สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการซื้อเสียงในประเทศไทย และเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแข่งขันการเลือกตั้งจากกระบวนการแข่งขันทางการเมืองไปสู่กระบวนการแข่งขันเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของ พรรคพลังประชาชน ผมเองอยากจะเห็นการอภิปรายในรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. อย่างสร้างสรรค์ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ต้นมานี้มีไม่น้อยแทนที่จะได้แนะนํา กกต. ในสิ่งที่เปึนประโยชน์ก็กลับใช้วิธีการหาผลประโยชน์ทางการเมืองที่จะกล่าวร้าย ให้แก่พรรคอีกฝ์ายหนึ่งว่าเปึนผู้ซื้อเสียงด้วยวิธีการเทคนิคในการพูดอยู่เสมอ ท่านประธานครับ การซื้อเสียงมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และพรรคที่ยาวนานที่สุดจะรู้จักวิธีการ ซื้อเสียงว่าเปึนมาอย่างไร ผมเรียนท่านอย่างนี้ว่าถ้าจะมากล่าวหากันแล้วก็เอาประโยชน์ อย่างนั้นใครก็กล่าวได้ แต่คนที่ถูกกล่าวถึงมันเจ็บปวด ผมยังไม่อยากพูดถึงเพื่อนผม บางคนที่ได้รับใบแดงใบแรกหลังจากที่มี กกต. ครั้งแรก ได้ใบแรกเลยครับ อยู่จังหวัด ราชบุรี พรรคไหนผมไม่เอ่ยชื่อและจะบอกว่า กกต. ตัดสินผิดก็เปึนบุคคลจาก พรรคการเมืองหนึ่งที่ได้รับคําพิพากษาถึงศาลฎีกาเปึนครั้งแรกเหมือนกันว่าซื้อเสียงจริง แต่เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าเหตุการณ์การซื้อเสียงนี้ก็เหมือนกับร้านขายของขาย แข่งกัน ร้านนี้ก็หนีภาษี ร้านนี้จะขายบริสุทธิ์สุจริตก็จะสู้ไม่ได้เพราะต้นทุนของเขาสูงกว่าก็แข่ง กันอยู่อย่างนี้ สาระสําคัญอยู่ที่ไหนครับท่านประธาน อยู่ที่ผู้มีอํานาจในการที่จะเข้าไป ควบคุม ผมได้ยินพูดถึงเรื่องการพูดซื้อเสียง ซื้อเสียงนี้มานานมาก คล้าย ๆ กับพระเทศน์ เรื่องการผิดศีล แต่พระเทศน์เรื่องการผิดศีลก็เปึนสิทธิของพระที่จะให้โอวาทแก่ฆราวาส แต่ท่านไม่มีอํานาจในการไปจัดระบบรัฐไม่ให้เกิดการผิดศีล ผมเองก็ไม่เคยเปึนรัฐมนตรี ใครที่เคยเปึนรัฐมนตรีมีอํานาจวาสนาเข้าไปแล้วต้องมีผลงานในการจัดระบบไม่ให้เกิด การซื้อเสียง แต่ผมก็ได้พบความเปึนจริงด้วยความเจ็บปวดเหมือนกัน แพ้การเลือกตั้ง จากการใช้อํานาจทางการเมืองของพรรคการเมืองหนึ่งในขณะนั้น ปรากฏว่าพอผม ประกาศย้ายพรรคคําสั่งจากกระทรวงมหาดไทยไปเลย ป้ ๒๕๔๔ ย้ายนายอําเภอหมด เลย แล้วคู่แข่งของผมก็จัดการซื้อเสียงเต็มที่เลย และผมก็แพ้ วันนี้มันพูดยากเหลือเกิน ท่านประธานครับ การพูดถึงเรื่องการซื้อเสียงวันนี้จริง ๆ เหมือนขโมยร้องจับขโมย พยายามจะบอกว่าคนนั้นเปึนขโมยแต่ฉันก็ขโมย แต่ฉันประกาศมากกว่า ฉันจึงสุจริตกว่า คนที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุดถ้าการซื้อเสียงอย่างชนิดโกหกกันไม่ได้ต้องเทวดาเท่านั้น ใครพูด โกหก ฟัาผ่าเลยครับ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงคนบางคนไหม้เปึนจุลแล้วครับ แต่เอาเถอะครับ ผมว่า อันนี้เราผ่านไป ท่านประธานครับ ถ้าเราจะพูดถึงการซื้อเสียงจริง ๆ คงจะแก้กันยาก ถามว่าสุจริตไหม ไม่ถูกต้องหรอกครับ แต่ว่าการซื้อเสียงเปึนพัฒนาการครับ คนเริ่มเกิดความเข้าใจก็เริ่มแปรเปลี่ยน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับท่านประธาน เมื่อก่อน ประชาชนนั้นมีความเข้าใจในเรื่องศีลธรรมรวมกับการเมืองแยกไม่ออก เบอร์ ๑ มาขอ ซื้อเสียง บ้านนี้มีกี่คน ๕ คน ขายให้ ๕ คน พอเบอร์ ๒ มาขอซื้อเสียงบ้านนี้ เขาบอกไม่ได้ ขายไปแล้วกลัวบาป แต่เดี๋ยวนี้ท่าน กกต. ครับ ข้อเท็จจริงอย่างนี้ท่านอาจจะไม่รู้ เดี๋ยวนี้ เบอร์ ๑ ไปซื้อ ๕ คน เบอร์ ๒ ไปซื้อเขาก็รับอีก เบอร์ ๓ ไปซื้ออีก รับอีกครับ รับหมด ทุกเบอร์ เพราะเขาได้แยกออกแล้วว่าระหว่างการผิดศีลธรรมกับการผิดทางการเมือง คนละเรื่องกัน แล้วสุดท้ายประชาชนตัดสินอย่างไร แล้วแต่กูก็แล้วกันว่ากูจะเลือกใคร และผมได้พบความจริง ผมไปช่วยหาเสียงที่เพชรบูรณ์ เขาบอกใครมาเขาก็รับทั้งนั้น เพราะเมื่อก่อนนั้นมีแต่นักการเมือง โดยเฉพาะที่เปึนนายกรัฐมนตรี สัญญาแล้วพอเปึน นายกรัฐมนตรีไม่ทํา เขาบอกเขาก็ต้องรับสิครับ คุณหลายรอบแล้ว เขาจึงเอาเงิน ๑๐๐ บาทดีกว่า แต่มาคราวนี้เขาบอกเขาจะให้พรรคพลังประชาชน เพราะคุณทักษิณ ทําประวัติไว้แล้วว่าพูดจริงทําจริง และเขาได้ประโยชน์จากนโยบายมากกว่า ตรงนี้เอง ที่ผมจะนําเสนอทาง กกต. ว่าท่านอย่าไปคอนเซนเทรด (Concentrate) แต่เรื่องซื้อเสียง ท่านต้องเปลี่ยนกระบวนการแข่งขันไปสู่กระบวนการแข่งขันเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับ ประชาชน ไม่ใช่มาพูดกันแต่เรื่องอย่างนี้ วันนี้ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าการต่อสู้ การแข่งขันการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากการปฏิวัติรัฐประหารนั้น พรรคพลังประชาชนถูกมัดมือเต็มที่ แต่ที่ชนะคือเรามีนโยบาย แล้วประชาชนเชื่อมั่น ในนโยบายของพรรคไทยรักไทยเดิม และเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชาชนนั้นมีความผูกพัน ในเชิงความคิดความอ่าน เนื่องจากเปึน ส.ส. เก่าของพรรคไทยรักไทยเดิมมาก เขาจึงให้ จากผลแห่งนโยบาย ผมถามหน่อยเถอะครับ นโยบายที่เกิดขึ้นแต่ละเรื่องนั้นมีใครไปห้าม ไหมว่าพรรคอื่นทําไม่ได้ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค เขากําหนดไหมว่าทําได้เฉพาะทักษิณ เท่านั้น หวยใต้ดินขึ้นบนดินเขากําหนดไหมว่าทําได้เฉพาะพรรคทักษิณเท่านั้น ไม่มีใคร กําหนด แต่นี่เปึนความคิดเชิงสร้างสรรค์ เชิงนโยบาย และใช้นโยบายแข่งขัน สิ่งที่ พรรคไทยรักไทยได้ชัยชนะในเบื้องต้นสมัยแรก เกิดจากการเป่ดเกมการเมืองใหม่ การโฆษณาว่าด้วยนโยบาย แต่แทนที่จะส่งเสริมให้แข่งขันเชิงนโยบาย ก็กลับไปถูก กล่าวหาว่าเปึนนโยบายมีผลประโยชน์ทับซ้อน เปึนนโยบายประชานิยม แล้วสุดท้าย แข่งขันรอบสุดท้ายเปึนอย่างไร หลายพรรคการเมืองก็ทําเหมือนพรรคพลังประชาชน เหมือนพรรคไทยรักไทยนั่นเอง นั่นมาถูกทางแล้ว ดังนั้นถ้าเราจะมองเรื่องการซื้อเสียง ในลักษณะไม่มีพลวัตรไม่มีการเคลื่อนไหวเลยนั้น จะทําให้เราจมปรัก ท่านประธานครับ ผมฝากไปถึงทาง กกต. ด้วย ท่านจะเห็นว่าเวลาเราอภิปรายกัน พรรคการเมือง แต่ละพรรคก็มีเทคนิคในการที่จะหาประโยชน์ พยายามจะหว่านล้อม กกต. ให้เห็นการซื้อเสียงเปึนความเลวร้ายที่สุด ท่านครับ ผมอยากจะขอนําเสนอในอีก มุมมองหนึ่งบ้างว่า เรามามองดูอีกด้านหนึ่งบ้างไหมครับว่าความเลวร้ายของระบบการเมืองซึ่งมีบุคคล พยายามจะพูดว่าวิกฤติวันนี้เกิดจากการซื้อเสียง จริง ๆ วิกฤติวันนี้มาจากอํานาจ นอกระบบหรือการซื้อเสียงมากกว่ากันแน่ ๗๐ กว่าป้ที่ผ่านมาตั้งแต่ ๒๔๗๕ จนถึง ปัจจุบันการล้มลุกคลุกคลานของระบบประชาธิปไตยไทยนี้เกิดจากการซื้อเสียงหรือเกิด จากอํานาจนอกระบบ อํานาจเผด็จการครับ ผมไปออกรายการที่ กกต. จัดเมื่อครั้ง เลือกตั้งคราวที่แล้วเจอนักข่าวถามว่าไปสาบานไม่ให้มีการซื้อเสียงแล้วทําไมยังมีการ ซื้อเสียงอีก ผมก็ตอบเขาไปแต่ว่าเวลาที่นี่น้อย ผมจะตอนในประเด็นสําคัญผมบอกว่า การซื้อเสียงนั้นหากจะมีแท้จริงก็ยังต้องขอความเห็นชอบจากประชาชน ความเลวร้ายจาก การซื้อเสียงกับการลากรถถังออกมายึดอํานาจอันไหนเลวร้ายกว่ากันครับ การยึดอํานาจ โดยระบบเผด็จการนั้นไม่ได้ขอความเห็นชอบจากประชาชนเลยครับ ประชาชนไม่มี ส่วนร่วมแม้แต่น้อยต้องจํายอมอย่างเดียว ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมถึงบอกว่า ในหน้า ๑๕ รายงานของท่านนะครับ แทนที่เราจะได้ในวัตถุประสงค์หลักของท่าน ๑ - ๒ - ๓ นี่ท่านพยายามจะพูดถึงว่าวัตถุประสงค์หลักหรือวิสัยทัศน์หลักของ กกต. นั้น คือต่อต้านการซื้อเสียงให้เปึนวาระแห่งชาติ ถ้าเรามามองจริง ๆ แล้วด้านหนึ่งผมว่า ต่อต้านการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยเปึนวาระแห่งชาติน่าจะมีความสําคัญกว่าไม่น้อย ครับน่าจะจับควบคู่กัน แต่วันนี้ได้มีเพื่อนสมาชิกพยายามจะกล่าวให้ร้ายระบบ ประชาธิปไตยจนเกินเหตุ ธุรกิจการเมืองบ้าง ทุนสามานย์บ้าง ผมอยากจะขอเวลา ท่านประธานอธิบายสักนิดหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันโดยไม่กระทบกระเทือนพรรคใด ท่านประธานครับวันนี้ กกต. เข้ามา รายงานเข้ามาในวันสําคัญที่อเมริกากําลังเลือกตั้ง ท่านเห็นไหมครับพอรู้ผลว่าแพ้เท่านั้น ฝ์ายที่แพ้พรรครีพับลิกันแสดงความยินดีกับ พรรคเดโมแครตสมัยที่แล้วเดโมแครตรู้ว่าแพ้แสดงความยินดีกับพรรครีพับลิกัน แล้วให้บริหารประเทศเลยครับ แต่ประเทศไทยนี่ผ่านมาป้หนึ่งแล้วยังจ้องล้มกันไม่หยุด เลยครับ สป่ริตของประชาธิปไตยอยู่ตรงไหนครับท่าน ในวัตถุประสงค์หลักของ กกต. ลองพิจารณาดูสักหน่อยเถอะครับจะรวมอยู่ในวัตถุประสงค์หลักที่ ๒ ก็ได้ครับ ใส่เรื่องการ ยอมรับเสียงข้างมากหรือสป่ริตประชาธิปไตยยอมสิครับเลือกตั้ง กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ชนะครับคุณอภิรักษ์ได้ ถ้าถามส่วนตัวผมพอใจไหมครับ ไม่พอใจหรอกครับ คนละพรรคกัน แต่ต้องยอมรับเสียงของประชาชน เช่นเดียวกันถ้าเกิดบุคคลอื่นได้เราก็ต้องยอมรับ มีบุคคลบางคนอาจจะมองว่าคนนี้เปึนคนไม่ดี ผมไม่อยากเอ่ยชื่อท่านเดี๋ยวท่านจะมาว่า กระผมมีการใช้ความรุนแรงต่อนักข่าวแต่ถ้าเกิดชาว กทม. เขาเอาคน ๆ นี้เปึน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเราก็ต้องยอมรับครับ ทําไมครับ เพราะความดีทางการเมือง กับความดีทางศีลธรรมมันไม่ใช่อันเดียวกันเสมอไปครับ ความดีทางการเมืองเปึนเรื่อง ของคนส่วนมากเขายอมรับ ก็ผมก็ยังยอมรับ กทม. ว่าท่านชนะ ก็ในเมื่อผมชนะ ในระดับประเทศทําไมไม่ยอมรับพวกเราบ้างล่ะครับ ความดีทางการเมืองกับความดี ทางศีลธรรมคนละอันครับ บางคนผิดศีลตั้งหลายข้อ ผิดศีลเรื่องกาเม ผิดลูกผิดเมียเขา มาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ได้ มาเปึนรัฐมนตรีก็ได้เราก็ต้องยอมรับครับ เพราะเสียงส่วนใหญ่ เขาเอาท่านในขณะนั้นเสียงของท่านมากกว่า ดังนั้นความเข้าใจต่อเรื่องความดีทางการเมืองกับความดีทางศีลธรรมคนละอัน มีเพื่อนผู้แทนราษฎรบางคนบอกว่าจะเอาเสียงข้างมากเปึนสรณะไม่ได้ เอาความถูกต้องสิ ศาลชี้ว่าคนนี้ถูกก็ต้องถูก แม้ว่าเสียงข้างมากบอก ถ้าเสียงข้างมากบอกถูก ถ้าศาลชี้ผิด ก็ต้องผิด ศาลเวลาตัดสินใช้เสียงข้างมากไหมครับในศาล ก.ก.ต. ให้ใบแดง ใบเหลือง ใช้เสียงข้างมากไหมครับ กระบวนการเสียงข้างมากนี้เปึนพื้นฐานของระบอบ ประชาธิปไตย ที่ผมพยายามต้องเน้นตรงนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานคือว่า เราได้ใช้ วาทกรรมเสียงข้างมากเปึนเผด็จการรัฐสภา เปึนเสียงข้างมากไม่ถูกต้อง จนกระทั่ง ระบอบประชาธิปไตยมันคลอนแคลนไปหมดเลยครับท่าน กกต. ครับ ถ้าท่านจะได้ ปกปัองระบอบประชาธิปไตยตามวัตถุประสงค์ของท่านนั้นไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้ง อย่างเดียวครับ ท่านต้องแสดงจิตวิญญาณของการอธิบายให้ประชาชนเห็นและยอมรับ ศีลธรรมใหม่ของระบอบประชาธิปไตยด้วยเสียงข้างมากด้วย วันนี้นักวิชาการโจมตีไปหมด บอกว่าเสียงข้างมากคือไม่ถูกต้อง เสียงข้างมากเปึนเผด็จการรัฐสภา ถ้าอย่างนี้โลกทั้งโลก ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยไม่ได้หรอกครับ สภาอังกฤษก็ต้องเสียงข้างมากครับ ถึงจะได้เปึนรัฐบาลครับ จริง ๆ วันนี้ชาวบ้านก็รู้ครับ อบต. เสียงข้างมากจึงจะได้เปึน นายก อบต. ครับ ตามระบบเก่าที่เคยเลือกกัน เทศบาลคนเปึนนายกเทศมนตรีก็ต้อง มาจากเสียงข้างมาก ดังนั้นจะเปึนเพราะอะไรก็ไม่ทราบท่านจึงมาบิดเบือนในเรื่องนี้ หรือจะเปึนเพราะว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งไม่เคยได้เสียงข้างมากสักทีครับ ได้ทีไรก็เปึน รัฐบาลผสมทั้งนั้น และถ้าดูจากประวัติศาสตร์นะครับ ได้ทีไรวิกฤติทั้งนั้น ไม่ใช่มาแก้ วิกฤตินะครับ ตามประวัติศาสตร์ก่อวิกฤติแล้วจึงขึ้นมาครับ ดูจะเปึนบทเรียนของท่าน หรืออย่างไร ตั้งแต่สมัยท่านปรีดี พนมยงค์ โน่น ถูกขับออกไปเมื่อป้ ๒๔๘๙ ไม่พูดถึง หรอกครับว่าเรื่องอะไร ดังนั้นการกล่าวถึงเสียงข้างมากในทางร้ายเช่นนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะ ถูกต้อง ท่านประธานครับ วันนี้ผลการเลือกตั้งอเมริกาเปึนเสมือนบทเรียนใหญ่แก่คน ทั้งโลก พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านครับ ให้รู้ความจริงไว้เถอะครับ ไม่มีระบบ การเลือกตั้งแบบนี้ที่ไหนไม่ใช้เงินครับ ค่าใช้จ่ายของอเมริกาในการหาเสียงของ แต่ละพรรครวมกันแล้วเขาว่าไม่น้อยไปกว่างบประมาณประเทศเล็ก ๆ ๑ ประเทศ อย่างประเทศไทยครับ แล้วเขาไปเอาเงินกันจากไหนครับ