สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๔ กันยายน ๒๕๕๑

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลสนับสนุนการผลิตปุิยเคมี แทนที่จะสนับสนุนเกษตรกรในการผลิตปุิยอินทรีย์ และเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบและป้องกันการขายปุิยปลอม

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ ท่านหยอกเล่นใช่ไหม ไม่ใช่ท่านมองไม่เห็น รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ ดิฉันได้แปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าที่จริงแล้วกระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่มีความสําคัญ กระทรวงนี้เปึนกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรซึ่งเปึนประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เปึนกระทรวงที่ทําการผลิต ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งถือว่าเปึนทรัพยากร เปึนครัวของเรานะคะ เพียงแต่ว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ของเราในปัจจุบันนี้เท่าที่ดูเราย่างเข้าสู่สังคมทุนนิยม แล้วทําให้การบริหาร จัดการทั้งหลายเข้าไปสู่ทุนนิยมมาก จะสังเกตว่าเวลามีปัญหาเกิดขึ้นในสังคม ในหมู่ของ เกษตรกรไม่ว่าจะเปึนปัญหาราคาปุิยแพงหรืออะไรก็ตาม การบริหารจัดการของรัฐบาล มักจะห่วงคนเขาจะขาดทุนมากกว่าห่วงที่เกษตรกรจะย่ําแย่ วิธีการก็คือถ้าบอกว่าปุิย มีราคาแพงเกินไปรัฐบาลก็ใช้วิธีเจรจา จะกล่อมนายทุน จะขอเจรจากับนายทุนทั้ง ๆ ที่ รู้ว่าราคาขายนั้นแพงมากเกินไป เอากําไรมากเกินไปก็รู้ แทนที่จะเลือกวิธีที่จะดําเนินการ เพื่อคุ้มครองเกษตรกร แต่ก็จะใช้วิธีที่จะเจรจา ถ้าเจรจาไม่ได้ก็จะหาเอาใหม่ ของบประมาณใหม่ ซึ่งก็ทําไม่ได้ ดิฉันก็เห็นว่าดีนะคะที่รัฐบาลพยายามที่จะปรับเมื่อ ปุิยเคมีแพงขึ้น ก็จะหันมาให้เกษตรกรส่งเสริมให้ดําเนินการทําปุิยเคมี เพียงแต่ว่าดิฉัน เคยอภิปรายว่าไม่เห็นด้วยกับการที่จะไปรื้อฟุ๋นโรงงานปุิยอินทรีย์อําเภอละ ๑ แห่ง ดิฉันยังเห็นว่าควรจะไปสนับสนุนให้เกษตรกรทําปุิยอินทรีย์เอง แล้วจะทําให้ได้ลดต้นทุน ในการนําเข้าปุิยด้วย เพราะว่าป้หนึ่งเรานําเข้าปุิยประมาณ ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อป้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนว่าถ้าทิศทางของกระทรวงเกษตรฯ จะเปึนทิศทางที่จะต้อง พิจารณาและต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร ปกติแล้วทิศทางแนวทางของกระทรวงเกษตรฯ มักจะพูดถึงการพัฒนาผลผลิตเพื่อการแข่งขัน กับการที่จะพูดถึงการผลิตแบบอนุรักษ์ ทรัพยากรให้ใช้ได้อย่างยั่งยืน ทั้ง ๒ อย่างไปด้วยกันได้จริงถ้าที่เปึนกรรมการดูแลกิจกรรม เหล่านี้ชัดเจนพอ ดิฉันเคยอยู่กระทรวงเกษตรฯ เปึนข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ดิฉันก็ พบว่าทําไปทํามาเราก็จะไปเน้นที่การผลิตเพื่อการแข่งขันมากกว่าเพื่อที่จะผลิต เพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืนนะคะ ก็เรียนว่าถ้าอย่างนั้นมันทําให้ในช่วงที่มีปัญหาเกิดขึ้น เกษตรกรดิฉันไปพบว่าเกษตรกรจะถูกหลอก เกษตรกรภาคอีสาน ปกติภาคอีสาน ขึ้นชื่อว่าเปึนภาคที่ทั้งแล้ง แล้งที่สุด แล้วก็จนที่สุด แต่เมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้น ปัญหาปุิยแพงเกิดขึ้น ปัญหาข้าวไม่เปึนราคาก็จะทําให้เกษตรกรถูกหลอก หลอกด้วย การศึกษา พอดีมีโครงการนโยบายของกระทรวงก็จะให้ศึกษาเรื่องธาตุอาหารรอง ก็จะมี หลายหน่วยงานหลายบริษัท หลายกลุ่มที่จะออกมาหลอกเกษตรกร แล้วก็มีการโฆษณา ด้วยว่ามีการปลูกมันสําปะหลังโดยไม่ใช้ปุิย มีการปลูกข้าวโพดโดยไม่ใช้ปุิย ปลูกข้าวก็ไม่ ต้องใช้ปุิยข้าวนาปรัง แต่ถ้าไปดูรายละเอียดต้องใส่ปุิยทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เขาโฆษณาขาย แล้วก็จะใช้เมล็ดพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ก่อนที่จะเอาไปปลูกเปึนธาตุอาหารรอง แต่สรุปแล้ว สุดท้ายก็ยังต้องใส่ปุิยยูเรีย ใส่ปุิยอะไรอีกอยู่ดี เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเสนอว่า หน่วยงานอย่างกรมวิชาการเกษตรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบจําเปึนอย่างยิ่ง ถ้ามีข่าวอะไรออกมามีคนมาโฆษณาขายสินค้าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับปุิย เกี่ยวกับธาตุ อาหารแบบนี้ต้องรีบเอามาศึกษาแล้วประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ ใช้ได้และเปึนไปตามที่โฆษณาหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นจะมีคนหากินกับเกษตรกร มากนะคะ พยายามที่จะไปหลอก และเกษตรกรก็เชื่อด้วย เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึน สิ่งที่ทําได้ดีและถูกต้อง ก็อยากจะกราบเรียนว่าสําหรับกระทรวงเกษตรฯ นี้นะคะมีความจําเปึนที่จะต้องช่วยดูว่า ทําอย่างไรจะลดต้นทุนการผลิต นอกจากจะเพิ่มผลผลิตแล้ว จะต้องลดต้นทุน การผลิตด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปุิยเปึนเรื่องสําคัญ ไม่ว่าจะเปึนปุิยเคมีหรือ ปุิยอินทรีย์ก็ปลอมได้ทั้งนั้น ตอนนี้ดิฉันกําลังได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วก็ส่งตัวอย่างไปให้ กรมวิชาการเกษตรทดสอบอยู่นะคะว่าเปึนปุิยปลอมหรือไม่ เพราะช่วงนี้ระบาดมาก แล้วปุิยอินทรีย์แท้ ๆ ดิฉันก็เคยไปเจอนะคะ ของเกษตรกรเมื่อเป่ดถุงออกมา จะมีทรายปนอยู่เปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นก็เรียนว่านี่เปึนภารกิจที่สําคัญของ กระทรวงเกษตรฯ ดิฉันสนใจแล้วก็ให้ความสําคัญกับเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันไปดูกรมชลประทานก็จะมีหน้าที่พัฒนาแหล่งน้ํา จัดหาน้ํา ไม่ว่าจะเปึนแหล่งน้ํา ขนาดเล็ก ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ก็ตาม แต่ไม่ว่าจะเปึนขนาดไหนก็ตามนะคะ ท่านประธาน อย่าลืมว่าท่านจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการนั้น ๆ ดิฉันไปดูแล้วนี่ความเข้าใจยังน้อยมากเลยนะคะ บางโครงการแค่บอกว่าจะศึกษา สํารวจ ออกแบบ บางโครงการก็จะบอกว่าศึกษาความเหมาะสม บางโครงการก็จะบอกว่าศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อม บางโครงการบอกว่าศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบ ทางสังคม และการมีส่วนร่วม ก็จะแตกต่างกันไป แต่โปรดอย่าลืมค่ะ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าต้องศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพด้วย เพราะฉะนั้นก็อยาก จะกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่ากรมวิชาการเกษตรหรือกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งกรมส่งเสริม สหกรณ์ต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องในด้านสหกรณ์กับพี่น้องประชาชน จากการศึกษาพบว่า รายได้ของสหกรณ์การเกษตรหรือสหกรณ์ใดก็ตาม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนรายได้ที่มาจาก รายได้จากสินเชื่อ ซึ่งถือว่าผิดหลักการสหกรณ์นะคะเพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนกระทรวงที่ต้องดูแลพวกเกษตรกร คนยากคนจนทั้งหลาย จึงต้องจําเปึน อย่างยิ่งที่จะมีจุดยืนที่ชัดเจน แล้วก็เข้าใจกระบวนการทํางาน ขอบพระคุณค่ะ