วรงค์ เดชกิจวิกรม แสดงความกังวลเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และโครงการอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน โดยเรียกร้องให้ประธานสภาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานครับขณะนี้เวลาตีหนึ่งเศษ ๆ ผมอาจจะเริ่มต้น ด้วยประโยคที่ว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา คือภาษานี้ปกติผมไม่คุ้น ท่านประธานครับ แต่สมาชิกบางท่านบอกผมว่าก่อนจะเริ่มต้น ควรจะกล่าวเล่ห์มนต์สักนิดหนึ่งเผื่อจะทําให้ท่านประธานตาแจ้งขึ้น เหตุผลที่ผมจะต้อง เอาประโยคนี้ขึ้นมาเนื่องจากว่า ผมเปึนผู้ขอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา ๑๓ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะ เรียนว่าในระหว่างที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเราสังเกตข้อสงสัยที่จะมีการทุจริต เกิดขึ้นครับ เมื่อมีการสังเกตรับทราบว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น จึงเปึนไปไม่ได้เลยที่จะ ปล่อยให้งบประมาณทั้งหมดผ่านไปด้วยดีครับ ผมอยากจะเรียนประธานดังนี้ครับ ผมมี ข้อสังเกตอยู่ ๒ โครงการ โครงการที่ ๑ คือโครงการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ป์า อนุรักษ์อย่างยั่งยืนเพื่อลดภาวะโลกร้อน ถ้ามองในภาพรวมผมอยากจะเรียนประธาน นะครับ โครงการนี้เขาเขียนมาได้สวยหรูมากครับ เขามีเหตุผลอยู่ ๔ ข้อ ในการพิจารณา เหตุผลข้อที่ ๑ เขาบอกว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรดินและป์าไม้ในพื้นที่ป์า อนุรักษ์ โดยนําแนวพระราชดําริด้านป์าไม้มาใช้ ฟังสวยหรูนะครับ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ คือ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการป์าไม้ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ คือเพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน และวัตถุประสงค์ข้อที่ ๔ คือเพื่อก่อให้เกิดการจ้างงาน โดยโครงการนี้ได้มีการแปรงบประมาณทั้งสิ้น ๘๐๐ ล้านบาท เงิน ๘๐๐ ล้านบาทนี้ ผู้จัดการโครงการได้เอาไปทํากิจกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เอาไปบรรจุ พนักงานตามกรอบที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.พ. ในวงเงิน ๓๐ ล้านบาท เรื่องที่ ๒ และ เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องที่สัมพันธ์กัน คือเอาไปสร้างฝายต้นน้ําแบบผสมผสาน จํานวนทั้งสิ้น ๑๑๙,๖๐๐ ฝาย ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ๑๑๙,๖๐๐ ตัว และอีกส่วนหนึ่งคือ เอาไปเพาะชํากล้าแฝก ๑๐๐ ล้านต้น ทั้งฝายแม้วและเพาะชํากล้าแฝกนี่ใช้เม็ดเงินทั้งสิ้น ๗๗๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผมจําเปึนต้องขยายความถึงเรื่องภาวะเกี่ยวกับฝายแม้วหรือฝายต้นน้ํา ท่านสมาชิก หลายท่านไม่ได้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้อาจจะไม่เข้าใจ โครงการก่อสร้างฝายแม้ว หรือฝายต้นน้ํา ภาษาราชการหรือภาษาอังกฤษใช้คําว่า เชค แดม (Check Dam) โดยลักษณะของโครงการนั้นมีวัตถุประสงค์หลัก ๆ คือเพื่อต้องการชะลอการไหลของน้ํา เพื่อต้องการเก็บรักษาน้ําไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง และเพื่อต้องการกักเก็บตะกอนเพื่อไม่ให้ มีการถมในลําน้ําที่อยู่ด้านล่าง นี่คือหลักการของฝายแม้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราได้ติดตามโครงการนี้ โครงการนี้เคยมี ปัญหาตามหน้าหนังสือพิมพ์ของสื่อมวลชนติดต่อกันมาประมาณ ๑ ถึง ๒ สัปดาห์ หลักการทั้งรัฐมนตรีและอธิบดีที่เกี่ยวข้องก็พยายามจะชี้แจงว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่ดี โครงการนี้เปึนโครงการตามแนวพระราชดําริ แต่ผมจะอยากเรียนท่านประธานว่าผมมี ข้อสังเกตที่ผมเชื่อว่าโครงการนี้มีการทุจริต แต่เนื่องจากว่าการทุจริตสมัยนี้เปึนการทุจริต ที่แยบยลครับ ไม่สามารถที่จะหาหลักฐานที่เปึนตัวบุคคลหรือหลักฐานที่เปึนเอกสารที่มา ชี้ชัดว่าโครงการนี้ทุจริต จําเปึนต้องใช้ตรรกะของเหตุและผลครับ เพื่อให้ท่านประธาน และคณะกรรมาธิการได้รับทราบว่าโครงการนี้ส่อแววทุจริต ขอให้ตั้งใจฟังนะครับ ผมมี ข้อสังเกตดังต่อไปนี้ครับ ข้อสังเกตข้อที่ ๑ ที่คิดว่าโครงการนี้ส่อแววทุจริตก็คือว่าโครงการ นี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณโดยมติคณะรัฐมนตรีประมาณวันที่ ๑๘ เดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ครับ การเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้นเปึนการเปลี่ยนแปลง งบประมาณจากที่เคยจะต้องเอาไปใช้ปฏิบัติในภาวะปกติมาใช้ในโครงการนี้ และถ้าท่านประธานติดตามท่านประธานจะรับรู้ว่าเปึนการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ครับ งบประมาณที่เขาเปลี่ยนแปลง ๘๐๐ ล้านบาท โครงการที่เปลี่ยนแปลงคือ เช่น ได้เปลี่ยนแปลงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของการปัองกัน รักษาป์าประมาณ ๙๙ ล้านบาทเศษ เกือบ ๆ ๑๐๐ ล้านบาทครับโครงการรักษาป์า ซึ่งขณะนี้ประเทศเรายังมีปัญหาในการถูกบุกรุกป์าอยู่ โครงการนี้ถูกเปลี่ยนแปลงครับ มีการเปลี่ยนแปลงโครงการอุทยานแห่งชาติที่ใช้กิจกรรมเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติทั้งหมด ๑๔๗ ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงโครงการปลูกป์าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ๘๑ ล้านบาท มีการเปลี่ยนแปลงโครงการพัฒนาป์าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ๑๒ ล้านบาท เฉพาะ ๒ ส่วนนี้ที่เปึนโครงการที่เกี่ยวข้องพระราชดําริเกือบ ๑๐๐ ล้านบาทครับ และท่านประธานเชื่อไหมครับว่าโครงการอันเกี่ยวเนื่องมาจากพระราชดําริหรือโครงการ เฉลิมพระเกียรติโดยปกติแล้วงบประมาณเราไม่แตะครับ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่ามีการ เปลี่ยนแปลงงบประมาณครับ