สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการอาหารกลางวันในการดูแลสุขภาพและสติปัญญาของเด็กไทย และเรียกร้องการชี้แจงประเด็นสำคัญของโครงการให้ชัดเจนขึ้น โดยเสนอให้ปรับงบประมาณอาหารกลางวันจาก 10 บาทต่อหัวต่อวันเป็น 13 บาทต่อหัวต่อวัน และเรียกร้องให้สนับสนุนนมให้นักเรียนทั่วประเทศโดยมีคุณภาพ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ผมว่า เปึนสิ่งสําคัญและขณะนี้เท่าที่ทราบเด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับการดูแลพอสมควร จากรัฐบาลและจากกองทุนนี้ และผมก็เชื่อว่าโครงการอาหารกลางวันก็เปึนโครงการ ที่ทําให้เด็กไทยของเรามีสุขภาวะที่ดี แล้วถ้าเด็กไทยมีสุขภาวะที่ดี มีสุขภาพที่ดี ก็หมายความว่าสติปัญญาก็จะดีตามมาด้วย ผมอ่านรายงานที่ทางคณะกรรมการได้แจ้ง ให้กับพวกเราได้รับทราบ ผมพอจะประเมินได้ว่า โครงการอาหารกลางวันนั้นมีเม็ดเงิน มาจาก ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือเม็ดเงินงบประมาณ และส่วนที่ ๒ เปึนดอกผลจากกองทุน ที่เข้ามาดูแล นี่คือจาก ๒ ส่วน ถ้าผมดูจาก ๒ ส่วนนี้แล้วผมมีข้อสังเกตที่อยากจะฝาก ท่านคณะกรรมการอยู่ ๔ - ๕ ประเด็น แล้วผมเชื่อว่าถ้าท่านคณะกรรมการได้ชี้แจง ในประเด็นเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้นจะเปึนประโยชน์และเปึนพระคุณอย่างยิ่ง

ข้อสังเกต ข้อที่ ๑ คือเม็ดเงินงบประมาณที่สนับสนุนโครงการ อาหารกลางวันขณะนี้มีนักเรียนระดับ ผมใช้คําว่า อนุบาล จะได้เห็นภาพ อนุบาลกับ ประถมศึกษาไม่เกิน ป. ๖ ทั่วประเทศประมาณ ๒,๕๗๐,๐๐๐ คน ตัวเลขกลม ๆ โดยที่ รัฐบาลสนับสนุนให้หัวละ ๑๐ บาท โดยคิด ๒๐๐ วัน ถ้าผมดูตามเกณฑ์ที่ท่านลงมาว่า เขาคิดเฉลี่ยให้ร้อยละ ๕๐ ของจํานวนนักเรียนตั้งแต่อนุบาลกระทั่งถึง ป. ๖ แต่ผมถือว่า เปึนความโชคดีนะครับ ผมได้คํานวณตัวเลขตามเอกสารที่แจกมาปรากฏว่า รัฐบาลได้ตั้ง งบประมาณให้ร้อยละ ๑๐๐ ก็คือค่อนข้างจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าน่าจะถูกต้อง แต่ปัญหามันมีอยู่นิดเดียวตรงที่ว่า เม็ดเงินก้อนนี้ขณะนี้ยังยืนไว้ที่ราคา ๑๐ บาทต่อหัว ต่อวันคูณจํานวน ๒๐๐ วันของเด็กที่เรียนหนังสือ เพราะส่วนที่เหลืออีก ๑๐๐ กว่าวันก็คือ เปึนช่วงป่ดเทอม ซึ่งทราบข่าวว่าคุณพ่อ คุณแม่ คงเปึนคนดูแล คําถามที่จะต้องถาม กับท่านคณะกรรมการที่จะต้องเปึนปากเปึนเสียงเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของนักเรียน ก็คือว่า ถามว่าขณะนี้ ๑๐ บาทต่อหัวต่อวันมันเพียงพอหรือไม่ มันเปึนความบังเอิญ ที่ผมได้ไปเปึนคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเห็นการจัดกิจกรรมของส่วนราชการ หลาย ๆ ส่วน ที่ตั้งค่าอาหารกลางวันต่อหัว บางหน่วยงาน ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ บาท แต่ถ้า มาเปรียบเทียบกับเด็กนักเรียนซึ่งถือว่าเปึนลูกหลานของเรา ขณะนี้รัฐบาลจัดสรรให้ ๑๐ บาทต่อหัวต่อวัน ผมว่ามันน้อยเกินไป เมื่อสักครู่ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งได้เสนอตัวเลข ว่าขณะนี้มันควรจะมีการปรับตัวเลข อาจจะเปึนประมาณ ๑๓ บาท ซึ่ง ๑๓ บาท อาจจะ ทําให้คุณภาพชีวิตหรือคุณค่าทางอาหารดีขึ้น ดังนั้นผมจึงฝากให้ไปที่คณะกรรมการ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เองถ้าไม่มีคนเปึนปากเปึนเสียง ผมก็เชื่อว่าอีก ๑๐ ป้ต่อไป เด็กนักเรียนไทยค่าอาหารต่อหัวต่อวันยังอยู่ ๑๐ บาทเหมือนเดิมอยู่ดี ซึ่งมาเปรียบเทียบ กับพวกเรา ข้าราชการ ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ บาทในอาหารกลางวัน ๑ มื้อของการจัดสัมมนา ซึ่งตรงนี้ผมพูดได้เต็มปาก เนื่องจากว่ามีตัวเลขอ้างอิง จึงฝากข้อสังเกตไปยัง คณะกรรมการเปึนข้อสังเกต ข้อที่ ๑

ข้อสังเกต ข้อที่ ๒ คือ ในส่วนของเงินดอกผลจากกองทุนที่จะมาสนับสนุน โครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ตัวเลขป้นี้ป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านรายงานมาว่า กองทุนของท่านมีสินทรัพย์รวมประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดอกผลที่เกิดจากกองทุน ประมาณ ๔๔๔ ล้านบาท ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านว่า ท่านอย่าสับสนกับวัตถุประสงค์กองทุน วัตถุประสงค์ของกองทุนก้อนนี้ เพื่อหาเม็ดเงิน ไปสนับสนุนในโครงการอาหารกลางวันโรงเรียนทั่วประเทศ ในจุดที่มีภาวะทุพโภชนาการ อันนี้ผมคิดว่าผมเข้าใจถูกนะครับ เพราะว่าการกินอาหารทั่ว ๆ ไปเปึนเม็ดเงินจาก งบประมาณของรัฐบาล แต่เงินกองทุนนี้ที่ท่านตั้งขึ้นมาเอาเงินส่วนนี้ไปซัพพอร์ท (Support) หรือไปสนับสนุนโรงเรียนที่เด็กมีปัญหาทุพโภชนาการหรือเด็กขาดสารอาหาร อยากจะให้ท่านอย่าสับสนตรงที่ว่า จุดประสงค์ของการตั้งกองทุนครั้งนี้ไม่ใช่เปึนการ ตั้งกองทุนเพื่อต้องการให้กองทุนโตขึ้น แต่เอาดอกผลของกองทุนไปดูแลเด็กนักเรียน ที่เปึนลูกหลานของเราเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตัวเลขป้นี้ ป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านรายงานมา ตัวเลขดอกผล ๔๔๔ ล้านบาท เงินที่ท่านอนุมัติไปสมทบเปึนวงเงินทั้งสิ้น ๑๗๖ ล้านบาท ซึ่งท่านเหลือเงินไปสมทบกองทุนท่านตั้ง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ผมว่ามันมากเกินไป ขณะเดียวกันผมดูตัวเลขเม็ดเงิน ๑๗๖ ล้านบาท ที่เปึนรายจ่ายที่ท่านจ่ายไป เปึนตัวเลข ที่ท่านสมทบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๑๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท ผมคิดตัวเลขกลม ๆ ๑๑๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านก็ไม่มีรายการที่ชี้แจงให้เห็นว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณา จัดสรรเงิน เนื่องจากว่าโรงเรียนทั่วประเทศมันเยอะมาก เด็กนักเรียนทั่วประเทศตัวเลข ขณะนี้ดูที่ท่านรายงานมา ๒,๕๗๐,๐๐๐ คน ตัวเลขคร่าว ๆ ท่านสนับสนุนเงินไป ๑๑๓ ล้านบาท ในการเข้าไปดูแลภาวะทุพโภชนาการหรือภาวะเด็กนักเรียน ที่ขาดสารอาหาร อยากจะทราบว่าท่านมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจัดสรรอย่างไร ให้ท่านชี้แจงนิดหนึ่ง นะครับว่า ๑๑๓ ล้านบาท ที่จัดสรรให้ไปแล้วนั้นแต่ละโรงเรียนได้รับประมาณเท่าไร และมี หลักเกณฑ์ในการจัดสรรอย่างไรบ้าง

ข้อสังเกต ข้อที่ ๓ คือถ้าดูในงบดุล โดยเฉพาะรายจ่ายของกองทุน จะมี ตัวเลขค่าใช้จ่ายอยู่ก้อนหนึ่งเปึนตัวเลขที่ให้กับสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ในวงเงินประมาณ ๒๗ ล้านบาท เอาตัวเลขคร่าว ๆ นะครับ ประมาณ ๒๗ ล้านบาท ซึ่งถ้าผมคาดเดาไม่ผิด คือถ้าอ่านผิวเผินจะมีความรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากว่าเงินก้อนนี้ เปึนโครงการอาหารกลางวันควรจะผ่านไปที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน แต่มีเงินก้อนนี้ผ่านไปที่สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๒๗ ล้านบาท เศษ ๆ ผมคาดว่าเม็ดเงินก้อนนี้คงไปสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน ผมคาดนะครับจากเอกสารที่ท่านแจกมา อยากให้ท่านชี้แจงนิดหนึ่งนะครับว่าขณะนี้ โครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืนท่านได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว และท่านได้ประเมิน ไหมครับว่าขณะนี้ป้ ๒๕๕๐ ต่อป้ ๒๕๕๑ ผลสัมฤทธิ์ของโครงการนี้เปึนอย่างไรบ้าง

ข้อสังเกต ข้อที่ ๔ ที่อยากจะฝากท่านก็คือ ท่านมีโครงการเอาเม็ดเงิน ดอกผลไปสนับสนุนการวิจัยของโครงการอาหารกลางวัน ผมอยากจะเรียนว่าป้นี้ ป้ ๒๕๕๐ ท่านตั้งเม็ดเงินเพื่อโครงการวิจัยโครงการอาหารกลางวัน ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ตัวเลขคร่าว ๆ นะครับ ผมอยากจะฝากท่านว่าส่วนหนึ่งก็ต้องชื่นชมคณะกรรมการว่า ค่าใช้จ่ายเงินก้อนนี้เอาไปใช้จ่ายผิดประเภทน้อยมาก เพราะถ้าท่านเอาเงินไปใช้จ่าย ผิดประเภท ท่านจะถูกตําหนิอย่างรุนแรง ความรู้สึกของผมเอง ผมเห็นค่าใช้จ่าย ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ผมยังเสียดาย ผมมีความรู้สึกว่าเงินส่วนนี้คือเงินที่ไปดูแลลูกหลาน ของเราที่เปึนนักเรียน และย้ําด้วยว่าส่วนใหญ่เอาไปดูแลลูกหลานที่มีภาวะทุพโภชนาการ ก็คือลูกหลานของเราที่เปึนนักเรียนที่มีปัญหาขาดแคลนสารอาหาร แต่ผมก็ยังเสียดายเงิน ๒ ล้าน ๕ แสนบาท เกรงว่าจะไม่คุ้มค่าต่อการเอาไปทํางานวิจัย อยากให้ท่านชี้แจง ให้เห็นภาพนิดหนึ่งว่าท่านอุตส่าห์ลงทุน ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ซึ่งเปึนเม็ดเงินที่เยอะครับ ในการทําวิจัย ท่านได้ผลงานวิจัยอะไรบ้างที่เปึนประโยชน์ต่อเม็ดเงินก้อนนี้

และข้อสุดท้ายอยากจะฝากนิดเดียวครับ สุดท้ายแล้วไม่ถึง ๑ นาทีก็คือ เรื่องนมที่จะสนับสนุนกับเด็กนักเรียนทั่วประเทศ ตรงนี้เราได้รับการร้องเรียนมาก ทราบว่าไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการชุดนี้ แต่อย่างน้อยช่วยไปเปึนปากเปึนเสียงให้นิดหนึ่ง ว่าวันนี้นมที่มอบให้กับนักเรียนทั่วประเทศที่ต่ํากว่า ป. ๖ ลงมายังด้อยคุณภาพอย่างยิ่ง หลายโรงเรียนร้องเรียนว่าเปึนแค่นมผงละลายน้ําให้เด็กกินซึ่งเด็กไม่กิน อยากจะร้องเรียน ท่านครับ ขอบคุณครับ