สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

สุทธิพล ทวีชัยการ ชี้แจงเรื่องการลงมติของ กกต. เกี่ยวกับคดีของ คุณวิฑูรย์ และการมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีของ กกต. ต่อการร้องเรียนของคุณเสวก ในเรื่องการคัดค้านการผลิตบัตรเลือกตั้ง

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ประเด็นที่มีการพาดพิงถึงนะครับ ผมขออนุญาตว่าสิ่งที่เปึนปัญหาของเราในปัจจุบันก็คือการที่เรานั้นไปยึดถือเอา การลงข่าวของหนังสือพิมพ์ ผมจะขอเรียนข้อเท็จจริงนะครับว่า โดยหลักตามกฎหมาย แล้วนี่การลงมติของ กกต. ที่จะมีผลผูกพันองค์กรนี้ ก็คือเกิดจากการลงมติจาก องค์อํานาจทั้งห้า โดยผลของกฎหมาย มิใช่เปึนการสัมภาษณ์ของ กกต. ท่านใดท่านหนึ่ง ซึ่งถ้าท่านอยากจะทราบความจริง ผมขอเรียนสักนิดหนึ่งว่าไม่ยากครับ ตรวจสอบจากมติ ของ กกต. ซึ่งผมขอยืนยันว่าการลงมติของที่ประชุม กกต. เกี่ยวกับเรื่องของคดีของ คุณวิฑูรย์ในการที่วินิจฉัย ในการที่ผลก็คือมีการให้ใบเหลือง ใบแดง แล้วก็มีใบขาว อันนี้ กกต. นั้นมีมติครั้งเดียวเท่านั้น อันนี้ผมขอยืนยัน ส่วนท่าน กกต. ท่านหนึ่งจะให้สัมภาษณ์ อย่างไรนั้นผมถือว่าในฐานะที่ผมทํางานในตําแหน่งเลขานุการในที่ประชุม ผมก็ต้องยึดถือการลงมติของท่าน กกต. ที่เปึนทางการ มิฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าท่าน กกต. แสดงความคิดเห็นของท่านมันก็จะต้องผูกพันองค์กรนะครับ ขออนุญาตพูดในเรื่อง เกี่ยวกับที่พูดถึงเรื่องของบัตรเลือกตั้งด้วย เรื่องบัตรเลือกตั้งผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ทาง กกต. นั้นได้ชี้แจงหลายครั้งนะครับ แล้วก็ได้มีการแถลงข่าว มีการจัดทําวีซีดี (VCD) แล้วขณะนี้ได้มีการชี้แจงในทุก ๆ เรื่องและอยู่ในเว็บไซต์ (Web site) ของ กกต. ถ้าหากว่า คุณจตุพรติดใจก็จะขออนุญาตส่งเอกสารที่อยู่ในเว็บไซต์ไปให้ ซึ่งในส่วนของการสืบสวน สอบสวนในคณะของท่าน กกต. ที่ท่าน กกต. ตั้งขึ้นมาทางเราก็ได้มีการพิจารณาเรื่องของ การร้องเรียนของคุณเสวกโดยที่ไม่ได้มีการประวิงเวลาหรือว่าไม่ได้ละเว้นแต่อย่างใด ผลการพิจารณาทาง กกต. ก็ได้มีการแถลงข่าวจากในชั้นของสํานักงาน กกต. ไปแล้วว่า ยกคําร้องคัดค้านในปัจจุบันนี้เรื่องเกี่ยวกับการพิมพ์บัตรเลือกตั้งก็อยู่ในการพิจารณาของ ดีเอสไอ ซึ่งทาง กกต. ก็ให้ความร่วมมือมีการนําเอาพยานหลักฐานทั้งในส่วนของพยาน เอกสารและพยานบุคคลไป ก็จะรอผลการพิจารณาของทางดีเอสไอด้วยนะครับ สําหรับ เรื่องที่ทางท่าน กกต. ท่านว่าที่มาของท่าน กกต. ไม่ชอบ ผมก็เรียนนิดหนึ่งว่าถ้าเราเคารพว่า รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แล้ว กกต. นั้นก็จัดการเลือกตั้งตาม รัฐธรรมนูญ ถ้า กกต. ไม่ชอบผลผลิตที่จะเกิดจากการเลือกตั้งก็ไม่ชอบด้วย การได้มา ซึ่งไม่ว่าจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ชอบด้วย แต่เราต้อง เคารพว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ สําหรับประเด็นเรื่องของ แก่งกระจานก็ได้มีการดําเนินการ ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าการรับสมัครนั้นเปึนอํานาจของ ผอ. กกต. ท้องถิ่น ซึ่งช่วงวันสมัครอยู่ระหว่างวันที่ ๒๗ สิงหาคม ถึง ๒ กันยายน ๒๕๕๐ ซึ่งท่านผู้อํานวยการการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นท่านไม่ทราบคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในเบื้องต้น ภายหลังจากการเลือกตั้งจึงมีผู้มาร้องว่านายสมบูรณ์ ยุทธพันธ์ ถูกศาล รัฐธรรมนูญสั่งให้ดํารงตําแหน่งให้เพิกถอนสิทธิการดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนเวลา ๕ ป้ ซึ่งขณะนั้นจะเหลือระยะเวลาครบ ๓๐ วันที่จะต้องประกาศผลตามประกาศ คปค. เพียง ๑๒ วัน กกต. จึงต้องประกาศผลไปก่อน ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองของนายสมบูรณ์นั้น ตรงนี้เปึนมุมมองของข้อกฎหมายระหว่างสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกากับ กกต. ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดย กกต. เห็นว่าจะต้อง ดําเนินการประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อน ซึ่งหลังจากที่ทางสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกานั้นได้มีมติได้มีความเห็นที่ว่าจะต้องดําเนินการเพิกถอนสิทธิในส่วนนี้ ซึ่งขณะนี้ กกต. ก็ได้ยื่นคําร้องไปยังศาลอุทธรณ์แล้วยังอยู่ในระยะเวลา ๑ ป้ อันเปึนผลให้ นายสมบูรณ์นั้นต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะนี้กําลังรอฟังคําสั่งศาลอุทธรณ์ ดังนั้น ก็ขอเรียนนิดหนึ่งว่า กกต. นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมายทุกประการ แล้วก็ไม่มีเหตุ อะไรในการดําเนินการที่ กกต. นั้นจะต้องไปทําตามใบสั่งหรือไปช่วยพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งนะครับ ที่ว่า กกต. นั้นไม่ให้ความเปึนธรรมแก่พรรคการเมือง ผมขอ อนุญาตยกตัวอย่างคดีที่มีการทุจริตเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีสํานวน ที่ร้องคัดค้านมาถึง ๒๙๔ สํานวนนะครับ ขณะนี้ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นไป ๒๘๖ สํานวน ซึ่งในจํานวนนี้ กกต. นั้นยกคําร้องถึง ๑๘๓ สํานวนไม่รับคําร้อง ๖๔ สํานวนนะครับ รวมที่ ยกและไม่รับถึง ๒๔๗ สํานวน ซึ่งคิดเปึนร้อยละ ๘๖.๓๖ อันนี้ก็ต้องเรียนนิดหนึ่งว่าในการ ดําเนินการนั้น กกต. เองก็จะต้องดําเนินการไปตามกฎระเบียบของกฎหมายเช่นกัน ซึ่งในส่วนที่มีการพูดถึงว่าเรื่องของที่ผมนั้นได้รับการแต่งตั้งเปึน ครส. เปึนกรรมการ ขออนุญาตชี้แจงในโอกาสเดียวกันว่าในส่วนของความเห็นของทุกท่านในที่นี้ ท่านก็ได้เห็น ตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นเปึนภารกิจ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะมองว่า เปึนภารกิจเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นคงไม่ใช่ เพราะว่าขณะนี้เปึนเหมือนมะเร็งร้าย ที่เกาะกินไปทั่วสังคมไทย จึงเปึนหน้าที่ของทุกฝ์ายที่จะต้องร่วมมือกัน ในชั้นที่ในช่วงที่รัฐบาลของท่าน พลเอก สุรยุทธ์เปึนนายกรัฐมนตรีนั้นเราก็ได้มีการ ผลักดันให้การประกาศการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงเปึนวาระแห่งชาติ เมื่อ กกต. เปึนผู้ผลักดัน เมื่อเขามีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว เขาก็ไม่อยากจะตั้งคณะกรรมการ การเลือกตั้งให้เปึนกรรมการ เขาก็เลยตั้งให้เลขาธิการ กกต. นั้นเปึนกรรมการคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่เปึนเลขานุการ เพื่อที่จะเปึนจุดประสาน แต่ว่าไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะมาเพื่อที่จะไป บล็อกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเมื่อผมเห็นประเด็นดังกล่าวกลายเปึน ประเด็นทางการเมือง ผมก็คิดว่าถ้าผมนั้นได้ดํารงตําแหน่งในส่วนของกรรมการดังกล่าว นั้นมันก็คงจะเกิดปัญหาแน่ ผมก็เลยเข้าประชุมเพียงครั้งเดียว แล้วก็รีบถอนตัวออกมา ซึ่งเปึนที่น่าเสียดายมากว่าในส่วนเรื่องของการที่เราเห็นร่วมกันในการประกาศให้ปัญหา การซื้อสิทธิขายเสียงนั้นเปึนวาระแห่งชาติกลับไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงขอวิงวอนนะครับว่า ในส่วนของเรื่องการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นเมื่อครั้งที่แล้วอาจจะมีการ วิพากษ์วิจารณ์กันว่า เอ๊ะ มันเปึนเรื่องของสมัยรัฐบาลยุค คมช. แต่ผมขอเรียนนิดหนึ่งว่า เมื่อพวกเรานั้นเห็นตรงกันว่าปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นเปึนปัญหาที่ร่วมกันทุกคน ผมก็อยากวิงวอนให้พวกเราเริ่มอีกครั้งหนึ่ง โดยความร่วมมือไม่เฉพาะในส่วนขององค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชน แต่รวมถึงในส่วนของนักการเมือง พรรคการเมืองด้วย ขอบคุณครับ