สุชาติ ธาดาธํารงเวช พูดถึงผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทย โดยเขาได้หารือเกี่ยวกับการลดภาษีและโครงการเอสเอ็มแอล (SMAL) เพื่อช่วยเหลือคนยากจน และยังหารือเกี่ยวกับการสร้างกองทุนการเงินในภูมิภาคเอเชียเพื่อแก้ไขปัญหาการเงินระยะสั้น
ท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ กระผม ขอตอบกระทู้คุณหมอนะครับ เรื่องของผลกระทบต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลก และก็ปัญหา ทางการเมืองภายในประเทศ ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจประเทศไทยนะครับ ส่วนใหญ่ ๆ ที่ถูกกระทบในช่วงนี้ก็เปึนปัญหาจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจโลก นะครับ เหตุผลก็คือการที่ตลาดทุนในสหรัฐอเมริกามีการคาดการณ์ขึ้นไปจนสูงเกินไป ราคาในตลาดอสังหาริมทรัพย์แล้วราคาหุ้นก็ดีขึ้นไปมากเกินไป จนวันหนึ่งทุกคน ก็มีความรู้สึกว่าสูงเกินไป แล้วก็เริ่มที่จะมีเกราะ พอมีความรู้สึกอย่างนั้นก็เรียกว่า การขาดความเชื่อมั่น พอคนแรก ๆ เริ่มทิ้งก็จะทิ้งตามกันมา ช่วงนี้ก็เปึนช่วงที่การทิ้งทรัพย์สินที่ถือไว้ ในกรณีปัจจุบันก็เปึนเรื่องของวิกฤติ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเปึนภาคหนึ่งในตลาดทรัพย์สิน อีกตลาดหนึ่งก็คือตลาดหุ้น ตัวใหญ่ ๆ พอคนเริ่มทิ้งทั้งตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ก็ทําให้ปริมาณ เงินในสหรัฐอเมริกาเองก็ลดลงไป ราคาทรัพย์สินก็ตกลง สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ถือ ทรัพย์สินเหล่านี้ก็เริ่มที่จะต้องมาตั้งสํารองก็ทําให้ส่วนของทุนลดลงไป ก็เกิดเหตุการณ์กัน ในสหรัฐอเมริกาแล้วก็ในยุโรป เหตุการณ์นี้ก็กระทบต่อประเทศไทยเช่นเดียวกัน เนื่องจากตลาดหุ้นของเราก็เชื่อมโยงกับตลาดหุ้นของโลก เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เราเห็น ในปัจจุบันก็คือว่าราคาหุ้นลดลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง เคย ๙๐๐ จุด ก็เหลือประมาณ ๔๐๐ กว่าจุด หายไปครึ่งหนึ่ง ผู้ที่ถือทรัพย์สินในรูปใบหุ้นก็จะรู้สึกว่ามีฐานะจนลง แล้วถ้าขายจริง ทรัพย์สินก็จะหายไปจริง ภาพนี้ก็เปึนภาพที่เกิดขึ้น รัฐบาลเองก็ให้การ ดูแลตลาดหุ้นพอสมควร ได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนต่าง ๆ ถ้าเห็นเปึนโอกาสที่จะถือ ทรัพย์สินในภาวะที่ตกต่ําลงไป ก็สามารถร่วมทุนกันเพื่อที่จะซื้อราคาหุ้นเหล่านี้ แต่ก็ ได้เรียนไว้เสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นก็เปึนเรื่องของภาคเอกชนในแต่ละแห่ง ที่จะดูแล ในส่วนของรัฐบาลเอง กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายที่จะลงทุนในตลาดหุ้น ก็กราบเรียนทุกท่านในที่นี้ เหตุผลในเชิงทฤษฎีก็คือว่าในที่สุดแล้ว ราคาหุ้นของโลกมันจะ เท่า ๆ กัน ณ ระดับหนึ่ง เมื่อมันลงไปถึงที่ เพราะว่าน้ําในโลกนี้จะต้องเท่า ๆ กัน จะเปึนไป ไม่ได้ที่น้ําในบ่อเรามีค่าสูงกว่าน้ําในบ่อของโลก ดังนั้นถ้าเกิดเราไปซื้อไปหาในภาวะ ที่ไม่ถูกต้อง เงินส่วนนั้นก็จะหายไปเพิ่มขึ้นไปเลย ก็อาจจะเปึนภาวะการณ์ที่ฝรั่งกําลังขาย อยู่แล้ว ขายได้ราคาแพงกว่าปกติ ฝรั่งอาจจะขาดทุน แต่ขายราคาแพงกว่าปกติ และในที่สุดส่วนนั้นก็จะหายไป นี่คือลักษณะทํานองนั้น แต่เราก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าในแง่ เอกชนส่วนบุคคลอาจจะเห็นโอกาส วันนี้อาจจะลงทุนแล้วก็ได้ ๒ เท่า ๓ เท่า ในอนาคต วันใดวันหนึ่งไม่ทราบ แต่ว่าภาคตัวรัฐบาลเองโดยกระทรวงการคลัง เราก็ถือว่าเราได้เงิน จากภาษีอากรราษฎรทุกท่าน เรามีสัญญาประชาคมที่จะใช้จ่ายภาษีเหล่านั้นในแง่ รายจ่ายประจํา รายจ่ายลงทุนก็ดี เพื่อดูแลพี่น้องคนยากคนจนของเราให้ได้มีฐานะดีขึ้น ลูกหลานได้เรียนหนังสือเพื่อประเทศจะได้พัฒนา อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีก ๒ ตลาด ที่รัฐบาลต้องดูแล ผมก็แบ่งเปึน ๒ ส่วนนะครับคุณหมอ ก็คือส่วนของตลาดเงิน และส่วนของตลาดเศรษฐกิจจริง ในส่วนตลาดเงินนี้ เปรียบเสมือนเปึนอะไรที่เปึนน้ํา อยู่ในบ่อของเรา ถ้าปริมาณเงินถูกดึงออกไป คนเราไม่ได้หายไปไหน คนเราก็อยู่ ๖๕ ล้านคน อยู่ในบ่อนั้น ทรัพย์สินก็อยู่ที่นั่น พอถูกดึงเงินออกไป ก็จะทําให้รู้สึกว่าจนลง ก็จะบริโภคน้อยลงหรือเพิ่มไม่มาก ซึ่งอันนี้ก็ไปตรวจสอบแล้วการบริโภคของเราก็จะเพิ่มไม่มาก กราบเรียนว่าการบริโภควันนี้ ก็ประมาณสัก ๖.๒ ล้านล้านบาท ถ้าจีดีพี (GDP) ก็ประมาณ ๙.๖ – ๙.๗ ล้านล้านบาท การบริโภคก็ประมาณสัก ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นิดหน่อยของรายได้ของคนในชาติทั้งหมด รัฐบาลทั้งหมดรวมรายจ่ายรวมทุนรัฐวิสาหกิจก็ประมาณ ๒.๕ ล้านล้านบาท ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของคนในชาติทั้งหมด แล้วในการลงทุนก็ประมาณ ๒ ล้านล้านกว่าบาท รวมแล้วเปึน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประมาณนี้นะครับวันนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดก็ประมาณสมดุลไม่ขาดไม่เกินเท่าไร ส่วนของการส่งออกก็ประมาณ สัก ๖๐ – ๖๕ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖ ล้านล้านบาท รวมแล้วท่านอาจจะทําไมรวมแล้ว มันเกินร้อย ก็เพราะว่าบางส่วนเราซื้อของนําเข้ามากินในแง่การบริโภคก็ดี การลงทุนก็ดี การใช้จ่ายรัฐบาลก็ดี และบางส่วนก็ซื้อมาเพื่อนําเข้ามาเพื่อส่งออก กราบเรียนอย่างนี้ เพื่อความเข้าใจก็จะเห็นได้ว่าการบริโภคก็ไม่ค่อยเพิ่ม การลงทุนก็หันมาดูคนบริโภค ไม่รู้จะลงทุนไปทําไมก็มีความเสี่ยงก็ลงทุนด้านเอกชนมันก็จะหายไปด้วย เราก็ไปดูตัวเลข การส่งออกก็ประเมินกันนะครับ ป้ปัจจุบันก็คือดอลลาร์ แวลู (Dollar value) ของการ ส่งออกก็เพิ่มประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ค่อนข้างเยอะ พอป้หน้าอาจจะเหลือเพิ่มเปึนมูลค่า ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็นับกันแล้วก็กังวลว่าเศรษฐกิจป้หน้าจะโตไม่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้พอโตไม่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์เราก็จะมีปัญหาเรื่องของเด็กจบใหม่ที่หางานทําหรือคนที่ ทํางานอยู่แล้วก็จะได้ทํางานไม่เต็มที่ เงินเดือนไม่เคยขึ้นอะไรอย่างนี้นะครับ หรือหางาน ไม่ค่อยได้ และจริง ๆ แล้วโอกาสที่ประเทศของเราจะโตมากกว่านี้ก็มี ถ้ามีความต้องการ มีอํานาจซื้อเข้ามา สิ่งเหล่านี้รัฐบาลก็เลยเปึนห่วงว่าจะทําอย่างไรในแง่ของการดูแลระบบ เศรษฐกิจ ภาคเศรษฐกิจจริง ผมเชื่อว่ารัฐบาลใด ๆ ขึ้นมาบริหารประเทศก็ต้องดูให้คน ได้มีโอกาสใช้ชีวิต ได้ทํางานเพราะว่าชีวิตเขาเก็บไม่ได้ ทํางานไม่ทํางานชีวิตก็หมดไป ในแต่ละวัน วันตายเขาโดยปกติก็จะเปึนวันเดิมที่กําหนดไว้แล้วโดยก๊อด (God) เพราะฉะนั้นถ้าทํางานไม่ได้ก็ถือว่าเขาว่างงาน สูญเสียโอกาสที่จะสร้างผลผลิต สร้างทรัพย์สินที่ให้ปัจจุบันที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ดีกว่าไป หลัก ๆ ก็คือรัฐบาลมีหน้าที่ดูแล ประชาชนให้ได้มีงานทําพอเหมาะพอสม รายได้ก็ต้องขึ้นทุก ๆ ป้ ขายของได้อะไรอย่างนี้ ก็เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทํา วันนี้ได้ประเมินแล้วนะครับก็มีคําว่า ผลผลิตที่ควรจะเปึน ถ้าทําได้ มีดีมานด์ (Demand) ขายราคาเท่าเดิมโอกาสเติบโตสูงกว่านี้เยอะ ฉะนั้นรัฐบาล ก็เลยมองว่าก็คงจะต้องมีความจําเปึนที่มีมาตรการต่าง ๆ ที่ประกาศออกมา มาตรการ แรก ๆ เลยเมื่อสมัยปลายรัฐบาลที่แล้วก็คือ ๖ มาตรการ ๖ เดือน เรียกว่ามาตรการ ลดภาษี ลดภาษีเอทานอล (Ethanal) ๒ – ๓ ชนิด ลดภาระประชาชนในแง่ของค่าน้ํา ค่าไฟ ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ รัฐบาลก็ใน ๖ เดือน จากสิงหาคมมาถึงมกราคมก็จะลดไป ประมาณ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็คํานวณว่าความสามารถในการผลิตยังมีมากกว่า ที่ขายได้ในปัจจุบัน ดังนั้นส่วนเหล่านี้ก็จะสร้างเขาเรียกว่าตัวทวี โดยปกติลดภาษีก็จะมี ตัวทวีก็ประมาณ ๑.๕ หรือ ๑.๗ เท่า เพราะฉะนั้นลดภาษีมาก็อีก ๑ ป้ครึ่งจากนั้นก็จะได้ ผลผลิตของชาติเพิ่มขึ้นประมาณ ๑.๕ เท่าของ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ผลผลิตของชาติ เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ก็คือการที่แต่ละบ้านแต่ละครัวเรือนก็จะมีเงินเหลือที่บ้าน บางแห่งก็ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ในแต่ละเดือน แต่ละเดือนนั้นเขาก็จะเอาไปซื้อของ ถ้าเปึนคนยากคนจนเขาก็ซื้อของในชาติ เราก็จะเห็นได้ว่าคนข้าง ๆ เขาจะได้ขึ้นมา ทําของขาย ของที่เขาทําขายเรียกว่าผลผลิตของชาตินะครับ เขาเรียกว่าจีดีพีเปึนรายได้ ของเขาแล้วมันจะวนไปประมาณอย่างนี้นะครับ อันนี้ก็เปึนสูตรทางด้านวิชาเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไป ถามว่าจะเอาเงินภาษีมาคืนที่ไหน หลังจากที่ผลผลิตของชาติส่วนเพิ่มเพิ่มขึ้นมาแล้ว ก็เอาประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ คูณเข้าไป อย่างนี้นะครับ ในกรณีนี้ก็สัก ๔ – ๕ ป้ก็จะได้เงินส่วนนั้นกลับคืนมา ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ปรับลดลงไป ก็กราบเรียนท่านทั้งหลายครับ การกระทํานี้ก็คือ เปึนการสร้างปัจจุบันที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่ไปเอาเงินในอนาคตมาใช้ปัจจุบัน นะครับ เปึนเพราะว่าเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ในสิ่งที่ว่าโตตามโพเทนเชี่ยล (Potential) หมายความว่าถ้าทุกคนทํางานหมด เครื่องมือ เครื่องจักรทํางานหมดแล้ว โตเต็มที่ ได้เท่าไร อย่างนี้ ถ้ามันเต็มที่แล้วถ้าไปสร้างหนี้อย่างนี้แปลว่าเอาอนาคตมาใช้ปัจจุบัน แต่ปัจจุบันโตประมาณครึ่งเดียวของสิ่งที่ควรจะเปึน อันนี้ก็เปึนการบริหารระยะสั้น เรียกว่าเมื่อไรก็ตามที่แรงงานก็ยังอยากทํางาน แต่ว่าไม่มีคนซื้อ เครื่องมือ เครื่องจักร ก็ว่างงานอยู่ เราสามารถสร้างอํานาจซื้อขึ้นมา แล้วก่อให้เกิดผลผลิต ผลผลิตนั้น คืออะไรครับ ก็คือเปลี่ยนสสารที่มีอยู่แล้วบนโลกให้เปึนของชนิดใหม่ เพราะจริง ๆ แล้ว มนุษย์ไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ ถูกไหมครับ เปลี่ยนกิ่งไม้ให้เปึนเก้าอี้ อย่างนี้ครับ ก๊อดนี่ ปลูกต้นไม้อยู่นะครับ ก็เปึนเก้าอี้ เก้าอี้เราก็เรียกว่าผลผลิตของเรา ไม่นับเนื้อไม้นะครับ อย่างนี้เปึนต้น เราทําเรื่องเหล่านี้ขึ้นมานะครับ นี่คือการสร้างชาติ สร้างประเทศขึ้นมา ในระยะสั้น แล้วก็ต้นทุนก็มีน้อยมาก เพราะว่าค่าเสียโอกาสของแรงงานเขาไม่มี ถ้าเขาไม่ได้ทํางาน เขาก็นอนอยู่บ้าน ชีวิตเขาก็หมดไปนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องของการ บริหารประเทศที่ว่าโอกาสที่จะสร้างอะไรได้เพิ่มขึ้นเปึนไปได้ ถ้าปัจจัยการผลิตทั้งแรงงาน และเครื่องมือ เครื่องจักรยังทํางานไม่เต็มที่ จริง ๆ แล้วก็คือว่าสิ่งที่มีหลายคนบอกว่าไม่มี ของฟรีในระบบเศรษฐกิจ ในกรณีนี้ไม่จริง ถ้าเศรษฐกิจโตเต็มที่แล้วเราเลิกสร้างทางรถไฟ ก็ไม่ได้แหล่งน้ํา อย่างนี้ไม่มีของฟรี แต่ระยะสั้นนี่คนว่างงาน เครื่องจักรก็ว่างงานนะครับ ไปปรับเปลี่ยนภูเขาอยู่ข้างหน้า มีซีเมนต์ (Cement) มีแร่เหล็กอยู่ข้างในเปึนถนน ถนนนั้น เกือบได้มาฟรีนะครับ ก็เปึนลักษณะอย่างนั้นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนในเชิงกรอบคิด ไว้สักนิดหนึ่งนะครับ
ต่อมาก็มองเห็นว่ามาตรการเรื่องลดภาษีเปึนมาตรการที่เร็ว วันที่ประกาศ มีผลปุ็บก็ดี แล้วก็โปร่งใสนะครับ มาตรการปัจจุบันที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรีไปเมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมากระผมก็ได้ขอความกรุณาหลายท่าน รวมทั้งหลายท่านในที่นี้ได้โทรศัพท์ ไปเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา ท่านกรณ์ จาติกวณิช ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ คือขอความเห็นท่าน แล้วก็ติดตามท่านเสมอที่ท่านพูดอยู่ แล้วก็ติดตาม ท่านหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ ผมจะใส่ลงไปหมดนะครับ แล้วก็ถามท่านทั้งหลายก็จะ ขอความกรุณาจะมาขอสภานี้นะครับว่าจะขอเพิ่มงบประมาณทางด้านรายจ่ายเพิ่มอีก ๑ แสนล้านบาท หลายท่านก็คงเห็นตัวเลขว่ามันมีโครงการอะไรบ้าง ถกเถียงกันได้ ปรับเปลี่ยนกันได้ ตั้งกรรมาธิการได้ ก็เปึนข้อเสนอเท่านั้นครับ คือทําอะไรที่จะเปึน โครงการที่จะจ้างคนงานที่เขากําลังตกงานอยู่ เขาเย็บเสื้อโหลนี่เขาอาจจะเริ่มตกงาน นะครับ แต่ว่าเราก็จะจ้างอย่างอื่น ก็อาจจะไปใช้แรงงานในแง่ของทําแหล่งน้ําก็ดี ทําถนน ก็ดี หรือทํากิจกรรมที่ผมเมื่อสุดสัปดาห์ผมก็ไปดูมา กราบเรียนท่านทั้งหลายครับ โครงการที่เรียกว่างบประมาณประชาชนที่รัฐบาลเรียกว่า เอสเอ็มแอล เปึนโครงการ ที่ประชาชนยินดี แล้วก็ผมว่าโอกาสที่จะรั่วไหล เสียหายมีน้อยมากครับ เพราะว่า คนในหมู่บ้านก็มีประมาณเฉลี่ย ๕๐๐ คน แต่ที่ผมไปก็เห็นว่ามี ๓๐๐ กว่าคน ๔๐๐ กว่าคน เขาก็มาชี้ให้เห็นว่าเขาเอาโครงการเหล่านี้ไปทําอะไร ที่ไปดูก็เปึน สาธารณูปโภคก็มี สาธารณูปการก็มีนะครับ เปึนยุ้งฉางที่เก็บไว้ตอนที่จะรับจํานํา ข้าวเปลือก ตอนนี้จํานําได้ ยุ้งฉางก็สร้างยุ้งฉางรวมเอาไว้ เงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓ แสนบาท ทําอย่างนี้ หน้าร้อนที่ไม่เก็บข้าวเปลือกยังทําเปึนที่พักนะครับ ให้เปึนท่องเที่ยว ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เข้าใจว่าตอนนั้นที่ไปดูคือแถวอุดรธานี บางที่ก็ไปขุดทําน้ําบาดาลที่สะอาดขึ้น เพราะเดิมเขากินน้ําจากบาดาล เขาเปึนนิ่ว ท่านครับ เขาก็ไปซื้อเครื่องกรองน้ํามานะครับ น้ําก็สะอาดขึ้นไม่มีสารตกค้าง ๒๕๐,๐๐๐ บาท พออีก ๒๕๐,๐๐๐ บาท ใส่ไปรอบที่ ๒ เขาก็ไปทําน้ําแข็งถ้วย แล้วก็ ไปแจกที่วัด แจกที่โรงเรียน ก็ดีครับ คือชีวิตเขาดีขึ้นมากจริง ๆ อันนี้เราก็มีงบประมาณในหลายระดับนะครับ แต่ระดับที่ถึงมือชาวบ้านจริง ๆ ผมกราบเรียนทุกท่านเลยครับ ผมคิดว่าน่าสงเสริมไม่ว่าเราจะเรียกชื่อว่าอะไร ก็เปึนการ ช่วยเหลือพี่น้องเรา น้องเล็ก ๆ ด้วยซ้ําไปนะครับ ที่ยากจนที่เรียนหนังสือก็ไม่เยอะนะครับ ให้ได้มีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ ก็ได้จะของบประมาณส่วนนี้อีกครั้งหนึ่งที่ไปดูแล ทําโครงการเหล่านี้ แล้วเขาก็ได้ผลประโยชน์จริง ๆ โครงการเอสเอ็มแอล ก็ดี มันก็เชื่อมโยงกับโอทอป (OTOP) เชื่อมโยงกับกองทุนหมู่บ้าน กราบเรียนท่านทั้งหลาย นะครับว่ากองทุนหมู่บ้านวันนี้เราใส่ไป ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อ ๓ – ๔ ป้ ที่แล้วนะครับ ส่วนของทุนนะครับเพิ่มขึ้นเปึน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าส่วนของทรัพย์สินทั้งหมด ก็ประมาณ ๒ แสนกว่าล้านบาท คือเขาไปยืมออมสิน ไปยืม ธ.ก.ส. มาปล่อยกู้เสริมบ้าง เสียหายมีบ้างครับแต่ว่าน้อย กรอบความคิดอันนี้ก็กราบครับว่าก็คือว่าเราคิดเหมือนเรา เปึนพ่อแม่นะครับ เราก็ต้องให้ลูก ๆ ของเราไปเรียนหนังสือ มีลูก ๕ คน เราให้เรียนหมด เลย เราไม่ได้ให้เฉพาะคนโตเรียน แล้วคนเล็ก ๆ ออกนอกบ้านไป ไปขายพวงมาลัย แล้วก็ไปเรียนกันเอง ไม่ใช่ เช่นเดียวกันครับ ลูกบางคนก็ไปติดยาเสพติด ไปทําเสียหาย ก็มีครับ แต่เราไปกํากับดูแลครับ กรอบความคิดเดียวกันครับ ไม่ว่าท่านทั้งหลาย ในอนาคตมาเปึนรัฐบาล ท่านก็เปึนหัวหน้าครอบครัวครับ ก็ต้องดูคนยากคนจนก็เหมือน เด็กเล็ก ๆ ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เข้ามาปุ็บเรามีการกํากับดูแล ถ้าเสียหาย เราก็ฟัอง นะครับ แล้วส่วนใหญ่เขาก็พยายามทํากัน คําพูดของอาจารย์หมอประเวศ วะสี ที่บอกว่า คนจนไม่โกงเปึนสิ่งที่จริงนะครับ ดังนั้นเขาก็พยายามที่จะตั้งกรรมการดูแล แล้วก็เสียสละ สูงมาก เพราะฉะนั้นกองทุนหมู่บ้านวันนี้เขารวมกัน ๒๐ แห่ง ก็เปึนสถาบันการเงินชุมชน ส่วนใหญ่เริ่มเปึนกันจํานวนมากแล้วนะครับ แล้วผมก็ยังส่งเสริมว่าถ้าต้องการไปกู้ไปหา จากออมสิน จาก ธ.ก.ส. ก็ไม่จําเปึนต้องกู้ที่ละล้าน ถ้ามีความสามารถแล้วก็แสดงให้เห็น ก็กู้ได้มากกว่านั้นนะครับ กราบเรียนว่าชาวบ้านไม่ได้เปึนหนี้เยอะหรอกครับ เปึนหนี้เขา เรียกว่าเปึนหนี้ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของเขาทั้งป้ สมมุติต่อคนป้หนึ่งเขาได้แสนหนึ่ง เขาเปึนหนี้ ๖๗,๐๐๐ บาทนะครับ แล้วจริง ๆ แล้วการวัดเปึนหนี้ต่อรายได้ไม่ค่อยก็ถูก ครับ ไม่ได้วัดบ้านเขา ความจริงแล้วต้องวัดทรัพย์สินต่อหนี้สิน ไม่ใช่วัดหนี้ต่อรายได้ หลายคนในที่นี้ ในกรุงเทพมหานคร ผมว่าส่วนใหญ่เปึนหนี้ ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ รายได้ป้ละ ๑ ล้านบาท เราซื้อบ้าน ๔ ล้านบาท ๔ ล้านบาทหารด้วยล้าน ป้หนึ่ง ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ชาวบ้านได้ป้ละแสนกว่าคน เปึนหนี้ ๖๗,๐๐๐ บาท เท่านั้น แน่นอนครับบางคนอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เหมือนกับลูก ๆ ของเรา บางคน ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ทําเสียหายไปให้ไปเท่าไร ก็หมด แต่กราบเรียนว่าดีกว่าไม่ให้โอกาส ผมภาวนาว่าอีก ๑๕ ป้จากนี้ คน ๔๐ ล้านคนที่หลายท่านช่วยกันดูแลจะเปึนคนชั้นกลาง ๒๐ ล้านคน ก็เอาเงินภาษีมูลค่าเพิ่มมาจากนะครับ อีกสัก ๒๐ ล้านคน อาจจะทํา ไม่ค่อยดีหรือว่าสติปัญญาไม่มี หรืออีกล้านสองล้านคนทําร้ายโอกาสได้ตลอดเวลา ไปนอนกินเหล้าอยู่กลางถนนก็จะมี ๒๐ ล้านคนนี้จ่ายภาษีไปให้เปึนเงินสวัสดิการ ของคนล้าน ๒ ล้านคนตรงนั้น ดีกว่าอีก ๔๐ ล้านคนช่วยเหลือประเทศไม่ได้ ถึงวันนั้น ผมก็มองว่า คน ๑๐ ล้านคนที่อยู่ในส่วนตัวเมืองที่ได้โอกาสที่เปึนลูกชายคนโต ที่เรียนหนังสือหนังหามาอย่างดี รับภาระภาษีเงินได้ก็สูง ภาษีบริษัทก็สูงก็จะได้มา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบภาษีให้สอดคล้องกันไป อันนี้ก็เปึนเรื่องของนโยบายที่แก้ไข ปัญหาคนยากคนจนที่เราจะใส่เข้าไปในส่วนของงบประมาณส่วนเพิ่มนะครับ ส่วนอื่น ๆ หลายท่านก็คงจะมองเห็นแล้วว่าข้าราชการก็เงินเฟัอเข้าไป ๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าจะมีการปรับอะไรสักหน่อยก็จะดี อันนี้ก็เปึนข้อเสนอนะครับ ยังไม่ได้เปึนข้อสรุป ผมมีอะไรตรง ๆ หมด เพื่อช่วยเหลือประเทศ ก็มีเรื่องอื่น ๆ เรื่องคนที่สูงอายุเขาก็ดูแล ประเทศมานาน วันนี้เขาแก่แล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปหารายได้ที่ไหน ก็อยากจะเสริม อยากจะเติมลงไปนะครับ มีเรื่องบ้านมั่นคงก็ได้ไปคุยกับอาจารย์จิรายุ สํานักงานทรัพย์สินทางปัญญา ท่านก็ ช่วยทํากับบ้านมั่นคงอยู่ ก็ปรากฏว่ากระทรวงก็เอาเงินไปแล้วก็ไปปล่อยกู้ แต่ละคน ๑๗๐,๐๐๐ บาท แต่บ้านหลังหนึ่ง ๔ แสนบาท ๑๗๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยต่ํา แต่บ้าน ๔ แสนบาท เพราะฉะนั้นอีก ๒ แสนบาทกว่า เขาไปกู้นอกระบบเสียเลย เขาไม่ได้บ้าน อันนี้ก็เปึนปัญหาท่านอาจารย์จิรายุก็บอกผมมาอย่างนี้ก็คล้าย ๆ ว่าไม่ครบถ้วน แล้วทําให้สิ่งต่าง ๆ ก็ไปไม่ได้หมด อันนี้ก็กราบเรียนว่าพอไหม แสนล้านบาทพอไหม ไม่หรอกครับ ถ้าท่านดูมาตรการประเทศอื่น ๆ รายละเอียดที่นี่ก็มี เดี๋ยวผมจะเรียน ท่านประธานไว้ เขามีอีกเยอะ ทีนี้วันนี้เราก็เปึนประเทศที่ไม่ได้มีฐานะร่ํารวยอะไร เราก็ทําไปตรงนี้ก่อน เราเพิ่มอีก ๑ แสนล้านบาท ถามว่ารัฐบาลจะมีหนี้มากไหม ขาดดุล งบประมาณป้นี้ก็จะเปึน ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของรายได้ประชาชาติ เสร็จแล้วก็จะทํา ให้ยอดหนี้จาก ๓.๖ ล้านล้านบาท ก็จะเปึน ๓.๗ ล้านล้านบาท แล้วหารด้วยจีดีพี ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๓๗ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ก็ไม่ได้เยอะ นะครับ เราตั้งกรอบการเปึนหนี้ไว้ไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ กราบเรียนท่านทั้งหลายว่า ประเทศที่น่าเชื่อถือเปึนหนี้เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น รัฐบาลญี่ปุ์นเปึนหนี้ ๑๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี รัฐบาลญี่ปุ์น อิตาลี ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ อังกฤษก็ ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพีทั้งหลาย ที่เขาเปึนหนี้ได้เยอะขนาดนั้นก็คือเขามุ่งที่จะ สร้างทรัพย์สินในแง่ทรัพย์สินสาธารณะดูแลประชาชนให้อยู่ได้ดี และก็เขามีฐานะ พอสมควร เขาอาจจะเปึนที่น่าเชื่อถือ เขาก็เปึนหนี้ต่อจีดีพีได้เยอะขึ้น อันนี้เราก็พยายาม ดูแลเรื่องนโยบายการคลังให้พอเหมาะพอสมนะครับ
ก็มีส่วนต่างประเทศนิดหนึ่ง ขอเวลานิดหนึ่งก็คือว่าช่วงนี้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีโอฬารกับผมก็ได้พยายามที่จะสร้างเรส แอดมิสชั่น (Raise admission) จากชาวต่างชาติดู เราก็ไปที่เวิลด์แบงก์ (World Bank) ก็ดี ไปที่จีนก็ดี จะสร้างเอาอันนี้ เปึนความปรารถนาของเราก่อนก็คือกองทุนเอเชีย เราก็จะไปขอให้แต่ละประเทศอาเซียน บวกสามช่วยกันลง อันนี้ไม่ว่ามาแก้ไขปัญหาระยะสั้น แต่ว่าเปึนสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ดีขึ้น และก็บางประเทศน่าจะมีปัญหาไม่อยากเอ่ยชื่อประเทศในอาเซียน จะมีข้อจํากัดอยู่ ๒ – ๓ ประเทศ ทางด้านใต้ของเรา ประเทศที่เปึนเกาะ ๒ ประเทศ ที่เขาค่อนข้างอาจจะมีข้อจํากัด เราก็จะระดมทุนสักจํานวนหนึ่ง เข้าใจว่าอาจจะเปึน ๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรือ ๑ แสนล้านเหรียญ แล้วก็ประเทศใหญ่ใส่มาก ประเทศเล็ก ใส่น้อย ทําไปทํามาเราก็ใส่สัก ๒ – ๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็บอกใครพร้อมลงก่อนไม่ต้องรอกัน มีบางประเทศเหมือนกันใน ๑๓ ประเทศ เขาไม่ค่อยอยากทํากัน รู้สึกมี ๒ ประเทศ ไม่ค่อยอยากทํา เหตุผลก็คืออาจจะเกรงใจสหรัฐอเมริกาหรืออะไรต่าง ๆ ทีนี้กองทุน การเงินในภูมิภาคนี้ เราต้องการภูมิภาคนี้เงินสหรัฐหรือเงินยุโรปไม่เอา คือกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วมีธนาคารเอเชีย ดีเวลอปเมนท์ แบงก์ อยู่แล้ว แต่ทําไมไม่ใช้ธนาคารนั้น เปึนเพราะว่าประเทศสหรัฐมีทุนอยู่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ญี่ปุ์นมี ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้ว ปรากฏว่าสหรัฐไม่ยอมเพิ่มทุน เอดีบี (ADB) ให้กู้อีกไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่า วันหนึ่งเอเอ็มเอฟ (AMF) ที่ดูแลว่าเวลาคุณถูกโจมตีค่าเงินขาดเงินทุนระยะสั้นเราก็ ซัพพอร์ต บาลานซ์ ออฟ เพลซเมนท์ (Support Balance of Placement) ถ้าเงินเหลือ ที่เหลือก็มาสร้างเปึนดีเวลอปเมนท์ แบงก์ (Development Bank) อย่างเช่น เราอาจจะ สร้างถนนของประเทศเราด้วยเงินของจีนที่อยู่ในองค์กรการเงินในภูมิภาค ก็เปึนภาพที่เรา พยายามเชื่อมโยงติดต่อกัน ก็กราบเรียนในชั้นต้นเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ ท่านครับ