อนุชา บูรพชัยศรี วิจารณ์ความผิดพลาดของ สนข. ในการเสนอโครงการที่ไม่เหมาะสม เช่น ระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์และ GPS โดยชี้ว่าควรเน้นศึกษาเรื่องตั๋วร่วมเพื่อประหยัดงบประมาณ และหารือโครงการรถไฟเชื่อมโยงท่าเรืออ่าวไทยและฝั่งอันดามัน (Land Bridge) พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณซ้ำซ้อนเนื่องจากมีสัญญาเอ็มโอยูกับดูไบ เวิลด์ส อยู่แล้ว จึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและชี้แจงหลักเกณฑ์การจ้างที่ปรึกษา
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ หลายมาตราเลยครับ แต่จะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงคมนาคมนะครับ โดยได้เสนอปรับลดงบประมาณไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ ผมคิดว่าควรจะมีการปรับลดนะครับ ก็คือสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า สนข. ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มีงบประมาณตั้งไว้ ๕๗๕ ล้านบาท เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน หรือประมาณ ๔๔๔ ล้านบาท เปึนงบประมาณ ที่เปึนค่าจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาโครงการต่าง ๆ ทีนี้ถ้าไปดูถึงงบผูกพันถึงป้ ๒๕๕๓ งบประมาณรายจ่ายเปึนค่าจ้างที่ปรึกษาที่สูงถึง ๗๘๐ ล้านบาท ผมเปึนกังวลครับ เพราะอาจจะผิดมติ ครม. เพราะว่างบผูกพันที่คิดเปึนสัดส่วนงบลงทุนไม่ควรจะเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคํานวณแล้วนะครับในป้ ๒๕๕๒ มีงบผูกพันสูงถึงกว่า ๒,๕๘๗ เปอร์เซ็นต์ เปึนตัวเลขที่ไม่ผิดนะครับ ๒,๕๘๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการต้องไป ตรวจสอบดูนิดหนึ่งนะครับ ถึงแม้กรรมาธิการจะปรับลดไปแล้ว ๘๓ ล้านบาท แต่ผม คิดว่าก็ยังไม่มีความเหมาะสมในตัวเลขนะครับ
พูดถึง สนข. นะครับเปึนหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนกระทรวง คมนาคมและรัฐบาลในการที่จะวิเคราะห์แล้วก็เสนอแนะนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านการขนส่งและจราจรของประเทศ แต่ผลการศึกษา ของ สนข. บางโครงการครับท่านประธาน ที่เสนอไปยังกระทรวงคมนาคมและเปึนผลให้ รัฐบาลนําไปเปึนนโยบาย ผมเห็นว่ามีความผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัดนะครับ อย่างเช่น ยกตัวอย่างในป้ ๒๕๕๑ ทาง สนข. ได้ใช้งบประมาณไป ๒๕ ล้านบาท เพื่อเปึนค่าจ้าง ที่ปรึกษาในการบริหารจัดการระบบรถโดยสารประจําทางและการเชื่อมต่อในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือที่พูดง่าย ๆ นะครับ มีการนําไปใช้ในส่วนขององค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ เอาการศึกษานี้ไปใช้ ที่เราเรียก ขสมก. นะครับ มีแผนในการเช่า รถเมล์เอ็นจีวี (NGV) จํานวน ๖,๐๐๐ คัน ถึงแม้รัฐบาลจะมีการปรับลดไป ๔,๐๐๐ คัน แต่ผมคิดว่าการที่ สนข. เสนอว่าจะต้องการติดตั้งระบบตั๋วอีเล็กทรอนิกส์ (Electronics) หรือเราเรียกว่า อี - ทิกเก็ต (e-Ticket) หรือว่าการติดตั้งระบบติดตามตําแหน่งรถ ด้วยดาวเทียมหรือจีพีเอส (GPS) ในการมาควบคุมตารางการเดินรถ และการรับส่ง ผู้โดยสาร ผมคิดว่าไม่มีความเหมาะสมเลยนะครับ เพราะว่างบประมาณทั้งหมด ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท คิดเปึนค่าเช่าคันละ ๕,๑๐๐ บาทต่อวัน ถ้าตัดระบบ อี - ทิกเก็ต จีพีเอสไปได้ เราจะประหยัดไปได้กว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นไม่มีความจําเปึนนะครับที่ สนข. จะต้องเสนอไปว่าจะต้องมีตั๋วอีเล็กทรอนิกส์ ผมคิดว่าควรจะศึกษาและมีการเสนอในเรื่องของตั๋วร่วมมากกว่านะครับ จะได้เดินทาง ทั้งรถไฟใต้ดิน รถขนส่ง ขสมก. หรือว่าเรืออะไรต่าง ๆ ในระบบเดียวกัน จีพีเอสก็ยังไม่มี ความจําเปึนนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องของค่าจ้างที่ปรึกษาในเรื่องของแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูง ตั้งงบประมาณไว้ ๔๘ ล้านบาท แต่ผม คิดว่าเรื่องของการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาระบบรางจากที่ได้ฟังจากทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยยังไม่มียุทธศาสตร์ที่แน่นอนครับ ผมคิดว่าทาง สนข. น่าจะไปศึกษาเรื่อง ของขนาดความกว้างของรางมากกว่าว่าจะเปึนในส่วนของสแตนดาร์ด เกจ (Standard Gage) หรือว่าในส่วนของมิดเดิล เกจ (Middle Gage) เอาให้ชัดเจนเลยครับ ยุทธศาสตร์ จะได้ชัดเจนในเรื่องการดําเนินงาน เรื่องของรถไฟความเร็วสูงเช่นกันนะครับ ผมคิดว่า ยังไม่มีความจําเปึนครับ ตอนนี้เราพัฒนาเรื่องของรถไฟชานเมืองจะดีกว่านะครับ ให้เปึน รูปธรรม รถไฟความเร็วสูงนั้นขอไว้อีกระยะหนึ่งก่อนนะครับ อย่าพิ่งเสียงบประมาณ ตรงนี้เลย
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ เรื่องของการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบ เบื้องต้นทางรถไฟเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือ อ่าวไทย และฝัืงอันดามัน อันนี้ เราพูดกันในเรื่องของที่เราเรียกทั่ว ๆ ไปว่า แลนด์ บริดจ์ (Land Bridge) นะครับ ที่มีการ จะเชื่อมต่อระหว่างในส่วนของท่าเรือสงขลา แล้วก็ในส่วนของท่าเรือที่ปากบาราที่ฝัืงสตูล นะครับ งบประมาณตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาท เปึนป้ ๒๕๕๒ ๔๐ ล้านบาท งบผูกพัน ป้ ๒๕๕๓ ๖๐ ล้านบาท ได้ข่าวจากสื่อทุกท่านนะครับคงจะได้อ่านว่ามีบริษัทที่จัดตั้งโดย รัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ชื่อว่าดูไบ เวิลด์ส (Dubai World’s) เขาเคยมา แล้วเขาก็เคยทําหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมไปแล้วนะครับ เสนอความช่วยเหลือ แบบให้เปล่าเลยครับ ในการศึกษาโครงการนี้ในวงเงินกว่า ๒๐๐ ล้านบาท ทีนี้ในส่วน ของที่ทาง สนข. ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑๐๐ ล้านบาท ผมกําลังไม่เข้าใจนะครับว่าจะเปึนการซ้ําซ้อน หรือเปล่านะครับ เพราะว่า ครม. เองก็มีมติเห็นชอบในร่างบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ไปแล้ว แล้วทาง สนข. ก็ลงนามไปแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นอกจากนั้นดูไบ เวิลด์ส เขาทําร่างข้อกําหนดขอบเขตการศึกษาความเหมาะสม หรือเรียกว่าทีโออาร์นะครับ แล้วก็ได้เห็นชอบร่างทีโออาร์ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมานี้นะครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อทางด้านดูไบ เวิลด์ส เขาจัดสรรงบประมาณ ให้แล้ว ๒๐๐ ล้านบาท ทาง สนข. ทําไมถึงได้มีการจัดงบประมาณอีก ๑๐๐ ล้านบาท เข้าไป โดยเปึนป้ ๒๕๕๒ ๔๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ อีก ๖๐ ล้านบาท ผมเห็นแล้วมันไม่มี ความจําเปึนเลย หรืออาจจะมีการปรับลดแต่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณานี้ไม่มี การปรับลดเลยครับ สุดท้ายนะครับ ผมคิดว่าทางหน่วยงาน สนข. เปึนหน่วยงาน ที่สําคัญครับ ผมเห็นความสําคัญในเรื่องการกําหนดนโยบายและก็ยุทธศาสตร์อะไรต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ ผมคิดว่าการปรับลดงบประมาณควรที่จะต้องมีการดําเนินการ นะครับ เพราะว่าหลาย ๆ เรื่องนะครับผมเห็นมีทั้งหมด ๑๗ รายการ ในเรื่องของการ ที่จะต้องไปจ้างที่ปรึกษามูลค่ากว่า ๔๔๔ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๒ ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของ หลักเกณฑ์และก็การตั้งงบประมาณในการจ้างที่ปรึกษาครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ