรับจํานําเริ่มโครงการบอกมีโรงสีแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ได้ข้าวมาแค่ ๖๐๐ ตันเปัาหมายคือ ๘๐๐ ล้านตัน แล้วท่านจะยกระดับราคาได้อย่างไร เพื่อไม่ให้มาเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินที่ต้องไปชดเชย หรือเสียหาย ต่อการค้ําประกันของกระทรวงการคลังที่ให้ ธ.ก.ส. ไปกู้ธนาคารพาณิชย์ ๔ แห่ง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทบวกด้วยค่าบริหารอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดว่าความทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดินจริง ๆ แล้ว รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังต่อการดูแลปัญหา ของชาวนา เหตุการณ์อย่างนี้มันต้องเกิดขึ้นไม่ได้โดยเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนว่าความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อเรื่องนี้จําเปึนต้องชี้แจงต่อสภา คําถามที่ ๑ ก็คือว่าท่านจะดูแลแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร การรับจํานําทุกจังหวัดในโครงการแทรกแซงราคาข้าว วันที่ ๑ พฤศจิกายนนั้น มีโรงสี เป่ดรับจํานําจริงกี่โรง มีจังหวัดที่เป่ดรับจํานําจริงได้ทั้งหมดกี่จังหวัด มีปริมาณข้าว ที่รับจํานําแล้วกี่ตัน และขณะเดียวกันท่านจะยืนยันว่าเมื่อไรการรับจํานําจะสามารถให้ ชาวนาเข้าร่วมโครงการได้ทั้งประเทศครับ