สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

จตุพร พรหมพันธุ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดปี 2550 โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กกต. ในการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีของนายสมบูรณ์ และเรียกร้องให้ กกต. ชุดนี้กำหนดมาตรฐานและกรอบความผิดไว้อย่างไร และไม่ให้ฝ่ายบริหารมีอิทธิพลต่อ กกต.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน การรายงานผลปฏิบัติงานประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้ นั้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึนองค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนในสภานี้โดยตรง และเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งชาติ การเกิดของ กกต. ผมเชื่อว่าเปึนความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะว่าเมื่อเวลานั้น คนไม่เชื่อว่าถ้าปล่อยให้กรมการปกครองของกระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแล้ว การเลือกตั้งนั้นจะบริสุทธิ์ยุติธรรม แปลความกันว่าใครเปึนรัฐบาลรักษาการดูแล กระทรวงมหาดไทย สั่งการอธิบดีกรมการปกครองจะได้เปรียบในการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาจึงกําหนดให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดแรกของประเทศไทยได้ตัดสินแจกใบแดง ใบเหลือง ในคราว เดียวกัน ๗๘ ใบในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการ การเลือกตั้งท่านหนึ่ง ท่านอาจารย์สวัสดิ์ โชติพานิช บอกว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะ ไม่ยินยอมให้คนชั่วเหยียบบันไดสภา ผมเชื่อว่าคํานี้เปึนคําที่มีความศักดิ์สิทธิ์ว่าใครคิด จะเปึนนักการเมืองนั้นจะต้องรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยความสุจริตเท่านั้น ทั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากนั้นก็มีชุดที่ ๒ จนกระทั่งชุดที่ ๓ ชุดนี้ ผมขอเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้เปึนชุดที่เปึนรอยต่อ ว่าตาม พระราชบัญญัติว่าด้วย กกต. หรือรัฐธรรมนูญ ชุดนี้ถือว่าเข้ามาโดยมิชอบ แต่ว่าอาศัยว่า เนื่องจากว่าก่อนวันที่ ๑๙ กันยายนนั้นได้มีกระบวนการสรรหา ๕ คนไว้เปึนที่เรียบร้อย เกิดการยึดอํานาจ ซึ่งความจริงแล้วนั้นผลของการสรรหามันต้องสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ลงนามแต่งตั้ง ๕ คนนี้เปึนคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เหมือนกับลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งที่เปึนพระราชอํานาจของ พระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพ ผลของคณะกรรมการ ๕ คน จึงแต่งตั้งเลขาธิการ กกต. ผมขอเรียนกับท่านประธานว่า หลายเรื่องในการทําหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งชุดนี้ไม่มีโอกาสพูดต่อหน้ากัน ผมขอเรียนกับท่านประธานชี้ไปยัง ท่านเลขาธิการ กกต. ว่าผมไม่เคยมีเรื่องอะไรกับท่าน และก็ที่พูดต่อไปทั้งหมดนี้ก็จะพูด บนพื้นฐานของความสุจริตใจก่อนที่ผมจะขยับถึงการเมืองระดับชาติ แต่ผม จะชี้ให้เห็นว่า กกต. ชุดนี้ในการทํางานป้ ๒๕๕๐ ได้ทําบกพร่องและผิดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ หนังสือพิมพ์มติชน คอลัมน์ (Column) ฆ่าราษฎร โดยสายสะพาย เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ เขาได้เขียนดังนี้ก็คือว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้หารือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๖๑๘/๒๕๕๑ ขอหารือเกี่ยวกับ การดํารงตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตําบลแก่งกระจาน ของนายสมบูรณ์ ผมไม่ขอ อนุญาตพูดนามสกุลเขานะครับ สรุปความว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยที่ ๑๔/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๐ ตามคําร้องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า นายสมบูรณ์ซึ่งเปึนสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรีเวลานั้นจงใจไม่ยื่นบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีพ้นตําแหน่งมาแล้วเปึนเวลา ๑ ป้ จึงต้องห้ามมิให้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕ ป้ นับตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๗ ซึ่งเปึนวันที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากครบวาระ ท่านประธานที่เคารพ อบต. แก่งกระจานจะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๓๐ กันยายน คุณสมบูรณ์เขาเปึน อบจ. มาก่อน เสร็จแล้วเขาไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยบอกว่าห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองใด ๆ นับตั้งแต่วันที่ พ้นจากตําแหน่ง คือวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๗ แต่ตัดสินเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ป้ ๒๕๕๐ หน้าที่ของ กกต. คือทําอย่างไร อีก ๔ วันจะมีการเลือกตั้ง คือในวันที่ ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่า กกต. ก็ไม่ได้ไปตัดสิทธิผู้สมัครรายนี้ว่าเปึนผู้ขาด คุณสมบัติ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีการวินิจฉัยว่า ต้องถูกห้ามมิให้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองเปึนเวลา ๕ ป้ นับตั้งแต่วันที่พ้นจากตําแหน่งคือ วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๗ ปล่อยให้มีการเลือกตั้งในวันที่ ๓๐ กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวันที่ ๒๖ กันยายน วันที่ ๓๐ กันยายน ปรากฏว่าได้มีการเลือกตั้ง ปรากฏผลว่านายสมบูรณ์ นี่แหละครับชนะการเลือกตั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ นายเจริญ ผมไม่ได้บอก นามสกุล ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการเข้าดํารงตําแหน่งของนายสมบูรณ์ต่อ กกต. จังหวัด เพชรบุรี แต่ปรากฏผลอย่างนี้ครับ ปรากฏว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกลับไปดําเนินการ อย่างไรไม่ทราบ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ กกต. ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง อบต. แก่งกระจาน ซึ่งเปึนเวลาภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยและมีการร้องคัดค้านแล้ว ตัวของเลขาธิการ กกต. เองได้ตอบให้ความอย่างนี้ว่า โดยเหตุที่ประกาศ คปค. ฉบับที่ ๓๒ กําหนดให้ กกต. ต้องประกาศผลภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะครบในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพ กรณีนี้มันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน หน้าที่ของ กกต. ๑. คือต้องตัดสิทธิผู้สมัครรายนี้เพราะศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เพราะอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ระบุเลยว่า คําวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญให้เปึนเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าเรื่องนี้หลังจาก มีการรับรองกันไป โดยอ้างคําสั่งของคณะรัฐประหาร ปรากฏว่าในตลอดระยะเวลา นับตั้งแต่การรับรองในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๐ จนกระทั่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๕๑ ซึ่งเปึนวันครบ ๑ ป้ เลือกตั้ง วันที่ ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๕๐ ครบ ๑ ป้ ตามอํานาจของ กกต. วันที่ ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๕๑ กกต. ชุดนี้ไม่มีการดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการกระทําของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง จึงเปึนการกระทําผิดและเข้าข่ายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องควร ไปดําเนินการในมาตรา ๒๗๐ วรรคแรก เพราะถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่รู้ก่อน ไม่เปึนไร นี่มีคนไปร้องบอกว่านายคนนี้เขาถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ตัดสิทธิ ทางการเมือง ๕ ป้ ห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมืองใด ๆ ๕ ป้ กกต. ก็ยังให้เขามีคุณสมบัติ ในการเลือกต่อไป รอให้เขาได้รับการชนะ มีคนไปยื่นคัดค้าน กกต. ก็ไปรับรองผล อ้างคําสั่ง คปค. ว่าจะต้องรับรองภายใน ๑ เดือน แล้วจนกระทั่งว่าปล่อยเรื่องนี้จนครบ ๑ ป้ เกินอํานาจของ กกต. ความเสียหายที่เกิดขึ้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่ากรณี อย่างนี้ต่างหากล่ะครับ ที่เราสงสัยว่ามาตรฐานเรื่องการที่จะวางมาตรฐานว่าใครคือคนชั่ว ใครคือคนไม่ชั่ว เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ไม่ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้ที่รับผิดชอบในเรื่อง นี้จะต้องหยิบยกเรื่องนี้ไปดําเนินการ แต่เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งเขา ได้ติดตามเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพและเพื่อเปึนประโยชน์ต่อสภาผมก็อยากจะฟังจากคณะกรรมการ การเลือกตั้งโดยเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าเรื่องนี้ท่านใช้ดุลยพินิจอะไร ท่านมีหลักอะไรเกิดกรณีอย่างนี้แปลความว่า ใครถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินสามารถ ลงรับสมัครรับเลือกตั้งได้มีคนทักท้วงท่านก็ยังไปรับรองอีกแล้ว ๑ ป้ ท่านปล่อยจนขาด อายุความ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ถือว่าเปึนความเสียหาย

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ผมพยายามที่จะไม่พูดพาดพิง เพื่อนสมาชิก แต่คําที่บอกว่า รัฐบาลทุนนิยมสามานย์ ผมบอกว่าถ้าฝ์ายค้านยากจน สามานย์บ้าง ซึ่งความจริงเวลาแสดงบัญชีทรัพย์สินรวยกว่าฟากทางนี้เยอะ แต่ว่าสิ่งที่ผม บอกกับท่านประธานก็คือว่าระบอบประชาธิปไตยที่มีการพยายามที่จะอธิบายกันมา ในช่วงแรกบอกว่า เสียงข้างมากมันจะทําทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้ ถูกต้องครับ ท่านประธาน ที่เคารพ แต่ผลการเลือกตั้งที่ กกต. รับรองกลายเปึนเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล เสียงข้างน้อยเปึนผู้นําฝ์ายค้านถ้าต้องการจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องเปึนรัฐบาลเงา นี่เปึนกติกา ของประชาธิปไตยเท่านั้นครับท่านประธาน แต่ถ้าเราบอกว่าเสียงข้างมากไปทําอะไรไม่ได้ เสียงข้างมากเปึนเผด็จการรัฐสภาเปึนทุนนิยมสามานย์ ต่อไปเราก็บอกว่า ผลการเลือกตั้ง เราต้องให้เสียงข้างน้อยซึ่งบริสุทธิ์ผุดผ่องเขาได้บริหารประเทศ ถ้ามีมาตรฐานอย่างนี้ เราจะบริหารกันอย่างไร

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพ ผมเองมีข้อสงสัยมากมาย เรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมเคยได้ตั้งคําถามในตอนที่มีการลงประชามติ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คุณอภิชาต สุขัคคานนท์ ได้พูดในที่ประชุมบอกว่าหลักการพิมพ์บัตร เลือกแบบลงประชามติจะต้องพิมพ์ไม่เกิน ๘๐ หรือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คนจะใช้สิทธิ ไม่เกินนั้น ที่อยู่ไกลถิ่นทุรกันดารที่เอาบัตรเลือกตั้งส่งไม่ถึงค่อยเอาส่วนนั้นไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สรุปว่าจะหลักการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ และที่ครั้งนั้น เลขาธิการ กกต. ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เปึนกรรมการชุดของ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ที่เรียกว่าชุด ครส. ไปดูแลติดตามความจริงเข้าไปบล็อก (Block) พรรคพลังประชาชน นั่นแหละครับ แต่ผมถามอย่างนี้ครับท่านประธาน ถามว่า กกต. ชุดนี้มีหลักการอะไร ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเรื่องฮั้ว เรื่องพิมพ์บัตรหรือไม่พิมพ์บัตรเปึนเรื่องดีแค่ไหน ต้องว่ากันไม่ใช่เปึนเรื่องของสภา แต่ผมถามหลักนิดหนึ่งคือว่าเพื่อจะเปึนมาตรฐานในการ เลือกตั้งต่อไป คนมีสิทธิเลือกตั้ง ๔๔ ล้านคนเศษ ปรากฏว่า กกต. ชุดนี้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ในระบบสัดส่วน ๕๕ ล้านใบมากกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๑ ล้าน นับเปึนเปอร์เซ็นต์ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าคนมีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐๐ ท่านพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ๑๒๒ ใบ พอใน ระบบเขตตอนแรกพิมพ์ ๕๐ ล้านใบ ๕๐ ล้านใบนี่ก็มากแล้วนะครับ เพราะเกินไปกว่า ผู้มีสิทธิเกือบ ๖ ล้านใบ ท่านไปพิมพ์เพิ่มเติมอีกเปึน ๕๓ ล้านใบ คนมาใช้สิทธิ ๓๒ ล้านคนเศษ บัตรเลือกตั้ง ๒ ชนิดนี่นะครับ เหลือร่วม ๔๐ กว่าล้านใบ เพราะฉะนั้น คนก็สงสัยว่าบัตรเลือกตั้งไปอยู่ที่ไหนที่เหลือ และวันที่พิมพ์มีหลักการอะไรว่าต้องพิมพ์ บัตรเลือกตั้งเกินกว่าผู้มีสิทธิ ๑๐๐ คน ต้องพิมพ์บัตร ๑๒๒ ใบ มีประเทศใดในโลกบ้าง เขาพิมพ์บัตรเลือกตั้งกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อ พลตํารวจตรี เสวก ป่ืนสินชัย เขาพบ บัตรเลือกตั้งป้ ๒๕๕๐ ถูกเผาเหลือเศษเขาจึงไปร้องกับท่าน ท่านไม่ทําอะไรเขาจึงไปร้อง กับดีเอสไอ (DSI) จึงเปึนที่มาว่าดีเอสไอมีอํานาจจะไปสอบสวนท่านหรือไม่ ผมบอกเลย นะครับว่าผมต้องการให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมไม่ต้องการให้ กกต. นั้น ต้องเข้าข้างใคร และพูดอย่างนี้ก็แน่นอนที่สุดก็สร้างความไม่สบายใจกับ กกต. ผมถาม ท่าน กกต. ผ่านท่านประธานว่าท่านทราบไหมครับว่ามีข้าราชการคนหนึ่งที่เขารับราชการ อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เขาเรียกให้มาอบรมเพื่อฝ๊กภารกิจและเขาเองได้รับ ภารกิจจังหวัดแรกของภาคอีสาน ภารกิจอะไรบ้าง เช่น อบรมเพื่อไปบล็อกแกนนําของ พรรคพลังประชาชน ๒. ภารกิจการเปลี่ยนหีบบัตรในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ผมบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีการสืบสวน สอบสวน เพราะเราต้องการไม่ให้คนชั่วเหยียบสภา เพราะฉะนั้นก็ต้องตรวจสอบว่าการทุจริตการเลือกตั้งจะต้องไม่เกิด ผมจึงบอกว่าไม่ว่า ใครทั้งนั้นมาเปึน กกต. คนที่อยู่ในฝ์ายนักการเมืองที่ต้องเลือกตั้ง วันนี้ผู้แทนราษฎร ในระบบเขตยังไม่เลย ๒๓ ธันวาคม เขาไม่อยากอภิปรายกับท่าน เพราะเขาไม่รู้ว่า อภิปรายกับท่านเสร็จแล้วจะต้องโดนอะไร แต่ผมบอกกับท่านอย่างเดียวก็คือว่า ถ้าตราบใด กกต. ไม่สามารถให้ความเปึนธรรมในการเลือกตั้งได้ ประเทศนี้หาความ สงบสุขไม่ได้เลย มันเปึนข้อสงสัยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่าผมอยู่ใน พรรคพลังประชาชน คนในพรรคไม่มีหน้าที่มาบอกผมว่าให้ไปพูดว่าต้านการซื้อเสียง ต้านการซื้อเสียงวันละ ๓ เวลา อ้าปากตื่นมาก็ต้านการซื้อเสียง ไม่ซื้อเสียง ท่านประธาน ที่เคารพ ทั้งหมดมันอยู่ที่พฤติการณ์การกระทํามากกว่าที่จะพูด แต่ทั้งหมดผมมีความรู้สึก ชิงชังนักการเมืองที่ซื้อเสียงไม่ได้แตกต่างกัน แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า กกต. ชุดนี้มีมาตรฐานอะไร กรณีที่ไปแจกใบเหลืองกรณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งมีหลักฐาน มีเงินสดที่จับได้ ๑.๓ ล้านบาท มีกระดาษบันทึกข้อความ หัวกระดาษพิมพ์ชื่อผู้สมัคร แล้วมีข้อความที่เขียนชื่อหัวคะแนนและจํานวนเงินที่จ่าย นายประพันธ์ นัยโกวิท เคยมา บอกในที่สภาบอกว่าเขาเปึนคนแจกใบแดงให้ แต่ผมถามเพราะว่ามีมาตรฐาน หลายมาตรฐานที่ท่านไปแจกใบเหลือง ใบแดงให้กับเขา มีข้อคาใจว่า ๑.๓ ล้านบาท มันเปึนใบเหลืองได้อย่างไร ท่าน กกต. ที่มาชี้แจงวันนั้นบอกว่าไม่เปึนไร ประชาชน จัดการแล้ว แต่ว่ามันไม่ใช่ คําตอบที่คนต้องได้ยินก็คือว่าท่านมีหลักอะไรในการแจก ใบแดง ใบเหลืองต่างหาก ว่าเปึนของพวกไหนต้องใบเหลือง พวกไหนต้องใบแดง

ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเรียนไปยังเพื่อน ๆ พี่ ๆ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานีว่าผมเองไม่ได้มีความรู้สึกดีใจหรือเสียใจที่ท่านต้องโดนใบแดง แต่นี่ถือว่าเปึนการทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภา คุณสดศรี สัตยธรรม ๑ ใน ๕ กกต. ออกมา สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า กกต. เคยมีมติแจกใบแดงไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ กกต. คนหนึ่งระบุ ชื่อเลย ชื่อนายสุเมธ อุปนิสากร ขอดึงเรื่องกลับไปก่อน กกต. จึงมีมติยกเลิกมติดังกล่าว เรื่องนี้เปึนข่าวก่อนหน้านี้ ข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรไม่ทราบ คุณสดศรีได้แถลงข่าว หลังจากนั้นเรื่องนี้ก็มีการพิจารณากันมายาว จนกระทั่งว่ารอคุณสดศรีเดินทางกลับมา จากต่างประเทศ เอาล่ะ มตินะครับ ๒ เหลือง ๑ ขาว ๑ แดง ผมถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่าน กกต. ว่าคุณสดศรี สัตยธรรม เขาบอกว่าเขาแจกใบแดงให้กับ ๔ คน เพราะเปึนกรรมเดียวกัน คําถามก็คือว่ามันมีหลายกรณีครับ ท่านประธานที่เคารพ แต่ผม ไม่ต้องการที่จะเข้าไปในรายละเอียด เรื่องการให้เอกสารเพิ่มเติม การแจงค่าใช้จ่าย เพิ่มเติมคณะอนุกรรมการมีมติวันนี้ ยื่นที่จังหวัดเลยในวันรุ่งขึ้น หนังสือจากคณะอนุกรรมการ เพิ่งมาถึงจังหวัดตามหลังกันมาอีก สารพัดสารพันอย่างนี้มันจึงมีข้อสงสัย แต่ที่ผม อยากจะตั้งคําถามเรียนท่านประธานก็คือว่ามาตรา ๒๓๗ ที่ว่านั้นของรัฐธรรมนูญนั้น ทางเลขาธิการ กกต. นั้น หรือคณะกรรมการ กกต. จะวินิจฉัยอย่างไร เพราะว่า ในกฎหมายก็ไม่ได้บอกเลยว่าคณะกรรมการหรือหัวหน้าพรรคจะต้องถูกใบแดงจึงจะยุบพรรค เท่านั้น วรรคสองบอกเพียงว่า ถ้าการกระทําของบุคคลตามวรรคหนึ่งปรากฏหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการพรรคของพรรคการเมืองผู้ใดมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทํานั้นมิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้ง เปึนไปด้วยสุจริตและเที่ยงธรรมให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทําการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ และในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการดังกล่าว ๕ ป้ นับตั้งแต่ คําสั่งยุบพรรคการเมือง ที่ผมอ่านอย่างนี้ก็คืออะไรครับ ได้มีการพูดกันว่า ส.ส. สัดส่วน แจกใบเหลืองไม่ได้ ต้องให้ใบขาว คุณสดศรีบอกนี่เปึนกรรมเดียวกัน เปึนกรณีเดียวกัน คําถามผมก็คือว่ามาตรา ๒๓๗ วรรคสอง เขาก็ไม่ได้บอกว่ากรรมการต้องแจกใบแดง แต่ว่าถ้าเกี่ยวข้องรู้เห็นมันก็เปึนกันทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมอธิบายเรื่องนี้ก็คืออะไรครับ ผมเองไม่ได้สนใจว่า พรรคพลังประชาชนผมทําใจยุบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว สบายใจ ไม่มีปัญหา แต่ผม ต้องการความเท่าเทียมของการพิจารณาของ กกต. ถ้า กกต. ชุดนี้ให้ความเปึนธรรมไม่ได้ ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะนั่งพิจารณาที่มาของพวกท่านก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเหลือพฤติการณ์อย่างเดียวที่จะสร้างความเชื่อมั่น ผมจึงบอกว่าพฤติการณ์ ที่เลขาธิการ กกต. ซึ่งอยู่ในองค์กรอิสระดันไปนั่งเปึนกรรมการชุด พลเอก สนธิ ตอนเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม แม้ว่าจะมาลาออกภายหลังก็ตาม มันสร้างความเสื่อมเสียว่า ฝ์ายบริหารสามารถดึงคนจากองค์กรอิสระมาให้ทํางานตามที่คณะฝ์ายบริหารสั่งได้ ซึ่ง มันผิดหลักการบริหารโดยสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เราต้องการให้บ้านเมืองของเราเดินหน้า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในอนาคต เราต้องการมาตรฐาน กกต. ต้องบอกเลยนะครับว่า ต่อไปนี้ กกต. จะวางกรอบ ความผิดไว้อย่างไร มาตรฐานไว้อย่างไร ผมดีใจว่า กกต. ชุดแรกเขาตัดสินโดยไม่ดู หน้าคน แต่ กกต. ชุดนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้เหมือน กกต. ชุดแรก นี่คือความไม่สบายใจ มันกลายเปึนว่าเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง พอเลือกตั้งเสร็จมีคนบอกเลยว่าจะมีคนโดน ใบแดง ใบเหลือง จํานวนเท่านั้น เท่านี้ ดูเสมือนหนึ่งว่ารู้กับ กกต. แต่ผมบอกกับ ท่านประธานก็คือว่า ถ้า กกต. ซึ่งเปึน ๑ ในองค์กรอิสระทําผลรายงานประจําป้มาแล้ว มีข้อบกพร่องมากมาย สภาแห่งนี้ซึ่งเปึนช่องทางเดียวแล้วผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรส่วนใหญ่เขาก็ไม่อยากมีเรื่องกับ กกต. แต่วันนี้ผมต้องบอกกับ กกต. ชุดนี้ผ่านไป ยังท่านเลขาธิการไปแจ้งกันว่าถ้าตราบใด กกต. ไม่สามารถตอบคําถามไม่ว่าเรื่องนายก อบต. แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นี่ผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน เรื่องนี้ท่านต้องมีคําตอบ เรื่องการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกิน หรือแม้กระทั่งหลักการและวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ มาตรฐาน ของท่านแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าที่ผ่านมา เราบอกว่าเราต้องการยืนอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ผมบอกไปยังเพื่อนสมาชิกเลยครับ ว่าการเปึนรัฐบาลรักษาการแล้วไปใช้อํานาจรัฐนั้น ประชาชนเขาจะไม่เลือก ท่านลองถาม คนที่เปึนรัฐบาลฝ์ายท่านสิครับว่าเวลาที่เปึนรัฐบาลรักษาการนั้นเวลาเลือกตั้งแล้วทําไม แพ้ทุกครั้งครับ ถ้าใช้อํานาจรัฐแล้วมันมีผล เพราะฉะนั้นยิ่งใช้อํานาจรัฐมากเท่าไร ประชาชนยิ่งเกิดแรงต้านมากเท่านั้น เหมือนกับการเลือกตั้งในวันที่ ๒๓ ธันวาคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดบนพื้นฐานของความไม่อคติแต่ต้องการให้ กกต. ชุดนี้ ซึ่งเปึนนักกฎหมาย เปึนผู้พิพากษา ๔ คน อัยการ ๑ คน เลขาธิการ กกต. ก็เปึน ผู้พิพากษา เปึนคนเรียนดี เราต้องการอย่างเดียวคือความยุติธรรม ความเท่าเทียม ความเสมอภาคจากท่าน ขอบพระคุณท่านประธาน