วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงและการใช้อํานาจรัฐในกระบวนการเลือกตั้ง และเรียกร้องการปรับปรุงให้กกต. มีประสิทธิภาพในการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงและใช้อํานาจรัฐอย่างเหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ได้มาชี้แจง หรือรายงานประจําป้กับสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าเปึนจังหวะดีที่เราจะมีโอกาส ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผมในฐานะเปึน ส.ส. พรรคฝ์ายค้าน ตั้งแต่ ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ประกาศได้เต็มปากเลยว่าผมคือผู้แทนฝ์ายค้านอยู่ในพื้นที่ จังหวัดภาคเหนือ ดังนั้นในมุมมองที่ผมประสบมา ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ บางสิ่งบางอย่างกับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมตัว การเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมเห็นสัญลักษณ์ของ กกต. ในเอกสารที่ท่านแจกมา สัญลักษณ์ ที่พูดว่า ลายกระหนกใบเทศ ตอนแรกก็งง ๆ เหมือนกัน ปรากฏว่าท่านให้ความหมายว่า ลายกระหนกใบเทศ นั้นหมายถึงความสมบูรณ์ในแนวคิดอันก่อให้เกิดความโปร่งใส ในการเลือกตั้ง เท่ากับว่าในจิตสํานึกของ กกต. เอง คงต้องการให้มีส่วนในการผลักดัน ให้การเลือกตั้งในประเทศไทยนั้นมีความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม แต่อยากจะ ถามท่านว่า ณ ความรู้สึกของ กกต. เองวันนี้ ท่านคิดว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. นั้น สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมหรือไม่ ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้ภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้น มีรัฐบาล มีฝ์ายค้าน มีการชุมนุมประท้วงในมวลชนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงต่าง ๆ มันเปึน ผลพวงในการจัดการเลือกตั้งของท่านทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าความรู้สึกถามกันแบบตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าท่านคงไม่พอใจ ท่านคงไม่อยากจะเห็นว่าวันนี้การเมืองออกมาในรูปแบบนี้ เชียวหรือ ดังนั้นผมอยากจะเรียนท่านนะครับว่า วงจรปัญหาสําคัญในกระบวนการจัดการ เลือกตั้งสําคัญเหมือนกันเลยครับ ส.ส. ฝ์ายค้านก็พูดคล้าย ๆ กัน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลก็พูด คล้าย ๆ กัน ก็คือตัวหลักที่เรียกว่า การซื้อสิทธิขายเสียง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติม เข้าไปก็คืออํานาจรัฐ ซึ่งเมื่อสักครู่ที่ผมฟังท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดนั้น ไม่มีคนได้พูด ถึงเรื่องอํานาจรัฐ และผมก็เชื่อว่าหัวข้อที่จะต้องพูดต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนก็จะพูดต่อไป เรื่อย ๆ ก็คือเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงและเรื่องการใช้อํานาจรัฐในทางที่ไม่ชอบ ผมมีประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่าผ่านการเลือกตั้งมา ๒ ครั้ง ครั้งแรก ผ่านการเลือกตั้งเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ และครั้งหลังคือป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมเรียนกับ ท่าน กกต. ทุกท่านนะครับว่า ผมนึกไม่ถึงว่ากระบวนการซื้อสิทธิขายเสียงนั้น มันกว้างใหญ่ไพศาลจริง ๆ อยากจะเรียนให้ท่านทราบจากประสบการณ์จริงเลยว่า ท่านเชื่อไหมครับว่าตํารวจเปึนคนซื้อสิทธิขายเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งจริง ๆ โดยเฉพาะการเลือกตั้งเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ นั้น ท่านคงทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคเหนือสุดท้ายได้มาแค่ ๔ คน ผมภูมิใจจริง ๆ ครับ ผมเปึน ส.ส. ใหม่คนเดียวของ พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคเหนือ ๑ ใน ๔ ที่ได้มาเปึนผู้แทนราษฎร แล้ววันนั้น เขตเลือกตั้งของผมตํารวจซื้อเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. ฝ์ายตรงข้าม วันนั้นผมจําได้ว่า ผมแห่รถไปผ่านหน้าสถานีตํารวจก็แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่สถานีตํารวจ ปรากฏว่าแอบไปเช็กดูวันนั้นตํารวจกําลังจ่ายสตางค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องภูมิใจว่า กระบวนการซื้อสิทธิขายเสียงจากอํานาจรัฐเกิดขึ้นไม่ใช่ท่านเปึนผู้รับผิดชอบ ในกระบวนการจัดการเลือกตั้งท่านต้องภูมิใจตรงนี้ บังเอิญมันเปึนกระบวนการจัดการ เลือกตั้งจากคณะที่เกิดขึ้น ถ้าพูดก็คือเปึนพ่วงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดังนั้นผมเลย ชักจะสับสนว่าองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ นั้น เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร กกต. ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ติดคุกครับ แต่วันนี้ กกต. ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังไม่เปึนไร แต่ผมกําลังชี้ให้ท่านเห็นว่าวงจร ในเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นอันตรายและวงจรเรื่องการใช้อํานาจรัฐนั้นอันตราย อย่างยิ่ง เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่าการซื้อสิทธิขายเสียงที่มีการจ่ายเงิน โดยตํารวจซึ่งไม่จําเปึนต้องลงรายละเอียดครับมันก็มีบางรูปธรรมของการซื้อสิทธิ ขายเสียงที่บางครั้ง กกต. เหมือนกับไร้สาระที่ไม่ทําอะไรเลย ผมจําได้ว่าช่วงหาเสียงที่ผ่านมา มีการจ่ายเงินซื้อเสียงกันจริง ๆ ครับ และผมได้โทรศัพท์ไปหา กกต. บอกว่ามีคนจดรายชื่อ ว่าบ้านนี้ได้เงินจริง ๆ ครับ ผมถาม กกต. ว่าจะต้องทําอย่างไรบ้างเพราะเหตุการณ์ มันเกิดขึ้น กกต. บอกผมว่าจะต้องมีเจ้าทุกข์ จะต้องมีคนร้องเรียน ผมก็เลยถามท่านว่า ประชาชนกลัวตายทั้งนั้นเลยครับ ผมได้มีโอกาสได้ไปพูดคุยกับประชาชนในแต่ละบ้าน เขาบอกว่าทุกคนกลัวตายหมด และสุดท้ายผมก็ไม่สามารถที่จะร้องเรียน กกต. ได้ นี่ก็เปึนประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ทาง กกต. ต้องตระหนักและคิด ท่านต้องปรับตรงนี้ครับ ผมก็ไม่แน่ใจอีกเหมือนกันว่าท่านจะปรับได้อย่างไรที่จะให้ กระบวนในการซื้อสิทธิขายเสียงนี้มันเกิดขึ้นเหลือน้อยจนแทบจะไม่มีในประเทศไทย แม้กระทั่งสิ่งที่ผมได้พาดพิงไปแล้วคือเรื่องการใช้อํานาจรัฐ ผมจําได้ว่าในช่วงการหาเสียง เมื่อป้ ๒๕๔๘ อํานาจรัฐนั้นแรงจริง ๆ ครับ คนเปึนรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นจัด อบรมประชาชนบ่อยมากและพยายามพูดให้ประชาชนเห็นว่าถ้ามีการเลือกพรรคนี้เยอะ ๆ จังหวัดเราจะได้งบประมาณเยอะ ๆ แต่ กกต. ก็ไม่ได้ทําอะไร และขณะนี้ผู้ที่เปึนเจ้าหน้าที่รัฐ ในสมัยนั้นขณะนั้นก็มีตําแหน่งใหญ่โตเปึนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดครับ เพราะผมกําลังจะชี้ ให้ท่านเห็นว่าท่านต้องหาทางในการปรับปรุงเรื่องเหล่านี้มันกําลังจะสะท้อนให้เห็นว่า กกต. มีจุดบกพร่องในการควบคุมการซื้อสิทธิขายเสียงและ กกต. ก็มีจุดบกพร่องในการ ควบคุมการใช้อํานาจรัฐของเจ้าหน้าที่รัฐ ทําไมผมจะต้องกล่าวอย่างนี้เนื่องจากว่าเมื่อเรา ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาในสภาแล้วคนเหล่านี้จะมีการรวมตัวกันเพื่อเลือกสรร รัฐบาลเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและท่านก็คงจะได้ยินเหมือนผมและผมเชื่อว่าในความรู้สึก ของท่านเองในวิญ็ูชนธรรมดาที่มีสามัญสํานึกเพื่อชาติบ้านเมืองมีหลักการ มีเหตุผล ท่านคงไม่สบายใจที่รัฐบาลจะอ้างอยู่เสมอว่าข้าพเจ้ามาจากประชาชน ข้าพเจ้ามาจาก การเลือกตั้งและคนที่มาจากประชาชนหรือมาจากการเลือกตั้งแล้วจะถูกต้องทุกสิ่ง ทุกอย่างเสมอไปใช่หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านคงเชื่อว่ามันไม่ใช่ครับ การบริหารชาติบ้านเมือง นั้นมันมีเหตุมีผลของมันอยู่ มันมีตรรกะ คําว่า มาจากประชาชน อย่างเดียวจะเปึนตัว ในการอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่ใช่ครับ และผมกังวลว่าคนที่มาอ้างว่ามาจากประชาชน หรือมาจากการเลือกตั้งแล้วทําอะไรตามใจชอบสุดท้ายพวกนี้ก็คือเผด็จการดี ๆ นี่เอง ฉะนั้น ถามว่าเผด็จการทหารกับเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งมันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ผมมองว่าเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งนี่น่ากลัวจริง ๆ ครับ พวกนี้ถ้าพูดตามภาษา สมัยใหม่แบบเต็มปากก็คือเผด็จการที่เรียกว่า ทุนนิยมสามานย์ โดยที่ใช้ทุนเปึนใหญ่และ สร้างเจตนารมณ์ที่สามานย์และพวกนี้เหมือนกันเลยครับ ผมเคยอ่านประวัติของฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกันสุดท้ายฮิตเลอร์ก็เปึนจอมเผด็จการที่ทั่วโลก ยอมรับนี่คือเผด็จการครับและสิ่งที่ฮิตเลอร์ทํามีอยู่ ๓ ข้อ ในสมัยนั้นคือฮิตเลอร์ ก็แทรกแซงศาล ในสมัยนั้นฮิตเลอร์ก็แทรกแซงสื่อ และในสมัยนั้นฮิตเลอร์ก็กําจัด นักการเมืองฝ์ายตรงข้าม