สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่อาจมีความไม่เหมาะสม และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรม

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดลพบุรี ขณะนี้เวลา ๒๓ นาฬิกา เกือบจะครึ่ง แล้วนะคะ ด้วยความเกรงใจเวลาของสภาอย่างยิ่งแต่ว่าประเด็นเรื่องการรายงานผล การเลือกตั้งมีความสําคัญมาก ซึ่งอยากจะให้กําลังใจท่านที่นั่งฟังมาอย่างยาวนาน เพราะว่าถ้าไม่สําคัญคงจะไม่มีคนที่สนใจอภิปรายมากขนาดนี้ แล้วคิดว่าความสําคัญ ของท่านนั้นก็เปึนภาระที่ท่านจะต้องแบกอยู่บนบ่าว่าท่านเปึนองค์กรหนึ่งที่จะช่วย ขับเคลื่อนประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเศรษฐกิจและก็สังคม และก็การเมือง เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็เปึนคนหนึ่งที่เชื่อมั่นว่าประเทศไทยและก็ประชาธิปไตยจะเติบโตได้ ก็เหมือนกับต้นไม้ว่าต้องใช้เวลา และก็ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างที่ต้องเอื้อต่อการเติบโตนี้ แล้วการเลือกตั้งก็เปึนปัจจัยที่สําคัญยิ่งอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายมาแล้ว สําหรับ ตัวดิฉันเองนั้นมีบทเรียนกับการเลือกตั้งมากมาย เพราะว่าสอบตกหลายครั้ง เพราะฉะนั้น ถ้าให้พูดเรื่องกระบวนการเลือกตั้งก็จะมีเรื่องราวเยอะ แต่ดิฉันนั่งฟังมาตั้งแต่ต้น ก็มีหลายข้อที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ก็ขออนุญาตว่า เฉพาะกล่าวถึงในส่วนที่คิดว่ามีความสําคัญ และก็ยังไม่มีใครได้กล่าวถึงนะคะ ประเด็น อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด คือ กกต. จังหวัด จากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ระบุเรื่อง ของที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด ที่มาจากการสรรหาแล้วก็แต่งตั้ง สําหรับ การสรรหานั้นดิฉันก็มีข้อสังเกตจากเพื่อน ๆ หลายจังหวัดที่ฝากสะท้อนด้วยนะคะว่า การสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดนั้นก็จะมีสัดส่วนที่มาจากตัวแทนต่าง ๆ ไม่ว่าจะมาจากสายสื่อมวลชน ทนายความ หรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ท่าน อย่าลืมนะคะว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นกับการเลือกตั้งระดับชาติก็จะมี ความเกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นคนที่มาจากตัวแทน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการนะคะ คนที่มาจากตัวแทนกรรมการสรรหา กรรมการสรรหาส่วนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ย่อมมีความแนบแน่นกับตัวผู้สมัครในการเลือกตั้งแต่ละครั้งด้วย อันนี้ก็หลาย ๆ จังหวัดก็ฝากมา พอจากการสรรหาแล้วก็มาด้วยการแต่งตั้ง ทีนี้ในการ แต่งตั้งในกฎหมายระบุไว้นะคะว่า ข้อ ๘ จากในเอกสารเล่มนี้ การสรรหากรรมการ การเลือกตั้ง ๘.๑.๒ นี้ค่ะ สรรหาและแต่งตั้งจากผู้ที่มีภูมิลําเนาจากในจังหวัดนั้นเปึนหลัก โดยคํานึงถึงความหลากหลายของอาชีพ การมีส่วนร่วมของสตรี และความพร้อมในการ ปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา ในส่วนนี้ดิฉันก็ได้รับเสียงสะท้อน แล้วก็จากประสบการณ์ของ ตนเองด้วยว่า จริง ๆ อยู่ว่าการแต่งตั้งจากคนที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดก็เปึนเรื่องข้อดีว่า เขาจะรู้ปัจจัยพื้นฐานในจังหวัด แต่ก็เปึนจุดอ่อนว่ากรรมการการเลือกตั้งที่จะมาทําหน้าที่ เปึนกรรมการที่กํากับกติกา ถ้าอยู่ในจังหวัดนั้นก็จะรู้จักคุ้นเคยกับผู้สมัครแทบทุกคน แล้วความเปึนกลางก็จะมีโอกาสเหมือนกันว่าจะเปึนไปได้หรือไม่ เพราะว่าบางครั้งก็รู้จัก กันมาก่อน จะไปปรามให้ทําผิดอะไรบางคนก็เกรงใจ เพราะว่าท่านผู้สมัครทั้งหลายก็เปึน ผู้หลักผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้ อันนี้ก็เปึนข้อหนึ่งว่ามีผู้เสนอว่าถ้าเปึนไปได้ กรรมการ การเลือกตั้ง คนที่อยู่จังหวัดหนึ่งอาจจะไปทําหน้าที่อีกจังหวัดหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องมี ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร หรือว่ามีผลต่อการตัดสินใจต่าง ๆ ก็มีข้อเสนอมา กับอีกอันหนึ่ง ก็คือโดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของสตรี อันนี้ก็คงจะให้ไปสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่า อยากให้สตรีมีส่วนร่วม แต่เท่าที่ดูหลาย ๆ จังหวัด กกต. ก็มีอยู่บ้าง แต่ก็มีไม่ครบจังหวัด ๕ คน อย่างที่ลพบุรีก็ไม่มีผู้หญิง ก็เปึนผู้ชายทั้งหมด ยกเว้นว่าถ้าเปึน กกต. กลางละก็มี ท่านสดศรี นอกจากนั้นแล้วอีกข้อหนึ่งที่เห็นก็คือความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ได้ตลอดเวลา เนื่องจากคุณสมบัติของ กกต. จังหวัด ไม่ได้ระบุว่า ต้องไม่เปึนข้าราชการ เพราะฉะนั้นคนที่มาเปึน กกต. จังหวัด ปรากฏว่าในข้อเท็จจริงคือบางคนยังปฏิบัติหน้าที่ เปึนข้าราชการอยู่ บางคนยังเปึนอาจารย์สอนหนังสืออยู่แล้วก็ทําหน้าที่ประจําอื่นด้วย เพราะฉะนั้นเวลาที่จะมาทําหน้าที่เปึน กกต. จังหวัดจริง ๆ ดูแล้วไม่สามารถทุ่มเทได้ อย่างเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่รับภารกิจสําคัญมาก ท่านยังต้องใช้เวลานั้นไปเตรียมงานในหน้าปกติ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติข้อนี้น่าจะต้องทบทวนว่าใครขึ้นมาเปึน กกต. จังหวัดก็ต้องมา ทํางานให้เต็มเวลา แล้วก็ทําหน้าที่นี้ เพราะว่าท่านมีความสําคัญมาก ถ้ากลายเปึนว่า กกต. เปึนหน้าที่รองก็จะเปึนปัญหาสําหรับประสิทธิภาพในการทํางาน

อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอใช้เวลาก็คือ เรื่องของการเลือกตั้ง ท้องถิ่นค่ะ เวลาจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ละครั้งก็จะมีคนมาปรึกษาอยู่ตลอดเวลาว่า ผู้สมัครคนโน้นเขาใช้เงิน ทําอย่างไรอะไรอย่างนี้นะคะ สําหรับตัวดิฉันเองถามว่า การมาเปึนนักการเมืองท้องถิ่น หรือว่าระดับชาติอะไรก็แล้วแต่แรงจูงใจอะไรที่เปึน ผลประโยชน์ที่ทําให้ผู้สมัครจะต้องซื้อเสียง ก็มีข้อหนึ่งนะคะ ก็คือผลประโยชน์ที่มากับ ตําแหน่ง ดิฉันถามว่า เลือกตั้งสมาชิก อบต. ลงทุนไปตั้ง ๒ – ๓ แสนบาท บางคนต้องไป กู้เงินเขามาด้วย ถามว่าเพื่ออะไร เขาก็มีคําตอบเหมือนกัน บอกว่ามันคุ้มค่าแก่การลงทุน บอกคุ้มอย่างไร เขาบอกว่ามาเปึน อบต. เงินเดือนนิดเดียวแต่ผลประโยชน์ที่จะตามมากับ ตําแหน่ง ไม่ว่าจะเปึนขณะนี้ได้โอกาสในเรื่องของ บางคนคิดว่าการส่งเสริมให้ อบต. ได้ศึกษาต่อเปึนเรื่องดีนะคะ ให้จบปริญญาตรี แต่ตอนนี้ก็มีเรียนกันมากเลย ก็ดีค่ะ เพราะว่าจะได้มีความรู้มากขึ้นเรียนถึงปริญญาตรีปริญญาโท แล้วก็ค่าลงทะเบียนหน่วยกิต เขาก็บอกว่าถ้าเขาไม่ได้เปึน อบต. เขาไปเรียนเองก็ต้องเสียค่าหน่วยกิตแพงได้คําตอบ อย่างนี้มา การที่มีการสนับสนุนเปึนเรื่องดีแต่ในทางหนึ่งเขาก็คิดค่าคุ้มค่าแก่การลงทุน หรือว่าการเบิกจ่ายหรือได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เขาบอกว่า ๒ แสนนี่ก็ถือว่าคุ้มถ้าเขาอยู่ ๔ ป้ หรือว่านอกจากนั้นแล้วก็มีเรื่องผลประโยชน์อื่น ๆ ที่จะมาจากตําแหน่งซึ่งหลายท่าน ก็คงทราบดีอยู่แล้วยังมีการพยายามเอาเปรียบคู่แข่ง ขณะนี้ก็มีบางคนก็ใช้ช่องว่างย้าย คนเข้ามาในพื้นที่ก่อนเลือกตั้งปุ็บจะมีการเตรียมย้ายคนเข้ามาพอคู่แข่งรู้ว่ามีคนย้ายและ อยู่ในตําแหน่งอยู่แล้วก็จะชิงลาออกเพื่อให้คนที่จะลงสมัครใหม่ที่ย้ายคนเข้ามา ไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบนี้ได้ การลาออกก่อนครบวาระก็ส่งผลเสียทําให้สิ้นเปลือง งบประมาณแผ่นดิน เพราะว่าต้องเลือกตั้งนายก ๑ ครั้ง เลือกตั้งสมาชิกอีก ๑ ครั้งทําให้ ประชาชนก็รู้สึกเบื่อหน่ายในกระบวนการเลือกตั้ง ดิฉันก็คงจะให้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่เวลา จํากัด เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้มันปรบมือ ข้างเดียวไม่ดัง แล้วก็ทุกฝ์ายต้องร่วมด้วยช่วยกันไม่ว่าจะเปึนทั้งผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็กรรมการการเลือกตั้งซึ่งเปึนผู้กํากับกติกา อันนี้ก็ไม่โทษใครก็คือต้องผู้สมัครด้วย เราก็ต้องยืนหยัดว่าถ้าจะไม่ทําผิดเลือกตั้งก็พร้อม ๆ ใจกัน อันนี้ก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน สุดท้ายดิฉันก็อยากจะกราบเรียนว่าชีวิตของผู้ใดที่เข้ามาสู่การเมืองด้วยการซื้อเสียง เลือกตั้งเขาก็จะต้องซื้อเสียงเลือกตั้งตลอดชีวิต เพราะว่ามันเหมือนยาเสพติดคนที่เคยให้ ก็ต้องให้มากขึ้น คนที่เคยรับก็ต้องรับมากขึ้น ก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ