สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑

จุมพฏ บุญใหญ่ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่จะเพิ่มความรุนแรงในการต่อสู้กับการฟอกเงิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้เลขาธิการเป็นประธานกรรมการและเลขานุการในการจัดตั้งคณะกรรมการธุรกรรม และเสนอลงมติแยกเพื่อไม่ให้เกิดขัดแย้ง

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกซึ่งถือว่าอาวุโสนะครับ เพราะว่ากระผมเปึน ส.ส. สมัยแรกแล้วก็ได้เสนอกฎหมายและได้รับการพิจารณาในวันนี้ กระผมเชื่อว่าข้อติติง ข้อตําหนิของท่านสมาชิกอาวุโสทุกท่านเปึนขุมทรัพย์ ผู้ชี้ทุกข์ชี้โทษคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ ผมขอ กราบเรียนชี้แจง โดยเฉพาะท่านประธานวิปฝ์ายค้านซึ่งท่านได้กรุณาวิจารณ์กฎหมาย ของกระผมฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๓ ก่อนอื่นครับ เนื่องจากว่าหลักการร่างกฎหมายที่กระผม และคณะ ส.ส. พรรคพลังประชาชนได้เสนอนั้นเปึนการเพิ่มความผิดมูลฐาน เพื่อให้พี่น้อง ประชาชนที่คิดว่าคงจะฟังการถ่ายทอดสถานีวิทยุอยู่ได้ทราบว่าความผิดมูลฐานคืออะไร การฟอกเงินคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ความผิดมูลฐานกับความผิดกฎหมายอาญานั้นแตกต่างกัน นะครับ ถ้าผู้ใดกระทําความผิดตามที่บอกว่าเปึนความผิดมูลฐานโดยศาลอาญา ได้พิจารณาพิพากษาลงโทษถึงที่สุดแล้ว สํานักงาน ปปง. สามารถไปติดตามหรือไปยึด อายัดทรัพย์ของผู้ต้องคําพิพากษาของศาลที่กระทําความผิดมูลฐานนั้น แล้วก็ให้พิสูจน์ว่า ทรัพย์นั้นไม่ได้มาจากการกระทําความผิด ท่านประธานที่เคารพ ความรุนแรงของ กฎหมาย ปปง. นั้นไม่ได้อยู่ที่โทษอาญา แต่อยู่ที่การยึดทรัพย์ คนเรากระทําความผิด กฎหมายไม่ว่าจะเปึนความผิดต่อกฎหมายยาเสพติด ความผิดต่อกฎหมายการค้ามนุษย์ ความผิดต่อกฎหมายการก่อการร้ายนั้นก็เพื่อจะให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน รับจ้างก่อการร้าย รับจ้างวางระเบิด รับจ้างค้ามนุษย์หรือแม้แต่รับจ้างขนส่งยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพ เพื่อตัดวงจรไม่ให้มีการรับจ้างการก่อการร้าย เพื่อตัดวงจรมิให้รับจ้างการค้ามนุษย์ และเพื่อตัดวงจรมิให้มีการค้ายาเสพติด ความรุนแรงของกฎหมาย ปปง. จึงอยู่ที่การ ริบทรัพย์ รุนแรงอย่างไรท่านประธานครับ ขอเปรียบเทียบกับกฎหมายอาญา กฎหมายอาญานั้นถ้าผู้ใดกระทําความผิดแล้ว ได้ทรัพย์มาอันเนื่องจากการกระทํา ความผิด กฎหมายบอกว่าให้ริบเสียทั้งสิ้น ท่านประธานสมมุติว่า ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แล้วได้เงินมา ๑ ล้านบาทให้ริบทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริต ๑ ล้านบาท แต่กฎหมาย ปปง. บอกว่า ถ้าผู้ใดทุจริตแล้วได้เงินมา ๑ ล้านบาท นําเงิน ๑ ล้านบาทนั้นไปทําการ ค้าขาย จะเปึนค้าขายโดยสุจริตก็ตามแล้วได้ทรัพย์งอกเงยขึ้นมาเนื่องจากการเอาเงิน ๑ ล้านบาทที่มาจากการทุจริตนั้นไปค้าขาย สมมุติว่าไปค้าหุ้นทําอะไรก็แล้วแต่ ได้เงิน มาอีก ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แม้ ๙๙ ล้านบาทหลังจะเปึนการประกอบอาชีพ สุจริต กฎหมาย ปปง. ให้ริบเสียทั้งสิ้น เพราะต้นเค้าของเงิน ๑ ล้านบาทนั้นไม่บริสุทธิ์ นี่คือความรุนแรงอยู่ที่นี่ครับท่านประธาน เหตุใดกระผมจึงได้เสนอมูลฐานความผิด เข้ามาในกฎหมายนี้ ท่านประธานครับ บางมูลฐานความผิดนั้นท่านสมาชิกก็บอกว่า สามารถอธิบายได้หรือไม่ว่าเปึนการปัองกันการฟอกเงินหรือใช้เปึนแหล่งฟอกเงิน ได้อย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงไปถึงร่างฯ ของ ครม. ซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจง กระผมในฐานะของ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลด้วยขอชี้แจงเพิ่มว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มองว่า ผู้ประกอบอาชีพค้าทองหรือผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่านั้นเปึนคนชั่วร้าย เพียงแต่ กฎหมายฉบับนี้ต้องการความร่วมมือจากผู้ประกอบอาชีพค้าทองหรือผู้ประกอบอาชีพ ค้าของเก่า ให้ชี้เบาะแสให้กับทางราชการว่า ถ้าใครเอาเงินสดจํานวน ๒ ล้านบาท มาทําธุรกรรมการซื้อขายกับท่านนั้นขอให้แจ้งให้ทางรัฐได้ทราบด้วย เพื่อเขาจะได้ไป ติดตามว่าคนที่เอาเงินสด ๒ ล้านบาทมาซื้อทองนั้นมีอาชีพอะไรเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ไม่ได้ไปมองว่าผู้ค้าทอง ผู้ค้าของเก่าเหล่านั้นเปึนผู้ทุจริต ไม่ใช่ครับ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน กฎหมายปัองกันการฟอกเงินนี้ มูลฐานความผิด ที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านให้ผมตอบคําถาม ท่านบอกว่าโดนใจของท่าน ไม่ทราบ ท่านออกไปข้างนอกแล้วคงจะดูการถ่ายทอดนะครับ ผมขอตอบอย่างนี้นะครับว่า การฮั้วประมูลงานนั้นใช้เปึนแหล่งฟอกเงินได้หรือไม่ สมมุติอย่างนี้ การฮั้วประมูลงานนั้น จะต้องประกอบการทุจริตด้วยบุคคล ๓ ฝ์าย คือฝ์ายนักการเมือง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เอาองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็แล้วกัน ซึ่งมีเงินประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองกับพ่อค้ากับข้าราชการ ถ้า ๓ ฝ์ายนี้ ไม่ฮั้วกันก่อน การฮั้วประมูลงานเกิดขึ้นไม่ได้ สมมุติว่ามีรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้เงินมาจาก การทุจริตด้วยเหตุใดก็แล้วแต่ ท่านก็เอาไปติดสินบนข้าราชการ ให้ป่ด ให้ฮั้วประมูลงาน เสร็จแล้วก็ให้บริษัทห้างร้านของท่านประมูลงานแล้วก็ได้กําไร จ่ายสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ จ่าย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ของมูลค่าของงานที่ฮั้วประมูล สมมุติว่าท่านได้เงินจากการ ทุจริตคือเงินเน่ามา ๑๐๐ ล้านบาท ท่านก็มาป่ดฮั้วประมูลงานได้ ป่ดฮั้วประมูลงาน จ้างไปเลย ๑๐๐ ล้านบาท รับไป แล้วก็ป่ดฮั้วประมูลงาน ถึงขนาดนั้น เพราะท่านก็ได้กําไร เพราะท่านต้องการให้เงิน ๑๐๐ ล้านบาทที่ได้มาจากการทุจริตนั้นมาเปึนเงินที่ได้มาจาก การรับจ้าง นี่คือช่องทางการฮั้วประมูลงานที่กราบเรียนท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นท่านยังบอกว่า การบุกทําลายทรัพยากรธรรมชาติหรือ การบุกรุกป์าสงวนต่าง ๆ ที่กระผมได้เสนอขึ้นมาว่าขอให้เปึนความผิดมูลฐานนั้นเปึน ช่องทางในการฟอกเงินหรือไม่นะครับ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ จะเริ่มไปที่การกู้เงินก่อน ท่านประธานครับ ซึ่งมีมูลฐานความผิดหนึ่งที่กระผมได้เสนอเข้ามา แต่สมาชิกไม่ได้มอง ไปถึง มีการตั้งให้เปึนหนี้ก็ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คือปลอมเอกสารว่าเปึนหนี้ นะครับ จะแกล้งให้เปึนหนี้สัก ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทก็ได้ครับ โดยเอาเงินที่ได้มา จากการทุจริตมาแจ้งให้เปึนหนี้ หรืออีกวิธีหนึ่งท่านประธาน อันนี้เปึนคดีจริง เปึนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมที่รับใช้ประชาชนในฐานะทนายความครับ มีนายทุนที่ได้สัญชาติมาโดยการแปลงชาตินะครับ ใช้วิธีการในการปลอมเอกสารในการ ให้ประชาชนกู้ยืมเงิน แล้วก็บอกว่าเงินที่ให้ยืมนั้นจ่ายเปึนเงินสด จ่ายเปึน เงินสด ๑ ล้านบาทบ้าง ๒ ล้านบาทบ้าง ๕ แสนบาทบ้าง แล้วก็ให้ประชาชนกรอกสัญญา กู้เปล่าไว้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยที่เงินเหล่านั้นมาอย่างไรครับ ถ้าจะให้กู้เงิน กัน ๕ แสนบาท ๑ ล้านบาทนี้ จริง ๆ แล้วน่าจะถอนมาจากธนาคาร น่าจะฝากเงินไว้ครับ มีเงินสดให้กู้ พอไปขึ้นศาล ศาลก็เชื่อว่าโจทก์เบิกความว่า เอาเงินสดมาจากเก๊ะ มาจาก โต๊ะ ๕ แสนบาทให้ผู้กู้เงินกู้ จึงเชื่อในสัญญากู้นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนไปได้ หรือไม่ว่าเงินเหล่านั้นอาจจะมาจากการค้ามนุษย์ มาจากการรับจ้างก่อการร้าย มาจาก การค้ายาเสพติดแล้วเอามาฟอกผ่านการทําสัญญากู้เงิน ในที่สุดก็ไปยึดเอาทรัพย์ เอาที่ไร่ที่นาของชาวบ้านเขา ไม่มีที่ดินทํากินครับ วงจรแห่งความยากจนได้เกิดขึ้น ไปรับจ้างใครครับ ไปรับจ้างนักการเมืองบุกรุกป์าสงวน ท่านประธานที่เคารพครับ บุกรุก เสร็จก็ออก น.ส. ๓ ครับ เอาชื่อตัวเองนั้นแหละออก น.ส. ๓ เสร็จแล้วก็ขายให้นักการเมือง ก็ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทรัพยากรของชาติเหล่านี้ก็จะไปตกอยู่ที่มือ นักการเมือง นี่คือมูลฐานความผิดที่กระผมได้เสนอเข้ามา เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ พิจารณาว่า ควรเพิ่มมูลฐานความผิดเหล่านี้เข้าไปหรือไม่

ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายอาจจะไม่ครบ นะครับ ซึ่งท่านประธานวิปฝ์ายค้านได้ถามว่า มาตรา ๓๒ ครับ มาตรา ๓๒ ของร่าง ที่กระผมเสนอนั้น เกี่ยวกับระยะเวลาที่จะเสนอแต่งตั้งกรรมาธิการหรือไม่ อันนี้ไม่ใช่ นะครับ มาตรา ๓๒ เดิม กระผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารครับ ในตอนสุดท้าย นั้นให้กรรมการธุรกรรมที่คณะกรรมการแต่งตั้งคัดเลือกกันเองเปึนประธานธุรกรรม คนหนึ่ง โดยให้เลขาธิการเปึนกรรมการและ เลขานุการ ท่านประธานที่เคารพครับ เลขาธิการสํานักงาน ปปง. นั้น ต้องผ่านการคัดสรรของสภาสองสภาครับ ต้องผ่านการ โปรดเกล้า ฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ให้มาเปึนเลขานุการคณะกรรมการ ธุรกรรม นั่นไปลดศักดิ์ศรีของท่านเกินไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ส่วนคณะกรรมการ ธุรกรรมอื่นนั้นครับ มาจากการเสนอชื่อของกรรมการศาลยุติธรรม กรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชน กรรมการอัยการ คณะละ ๑ คน ซึ่งไม่ทราบว่าท่านจะ เสนอใครมานะครับ ถ้าจะพูดถึงศักดิ์ศรีถึงเกียรติยศชื่อเสียงแล้วครับ เลขาธิการสํานักงาน ปปง. ผ่านการคัดสรรกลั่นกรองจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และได้รับ การโปรดเกล้าฯ ครับ ควรให้ท่านเปึนประธานคณะกรรมการธุรกรรม นอกจากนั้น ท่านประธานครับ ถ้าประธานคณะกรรมการธุรกรรมซึ่งควบคุมข้าราชการของสํานักงาน ปปง. ทั้งหมด มีความขัดแย้งกับกรรมการธุรกรรมงานของสํานักงาน ปปง. เดินไม่ได้ครับ เดินได้ลําบาก กระผมจึงแก้ มาตรา ๓๒ เสนอมาตรา ๓๒ ว่า ให้แก้ว่า ให้ประธาน กรรมการต้องให้เลขาธิการเปึนประธานกรรมการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือ ข้อแตกต่างของมาตรา ๓๒ กราบเรียนท่านประธานวิปที่ได้ตั้งข้อซักถาม

ท่านประธานที่เคารพ คงมาถึงประเด็นที่ว่า ร่างฯ ของกระผมที่ได้รวม เข้ามาพิจารณาอภิปรายในวันนี้ จะลงมติแยกกันหรือจะลงมติรวมกัน ท่านประธานครับ กระผมมีความเห็นว่าเพื่อมิให้มีการขัดแย้ง ขอท่านประธานได้สั่งให้ หรือถามมติแยก เปึนสองร่าง ถ้าสภาแห่งนี้ได้เห็นว่าแนวความคิดหรือหลักการของร่างที่กระผม และคณะ ส.ส. พรรคพลังประชาชน ได้เสนอมีประโยชน์ก็น่าจะผ่านไป ส่วนจะตั้งเปึน ๒ คณะกรรมาธิการหรือไม่อย่างไรนั้น ก็แล้วแต่สภาแห่งนี้จะพิจารณาครับ ขอบคุณครับ