ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในด้านการพัฒนายาง ผลไม้ และดิน รวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาการเกษตรที่มีความยั่งยืน และเรียกร้องให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้ว วันนี้ทั้งวันผมยังไม่ได้อภิปรายในมาตราใดเลยนะครับ แต่มาช่วงหลังท่านประธาน ก็ให้เวลาเพียง ๕ นาที ซึ่งผมคิดว่าผมก็ไม่อยากที่จะทวงสิทธิในฐานะที่ผมเปึนผู้แปรญัตติ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าถ้าผมไม่ขึ้นมาพูดถึงแม้จะมีระยะเวลาอันสั้นก็จะเปึนปัญหา เพราะผมนั่งฟังการแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มี ใครได้พูดถึงผลิตผลหลักของกระทรวงเกษตรฯ เลย คือเรื่องข้าว เรื่องยางพารา เรื่องปาล์ม น้ํามัน และก็เรื่องผลไม้ ซึ่งเปึนเกษตรกรหลักที่ทํารายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล นะครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่างบประมาณของ กระทรวงเกษตรฯ นั้นตั้งไว้ถึง ๖๙,๖๗๐ ล้านบาท กรรมาธิการแปรญัตติปรับลดไป ๑,๔๔๙ ล้านบาท ผมได้ขอแปรญัตติในการปรับลดร้อยละ ๕ ซึ่งไปคํานวณตัวเลข ในส่วนราชการต่าง ๆ แล้วควรจะปรับลดลงอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพคร ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรื่องยางและเรื่องปาล์ม เรื่องยางนั้นมีสถาบัน วิจัยยางอยู่ที่กรมวิชาการเกษตร มีสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง และ องค์การสวนยาง เปึนรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วในช่วง ๓ - ๔ ป้ ที่ผ่านมาเราพบ ความเปึนจริงว่าได้มีการเสนอในเรื่องของยุทธศาสตร์การพัฒนายางครบวงจร รัฐบาล ที่ผ่านมาก็ได้ทํานโยบายในการหาเสียงในเรื่องของการสร้างเมืองยาง ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเรา จะทบทวน ท่านประธานจะเห็นได้ว่าในการที่จะสร้างพัฒนายางให้ครบวงจรนั้นเราจะต้อง ดําเนินการตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนายางครบวงจรที่รัฐบาลสมัยท่านชวน หลีกภัย ได้กําหนดเอาไว้ และในช่วงนั้นเองพวกกระผมได้เสนอให้มีการดําเนินการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมยางขึ้นมานะครับ แต่ท่านไปตั้งเมืองยางที่สงขลาอยู่รวมกับ นิคมอุตสาหกรรมยางอื่น จึงไม่สามารถที่จะประสบความสําเร็จได้จนถึงวันนี้ ผมอยากจะ ให้กรรมาธิการทบทวนลงไปดูนะครับ ว่ากรรมการนโยบายยางแห่งชาติได้ศึกษาในเรื่อง ของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยาง ถ้าท่านมีความสนใจนะครับ ผมคิดว่ามอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตรและสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง และองค์การสวนยาง ได้เปึนเจ้าภาพในการรับผิดชอบ เพราะเรื่องยางนั้นวันนี้ไม่ใช่เกี่ยวข้องเฉพาะพี่น้อง ในภาคใต้เท่านั้นนะครับ มีทั้งภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ พี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางในขณะนี้เปึนที่ยอมรับกันว่ากระจายไปอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ นะครับ แต่ว่าไม่ได้มีใครได้พูดถึง กรรมาธิการก็ไม่ได้พูดถึงในส่วนนี้ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนว่านี่คือส่วนที่อยากจะฝากกรรมาธิการว่าท่านได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ในส่วนของกรมวิชาการเกษตรในด้านนี้หรือไม่
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องปาล์ม ปาล์มน้ํามันครับ ซึ่งก็ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมานั้น ท่านไปส่งเสริมการปลูกปาล์ม ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้ดูในเรื่องของการที่กรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษา พื้นที่ที่เหมาะสมอย่างแท้จริง ท่านก็ไปจัดงบประมาณเพื่อไปแจกพันธุ์กล้าปาล์ม แล้วก็ให้ เกษตรกรกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. มาปลูกปาล์ม แต่ไม่ได้ดูในการพัฒนาพี่น้องชาวสวนปาล์ม อย่างครบวงจร ซึ่งในอนาคตนั้นผมคิดว่าปาล์มน้ํามันนั้นก็เปรียบเสมือนน้ํามันบนดิน ซึ่งจะเปึนผลผลิตการเกษตรที่สําคัญในอนาคต แต่ก็ไม่มีการพูดถึงเช่นเดียวกันในส่วนของกรรมาธิการ ในส่วนที่ผ่านมา นอกจากนั้นก็คือ ชาวสวนผลไม้ ซึ่งได้มีการพูดถึงตั้งแต่คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จากจันทบุรีนะครับ ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ว่าพูดถึงในเชิงของการตลาด แต่จริง ๆ ผมคิดว่ากรมส่งเสริมการเกษตร นั้นต้องมาดูแลในการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ในการปลูกผลไม้ ตลอดถึงการพัฒนาคุณภาพ ของผลไม้ไทยเพื่อให้พร้อมที่เราจะนําไปส่งขายต่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ ในเรื่องของกระทรวงเกษตรนั้นถ้าเราจะมองให้ครบวงจร จริง ๆ แล้วผมคิดว่าวันนี้กรรมาธิการต้องมองการพัฒนาในเรื่องของพี่น้องเกษตรกร อย่างครบวงจร ตั้งแต่เรื่องปัจจัยการผลิตก็คือเรื่องดิน โดยกรมพัฒนาที่ดินว่าจะต้อง ดําเนินการอย่างไร ได้มีการวิจัยและมีการพัฒนาเรื่องดินอย่างเปึนกระบวนการและอย่าง มีรูปธรรมหรือเปล่านะครับ
อันที่ ๒ คือเรื่องน้ํา ผมไม่อยากพูดซ้ําเรื่องน้ํา เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิก ได้มีการพูดถึงว่าเราจะต้องมาดูแลในการจัดกระบวนการน้ํา มีผลเชิงวิจัยเห็นอย่างชัดเจน ว่าถ้าหากเรามีพื้นที่ชลประทานที่เพิ่มขึ้น จะมีผลต่อการที่จะทําให้รายได้ของพี่น้อง เกษตรกรเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันนะครับ
เรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าในเรื่องของการ วิจัยเพื่อให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรและด้านเทคโนโลยี ท่านประธานที่เคารพครับ งานวิจัย ด้านพืชก็ดี ด้านปศุสัตว์ก็ดี ด้านการประมงก็ดี ด้านดินก็ดี ด้านการประมงนั้น ท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้พูดถึง แต่ว่าได้พูดถึงในด้านของการที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรชาวประมง ซึ่งกําลังเดือดร้อนอย่างหนักอยู่ในขณะนี้นะครับ ซึ่งผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าในวันนี้เราไม่ได้พูดถึงองค์ความรู้ในการที่จะวิจัยในเชิง ยุทธศาสตร์ ประเทศไทยประเทศเดียวถ้าพูดถึงผลงานการวิจัยเกี่ยวกับทางด้านเกษตร แล้วผมคิดว่าเราด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมากมาย แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งงบประมาณเพื่อเตรียมการในการวิจัย ครบทุกด้านเกี่ยวกับเกษตรกรรม เพราะเกษตรกรรมนั้นถือว่าเปึนกระดูกสันหลังของชาติ และวันนี้ประเทศไทยเราพูดกันอย่างสวยหรูว่าเราจะเปึนครัวไทยสู่ครัวโลก เราจะนํา อาหารไทยไปสู่ความปลอดภัย เราจะดําเนินการในการที่จะสร้างให้พี่น้องเกษตรกรนั้น ได้พัฒนาอย่างยั่งยืน แต่เมื่อมาดูยุทธศาสตร์ที่มีการจัดตั้งงบประมาณตั้งแต่ ๔ – ๕ ป้ ที่ผ่านมานั้นเปึนเชิงการตลาดเท่านั้นเองนะครับ ไม่ใช่เปึนเชิงยุทธศาสตร์ที่นําไปสู่การ พัฒนาอย่างแท้จริงตามที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ผมอยากจะเรียนถามกรรมาธิการว่าจริง ๆ นั้นมันมีส่วนที่ท่านจะต้องตอบชี้แจงในเรื่องของสถาบันเกษตรกรด้วย คือเรื่องสหกรณ์ ซึ่งเปึนด้านหลักครับ ผมไม่อยากพูดถึงในการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณนะครับ ในพื้นที่ ของผมท่านประธานครับ ขอเวลานิดเดียวครับ มีโครงการพระราชดําริอ่างเก็บน้ํา คลองกระทูนและคลองดินแดง ตั้งแต่น้ําท่วมป้ ๒๕๓๑ เรื่องนี้ผมเคยกราบเรียน กับท่านอธิบดี เคยกราบเรียนกับท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ วันนี้ครบ ๒๐ ป้ ท่านประธานครับ ๒๐ ป้ พอดีวันนี้ แต่งบประมาณกลับแทนที่ว่าจะได้รับงบประมาณ ให้ครบวงจร ซึ่งเพิ่มอีกไม่กี่ล้านบาทแล้วก็ไม่เกิน ๓๐ ล้านบาทก็สามารถที่จะทําให้ โครงการอ่างเก็บน้ําคลองกระทูนและคลองดินแดงที่เกิดจากน้ําท่วมใหญ่ มหาวิปโยค ท่านประธานจําได้ไหมครับ ที่อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้กลับไม่ได้รับ งบประมาณ งบประมาณถนนรอบอ่างได้ไปครึ่งเดียวครับ อ่างคลองดินแดงไม่ได้ ผมฝาก กรรมาธิการว่าไปช่วยแปรญัตติหน่อย บอกว่าได้มา ๒ ล้านบาท บอก ๒ ล้านบาท ทําไม่ได้ แต่ว่าเมื่อมาดูท่านประธานครับ ไปแปรญัตติเพิ่มให้กับการไปสร้างเขื่อนแยงหิน หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ใช้ชื่อว่าอาคารปัองกันตลิ่งพังที่อ่างทอง ๘๑ ล้านบาท ผมอยากจะ เรียนผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ ท่านปรับลดงบก้อนนี้ ลงเสียครับ ไปดําเนินการโครงการพระราชดําริตามที่ผมกราบเรียนแล้ว ไม่ใช่เฉพาะว่า อยู่ในพื้นที่ผม แต่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใช้เวลาครบรอบ ๒๐ ป้ ผมจะ เฝัาดูงบประมาณก้อนนี้ต่อไปครับ ในฐานะที่ผมเปึนฝ์ายที่จะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และอยากเห็นอย่างชัดเจนว่าความเดือดร้อนและความจําเปึน เขาออกแบบรูปแบบ รายการ มีการประมาณการมาเรียบร้อย ส่งมาที่กรมเรียบร้อย ส่งมาเข้ากรรมาธิการ เรียบร้อย กลับไม่ได้รับงบประมาณ แต่กลับไปจัดตั้งงบประมาณโดยการแปรญัตติเพิ่ม ให้กับโครงการที่ไม่มีการสํารวจออกแบบ อย่างนี้จะให้ผมพูดอย่างไรครับท่านประธาน ผมฝากท่านประธาน ไว้เพียงแค่นี้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ ขอบคุณมากครับ