ศรีราชา เจริญพานิช หารือเรื่องการแก้ไขประมวลจริยธรรม โดยเสนอให้มีการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมที่ครอบคลุม รวมถึงมาตรฐานเฉพาะสำหรับหน่วยงานแต่ละประเภท และมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้มีความชัดเจนในการดำเนินงาน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ศรีราชา เจริญพานิช รองประธาน คนที่สอง ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอขอบพระคุณในข้อที่ท่าน ได้ทักท้วงว่า มันน่าจะมีปัญหาในทางนําเอาบทบัญญัตินี้ไปใช้ ผมขอชี้แจงเปึน ๒ ประเด็นอย่างนี้นะครับ
ประการที่ ๑ เนื่องจากเราตัด (๑) ออกไป ที่พูดถึงเรื่องการกําหนด มาตรฐานทางจริยธรรม แต่ถ้าเผื่อท่านได้ดูมาตรา ๒๗๙ ในรัฐธรรมนูญในวรรคหนึ่ง และวรรคสองประกอบกัน มันจะมีความชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า ในการจัดทําประมวล จริยธรรมนั้นจะต้องประกอบไปด้วย ประการแรก มาตรฐานทางจริยธรรม ประการที่ ๒ ก็คือถ้อยคําในวรรคสองของมาตรา ๒๗๙ ก็คือกลไกและระบบในการดําเนินงาน เพื่อให้ การใช้บังคับเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเปึนอันที่ ๒ และอันที่ ๓ ก็คือกําหนดขั้นตอน การลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทํา เพราะฉะนั้นถ้าเผื่ออ่านมาตรา ๒๗๙ วรรคแรกและวรรคสองต่อกันแล้ว จะมองเห็นภาพว่าประมวลจริยธรรมนั้น จะประกอบด้วยอย่างน้อย ๓ ส่วน ส่วนแรกก็คือมาตรฐานทางจริยธรรม ส่วนที่ ๒ คือกลไกและระบบในการดําเนินงานเพื่อบังคับใช้ ส่วนที่ ๓ ก็คือขั้นตอนการลงโทษ ถ้าเผื่ออย่างนั้นแล้ว ประมวลจริยธรรมไม่ประกอบด้วย ๓ ส่วนแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะ ทําอะไรได้เลย เพราะฉะนั้นการที่เราตัดถ้อยคําในวรรคแรกออกไป ก็ด้วยความเปึนห่วง ว่าจะเกิดความไม่ชัดเจนว่า เดี๋ยวมาตรฐานท่านจะเอาลงไว้ตรงไหน เพราะในนี้บอกว่าทําแค่ประมวล แต่ท่าน ส.ส. ชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านก็บอกว่ามันก็อยู่ในนั้นแล้ว ที่จริงก็ไม่มีอะไรที่แย้งกันนะครับ เพียงแต่ว่าเราอยากจะ พูดให้ชัดเจนขึ้นตรงนั้นครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่าในการปฏิบัติจริง ๆ ที่ได้ทําไปแล้วนี้ ในขณะที่กําลังดําเนินไปควบคู่กับตัวร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าถูกเร่งรัด โดยรัฐธรรมนูญว่าเราต้องทําให้เสร็จภายใน ๑ ป้ เพราะฉะนั้นที่ทําไปแล้วก็คือว่าเราได้มี การประชุมหารือกับหน่วยบริหารงานบุคคลของข้าราชการเกือบจะทุกองค์กร คือทุก ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ก.พ. ก.พ.ร. ก.ค. และก็ ก.ตร. แล้วก็ ก อื่น ๆ ด้วย นะครับ ก็ได้มีการประชุมร่วมกันว่าอย่างน้อยมาตรฐานของจริยธรรมที่แต่ละองค์กรที่จะ ไปปฏิบัติ มันควรจะมีตัวร่วมกันที่ใครมองเห็นแล้วต้องพูดว่าใช่เลย หรือเราเรียกว่า มาตรฐาน หรือ คอร์ แวลูว์ (Core value) หรือค่านิยมหลัก เช่น จะต้องเปึนผู้ที่รับใช้ ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี จะต้องเป่ดเผยข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชนที่จะได้รับรู้ รับทราบ จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะต้องซื่อสัตย์สุจริต อย่างนี้นี่คือตัวอย่าง ประมาณ ๔ - ๕ ข้อ ใน ๙ ข้อ แล้วก็รวมทั้งการที่จะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีจรรยาวิชาชีพ เพราะฉะนั้นในส่วนของมาตรฐานทางจริยธรรมจะขอกราบเรียนว่า เราได้กําหนดไว้ ๓ ส่วนด้วยกัน คือส่วนที่ ๑ ก็คือมาตรฐานรวม ซึ่งทุกคนควรจะมี จริงอยู่ เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนมีได้ แต่เราเสนอแนะว่ามาตรฐานรวมในการจัดทํา เรื่องคุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานนี้จะต้องมี ๙ ประการเสนอไป อันที่ ๒ ก็คือว่า มาตรฐานเฉพาะของข้าราชการแต่ละประเภท แต่ละองค์กร เพราะว่าลักษณะ การปฏิบัติงานจะไม่เหมือนกัน เมื่อไม่เหมือนกันเขาจําเปึนที่จะต้องมีมาตรฐาน แต่ละองค์กรอาจจะไม่เหมือนกัน เช่น กรมป์าไม้มีส่วนหนึ่ง กรมสรรพากรมีส่วนหนึ่ง กรมศุลกากรมีส่วนหนึ่ง กรมอื่น ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอาจจะมีต่าง ๆ กันไป เพราะฉะนั้นมันมีความหลากหลาย อันนั้นก็เปึน ช่องทางอันที่ ๒ ที่ท่านจะกําหนดมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม สําหรับหน่วยงาน แต่ละหน่วยเองเพิ่มเติมขึ้นมาจากเกณฑ์กลาง จากมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมกลาง และสุดท้ายที่จะพึงมี ก็คือมาตรฐานวิชาชีพหรือจรรยาวิชาชีพ ซึ่งบางหน่วยงานจําเปึน จะต้องมี เนื่องจากมีกฎหมายวิชาชีพได้กําหนด อย่างเช่นแพทย์ก็มีจรรยาวิชาชีพแพทย์ บวกเข้าไป วิศวกรก็มีจรรยาวิชาชีพเขา ทันตแพทย์หรือว่าเภสัชกรอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ในประมวลจริยธรรมจึงประกอบไปด้วยมาตรฐานที่มีมาตรฐานกลาง มาตรฐานของ หน่วยงาน และถ้าหากหน่วยงานไหนเกี่ยวข้องกับวิชาชีพก็จะต้องมีด้วย และไปบวกกับ ในวรรคสองของมาตรา ๒๗๙ คือต้องมีกลไกของการบังคับใช้ บวกกับโทษ บวกกับ เรื่องของขั้นตอนการลงโทษ เพราะฉะนั้นกราบเรียนให้ทราบว่าที่จริงเพิ่มตัวนี้ขึ้นมา ก็เพียงแต่ให้มีความชัดเจนขึ้นเท่านั้น กราบขอบพระคุณครับ