สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2542 และขอให้ท่านประธานอธิบายวิธีการปฏิบัติในการลงมติ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ท่านประธานได้เข้าสู่ระเบียบวาระของการพิจารณาในเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ซึ่งเปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมีการพิจารณาผมขออนุญาตเรียนหารือท่านประธาน ในเรื่องของประเด็นที่ประธานได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมเมื่อสักครู่นะครับว่าจะต้องใช้มติ หรือใช้เสียงของสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งนะครับ ในประเด็นนี้ขออนุญาตเรียนถาม ท่านประธานเพื่อจะได้ทําความเข้าใจในสภาของเรานะครับว่า วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง ควรจะเปึนอย่างไร กระผมอาจจะไม่เรียนถามท่านประธานฝากไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง นะครับว่าวิธีการปฏิบัติที่แท้จริงควรจะเปึนอย่างไร แต่เอาว่าสภาของเราจะมีความเห็น อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานได้กรุณาบอกว่าการพิจารณาในวาระที่ ๒ เปึนการพิจารณารายมาตราตามข้อบังคับ กรณีถ้ามีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือท่านสมาชิกที่ได้แปรญัตติและมีการแก้ไขให้สภาแห่งนี้พิจารณาก็ต้องมีการลงมติ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การลงมตินั้นจะใช้คะแนนในการลงมติอย่างไร ท่านประธานได้กรุณาแจ้งบอกว่าจะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถ้าเปึนลักษณะอย่างนั้น นั่นหมายความว่าท่านประธานได้กรุณาหยิบยกเอารัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า ซึ่งว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมหรือการให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ ใช้คําว่า ไม่เห็นชอบ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับที่มีบทบัญญัติ ไว้ตามมาตรา ๓๐๒ ว่าจะต้องมีเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภา นั่นก็คือไม่น้อยกว่า ๒๔๐ ท่าน เพราะสภาของเรา ๔๘๐ ท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นนี้ ผมอยากจะใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า โดยข้อเท็จจริงวิธีการปฏิบัติจะต้องเปึนเช่นนั้น หรือไม่ในการแปลความ หรือท่านประธานได้กรุณาดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ ซึ่งเปึนบท ที่ว่าด้วยการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ เขียนไว้ชัดเจน เปึนวิธีการพิจารณาให้กระทําได้ ๓ วาระ ใน (๑) เปึนการพิจารณาในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากของแต่ละสภา หมายถึงวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ก็คือใช้เสียงข้างมากในการรับหลักการและการให้ความเห็นชอบกรณีมีการพิจารณา รายมาตรา แต่วาระที่ ๓ เสียงต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง อันนั้นคือการให้ความเห็นชอบ เพื่อจะส่งเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ในโอกาสต่อไป แต่มาตรา ๓๐๒ เปึนบทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาลตรงนี้เขียนว่า กรณีในวรรคห้า ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเปึนวรรคห้า ผมอยากให้ท่านประธานดูวรรคสอง วรรคห้าเขียนล้อมาจากวรรคสอง วรรคสองเขียนว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ให้ถือว่า การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในพระราชบัญญัติที่ได้ประกาศ ใช้บังคับระหว่างที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ มีผลบังคับใช้เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญนี้ คําว่า แก้ไขเพิ่มเติม นํามาใช้ในวรรคห้า วรรคห้าบอกว่าการลงมติ ให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่งก็คือ ๔ ฉบับ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาป้ ๒๕๔๒ หรือผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ป้ ๒๕๔๒ ที่จะมาแก้ไขมาปรับปรุง แล้วก็พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งฉบับนี้ที่มี การแก้ไขปรับปรุง แล้วก็พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ป้ ๒๕๔๒ ที่จะมีการปรับปรุง ซึ่งผ่านการ พิจารณาของสภาไป ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ถ้าท่านประธานจะให้เราลงคะแนน โดยยึดเอามาตรา ๓๐๒ โดยการตีความว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นหมายถึงการแก้ไข เพิ่มเติมเปึนรายมาตราด้วยหรือไม่นะครับ หรือว่าการแก้ไขเพิ่มเติมนี้หมายถึง เปึนโครงร่างของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แล้วนํามาแก้ไขเพิ่มเติม ตามรัฐธรรมนูญมาตรานี้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นก็คือเปึนกฎหมายเพิ่มเติม ที่รัฐธรรมนูญบอกว่าคุณต้องไปปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ป้ สภาผู้แทนราษฎร ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน วุฒิสภา ๙๐ วัน ถ้าตีความอย่างนี้นะครับ นั่นหมายความว่าเวลาพิจารณาก็ต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๐ ในการ พิจารณาในชั้นรับหลักการเสียงข้างมากในวาระที่ ๒ รายมาตราก็เสียงข้างมาก วาระที่ ๓ ให้ความเห็นชอบก็เกินกึ่งหนึ่ง เว้นแต่ ๔ ฉบับนี้มันเปึนเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมในการ ที่จะให้ความเห็นชอบว่าให้การแก้ไขเพิ่มเติมก็ต้องมีเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๔๐ เสียง แทนที่จะเปึน ๒๓๖ เสียงนะครับ แทนที่จะเปึน ๒๓๖ เสียง ถ้ากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ๕ ฉบับ ๕ ฉบับที่เหลือนะครับ ใช้เสียงแค่ ๒๓๖ เสียง ถือว่า สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ แล้วก็ทูลเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยเปึนกฎหมาย ประกาศใช้ได้ แต่ ๔ ฉบับนี้ถ้าสมมุติเราจะพิจารณาว่าเสนอมาแล้ว เราเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายเดิม เราก็มีมติลงไปในวาระที่ ๓ ในชั้นที่ให้ความเห็นชอบ เพื่อให้การแก้ไข เพิ่มเติมคือ ๒๔๐ เสียง เพราะว่ามาตรา ๓๐๒ เขียนบทเฉพาะกาลไว้ต้องไม่น้อยกว่า ท่านประธาน ที่ผมยกประเด็นนี้ผมอยากให้ท่านประธานได้แจ้งต่อสมาชิกให้ทราบว่า เราควรจะปฏิบัติอย่างไร แต่ความเห็นผม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า น่าจะใช้มาตรา ๑๔๐ เปึนตัวหลักในการพิจารณาแล้วเอามาตรา ๓๐๒ มาเปึนตัวเสริม เฉพาะ ๔ ฉบับนี้ กราบเรียนท่านประธานเพื่อพิจารณาครับ เราจะได้ ปฏิบัติได้ถูกครับ