นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พูดเรื่องการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และการปรับปรุงรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเสริมการเลือกตั้งที่สุจริต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะไม่อภิปรายรายละเอียดของรายงานผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ขออนุญาตที่จะไม่ลง ในรายละเอียดว่ามีความเห็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าในรายงานของท่านนั้นมีอยู่ หลายประการ หลายยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ว่าในฐานะที่กระผมผ่านการเลือกตั้งมา ๗ ครั้งในสภาผู้แทนราษฎร ผมอยู่ในวงการเมืองมาป้นี้เปึนป้ที่ ๑๖ ผมคิดว่า จากประสบการณ์ของกระผม ซึ่งกระผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ในทาง การเมืองของประเทศนี้ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาส่วนหนึ่งของสภาแห่งนี้สะท้อน ความรู้สึกของระบบการเลือกตั้งของประเทศเราต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง วันนี้ท่านเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กรุณามารับฟังการอภิปราย ของผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ด้วยตัวของท่านเอง ที่ผมต้องเริ่มต้นพูดอย่างนี้เพราะว่า ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง ๕ ท่าน ต้องพูดตรง ๆ ว่าท่านไม่มี ประสบการณ์ในทางการเมืองมาเลย ท่านเปึนนักกฎหมาย เปึนผู้พิพากษา เปึนอัยการ และถ้าจะพูดต่อไปก็คือท่านเลขาธิการ ท่านก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลือกตั้ง แต่ถึงแม้ว่าท่านไม่มีประสบการณ์เรื่องการเลือกตั้งมา ไม่ใช่ว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือท่านเลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้งในปัจจุบันนั้น ท่านทําหน้าที่ได้ดีกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่มีประสบการณ์ แต่ว่าถ้าท่านได้อาศัยสั่งสมประสบการณ์และรับฟังผู้ที่มี ประสบการณ์ในบ้านเมืองมากกว่านี้ ผมคิดว่าประสิทธิภาพของการเลือกตั้งในประเทศนี้ จะดีขึ้นตามลําดับ ผมขออนุญาตใช้เวลา ๑๖ ป้ของผมในระบบการเลือกตั้ง และสิ่งที่ผม สั่งสมมาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่าน ท่านประธานที่เคารพ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่เพิ่มขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บางประการผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมขออนุญาตที่จะพูดถึง บางประเด็นที่ได้แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ในมาตรา ๒๓๖ (๑) และ (๘) โดยเฉพาะใน (๘) เปึนสิ่งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติขึ้น โดยมิได้มีบทบัญญัติ ไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๖ (๘) อันนี้อยู่ในรายงานของท่านว่า เปึนบทบัญญัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๖ (๘) บอกว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุน หรือประสานงานกับ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการท้องถิ่น หรือสนับสนุน องค์กรเอกชนในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน อันนี้เปึนหัวใจที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานใน (๘) ของมาตรานี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงในประเทศไทยเปึนปัญหาใหญ่มาก และเปึนปัญหาใหญ่ที่พูดได้ว่าในขณะนี้เปึนวิกฤติของประเทศ วิกฤติทางการเมืองที่เรา อยู่ในปัจจุบันนี้ ที่เราติดหล่มการเมืองในปัจจุบันนี้ ปัญหาใหญ่มาจากการเลือกตั้งที่ ไม่สุจริต นักการเมืองที่มาจากการซื้อสิทธิขายเสียง เมื่อมีอํานาจหน้าที่แล้วต้องมีการ ถอนทุน การเลือกตั้งที่สกปรกย่อมนํามาซึ่งการเมืองที่สกปรก นี่แน่นอน ท่านประธานครับ การซื้อสิทธิขายเสียงนั้น เราพูดกันมานานเหลือเกิน แต่ว่าย้อนกลับไปเมื่อ ๑๕–๑๖ ป้ ที่แล้ว ผมคิดว่าท่านเลขาธิการเอง ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ไม่ได้ตระหนักถึง โทษหรือภัยของการซื้อสิทธิขายเสียง วันนี้ท่านเริ่มตระหนัก ท่านประธานครับ ผมอยาก เรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านเลขาธิการ กกต. ถามท่านว่านักการเมืองในประเทศนี้ ใครครับที่พูดถึงอันตรายของการซื้อเสียงมากที่สุด นายกรัฐมนตรีคนไหนในประเทศนี้ ท่านลองนึกหน้านายกรัฐมนตรีมาสิครับ นายกรัฐมนตรีคนไหนในระบบรัฐสภาที่พูดถึงเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงมากที่สุด ผมคิดว่า ท่านให้คําตอบได้ครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ครับ เปึนผู้ที่พูดแล้วก็ ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงมากที่สุด มากกว่าทุกคนในรัฐสภาแห่งนี้ครับ มากกว่าทุกคน ในวุฒิสภา และมากกว่านายกรัฐมนตรีทุกคน ท่านจําได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ขออภัยเอ่ยนามท่าน ท่านไม่ได้อยู่ที่นี่ท่านอยู่ข้างนอก ท่านพูดถึง การต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงมาตลอดชีวิตของท่าน จนกระทั่งผู้คนในประเทศนี้ บางคนกระแหนะกระแหนเสียด้วยซ้ําบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีชวนพูดถึงการซื้อสิทธิ ขายเสียงคล้าย ๆ กับทํานองว่าท่านเปึนแผ่นเสียงตกร่อง ผมได้ยินแล้วผมเจ็บปวดครับ นี่คือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่พูดถึงอันตรายของการซื้อเสียงคนแรกครับ ท่านประธาน คงยืนยันผมได้ หลังจากนั้นผมได้ยินนายกรัฐมนตรีคนต่อมาครับที่พูดถึงอันตรายของการ ซื้อสิทธิขายเสียงไม่พ้น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ครับ แต่ว่า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านไม่ได้พูดถึงการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเดียวครับ ท่านใช้ประโยคว่า การเมืองที่เปึน วงจรอุบาทว์ พลเอก ชวลิต เปึนคนพูดครับ วงจรอุบาทว์ในทางการเมืองที่ พลเอก ชวลิต พูดผมหมายถึงว่านั่นคือการซื้อสิทธิขายเสียงในระบบเลือกตั้ง พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เริ่มเห็นผลร้ายของการซื้อสิทธิขายเสียงและเรียกว่าเปึนวงจรอุบาทว์ในทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจาก พลเอก ชวลิต นายกรัฐมนตรีคนต่อมาก็เริ่มตระหนัก ถึงภัยอันตรายของการซื้อเสียงครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีพูด ต่อมาหลังจากนั้น แต่ว่าท่านไม่ได้พูดถึงอันตรายของการซื้อสิทธิขายเสียงมากเท่าไร ท่านไม่ได้ใช้คําพูดว่า วงจรอุบาทว์ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ได้พูดถึงการซื้อสิทธิขายเสียง ในลักษณะทํานองว่า ฝนตกห่าใหญ่ ท่านได้ยินไหมครับ ผมพยายามลําดับเหตุการณ์ การเลือกตั้งในประเทศนี้เปึนลําดับ ๆ มาว่า บุคคลที่พูดถึงการซื้อสิทธิขายเสียงมากที่สุด ต่อต้านมากที่สุด คือ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย หลังจากนั้น พลเอก ชวลิต พูดบางส่วน ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี พูดในบางครั้งบางคราว ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าในวันนี้บ้านเมือง ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้รวมทั้ง องค์กรข้างนอกเองไม่มีใครปฏิเสธว่าการซื้อสิทธิขายเสียงในประเทศไทยวันนี้ ประเทศเรา อยู่ในลําดับต้น ๆ ของโลกนี้ที่มีการซื้อเสียงที่รุนแรงที่สุด ท่านเลขาธิการท่านจบการศึกษา มาจากเมืองนอกเมืองนาท่านคงรู้ครับ ประเทศนี้ที่เราอยู่ปัจจุบันนี้ครับเปึนประเทศที่มี การซื้อสิทธิขายเสียงมากที่สุดในลําดับต้น ๆ ของโลกก็ได้ เพราะฉะนั้นมาตรการ ในการปัองกันการซื้อสิทธิขายเสียง กฎหมายที่ควบคุมและลงโทษการซื้อสิทธิขายเสียง ในประเทศนี้จึงรุนแรง ผมความรู้น้อยครับท่านประธาน ผมคิดว่ามาตรการที่รุนแรงที่สุด ในการลงโทษนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ซื้อสิทธิขายเสียงวันนี้อยู่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรามีกฎหมายว่า ถ้าพรรคการเมืองโดยเฉพาะกรรมการบริหาร ของพรรคการเมืองกระทําความผิดกฎหมายเลือกตั้งซื้อสิทธิขายเสียง ทําอย่างไรครับ ต้องยุบพรรคการเมือง มีผู้คนนอกสภาและในสภาบอกว่าทําไมประเทศนี้ถึงใช้กฎหมาย แรง บางคนบอกว่าเราใช้ยาแรงเหลือเกินสําหรับการไปยุบพรรคการเมือง ผมคิดว่า ถึงเวลาต้องยอมรับยาแรงขนาดนี้ครับ แต่ถึงแม้ว่าเราจะมียาแรงถึงขนาดว่า ต้องยุบพรรคการเมือง ถ้ากรรมการบริหารของพรรคการเมืองนั้นซื้อสิทธิขายเสียง วันนี้ เราก็ยังขจัดการซื้อสิทธิขายเสียงไม่ได้ครับ เราได้เห็นการยุบพรรคการเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศนี้มาแล้วมากมาย และเราได้เห็นการยุบพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ของประเทศนี้ด้วยสาเหตุของการซื้อสิทธิขายเสียงมาแล้วครับ แล้วผมคิดว่าในอนาคต เราจะได้เห็นการยุบพรรคการเมืองขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กก็ตามด้วยสาเหตุของการ ซื้อสิทธิขายเสียง นี่คือยาที่แรงที่สุด แล้วในประเทศนี้ยังไม่สามารถต่อต้านการซื้อสิทธิ ขายเสียงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเปึนกฎหมาย ที่สําคัญ เมื่อเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญเราก็ใช้กฎหมายที่มีความรุนแรงสําหรับนักการเมือง และพรรคการเมือง ผมมาจากภาคใต้ครับ ๑๖ ป้ของการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ย้อนประวัติให้ท่านประธานฟัง ไม่เคยมีครั้งไหนหรอกครับที่ภาคใต้มีการซื้อสิทธิขายเสียง มากที่สุดเหมือนกับการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๘ ครับ ท่าน กกต. ท่านทราบไหมครับ ป้ ๒๕๔๘ ผมอยู่จังหวัดพัทลุง นักการเมืองจากจังหวัด บุรีรัมย์ ผมไม่เอ่ยชื่อท่านหรอกครับ ได้รับมอบหมายจากพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง บอกว่าคุณต้องไปคุมการเลือกตั้งในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูล ท่านพอนึกออก ไหมครับว่านักการเมืองไหนจากภาคอีสานที่อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ไปคุมการเลือกตั้งที่จังหวัด พัทลุงและจังหวัดสตูล ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอกครับ เราจับได้ ท่านประธานครับ มีการเรียก ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด แล้วบอกว่าต้องเอาผู้แทนคือผมนี่ ออกจากระบบรัฐสภาให้ได้ เราบันทึกเสียงได้นะครับ แล้วผมนําเรื่องนี้ไปฟัอง พลตํารวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ในสมัยนั้น บอกว่าเรามีเทปบันทึกเสียง ท่านประธานครับ เรามีถึงคนที่ไปบันทึกเทปได้ในที่ประชุมของศูนย์วิจัยการยาง หาดใหญ่ วันนั้น แต่ว่า นักข่าวที่ไปบันทึกเทปในขณะนั้นเขาบอกว่าอีก ๓ เดือน ลูกเขาจะคลอด เขาอยากเห็น หน้าลูก เขาไม่ยอมเปึนพยาน เขาเพียงแต่มอบเทปให้กับเราครับ เราเข้าใจได้ครับว่า อันตรายนั้นมันมากเหลือเกินครับท่านประธานกับอาชีพของเขา