สุนี ไชยรส หารือกรณีโรงพยาบาลพญาไท 1

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑

สุนี ไชยรส หารือกรณีโรงพยาบาลพญาไท 1 ที่คาดหวังให้รัฐบาลประสานงานและเยียวยาเด็กพิการตลอดชีวิต พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการตีความของกฤษฎีกาที่ขาดความโปร่งใสโดยเชิญเฉพาะแพทยสภาชี้แจง และเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความชอบธรรมในการพิจารณา

นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน สุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยได้รับมอบหมายจาก ท่านประธานอาจารย์เสน่ห์ จามริก ดิฉันต้องขอบพระคุณต่อสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนี้ เปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าการนําเสนอตามมาตรา ๓๑ ที่หลายท่านได้กรุณาพาดพิงถึงนั้น เปึนเรื่องที่ได้บรรจุเข้าวาระเร็วมาก ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ถ้าท่านสังเกตดูว่า เรื่องร้องเรียนจํานวนมากของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นํามาสู่การนําเสนอ ต่อรัฐสภามีน้อยมาก เพราะว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ตระหนักดีว่าสภา ผู้แทนมีภารกิจอันต้องทําจํานวนมาก เพราะฉะนั้นจึงพยายามใช้กระบวนการของการ ไกล่เกลี่ย การหารือ แม้ว่าหลายหน่วยงานเสนอไปแล้วจะไม่แก้ไขเราก็พยายามอย่างยิ่ง ที่จะพบทั้งอธิบดี ผู้ว่าฯ ไปจนถึงท่านรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง เพื่อหวังว่าการพบปะพูดคุย กันนั้นจะช่วยแก้ไขเยียวยาเรื่องร้องเรียนที่มาหลายร้อยเรื่อง แล้วกว่าจะมาถึง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็พบว่าท่านเองก็มีภารกิจมากจึงกลายเปึนประเด็นว่ายังขาด กลไกที่จะทําให้เวลารับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า หน่วยงานไม่แก้ไข เราก็นําเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีเองจํานวนไม่มาก เนื่องจากว่าอยู่ ในกระบวนการที่พยายามอย่างยิ่งที่จะเป่ดโอกาสให้กลไกนั้นได้แก้ไข ด้วยความคิดว่า การปรึกษาหารือ การร่วมไม้ร่วมมือเปึนเรื่องสําคัญที่สุดก็ต้องขออนุญาตนําเรียนตรงนี้ เพราะฉะนั้นพอมาถึงวันนี้หลายท่านได้พาดพิงถึงว่า ถ้าได้มีการแก้ไขไปแล้วไม่มีความ จําเปึนต้องมาถึงตรงนี้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตให้ข้อมูลประกอบคะว่า เรื่องร้องเรียนของ คุณปรียนันท์ หรือคุณดลพรนั้น แท้จริงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ผิดพลาดส่วน หนึ่ง ตรงที่ว่าพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้กระบวนการที่หลายท่านใช้คําพูดว่า หมอกับคน ป์วยจะต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ พยายามอย่างยิ่งเปึนเวลานานมากเพื่อจะขอร้อง ให้โรงพยาบาลนั้นได้มาไกล่เกลี่ยปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ไม่เปึนผล เนื่องจากการตีความบอกว่าเรื่องนี้อยู่ในศาลบ้าง หรือศาลตัดสินไปแล้ว ขาดอายุความบ้าง คุณปรียนันท์เองก็ไม่สามารถฟัองคดีต่อศาลปกครองได้ ดูเหมือนเปึนทางตัน แล้วก็ เป่ดทางให้กับทางโรงพยาบาล ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องเอกชน คิดว่าไม่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง มาไกล่เกลี่ย อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ใช้เวลามาในการที่พยายามอย่างสูง จนกระทั่งมาถึง รายงานที่ออกมา ดิฉันอยากจะขอให้ข้อมูลนิดหนึ่งว่าหลายท่านได้พาดพิงว่าดูเหมือน ได้ติติงแพทยสภาค่อนข้างรุนแรง แต่อยากให้ข้อมูลค่ะ แพทยสภา แม้กระทั่ง ท่านเลขาธิการแพทยสภาก็มาร่วมเปึนอนุกรรมการช่วยงานของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างแพทยสภากับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นมิได้มีความแตกแยกมีอะไรรุนแรง เปึนกระบวนการของการ ทํางานร่วมกันมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าบางเรื่องที่จําเปึนจะต้องชี้ชัดก็อาจจะจําเปึนนะคะ นี่คือที่มาของความล่าช้าต่อเรื่องราวการร้องเรียนของคุณปรียนันท์ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ เองก็ละอายใจพอสมควรว่าไม่สามารถจะช่วยเยียวยาได้ แต่เมื่อผ่าน การตรวจสอบซึ่งภารกิจของเราทําได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือขอให้ตรวจสอบอย่างเที่ยงธรรม ทําความจริงให้ปรากฏแม้จะไม่มีอํานาจในการสั่งการ แต่ความเปึนจริงเหล่านี้จะช่วยเปึน บรรทัดฐานต่อกระบวนการที่เกิดขึ้นว่าเรื่องราวเหล่านั้นมีความเปึนมาอย่างไรนะคะ ดิฉันได้ นําเสนอหลังจากที่ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาถึงกระทรวงสาธารณสุขนะคะ ก็ได้นําเรียน หารือท่านว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีอํานาจสั่งการที่จะไปขอให้โรงพยาบาล เยียวยา แต่คิดว่าโดยศักยภาพของกระทรวงและรัฐบาลนั้นจะสามารถที่จะประสาน ความร่วมไม้ร่วมมือที่มีศักยภาพอย่างจริงจังมากกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ แล้วก็จึงนําเรื่องเสนอถึงท่านนายกรัฐมนตรี อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนบทเรียนอย่าง ยิ่งค่ะว่าวันนี้สภาได้ช่วยตอบคําถาม ๒ ข้อ นะคะ

ข้อแรกก็คือว่ามาตรา ๓๑ นั้น บอกไว้ว่าเมื่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สามารถดําเนินการต่อไปได้ขอให้เอาเข้ารัฐสภาเพื่อดําเนินการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา ก็ค่อนข้างจะกระพร่องกระแพร่งอยู่บ้าง ก็คือว่ายังถูกอยู่ในวาระเพื่อทราบ เพราะฉะนั้น ก็เลยเหมือนกับติดขัดอยู่บ้าง แต่วันนี้ดิฉันคิดว่าสภาทุกสมาชิกนะคะ ท่านได้ช่วยกรุณา ป่ดประเด็นและทําความเข้าใจต่อสังคมอย่างดียิ่งว่ากรณีนี้นั้นมีความเปึนมาอย่างไร แล้วก็ได้มีข้อเสนอเชิงนโยบาย เชิงระเบียบอะไรต่าง ๆ มากมาย เกินกว่าที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสนอด้วยซ้ําไป ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อสิทธิ ของผู้ป์วย และสิทธิของหมอ ซึ่งจะต้องดําเนินควบคู่กัน ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าดิฉันอยากจะขออนุญาตนําเรียนปรึกษาเพื่อให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นปัญหาว่าที่มันติดขัดเนื่องจากว่ารัฐบาลอาจจะยังไม่เข้าใจงานตรงนี้ชัดเจน หมายถึงว่าเมื่อรายงานไปถึงจึงไม่มีกลไกในการดําเนินงาน ซึ่งก็จะส่งเรื่องกลับไปที่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขก็ส่งกลับไปที่แพทยสภา แพทยสภาก็ส่งไปที่ กฤษฎีกาโดยผ่านกระทรวงสาธารณสุข แล้วทุกฝ์ายก็ได้ใช้กฎหมายและระเบียบมาตีกัน ไว้ทั้งหมดว่าไม่อาจทําอะไรได้ คําตอบที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับจาก สํานักนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่นานนี้นะคะ ซึ่งเปึนจังหวะที่สวนทางพอดี คือได้นําเรื่องเสนอ ต่อรัฐสภาเพียงไม่กี่วันก็ได้รับคําตอบจากสํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่นหมายถึง ว่าเปึนคําตอบจากนายกรัฐมนตรีว่าได้ส่งเรื่องไปที่กระทรวงสาธารณสุขแล้ว และ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ประสานไปที่แพทยสภาตามมาตรการแก้ไขดังกล่าว แพทยสภา ก็ขอให้กระทรวงสาธารณสุขส่งกฤษฎีกา กฤษฎีกาตีความออกมาว่าเรื่องนี้ไม่สามารถจะ นํามารื้อฟุ๋นอะไรได้ทั้งสิ้น แล้วก็มีหลายเรื่องที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตว่าถ้าเปึนไปได้ ท่านอาจจะขอดูรายงานของกฤษฎีกา เพราะว่าจะเปึนบรรทัดฐานที่จะทําให้แพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุขจนกระทั่งคําตอบจากนายกรัฐมนตรีตอบเหมือนกันหมดว่าไม่ อาจทําอะไรได้ต่อไปแล้ว เนื่องจากว่าไม่อยู่ในประเด็นที่จะรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาทบทวน ๒. สิ่งที่ จะขออนุญาตเรียนไปถึงท่านรัฐบาลด้วยนะคะก็คือว่าวันนี้เปึนโอกาสดีมากที่ได้มีการ เสนอเปึนรูปธรรม ข้อเสนอข้อหนึ่งบอกว่าการที่จะทําให้แพทยสภารื้อฟุ๋นนั้นความจริงของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นั้นมีนัยว่าท่านไม่ต้องไปตีความด้วยกฎ ระเบียบ อะไรทั้งสิ้น ขอแต่เพียงว่าสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใช้คํานะคะ ที่ท่านใช้ คําว่า รุนแรง ดิฉันขออนุญาตอธิบาย ใช้คําว่า กระบวนการ มิได้หมายถึงว่า หมอ แพทย สภาเข้าข้างแพทย์สภา แต่หมายถึงกระบวนการนั้นไม่ได้เป่ดช่องให้กับผู้ร้องและ ผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิได้เข้าไปให้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนรอบด้าน ซึ่งถ้าหากว่าเปึนไปได้ก็คือว่าไม่ต้องตีความกฤษฎีกา แต่ใช้มนุษยธรรม ใช้ความรู้สึกของ ปัญหาว่าเป่ดโอกาสให้เข้าสู่การพูดข้อเท็จจริงกันมากขึ้น อันนี้คือข้อเสนอของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่บังเอิญเส้นทางมันพุ่งไปสู่กฤษฎีกา และ กฤษฎีกาก็ตีความกลับมาว่าทําอะไรไม่ได้ วันนี้จึงกลายเปึนเหมือน เดท ล็อก (Date log) ว่ารัฐบาลก็ตอบมาอย่างนี้

๒. ก็คือโรงพยาบาลพญาไท ๑ นั้น เราคาดหวังกันมากนะคะว่า ทางรัฐบาลจะช่วยกรุณาเปึนผู้ประสานงานที่จําเปึนมาก แล้วก็มีพลังมาก ขณะเดียวกัน รัฐบาลอาจจะช่วยเยียวยาแก้ไขความพิการของเด็กคนหนึ่ง ซึ่งแม่เขาต่อสู้มาเหมือนที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพูดถึงหลายท่านว่า วันนี้เอาหัวใจพูดกันว่าเด็ก คนหนึ่งกําลังพิการและความพิการของเขาจะอยู่ไปตลอดชีวิต วันนี้เขาจําเปึนต้องได้รับ การเยียวยาแก้ไข ถ้าไม่สามารถจะให้โรงพยาบาลพญาไทเยียวยาได้ วันนี้เราก็จําเปึน ต้องพึ่งกระบวนการของรัฐบาล พึ่งกระบวนการของรัฐสภา ณ วันนี้นะคะ เพราะฉะนั้น มิได้กล่าวเลยต่อแพทยสภา เพียงแต่พูดถึงกระบวนการ แล้วถ้าจะตั้งเปึนข้อสังเกต ต่อเนื่องนิดเดียวก็คือว่ากระบวนการของกฤษฎีกา ซึ่งดิฉันได้มีโอกาสพบกับกฤษฎีกา ในการชี้แจงบางกรณีเกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ ก็ได้ชี้ให้ท่านเห็นว่ากฤษฎีกาก็ไม่ได้เป่ดโอกาส แม้แต่ให้ผู้ร้องหรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าไปชี้แจงว่าเรื่องนี้มีความ เปึนมาอย่างไร คณะกรรมการกฤษฎีกาปรากฏว่าเชิญแต่แพทยสภาเข้าไปชี้แจงแล้วก็มี มติออกมา อันนี้ ก็ขออนุญาตตั้งเปึนข้อสังเกตฝากทางรัฐบาลว่าการส่งให้คณะกรรมการ กฤษฎีกาตีความทุกเรื่อง เปึนเรื่องมีนัยสําคัญสําหรับรัฐบาล แต่ทําอย่างไรจะให้ กระบวนการได้ชี้แจง อย่างโปร่งใส ซึ่งเปึนข้อเรียกร้องเดียวกับที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตต่อแพทยสภา แล้วก็ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ลอง พิจารณาว่าการตีความของท่านต่อกฤษฎีกาต่อไปเกือบทุกเรื่อง ซึ่งมีมากมายนะคะ ที่เกี่ยวพันมาถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ก็ขออนุญาตที่จะชี้แจงว่าความเปึนมาของเรื่องนี้ เปึนมาอย่างนี้

แล้วสุดท้ายก็คือว่า ข้อที่ ๑ ที่เปึนเรื่องการเยียวยา ดิฉันเห็นด้วยว่า รัฐสภากําลังทําหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่ และก็หวังว่าทางรัฐบาลจะได้พิจารณา ข้อที่ ๒ แพทยสภานะคะ ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่ว่าเปึนกระบวนการสร้างความชอบธรรมของ กระบวนการพิจารณา

แล้วส่วนข้อเสนออื่น ๆ ก็เปึนข้อเสนอที่ในเชิงของข้อสังเกตประกอบของ การทําเวชระเบียน ซึ่งมีคนร้องเรียนมากระจัดกระจายหลายกรณี แล้วเราก็คิดว่า ข้อสังเกตตรงนี้มีนัยสําคัญในนามส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะคะ ก็ฝากความหวังว่าวันนี้แม้จะอยู่ในวาระเพื่อทราบ แต่สภาก็จะมีมติบางอย่าง แล้ว ท่านรัฐมนตรีกรุณานั่งฟังอยู่ด้วยได้กรุณารับเรื่องไปช่วยพิจารณา เพราะว่าหลายเรื่อง ของเรารัฐบาลก็ได้ช่วยเยียวยามาหลายรัฐบาลนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ทําเสียเลย

ขออนุญาตท่านประธานค่ะ ข้อสุดท้ายนิดหนึ่งว่า เนื่องจากไม่มีกลไก วันนี้ได้ยินท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์พูดถึงกลไกที่มีระดับรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน เรื่องสิทธิมนุษยชนที่มาจากรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปรากฏว่า มีช่วงเล็ก ๆ สั้น ๆ ๒ - ๓ เดือนของท่านรัฐบาลชุดที่แล้วกรุณาตั้งขึ้น แล้วก็มีความ พยายามจะแก้ไข แต่ว่าพอดีได้ ๒ - ๓ เดือนท่านก็ไปเหมือนกันนะคะ ก็เลยไม่จบ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ถ้ามีกลไกตรงนี้งานที่จะมาถึงรัฐสภาก็จะเหลือแต่เรื่องที่มี นัยสําคัญ และส่งผลกระทบต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้นนะคะ ขอบพระคุณค่ะ