สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑

สุวโรช พะลัง เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของกองทุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ปี 2550 และหารือเกี่ยวกับโครงการกองทุนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้เริ่มต้นมาจากยุคของนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน และชวน หลีกภัย และหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเยาวชน

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตต่อท่านประธานอภิปรายแสดงความคิดเห็นในรายงานผลการปฏิบัติงาน และผลการดําเนินการของกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ป้ ๒๕๕๐ ตามที่อยู่ในมือของท่านประธานและสมาชิกทุกท่าน ในเหตุผลที่ผมจะกราบเรียนต่อท่านประธานนะครับ ก็มีเรื่องใหญ่ ๆ ที่จะบอกกับ ท่านประธานด้วยกันทั้งหมดประมาณ ๓ – ๔ เรื่องด้วยกัน และเปึนข้อสังเกตผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและตัวแทนของคณะกรรมการกองทุนครับ เหตุผลที่ผม กราบเรียนอย่างนี้ก็เพื่อจะเรียนกับท่านประธานครับว่า หลักการ หลักเกณฑ์ วิธีการทํา รายงาน ผมขอแสดงความชื่นชมและขอสนับสนุนในสิ่งที่ได้ทํามาที่ปรากฏในเอกสารนี้ นะครับ แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนเสริมเพิ่มเติมในหลักการใหญ่ ๆ ที่อยากจะเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อให้เกิดความเติมเต็ม ความสมบูรณ์ในเอกสารมากกว่านี้

ในเรื่องที่ ๑ ก็คือ ท่านประธานครับ ในเอกสารนี้มันก็ฟัองอยู่แล้วว่า โครงการนี้เริ่มมาจากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ป้ ๒๕๓๕ แล้วก็มาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ครั้งที่ ๑ ป้ ๒๕๓๖ ดําริกันว่ากองทุนตั้งทั้งหมด ๖,๐๐๐ ล้านบาท จุดประกายเปึนทุนประเดิมป้แรกก็ ๕๐๐ ล้านบาท ก็เริ่มมาในยุคของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ๕๐๐ ล้านบาท คูณ ๑๒ ก็เท่ากับ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าป้ ๒๕๓๕ มันก็ต้องมาครบ ป้ ๒๕๓๖ ก็ต้องมาครบ ป้ ๒๕๔๘ นั่นคือปฏิทินง่าย ๆ ซึ่งเปึนตัวเลขที่ต้องกราบเรียนครับ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมันไม่ได้เดินไปถึงป้ ๒๕๔๘ ตามที่ได้วางปฏิทินเอาไว้ป้ละไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าใน ป้ ๒๕๔๓ ครับ ซึ่งเปึนยุคของท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีครั้งที่ ๒ เผอิญในช่วงนี้ครับโชคดี ตรงที่ว่าผมได้มีโอกาสได้เข้าไปรู้เห็นในโครงการตรงนี้ เคยเปึนเลขานุการรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่าน พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านก็ได้แสดงความ คิดเห็นอภิปรายต่อท่านประธานไปแล้ว ว่าโครงการลักษณะอย่างนี้มันเปึนโครงการที่อยู่ ภายใต้ความสํานึกของความเปึนผู้นํารัฐบาลในแต่ละห้วงเวลามากกว่า เห็นไหมครับ เริ่มมาตั้งแต่ยุคท่านชวน แล้วก็มาครบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ในยุคท่านชวนอีกเช่นเดียวกัน ประเด็นของปัญหาที่แสดงออกให้เห็นถึงความสํานึก ความเอาใจใส่ หรือไม่เอาใจใส่ ในสภาพของชีวิตของเด็กลูกหลานเยาวชนของพวกเราเอง ท่านประธานสังเกตสิครับ ขณะนี้ในห้องประชุมนี้ครับมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่เท่าไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในซีกของรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรีเลือกไปแล้วครับ จะไปแสดงความยินดีเดี๋ยวป่ด ประชุมก่อนค่อยไปก็ได้ นี่มันเรื่องของอนาคตของเด็ก เพราะฉะนั้นรายงานของกองทุน ของคณะกรรมการกองทุนที่เขาแสดงความคิดเห็นเข้ามานี้ครับ ผมคิดว่าถ้าสมาชิก แห่งที่ประชุมตรงนี้ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตแล้วก็ซักถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกราบขอบพระคุณที่ให้ความสําคัญ ในเรื่องดังกล่าวและตัวแทนของกองทุนที่มาร่วมรับฟังการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ตรงนี้ผมฟัองท่านประธานเลย แต่ว่าอย่างไรก็ตามในเรื่องตรงนี้ที่ผม กราบเรียนไปแล้วว่ามันมาครบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงที่ท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนะครับมันไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้เลย อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีการทําให้ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ได้ไหมครับ ในป้ต่อไปก็ได้ เพื่อให้เห็นต่อความ เปึนจริงที่มันเกิดขึ้นในช่วงนั้น ภาวะเศรษฐกิจ ท่านครับ ในช่วงที่ท่านชวนมาเปึน นายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ อยู่ในภาวะที่ข้าวยากหมากแพงนะครับ แม้กระทั่งที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงพวกเราจะเปึนฝ์ายค้าน เราได้เสียสละ เงินเดือนคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ในภาวะช่วงนั้นนะครับ ก็ในภาวะตรงนั้นนะครับ รัฐบาลเองก็เปึนผู้นําเสนอขอเสียสละเงินเดือน หักเงินเดือนคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยรัฐหรือภาวะการเงินขาดมือของรัฐบาลกลาง แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วคงมีสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นแหละครับคือพวกผมที่โดนคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท มาตลอด แต่ถึงแม้ว่าข้าวยากหมากแพง เงินจะขาดกระเปิาก็ตาม ผู้นําในช่วงนั้นที่ชื่อว่า ชวน หลีกภัย ไม่ลืมในเรื่องโภชนาการ ในเรื่องของอาหารกลางวันให้กับเด็กลูกหลาน ของคนไทยทั้งประเทศ เติมเงินลงไป แทนที่จะเอาเงินตรงนี้ไปสร้างถนน สร้างสะพาน หรือไปทําโครงการใหญ่ ๆ แต่กลับเอาเงินตรงนั้นมาเติมในส่วนที่ขาดตรงนี้เพื่ออนาคต ของเด็กลูกหลานของคนไทยทั้งประเทศ แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไม่ได้ปรากฏในเอกสารฉบับนี้เลย ไม่ได้พูดเพื่อจะเอาหน้าเอาตา ให้กับ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย แต่ประการใด แต่ต้องการที่จะเปึนตัวชี้วัดหรือเปึนมาตรวัด ให้เห็นว่าสิ่งดังกล่าวเหล่านี้ทั้งหมดมันอยู่ที่ความสํานึกของคนที่เปึนผู้นํารัฐบาล เพราะอย่างน้อย ๆ การเปรียบเทียบจากการทํารายงานที่ปรากฏในเอกสาร ผู้อ่าน อ่านไปแล้วก็จะได้แลเห็นถึงความเปึนผู้นําในแต่ละห้วงเวลา ในแต่ละยุค แต่ละสมัย ท่านประธานครับ นี่คือในเรื่องที่ ๑ ที่อยากจะกราบเรียนเพื่อจะเติมเต็มในส่วนตรงนี้ให้มี ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

คําขวัญของโครงการเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดกันไปมากแล้ว ท่านประธานครับ เด็กไทยทุกคน ท้องอิ่มทุกวัน ขาดไป ๒ ล้าน ๑ แสนคน แล้วมันจะอิ่มได้อย่างไร ตรงนี้ คงเปึนหน้าที่ที่จะต้องถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าเด็กที่ขาดอีก ๒ ล้าน ๑ แสนคนตรงนี้ ตรงนี้กราบขอบพระคุณที่ท่านได้มาฟังการแสดงความคิดเห็น ของสมาชิกแห่งสภาตรงนี้ แต่ท่านต้องคิดในฐานะที่ท่านมากํากับดูแลเรื่องการศึกษา ในเรื่องของการเติบโตของลูกหลานเยาวชนคนบ้านเรา ว่าที่ขาดไป ๒ ล้าน ๑ แสนคน ทําอย่างไรจะให้ได้ทุกคน เพราะถ้าเปึนลักษณะอย่างนี้ท่านต้องไปเปลี่ยน ที่บอกว่า เด็กไทยทุกคน ท้องอิ่มทุกวัน อันนี้ต้องเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนเปึน บางคน แล้วไปดูได้เลย มาวันนี้เข้าป้ที่ ๑๖ - ๑๗ แล้วท่านประธานครับ ยังผอมแห้งแรงน้อย ยังขาดสารอาหาร ตรงนี้ก็ไม่ปรากฏในรายงานนี้เหมือนกัน ก็เปึนประการที่ ๒ ที่อยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า น่าที่จะมีการบันทึกรายละเอียดลงมาว่าผลจากการที่ไป ศึกษาในเรื่องการเจริญเติบโตของเด็ก เยาวชน แล้วเปึนอย่างไรที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ในส่วนที่รับบริการไปแล้วเปึนอย่างไร ขาดสารอาหารประเภทใดบ้าง ควรจะเติมเสริมแต่ง ในส่วนใดบ้าง สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ปรากฏในรายงานเช่นเดียวกัน

ในเรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือในรายงานที่ปรากฏ ในเอกสาร ไม่ว่าจะเปึนหน้าที่ ๕ ก็ดี หน้าที่ ๗ ก็ตาม ในเรื่องข้อแนะนําหรือในเรื่องของ ผลการวิจัยก็ดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดในรายงานน่าจะปรากฏให้เห็นความเปึน รูปธรรมมากกว่านี้ ว่าปัญหาอุปสรรคที่พบเห็นนั้นมาจากที่ตรงไหน โรงเรียนอะไร อาจจะ ไม่ถึงขนาดที่บอกชื่อก็ได้ครับ แต่อย่างน้อย ๆ ก็เปึนภูมิภาคให้เห็น เพื่ออะไรครับ เพื่อรัฐบาลกลางจะได้เอาไปเติมในส่วนที่ขาดให้มันมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันผลการวิจัยตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก คงเปึนเรื่องของ รัฐบาลในการที่จะต้องเติมเต็มในส่วนที่เปึนผลการวิจัยออกมาตรงนั้นให้เด็กได้มีโอกาส รับประทานอาหารครบทุกหมวดหมู่ นี่คือข้อสังเกต ๓ - ๔ ประการที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางกรรมการกองทุน กราบขอบพระคุณครับ