สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แสดงความคิดเห็นว่าโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนมีการดำเนินการมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีเด็กนักเรียนจำนวนมากที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เนื่องจากภาครัฐไม่ได้อุดหนุนให้เพียงพอ และยังมีปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนที่ต้องแก้ไข ดังนั้นเขาจึงหารือเรื่องเงินอุดหนุนโรงเรียนและนมโรงเรียน โดยเรียกร้องการเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับโรงเรียนและลดราคานมโรงเรียนให้เหมาะสม นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาและขอให้รัฐมนตรีและคณะกรรมการกองทุนเพิ่มเงินให้กับครูเพื่อซื้ออาหารและเสริมธาตุอาหารให้กับเด็ก

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตท่านประธานคงมีอาหาร กลางวันทาน เลยทําให้เปึนนักเรียนที่เรียนเก่ง ท่านประธานคงทราบนะครับ ในอดีตน้ําก๊อกที่โรงเรียนตอนเที่ยงวันเปึนอาหารวิเศษสําหรับนักเรียนที่ไม่มีเงินจะไปกิน ข้าวหรือมีอาหารกลางวัน บางคนก็ใช้วิธีนอนหลับในห้องเรียนเพื่อลดความเจ็บปวด จากการไม่ได้ทานอาหาร ท่านประธานครับ เราเชื่อว่าการขาดสารอาหารทําให้สมอง ไม่โปร่งใส ร่างกายเกิดความอ่อนแอ สติปัญญาไม่พัฒนา ผู้บริหารของประเทศก็ได้ กําหนดนโยบายที่จะช่วยเหลือเด็กดังกล่าว เพราะเชื่อว่าชาติจะพัฒนาได้ก็ต้องมีคนที่มี คุณภาพ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กําหนดให้โครงการอาหารกลางวันขึ้นมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๙ และโดยเฉพาะเปึนรูปเปึนร่างชัดเจนก็คือเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติกองทุน เพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๕ ในสมัยรัฐบาล ท่านอานันท์ ปันยารชุน ผู้บริหารต่อมาก็ได้ทําโครงการนั้นอย่างต่อเนื่องมาถึงรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย ทั้ง ชวน ๑ และชวน ๒ ก็เพิ่มเงินอุดหนุนจากทางภาครัฐและก็เปึน งบประมาณเข้าสู่กองทุนจนครบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๔๓ ภายใต้นโยบาย ที่บอกว่าเด็กไทยทุกคนต้องอิ่มทุกวัน นั่นก็คือมีอาหารกลางวันกินและก็มีนมดื่ม ท่านประธานครับ กองทุนปัจจุบันนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ มีเด็กนักเรียนได้รับการดูแลอุดหนุน ทั้งหมด ๙๘๒,๖๔๐ คน เริ่มมาเรื่อยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีเด็กนักเรียนที่ได้รับการอุดหนุนอยู่ทั้งหมด ๒,๕๗๑,๙๗๒ คน ตัวเลขที่เห็น ตามรายงานนะครับ มีบางช่วง เช่นป้ ๒๕๔๗ ผมคิดว่าข้อมูลอาจจะไม่ถูกต้อง ขอให้ทาง คณะกรรมการได้ตรวจสอบสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เด็กนักเรียนของเรามีอยู่ ทั้งหมดเท่าไรครับ ตามโครงการคือตั้งแต่โรงเรียนอนุบาล ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๖ ครับ ตอนนี้เรามีเด็กนักเรียนอยู่ ๔ ล้าน ๗ แสนคน แต่กองทุน ที่ท่านช่วยเหลืออยู่ตอนนี้ครับ เปึนโครงการอาหารกลางวันเพียงแค่ ๒ ล้าน ๕ แสนคน เด็กอีก ๒ ล้าน ๑ แสนคนหายไปไหนครับท่านประธาน กลุ่มนี้ไม่ได้รับการดูแล จากทางภาครัฐเลย เพราะว่ารัฐอุดหนุนเพียงแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานครับ โดยสภาพความเปึนจริงในโรงเรียนปัญหาทั้งหลายตกอยู่ที่ใครครับ คือตกอยู่ที่ผู้บริหาร ผู้บริหารต้องหาวิธีทุกอย่างครับ เพราะผู้บริหารก็คือครูที่เก่งทางด้านการบริหารขึ้นมา เปึนครูใหญ่ ขึ้นมาเปึนผู้อํานวยการ แต่ต้องให้เด็กทุกคนได้กินอาหาร เพราะฉะนั้นอาจจะ มีการขอบริจาคหรือเอาเงินจากผู้ปกครองมาเพื่อเปึนอาหารกลางวัน มีการสอนให้เด็ก ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ทําทุกวิถีทางครับ แล้วเปึนอย่างไร ได้รับการอุดหนุนไปน้อยแล้ว ณ วันนี้ ครับ ปัญหาที่มันเกิดคือวิกฤติการเมืองทําให้สินค้าทุกอย่างราคาแพง ขณะที่ข้าวสาร ราคาขึ้น น้ําตาลที่ท่านให้เขาขึ้นกิโลกรัมละ ๕ บาททันทีไม่รู้ใครรวยครับ แต่เด็กนักเรียน ไม่ได้กินอาหารเลย เหตุผลเพราะว่าเขาตัดเรื่องการทําอาหารที่มีคุณภาพลดลงไป ตรงนี้ ล่ะครับ ผู้นําหลังจากสร้างวิกฤติให้กับบ้านเมืองแล้วยังไปเบียดบังในเรื่องอาหารการกิน ของเด็กด้วย ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าครูใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาพูด ว่าอย่างไร เขาบอกว่าปัญหาที่น่าห่วงตอนนี้ก็คือโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน มากกว่าความปลอดภัยของเขาอีก เพราะเขารู้ว่าอาหารแพงขนาดนี้ไม่รู้จะจัดอาหาร อย่างไรให้กับเด็กของเขา พรุ่งนี้ครับท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องไปคิด นโยบายว่าเด็กอีก ๒ ล้าน ๑ แสนคนนี้จะทําอย่างไร ท่านต้องให้เด็กทุกคนตั้งแต่ ก่อนประถมจนถึงจบชั้นประถมป้ที่ ๖ ทุกคนจะต้องได้รับโครงการอาหารกลางวัน เช่นเดียวกันทุกคน ทั้งเด็กที่ขาดสารอาหาร ทั้งเด็กปกตินะครับ ใช้งบประมาณเพียงแค่ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแค่นั้น ซึ่งไม่ได้เยอะเลย

ส่วนที่ ๒ คือที่หลายท่านพูดแล้วครับ ก็คือการอุดหนุนจาก ๑๐ บาท เปึน ๑๕ บาท หรือ ๒๐ บาทก็แล้วแต่ในจํานวนเงินงบประมาณ เหตุผลเพราะว่า สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเขาเคยไปตกลงกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับว่า เขาจะเพิ่มเงินโครงการอาหารกลางวันเปึน ๑๕ บาท เนื่องจากภาวะข้าวของแพง แต่ท่านครับ ผลปรากฏว่า ครม. ไม่อนุมัติ หลังจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการเองนําเรื่อง เข้า ครม. ขอเพิ่มเปึน ๑๓ บาท เพราะรู้แล้วว่าโรงเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผลปรากฏว่า ครม. อนุมัติมาว่าอย่างไรครับ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ บอกว่า ส่วนที่เกิน ถ้าขอเปึน ๑๓ บาท ส่วนที่เกิน ๓ บาทนั้นคุณไปเอาจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รัฐไม่มีให้ ท่านคิดดูเถอะครับ แค่ ๓ บาทต่อคนต่อนักเรียน ใช้เงินไม่ใช่ กี่ล้านบาท เด็ก ๒ ล้านกว่าคน คนละ ๓ บาท เงินเพียงแค่ ๗ – ๘ ล้านบาทแค่นั้นเอง บางทีมันน้อยนิดเดียวครับถ้าเปรียบเทียบว่าเราไปเช่ารถเมล์ ๔,๐๐๐ คันมานี่ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีจะต้องไปทําเพื่อเด็กทุกคนแล้วจะต้องเพิ่มเงินอุดหนุน ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพราะว่ามันไม่เพียงพอจริง ๆ

ส่วนที่ ๓ ครับ ก็คือเรื่องนมโรงเรียน ที่ท่านมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๙ กรฎาคม ป้ ๒๕๕๑ เช่นเดียวกันครับว่า ให้เพิ่มราคาค่านม นมพาสเจอไรซ์ (Pasteurize) ต่อถุงนะครับ ให้เพิ่ม ๑.๔๓ บาท นมยูเอชที (UHT) ให้เพิ่ม ๑.๓๔ บาท ท่านทราบไหม ครับตอนนี้โรงเรียนกําลังมีปัญหา เพราะว่าสหกรณ์ทั้งหลายต้องการที่จะเอาเงินส่วนที่ เกินไป ท่านออกมติ ครม. แล้วท่านต้องช่วยโรงเรียนนะครับ เพราะตอนนี้เปึนปัญหามาก

เรื่องสุดท้ายครับ ก็คือเรื่องบุคลากร เราจะเห็นว่าเราไม่มีบุคลากร ด้านนี้เลย ที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ก็คือคุณครูครับ แล้วปัญหาที่เรื่องหนึ่งก็คือกองทุนไป กําหนดให้ โดยส่วนใหญ่จะเปึนระเบียบทางด้านบุคลากร ด้านการบริหาร และ ด้านการเงิน ท่านจะสังเกตนะครับ เงินยืมได้เท่าไร ซื้ออาหารสดได้เท่าไร หรือจะแจกคูปองใช้วิธีไหน มีการรวบรวมหลักฐานบัญชีอย่างไร เปึนปัญหาที่ยุ่งยากให้กับครูมากครับ จะไปเน้นเรื่อง การทําอาหาร เรื่องเสริมธาตุอาหารให้กับเด็กก็ไม่ได้ทํา กลายเปึนต้องไปทําบัญชี เพราะฉะนั้นผมเลยเรียนท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมการกองทุนว่า ท่านทําเถอะครับ อย่างน้อยทําให้กับเด็กทุกคนที่เปึนเด็กไทยเพิ่มเปึน ๑๕ บาท ท่านทําประวัติเหมือนกับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ หรืออดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านทําเพื่อเด็กทุกคน เขาจะได้จําท่านไว้ อย่าให้เขาถือว่าท่านทําเพื่อนอมินี (Nominee) แค่นั้นเอง ขอบคุณ ท่านประธานครับ